๔. สรภสุตฺตวณฺณนา
๖๕. จตุตฺเถ คิชฺฌา เอตฺถ สนฺตีติ คิชฺฌํ, กูฏํ. ตํ เอตสฺสาติ คิชฺฌกูโฏ. คิชฺโฌ วิยาติ วา คิชฺฌํ, กูฏํ. ตํ เอตสฺสาติ คิชฺฌกูโฏ, ปพฺพโต. ตสฺมึ คิชฺฌกูเฏ. เตนาห ‘‘คิชฺฌา วา’’ติอาทิ. อจิรปกฺกนฺโตติ เอตฺถ น เทสนฺตรปกฺกมนํ อธิปฺเปตํ, อถ โข สาสนปกฺกมนนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อิมสฺมึ สาสเน ปพฺพชิตฺวา’’ติอาทิมาห, เตเนว หิ ‘‘อิมสฺสา ธมฺมวินยา’’ติ วุตฺตํ. ลพฺภตีติ ลาโภ, จตุนฺนํ ปจฺจยานเมตํ อธิวจนํ. สกฺกจฺจํ กาตพฺโพ ทาตพฺโพติ สกฺกาโร. ปจฺจยา เอว หิ ปณีตปณีตา สุนฺทรสุนฺทรา อภิสงฺขริตฺวา กตา สกฺการาติ วุจฺจนฺติ. สกฺกาโรติ วา สุนฺทรกาโร, ปเรหิ อตฺตโน คารวกิริยา ปุปฺผาทีหิ วา ปูชา. ลาโภ จ สกฺกาโร จ ลาภสกฺการา, เต นฏฺฐา ปหีนา เอเตสนฺติ นฏฺฐลาภสกฺการา.
มหาลาภสกฺกาโร อุปฺปชฺชีติ ตทา กิร ภควโต มหาลาภสกฺกาโร อุปฺปชฺชิ ยถา ตํ จตฺตาโร อสงฺเขยฺเย ปูริตทานปารมิสญฺจยสฺส. สพฺพทิสาสุ หิ ยมกมหาเมโฆ วุฏฺฐหิตฺวา มโหโฆ วิย สพฺพปารมิโย ‘‘เอกสฺมึ อตฺตภาเว วิปากํ ทสฺสามา’’ติ สมฺปิณฺฑิตา วิย ลาภสกฺการมโหฆํ นิพฺพตฺตยึสุ. ตโต ตโต อนฺนปานยานวตฺถมาลาคนฺธวิเลปนาทิหตฺถา ขตฺติยพฺราหฺมณาทโย อาคนฺตฺวา ‘‘กหํ พุทฺโธ, กหํ ภควา, กหํ เทวเทโว นราสโภ ปุริสสีโห’’ติ ภควนฺตํ ปริเยสนฺติ, สกฏสเตหิปิ ปจฺจเย อาหริตฺวา โอกาสํ อลภมานา สมนฺตา คาวุตปฺปมาณมฺปิ สกฏธุเรน สกฏธุรํ อาหจฺจ ติฏฺฐนฺติ เจว อนุพนฺธนฺติ จ อนฺธกวินฺทพฺราหฺมโณ วิย. ยถา จ ภควโต, เอวํ ภิกฺขุสงฺฆสฺสปิ. วุตฺตมฺปิ เจตํ –
‘‘เตน โข ปน สมเยน ภควา สกฺกโต โหติ ครุกโต มานิโต ปูชิโต อปจิโต ลาภี จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารานํ, ภิกฺขุสงฺโฆปิ สกฺกโต โหติ…เป… ปริกฺขาราน’’นฺติ (อุทา. ๓๘).
ตถา –
‘‘ยาวตา โข ปน, จุนฺท, เอตรหิ สงฺโฆ วา คโณ วา โลเก อุปฺปนฺโน, นาหํ, จุนฺท, อญฺญํ เอกํ สงฺฆมฺปิ สมนุปสฺสามิ เอวํลาภคฺคยสคฺคปฺปตฺตํ ยถริวายํ, จุนฺท, ภิกฺขุสงฺโฆ’’ติ (ที. นิ. ๓.๑๗๖).
