.นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส.
องฺคุตฺตรนิกาเย
ติกนิปาต-ฏีกา
๑. ปฐมปณฺณาสกํ
๑. พาลวคฺโค
๑. ภยสุตฺตวณฺณนา
๑. ติกนิปาตสฺส ปฐเม ภยนฺติ ภีติ เจตโส พฺยโธติ อาห ‘‘จิตฺตุตฺราโส’’ติ. อุปทฺทโวติ อนฺตราโย. ตสฺส ปน วิกฺเขปการณตฺตา วุตฺตํ ‘‘อเนกคฺคตากาโร’’ติ. อุปสคฺโคติ อุปสชฺชนํ, เทวโตปปีฬาทินา อปฺปฏิการวิฆาตาปตฺติ. สา ปน ยสฺมา ปฏิการาภาเวน วิหญฺญมานสฺส กิญฺจิ กาตุํ อสมตฺถสฺส โอสีทนการณํ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ตตฺถ ตตฺถ ลคฺคนากาโร’’ติ. ยถาวุตฺเต ทิวเส อนาคจฺฉนฺเตสูติ วญฺเจตฺวา อาคนฺตุํ นิยมิตทิวเส อนาคจฺฉนฺเตสุ. ทฺวาเร อคฺคึ ทตฺวาติ พหิ อนิกฺขมนตฺถาย ทฺวาเร อคฺคึ ทตฺวา.
นเฬหิ ฉนฺนปฏิจฺฉนฺนาติ นเฬหิ ติณจฺฉทนสงฺเขเปน อุปริ ฉาเทตฺวา เตหิเยว ทารุกุฏิกนิยาเมน ปริโตปิ ฉาทิตา. เอเสว นโยติ อิมินา ติเณหิ ฉนฺนตํ เสสสมฺภารานํ รุกฺขมยตญฺจ อติทิสติ.
วิธวปุตฺเตติ อนฺตภาโวปลกฺขณํ. เต หิ นิปฺปิติกา อวินีตา อสํยตา ยํ กิญฺจิ การิโน. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว.
ภยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. ลกฺขณสุตฺตวณฺณนา
๒. ทุติเย ลกฺขียติ พาโล อยนฺติ ญายติ เอเตนาติ ลกฺขณํ, กมฺมํ ลกฺขณเมตสฺสาติ กมฺมลกฺขโณติ อาห ‘‘กายทฺวาราทิปวตฺตํ กมฺม’’นฺติอาทิ. อปทียนฺติ โทสา เอเตน รกฺขียนฺติ, ลูยนฺติ ฉิชฺชนฺติ วาติ อปทานํ, สตฺตานํ สมฺมา, มิจฺฉา วา ปวตฺตปฺปโยโค. เตน โสภตีติ อปทานโสภนี. เตนาห ‘‘ปญฺญา นามา’’ติอาทิ. อตฺตโน จริเตเนวาติ อตฺตโน จริยาย เอว. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว.
ลกฺขณสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓-๔. จินฺตีสุตฺตาทิวณฺณนา
๓-๔. ตติเย เอเตหีติ ทุจฺจินฺติตจินฺติตาทีหิ. เอเตน ลกฺขณสทฺทสฺส สรณตฺถตมาห. ตาเนวาติ ลกฺขณานิ เอว. อสฺสาติ พาลสฺส. พาโล อยนฺติ นิมียติ สญฺชานียติ เอเตหีติ พาลนิมิตฺตานิ. อปทานํ วุจฺจติ, วิขฺยาตํ กมฺมํ, ทุจฺจินฺติตจินฺติตาทีนิ จ พาเล วิขฺยาตานิ อสาธารณภาเวน. ตสฺมา ‘‘พาลสฺส อปทานานี’’ติ. อภิชฺฌาทีหิ ทุฏฺฐํ ทูสิตํ จินฺติตํ ทุจฺจินฺติตํ, ตํ จินฺเตตีติ ทุจฺจินฺติตจินฺตี. โลภาทีหิ ทุฏฺฐํ ภาสิตํ มุสาวาทาทึ ภาสตีติ ทุพฺภาสิตภาสี. เตสํเยว วเสน กตฺตพฺพโต ทุกฺกฏกมฺมํ ปาณาติปาตาทึ กโรตีติ ทุกฺกฏกมฺมการี. เตนาห ‘‘จินฺตยนฺโต’’ติอาทิ. วุตฺตานุสาเรนาติ ‘‘พาโล อย’’นฺติอาทินา วุตฺตสฺส อตฺถวจนสฺส ‘‘ปณฺฑิโต อยนฺติ เอเตหิ ลกฺขียตี’’ติอาทินา อนุสฺสรเณน. มโนสุจริตาทีนํ วเสนาติ ‘‘จินฺตยนฺโต อนภิชฺฌาพฺยาปาทสมฺมาทสฺสนวเสน สุจินฺติตเมว จินฺเตตี’’ติอาทินา มโนสุจริตาทีนํ ติณฺณํ สุจริตานํ วเสน โยเชตพฺพานิ. จตุตฺถํ วุตฺตนยตฺตา อุตฺตานตฺถเมว.
จินฺตีสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕-๑๐. อโยนิโสสุตฺตาทิวณฺณนา
๕-๑๐. ปญฺจเม กติ นุ โข อนุสฺสติฏฺฐานานีติอาทิ ฉกฺเก อาวิ ภวิสฺสตีติ. เอวํ จินฺติตนฺติ อโยนิโส จินฺติตํ. อปญฺหเมว ปญฺหนฺติ กเถสีติ อปญฺหเมว ปโญฺห อยนฺติ มญฺญมาโน วิสฺสชฺเชสิ. ทสวิธํ พฺยญฺชนพุทฺธึ อปริหาเปตฺวาติ –
‘‘สิถิลํ ธนิตญฺจ ทีฆรสฺสํ, ครุกํ ลหุกญฺจ นิคฺคหีตํ;
สมฺพนฺธํ ววตฺถิตํ วิมุตฺตํ, ทสธา พฺยญฺชนพุทฺธิยา ปเภโท’’ติ. (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๙๐; ม. นิ. อฏฺฐ. ๒.๒๙๑; ปริ. อฏฺฐ. ๔๘๕; วิ. สงฺค. อฏฺฐ. ๒๕๒) –
เอวํ วุตฺตํ ทสวิธํ พฺยญฺชนพุทฺธึ อปริหาเปตฺวา.
ตตฺถ ฐานกรณานิ สิถิลานิ กตฺวา อุจฺจาเรตพฺพํ อกฺขรํ สิถิลํ, ตานิเยว ธนิตานิ อสิถิลานิ กตฺวา อุจฺจาเรตพฺพํ อกฺขรํ ธนิตํ. ทฺวิมตฺตกาลํ ทีฆํ, เอกมตฺตกาลํ รสฺสํ. ครุกนฺติ ทีฆเมว, ยํ วา ‘‘อายสฺมโต พุทฺธรกฺขิตตฺเถรสฺสา’’ติ สํโยคปรํ กตฺวา วุจฺจติ, ลหุกนฺติ รสฺสเมว, ยํ วา ‘‘อายสฺมโต พุทฺธรกฺขิตเถรสฺสา’’ติ เอวํ วิสํโยคปรํ กตฺวา วุจฺจติ. นิคฺคหีตนฺติ ยํ กรณานิ นิคฺคเหตฺวา อวิสฺสชฺเชตฺวา อวิวเฏน มุเขน สานุนาสิกํ กตฺวา วตฺตพฺพํ. สมฺพนฺธนฺติ ยํ ปรปเทน สมฺพนฺธิตฺวา ‘‘ตุณฺหสฺสา’’ติ วุจฺจติ. ววตฺถิตนฺติ ยํ ปรปเทน อสมฺพนฺธํ กตฺวา วิจฺฉินฺทิตฺวา ‘‘ตุณฺหี อสฺสา’’ติ วุจฺจติ. วิมุตฺตนฺติ ยํ กรณานิ อนิคฺคเหตฺวา วิสฺสชฺเชตฺวา วิวเฏน มุเขน สานุนาสิกํ อกตฺวา วุจฺจติ. ทสธา พฺยญฺชนพุทฺธิยา ปเภโทติ เอวํ สิถิลาทิวเสน พฺยญฺชนพุทฺธิยา อกฺขรุปฺปาทกจิตฺตสฺส ทสปฺปกาเรน ปเภโท. สพฺพานิ หิ อกฺขรานิ จิตฺตสมุฏฺฐานานิ ยถาธิปฺเปตตฺถพฺยญฺชนโต พฺยญฺชนานิ จ.
‘‘อฏฺฐานํ โข เอตํ, อาวุโส สาริปุตฺตา’’ติอาทิ ปญฺจเก อาวิ ภวิสฺสติ. ‘‘กติ นุ โข, อานนฺท, อนุสฺสติฏฺฐานานี’’ติอาทิ ปน ฉกฺเก อาวิ ภวิสฺสติ. ฉฏฺฐาทีสุ นตฺถิ วตฺตพฺพํ.
อโยนิโสสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
พาลวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. รถการวคฺโค
๑. ญาตสุตฺตวณฺณนา
๑๑. ทุติยสฺส ปฐเม ญาโตเยว ปญฺญาโตติ อาห ‘‘ญาโต ปญฺญาโต’’ติ. กสฺส อนนุโลมิเกติ อาห ‘‘สาสนสฺสา’’ติ, สาสนสฺส อนนุโลมิเก อปฺปติรูเปติ อตฺโถ. อิทานิ อนนุโลมิกสทฺทสฺส นิพฺพจนํ ทสฺเสนฺโต ‘‘น อนุโลเมตีติ อนนุโลมิก’’นฺติ อาห. สาสนสฺสาติ วา สาสนนฺติ อตฺโถ. สาสนํ น อนุโลเมตีติ อนนุโลมิกนฺติ เอวเมตฺถ สมฺพนฺโธ ทฏฺฐพฺโพ. สภาควิสภาคนฺติ ลิงฺคโต สภาควิสภาคํ. ‘‘วิยปุคฺคเล’’ติ อาหาติ ลิงฺคสภาเคหิ อวิเสเสตฺวา อาห. อุมฺมาทํ ปาปุณีติ โส กิร สีลํ อธิฏฺฐาย ปิหิตทฺวารคพฺเภ สยนปิฏฺเฐ นิสีทิตฺวา ภริยํ อารพฺภ เมตฺตํ ภาเวนฺโต เมตฺตามุเขน อุปฺปนฺเนน ราเคน อนฺธีกโต ภริยาย สนฺติกํ คนฺตุกาโม ทฺวารํ อสลฺลกฺเขตฺวา ภิตฺตึ ภินฺทิตฺวาปิ นิกฺขมิตุกามตาย ภิตฺตึ ปหรนฺโต สพฺพรตฺตึ ภิตฺติยุทฺธมกาสิ. เสสเมตฺถ สุวิญฺเญยฺยเมว.
ญาตสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. สารณียสุตฺตวณฺณนา
๑๒. ทุติเย จตุปาริสุทฺธิสีลมฺปิ ปพฺพชฺชานิสฺสิตเมวาติ อิมินา ปพฺพชฺชูปคตสมนนฺตรเมว จตุปาริสุทฺธิสีลมฺปิ สมาทินฺนเมว โหตีติ ทสฺเสติ. มคฺคสนฺนิสฺสิตาเนว โหนฺตีติ มคฺคาธิคมตฺถาย ปฏิปชฺชิตพฺพตฺตา กสิณปริกมฺมาทีนิ มคฺคสนฺนิสฺสิตาเนว โหนฺติ, ตสฺมา มคฺคคฺคหเณเนว เตสมฺปิ คหณํ เวทิตพฺพํ, เตหิ วินา มคฺคาธิคมสฺส อสมฺภวโตติ อธิปฺปาโย.