สฺวายํ ภควโต จ สงฺฆสฺส จ อุปฺปนฺโน ลาภสกฺกาโร เอกโต หุตฺวา ทฺวินฺนํ มหานทีนํ อุทกํ วิย อปฺปเมยฺโย อโหสิ, ภควโต ปน ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ อุปฺปนฺโน ลาภสกฺกาโร ธมฺมสฺสปิ อุปฺปนฺโนเยว. ธมฺมธรานญฺหิ กโต สกฺกาโร ธมฺมสฺส กโต นาม โหติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ติณฺณํ รตนานํ มหาลาภสกฺกาโร อุปฺปชฺชี’’ติ.
วุตฺตมตฺถํ ปาฬิยา นิทสฺเสนฺโต ‘‘ยถาหา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สกฺกโตติ สกฺการปฺปตฺโต. ยสฺส หิ จตฺตาโร ปจฺจเย สกฺกตฺวา สุอภิสงฺขเต ปณีตปณีเต อุปเนติ, โส สกฺกโต. ครุกโตติ ครุภาวเหตูนํ อุตฺตมคุณานํ มตฺถกปฺปตฺติยา อนญฺญสาธารเณน ครุกาเรน สพฺพเทวมนุสฺเสหิ ปาสาณจฺฉตฺตํ วิย ครุกโต. ยสฺมิญฺหิ ครุภาวํ ปจฺจุปฏฺฐเปตฺวา ปจฺจเย เทนฺติ, โส ครุกโต. มานิโตติ สมฺมาปฏิปตฺติยา มานิโต มเนน ปิยายิโต. ตาย หิ วิญฺญูนํ มนาปตา. ปูชิโตติ มานนาทิปูชาย เจว จตุปจฺจยปูชาย จ ปูชิโต. ยสฺส หิ สพฺพเมตํ ปูชนญฺจ กโรนฺติ, โส ปูชิโต. อปจิโตติ นีจวุตฺติกรเณน อปจิโต. สตฺถารญฺหิ ทิสฺวา มนุสฺสา หตฺถิกฺขนฺธาทีหิ โอตรนฺติ, มคฺคํ เทนฺติ, อํสกูฏโต สาฏกํ อปเนนฺติ. อาสนโต วุฏฺฐหนฺติ, วนฺทนฺตีติ เอวํ โส เตหิ อปจิโต นาม โหติ.
อวณฺณํ ปตฺถริตฺวาติ อวณฺณํ ตตฺถ ตตฺถ สํกิตฺตนวเสน ปตฺถริตฺวา. อาวฏฺฏนิมายนฺติ อาวฏฺเฏตฺวา คหณมายํ. อาวฏฺเฏติ ปุริมาการโต นิวตฺเตติ อตฺตโน วเส วตฺเตติ เอตายาติ อาวฏฺฏนี, มายา, ตํ อาวฏฺฏนิมายํ โอสาเรตฺวา ปริชปฺเปตฺวาติ อตฺโถ. โกฏิโต ปฏฺฐายาติ อนฺติมโกฏิโต ปฏฺฐาย. ถทฺธกาเยน ผรุสวาจาย ติณฺณํ รตนานํ อวณฺณกถนํ อนตฺถาวหตฺตา วิสสิญฺจนสทิสา โหตีติ อาห ‘‘วิสํ สิญฺจิตฺวา’’ติ. อญฺญาโตติ อาญาโต. เตนาห ‘‘ญาโต’’ติอาทิ.
กายงฺคนฺติ กายเมว องฺคํ, กายสฺส วา องฺคํ, สีสาทิ. วาจงฺคนฺติ ‘‘โหตุ, สาธู’’ติ เอวมาทิวาจาย อวยวํ. เอกเกนาติ อสหาเยน. อิมสฺส ปนตฺถสฺสาติ ‘‘จริยํ จรณกาเล’’ติอาทินา วุตฺตสฺส. ยโต ยโต ครุ ธุรนฺติ ยสฺมึ ยสฺมึ ฐาเน ธุรํ ครุ ภาริกํ โหติ, อญฺเญ พลิพทฺทา อุกฺขิปิตุํ น สกฺโกนฺติ. ยโต คมฺภีรวตฺตนีติ วตฺตนฺติ เอตฺถาติ วตฺตนี, ทุมฺมคฺคสฺเสตํ นามํ, ยสฺมึ ฐาเน อุทกจิกฺขลฺลมหนฺตตาย วา วิสมจฺฉินฺนตฏภาเวน วา มคฺโค คมฺภีโร โหตีติ อตฺโถ. ตทาสฺสุ กณฺหํ ยุญฺเชนฺตีติ อสฺสูติ นิปาตมตฺตํ, ตทา กณฺหํ ยุญฺเชนฺตีติ อตฺโถ. ยทา ธุรญฺจ ครุ โหติ มคฺโค จ คมฺภีโร, ตทา อญฺเญ พลิพทฺเท อปเนตฺวา กณฺหเมว ยุญฺเชนฺตีติ วุตฺตํ โหติ. สฺวาสฺสุ ตํ วหเต ธุรนฺติ เอตฺถปิ อสฺสูติ นิปาตมตฺตเมว, โส ตํ ธุรํ วหตีติ อตฺโถ.
เคหเวตนนฺติ เคเห นิวุฏฺฐภาวเหตุ ทาตพฺพํ. กาฬโก นาม นาเมนาติ อญฺชนวณฺโณ กิเรส, เตนสฺส ‘‘กาฬโก’’ติ นามํ อกํสุ. กาฬกํ อุปสงฺกมิตฺวา อาหาติ กาฬโก กิร เอกทิวสํ จินฺเตสิ ‘‘มยฺหํ มาตา ทุคฺคตา มํ ปุตฺตฏฺฐาเน ฐเปตฺวา ทุกฺเขน โปเสติ, ยํนูนาหํ ภตึ กตฺวา อิมํ ทุคฺคตภาวโต โมเจยฺย’’นฺติ. โส ตโต ปฏฺฐาย ภตึ อุปธาเรนฺโต วิจรติ. อถ ตสฺมึ ทิวเส คามโครูเปหิ สทฺธึ ตตฺถ สมีเป จรติ. สตฺถวาหปุตฺโตปิ โคสุตฺตวิตฺตโก, โส ‘‘อตฺถิ นุ โข เอเตสํ คุนฺนํ อนฺตเร สกฏานิ อุตฺตาเรตุํ สมตฺโถ อุสภาชานีโย’’ติ อุปธารยมาโน โพธิสตฺตํ ทิสฺวา ‘‘อยํ อาชานีโย สกฺขิสฺสติ มยฺหํ สกฏานิ อุตฺตาเรตุ’’นฺติ อญฺญาสิ. เตน ตํ อุปสงฺกมิตฺวา เอวมาห. โส อญฺเญสํ…เป… เคหเมว อคมาสีติ ตทา กิร คามทารกา ‘‘กึ นาเมตํ กาฬกสฺส คเล’’ติ ตสฺส สนฺติกํ อาคจฺฉนฺติ. โส เต อนุพนฺธิตฺวา ทูรโตว ปลาเปนฺโต มาตุ สนฺติกํ คโต. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ.
สายนฺหสมยนฺติ สายนฺหกาเล. ภุมฺมตฺเถ เอตํ อุปโยควจนํ. น เหตฺถ อจฺจนฺตสํโยโค สมฺภวติ. ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโตติ เอตฺถ เตหิ เตหิ สทฺธิวิหาริกอนฺเตวาสิกอุปาสกอุปาสิกาทิสตฺเตหิ เจว รูปารมฺมณาทิสงฺขาเรหิ จ ปฏินิวตฺเตตฺวา อปสกฺกิตฺวา นิลียนํ วิเวจนํ กายจิตฺเตหิ ตโต วิวิตฺตตาย ปฏิสลฺลานํ กายวิเวโก, จิตฺตวิเวโก จ. โย ตโต ทุวิธวิเวกโต วุฏฺฐิโต ภวงฺคปฺปตฺติยา สพฺรหฺมจารีหิ สมาคเมน จ อเปโต. โส ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโต นาม โหติ. อยํ ปน ยสฺมา ปฏิสลฺลานานํ อุตฺตมโต ผลสมาปตฺติโต วุฏฺฐาสิ, ตสฺมา ‘‘ผลสมาปตฺติโต’’ติ วุตฺตํ. กายสกฺขิโน ภวิสฺสามาติ นามกาเยน เทสนาสมฺปฏิจฺฉนวเสน สกฺขิภูตา ภวิสฺสาม. นนุ จ ‘‘ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีที’’ติ อิทํ กสฺมา วุตฺตํ. ติตฺถิยา หิ ภควโต ปฏิปกฺขา, เต กสฺมา ตสฺส อาสนํ ปญฺญาเปนฺตีติ อาห ‘‘ตถาคโต หี’’ติอาทิ.