อคฺคมคฺคาธิคเมน อสมฺโมหปฺปฏิเวธสฺส สิขาปตฺตตฺตา มคฺคธมฺเมสุ วิย ผลธมฺเมสุปิ สาติสโย อสมฺโมโหติ ‘‘สยํ อภิญฺญา’’ติ วุตฺตํ, สามํ ชานิตฺวาติ อตฺโถ. ตถา ชานนา ปนสฺส สจฺฉิกรณํ อตฺตปจฺจกฺขกิริยาติ ‘‘สจฺฉิกตฺวา’’ติ วุตฺตํ. เตนาห ‘‘อตฺตนาว อภิวิสิฏฺฐาย ปญฺญาย ปจฺจกฺขํ กตฺวา’’ติ. ตถา สจฺฉิกิริยา จสฺส อตฺตนิ ปฏิลาโภติ ‘‘อุปสมฺปชฺชา’’ติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘ปฏิลภิตฺวา’’ติ.
สารณียสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. อาสํสสุตฺตวณฺณนา
๑๓. ตติเย สนฺโตติ เอตฺถ สนฺต-สทฺโท ‘‘ทีฆํ สนฺตสฺส โยชน’’นฺติอาทีสุ (ธ. ป. ๖๐) กิลนฺตภาเว อาคโต. ‘‘อยญฺจ วิตกฺโก, อยญฺจ วิจาโร สนฺโต โหนฺติ สมิตา’’ติอาทีสุ (วิภ. ๕๗๖) นิรุทฺธภาเว. ‘‘อธิคโต โข มฺยายํ ธมฺโม, คมฺภีโร ทุทฺทโส ทุรนุโพโธ สนฺโต ปณีโต’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๖๗; ม. นิ. ๑.๒๘๑; สํ. นิ. ๑.๑๗๒; มหาว. ๗-๘) สนฺตญาณโคจรตายํ. ‘‘อุปสนฺตสฺส สทา สติมโต’’ติอาทีสุ (อุทา. ๒๗) กิเลสวูปสเม. ‘‘สนฺโต หเว สพฺภิ ปเวทยนฺตี’’ติอาทีสุ (ธ. ป. ๑๕๑) สาธูสุ. ‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, มหาโจรา สนฺโต สํวิชฺชมานา’’ติอาทีสุ (ปารา. ๑๙๕) อตฺถิภาเว. อิธาปิ อตฺถิภาเวเยวาติ อาห ‘‘สนฺโตติ อตฺถิ อุปลพฺภนฺตี’’ติ. ตตฺถ อตฺถีติ โลกสงฺเกตวเสน สํวิชฺชนฺติ. อตฺถิภาโว เหตฺถ ปุคฺคลสมฺพนฺเธน วุตฺตตฺตา โลกสมญฺญาวเสเนว เวทิตพฺโพ, น ปรมตฺถวเสน. อตฺถีติ เจตํ นิปาตปทํ ทฏฺฐพฺพํ ‘‘อตฺถิ อิมสฺมึ กาเย เกสา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๑๑๐) วิย.
สํวิชฺชมานาติ อุปลพฺภมานา. ยญฺหิ สํวิชฺชติ, ตํ อุปลพฺภติ. เตนาห ‘‘สํวิชฺชมานาติ ตสฺเสว เววจน’’นฺติ. อนาโสติ ปตฺถนารหิโต. เตนาห ‘‘อปตฺถโน’’ติ. อาสํสติ ปตฺเถตีติ อาสํโส. เวณุเวตฺตาทิวิลีเวหิ สุปฺปาทิภาชนการกา วิลีวการกา. มิคมจฺฉาทีนํ นิสาทนโต เนสาทา, มาควิกมจฺฉพนฺธาทโย. รเถสุ จมฺเมน นหนกรณโต รถการา, ธมฺมการา. ปุอิติ กรีสสฺส นามํ, ตํ กุเสนฺติ อปเนนฺตีติ ปุกฺกุสา, ปุปฺผจฺฉฑฺฑกา.