วิคฺคาหิกกถนฺติ วิคฺคาหสํวตฺตนิกํ สารมฺภกถํ. อายาเจยฺยาสีติ วจีเภทํ กตฺวา ยาเจยฺยาสิ. ปตฺเถยฺยาสีติ มนสา อาสีเสยฺยาสิ. ปิเหยฺยาสีติ ตสฺเสว เววจนํ. นิตฺเตชตํ อาปนฺโนติ เตชหานิยา นิตฺเตชภาวํ อาปนฺโน, นิตฺเตชภูโตติ อตฺโถ. ตโต เอว ภิกฺขุอาทโยปิ สมฺมุขา โอโลเกตุํ อสมตฺถตาย ปตฺตกฺขนฺโธ, ปติตกฺขนฺโธติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘โอนตคีโว’’ติ. ทสฺสิตธมฺเมสูติ วุตฺตธมฺเมสุ. วจนมตฺตเมว หิ เตสํ, น ปน ทสฺสนํ ตาทิสสฺเสว ธมฺมสฺส อภาวโต. ภควโต เอว วา ‘‘อิเม ธมฺมา อนภิสมฺพุทฺธา’’ติ ปรสฺส วจนวเสน ทสฺสิตธมฺเมสุ. ปฏิจริสฺสตีติ ปฏิจฺฉาทนวเส จริสฺสติ ปวตฺติสฺสติ, ปฏิจฺฉาทนตฺโถ เอว วา จรติ-สทฺโท อเนกตฺถตฺตา ธาตูนนฺติ อาห ‘‘ปฏิจฺฉาเทสฺสตี’’ติ. อญฺเญน วา อญฺญนฺติ ปน ปฏิจฺฉาทนาการทสฺสนนฺติ อาห ‘‘อญฺเญน วา วจเนนา’’ติอาทิ.
ตตฺถ อญฺญํ วจนนฺติ ยํ สมนุยุญฺชนฺเตน ภควตา ปรสฺส โทสวิภาวนํ วจนํ วุตฺตํ, ตํ ตโต อญฺเญเนว วจเนน ปฏิจฺฉาเทติ. ‘‘อาปตฺตึ อาปนฺโนสี’’ติ โจทเกน วุตฺตวจนํ วิย ‘‘โก อาปนฺโน, กึ อาปนฺโน, กิสฺมึ อาปนฺโน, กํ ภณถ, กึ ภณถา’’ติอาทิวจเนน อญฺญํ อาคนฺตุกกถํ อาหรนฺโต ‘‘ตฺวํ อิตฺถนฺนามํ อาปตฺตึ อาปนฺโนสี’’ติ ปุฏฺโฐ ‘‘ปาฏลิปุตฺตํ คโตมฺหี’’ติ วตฺวา ปุน ‘‘น ตว ปาฏลิปุตฺตคมนํ ปุจฺฉาม, อาปตฺตึ ปุจฺฉามา’’ติ วุตฺเต ตโต ราชคหํ คโตมฺหิ. ราชคหํ วา ยาหิ พฺราหฺมณเคหํ วา, อาปตฺตึ อาปนฺโนสีติ. ‘‘ตตฺถ เม สูกรมํสํ ลทฺธ’’นฺติอาทีนิ วทนฺโต วิย สมนุยุญฺชเกน วุตฺตวจนโต อญฺญํ อาคนฺตุกกถํ อาหรนฺโต อปนาเมสฺสติ, วิกฺเขปํ คมยิสฺสติ. อปฺปตีตา โหนฺติ เตน อตุฏฺฐา อโสมนสฺสิกาติ อปจฺจโย, โทมนสฺเสตํ อธิวจนํ. เนว อตฺตโน, น ปเรสํ หิตํ อภิราธยตีติ อนภิรทฺธิ, โทมนสฺสเมว. เตเนวาห ‘‘อปจฺจเยน โทมนสฺสํ วุตฺต’’นฺติ.