ทุพฺพณฺโณติ วิรูโป. โอโกฏิมโกติ อาโรหาภาเวน เหฏฺฐิมโก, รสฺสกาโยติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ลกุณฺฑโก’’ติ. ลกุ วิย ฆฏิกา วิย เฑติ ปวตฺตตีติ หิ ลกุณฺฑโก, รสฺโส. กณติ นิมีลตีติ กาโณ. ตํ ปนสฺส นิมีลนํ เอเกน อกฺขินา ทฺวีหิปิ จาติ อาห ‘‘เอกกฺขิกาโณ วา อุภยกฺขิกาโณ วา’’ติ. กุณนํ กุโณ, หตฺถเวกลฺลํ. ตํ เอตสฺส อตฺถีติ กุณี. ขญฺโช วุจฺจติ ปาทวิกโล. เหฏฺฐิมกายสงฺขาโต สรีรสฺส ปกฺโข ปเทโส หโต อสฺสาติ ปกฺขหโต. เตนาห ‘‘ปีฐสปฺปี’’ติ. ปทีเป ปทีปเน เอตพฺพํ เนตพฺพนฺติ ปทีเปยฺยํ, เตลาทิอุปกรณํ.
อาสํ น กโรตีติ รชฺชาภิเสเก กนิฏฺโฐ ปตฺถนํ น กโรติ เชฏฺเฐ สติ กนิฏฺฐสฺส อนธิการตฺตา. อภิเสกํ อรหตีติ อภิเสการโห, น อภิเสการโห กาณกุณิอาทิโทสสมนฺนาคโต.
สีลสฺส ทุฏฺฐุ นาม นตฺถิ, ตสฺมา อภาวตฺโถ อิธ ทุ-สทฺโทติ อาห ‘‘นิสฺสีโล’’ติ. ‘‘ปาปํ ปาเปน สุกร’’นฺติอาทีสุ (อุทา. ๔๘; จูฬว. ๓๔๓) วิย ปาป-สทฺโท นิหีนปริยาโยติ อาห ‘‘ลามกธมฺโม’’ติ. สีลวิปตฺติยา วา ทุสฺสีโล. ทิฏฺฐิวิปตฺติยา ปาปธมฺโม. กายวาจาสํวรเภเทน วา ทุสฺสีโล, มโนสํวรเภเทน, สติสํวราทิเภเทน วา ปาปธมฺโม. อสุทฺธปฺปโยคตาย ทุสฺสีโล, อสุทฺธาสยตาย ปาปธมฺโม. กุสลสีลวิรเหน ทุสฺสีโล, อกุสลสีลสมนฺนาคเมน ปาปธมฺโม. อสุจีหีติ อปริสุทฺเธหิ. สงฺกาหิ สริตพฺพสมาจาโรติ ‘‘อิมสฺส มญฺเญ อิทํ กมฺม’’นฺติ เอวํ ปเรหิ สงฺกาย สริตพฺพสมาจาโร. เตนาห ‘‘กิญฺจิเทวา’’ติอาทิ. อตฺตนาเยว วา สงฺกาหิ สริตพฺพสมาจาโรติ เอเตนปิ กมฺมสาธนตํเยว สงฺกสฺสรสทฺทสฺส ทสฺเสติ. อตฺตโน สงฺกาย ปเรสํ สมาจารกิริยํ สรติ อาสงฺกติ วิธาวตีติปิ สงฺกสฺสรสมาจาโรติ เอวเมตฺถ กตฺตุสาธนตาปิ ทฏฺฐพฺพา. ตสฺส หิ เทฺว ตโย ชเน กเถนฺเต ทิสฺวา ‘‘มม โทสํ มญฺเญ กเถนฺตี’’ติ เตสํ สมาจารํ สงฺกาย สรติ ธาวติ.