ยสฺส โข ปน เต อตฺถาย ธมฺโม เทสิโตติ เอตฺถ ธมฺม-สทฺเทน จตุสจฺจธมฺโม วุตฺโตติ อาห ‘‘ยสฺส มคฺคสฺส วา ผลสฺส วา อตฺถายา’’ติ. จตุสจฺจธมฺโม หิ มคฺคผลาธิคมตฺถาย เทสียติ. น นิคฺคจฺฉตีติ น ปวตฺเตติ. นนฺติ นํ ธมฺมํ. อิทานิ ‘‘ยสฺส โข ปน เต อตฺถาย ธมฺโม เทสิโต’’ติ เอตฺถ ธมฺม-สทฺเทน ปฏิปตฺติธมฺโม ทสฺสิโต, น ปน จตุสจฺจธมฺโมติ อธิปฺปาเยน อตฺถวิกปฺปํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อถ วา’’ติอาทิมาห. ปญฺจ ธมฺมาติ คมฺภีรญาณจริยภูตานํ ขนฺธาทีนํ อุคฺคหสวนธารณปริจยโยนิโสมนสิกาเร สนฺธายาห. ตกฺกรสฺส สมฺมา ทุกฺขกฺขยายาติ เอตฺถ สมฺมาสทฺโท อุภยตฺถาปิ โยเชตพฺโพ ‘‘สมฺมา ตกฺกรสฺส สมฺมา ทุกฺขกฺขยายา’’ติ. โย หิ สมฺมา ธมฺมํ ปฏิปชฺชติ, ตสฺเสว สมฺมา ทุกฺขกฺขโย โหตีติ. โย ปน วุตฺตนเยน ตกฺกโร, ตสฺส นิยฺยานํ อตฺถโต ธมฺมสฺเสว นิยฺยานนฺติ ตปฺปฏิกฺเขเปน ‘‘โส ธมฺโม…เป… น นิยฺยาติ น นิคฺคจฺฉตี’’ติ อาห.
ยทิ ติรจฺฉานสีหสฺส นาโท สพฺพติรจฺฉานเอกจฺจมนุสฺสามนุสฺสนาทโต เสฏฺฐตฺตา เสฏฺฐนาโท, กิมงฺคํ ปน ตถาคตสีหสฺส นาโทติ อาห ‘‘สีหนาทนฺติ เสฏฺฐนาท’’นฺติ. ยทิ วา ติรจฺฉานสีหนาทสฺส เสฏฺฐนาทตา นิพฺภยตาย อปฺปฏิสตฺตุตาย อิจฺฉิตา, ตถาคตสีหนาทสฺเสว อยมตฺโถ สาติสโยติ อาห ‘‘อภีตนาทํ อปฺปฏินาท’’นฺติ. ‘‘อฏฺฐานเมตํ อนวกาโส’’ติอาทินา (ม. นิ. ๓.๑๒๙; อ. นิ. ๑.๒๖๘-๒๗๑) หิ โย อตฺโถ วุตฺโต, ตสฺส ภูตตาย อยํ นาโท เสฏฺฐนาโท นาม โหติ อุตฺตมนาโท. ภูตตฺโถ หิ อุตฺตมตฺโถติ. อิมมตฺถํ ปน วทนฺตสฺส ภควโต อญฺญโต ภยํ วา อาสงฺกา วา นตฺถีติ อภีตนาโท นาม โหติ. อภูตญฺหิ วทโต กุโตจิ ภยํ วา อาสงฺกา วา สิยา, เอวํ ปน วทนฺตํ ภควนฺตํ โกจิ อุฏฺฐหิตฺวา ปฏิพาหิตุํ สมตฺโถ นาม นตฺถีติ อยํ นาโท อปฺปฏินาโท นาม โหติ.
สมนฺตโต นิคฺคณฺหนวเสน โตทนํ วิชฺฌนํ สนฺนิโตทกํ, สมฺมา วา นิตุทนฺติ ปีเฬนฺติ เอเตนาติ สนฺนิโตทกํ. วาจายาติ จ ปจฺจตฺเต กรณวจนํ. เตนาห ‘‘วจนปโตเทนา’’ติ. สญฺชมฺภริมกํสูติ สมนฺตโต สมฺภริตํ อกํสุ, สพฺเพ ปริพฺพาชกา วาจาโตทเนหิ ตุทึสูติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘สมฺภริตํ…เป… วิชฺฌึสู’’ติ. สิงฺคาลกํเยวาติ สิงฺคาลเมว, ‘‘เสคาลกํเยวา’’ติปิ ปาโฐ. ตสฺเสวาติ สิงฺคาลรวสฺเสว. อถ วา เภรณฺฑกํเยวาติ เภทณฺฑสกุณิสทิสํเยวาติ อตฺโถ. เภทณฺฑํ นาม เอโก ปกฺขี ทฺวิมุโข, ตสฺส กิร สทฺโท อติวิย วิรูโป อมนาโป. เตนาห ‘‘อปิจ ภินฺนสฺสรํ อมนาปสทฺทํ นทตี’’ติ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว.
สรภสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.