เอวํปฏิญฺโญติ สลากคฺคหณาทีสุ ‘‘กิตฺตกา วิหาเร สมณา’’ติ คณนาย อารทฺธาย ‘‘อหมฺปิ สมโณ, อหมฺปิ สมโณ’’ติ ปฏิญฺญํ ทตฺวา สลากคฺคหณาทีนิ กโรตีติ สมโณ อหนฺติ เอวํสมณปฺปฏิญฺโญ. สุมฺภกปตฺตธเรติ มตฺติกาปตฺตธเร. ปูตินา กมฺเมนาติ สํกิลิฏฺฐกมฺเมน, นิคฺคุณตาย วา คุณสารวิรหิตตฺตา อนฺโตปูติ. กสมฺพุกจวโร ชาโต สญฺชาโต อสฺสาติ กสมฺพุชาโตติ อาห ‘‘สญฺชาตราคาทิกจวโร’’ติ. อถ วา กสมฺพุ วุจฺจติ ตินฺตกุณปกสฏํ อุทกํ, อิมสฺมิญฺจ สาสเน ทุสฺสีโล นาม ชิคุจฺฉนียตฺตา ตินฺตกุณปอุทกสทิโส, ตสฺมา กสมฺพุ วิย ชาโตติ กสมฺพุชาโต. โลกุตฺตรธมฺมอุปนิสฺสยสฺส นตฺถิตายาติ ยตฺถ ปติฏฺฐิเตน สกฺกา ภเวยฺย อรหตฺตํ ลทฺธุํ, ตสฺสา ปติฏฺฐาย ภินฺนตฺตา วุตฺตํ. มหาสีลสฺมึ ปริปูรการิตายาติ ยตฺถ ปติฏฺฐิเตน สกฺกา ภเวยฺย อรหตฺตํ ปาปุณิตุํ, ตสฺมึ ปริปูรการิตาย.
อาสํสสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. จกฺกวตฺติสุตฺตวณฺณนา
๑๔. จตุตฺเถ จตูหิ สงฺคหวตฺถูหีติ ทานปิยวจนอตฺถจริยาสมานตฺตตาสงฺขาเตหิ จตูหิ สงฺคหการเณหิ. จกฺกํ วตฺเตตีติ อาณาจกฺกํ ปวตฺเตติ. จกฺกนฺติ วา อิธ รตนจกฺกํ เวทิตพฺพํ. อยญฺหิ จกฺกสทฺโท สมฺปตฺติยํ, ลกฺขเณ, รถงฺเค, อิริยาปเถ, ทาเน, รตนธมฺมขุรจกฺกาทีสุ จ ทิสฺสติ. ‘‘จตฺตาริมานิ, ภิกฺขเว, จกฺกานิ, เยหิ สมนฺนาคตานํ เทวมนุสฺสาน’’นฺติอาทีสุ (อ. นิ. ๔.๓๑) หิ สมฺปตฺติยํ ทิสฺสติ. ‘‘ปาทตเลสุ จกฺกานิ ชาตานี’’ติ (ที. นิ. ๒.๓๕; ๓.๒๐๔) เอตฺถ ลกฺขเณ. ‘‘จกฺกํว วหโต ปท’’นฺติ (ธ. ป. ๑) เอตฺถ รถงฺเค. ‘‘จตุจกฺกํ นวทฺวาร’’นฺติ (สํ. นิ. ๑.๒๙) เอตฺถ อิริยาปเถ. ‘‘ททํ ภุญฺช มา จ ปมาโท, จกฺกํ วตฺตย สพฺพปาณิน’’นฺติ (ชา. ๑.๗.๑๔๙) เอตฺถ ทาเน. ‘‘ทิพฺพํ จกฺกรตนํ ปาตุรโหสี’’ติ (ที. นิ. ๒.๒๔๓) เอตฺถ รตนจกฺเก. ‘‘มยา ปวตฺติตํ จกฺก’’นฺติ (สุ. นิ. ๕๖๒) เอตฺถ ธมฺมจกฺเก. ‘‘อิจฺฉาหตสฺส โปสสฺส, จกฺกํ ภมติ มตฺถเก’’ติ (ชา. ๑.๕.๑๐๓) เอตฺถ ขุรจกฺเก. ‘‘ขุรปริยนฺเตน จกฺเกนา’’ติ (ที. นิ. ๑.๑๖๖) เอตฺถ ปหรณจกฺเก. ‘‘อสนิวิจกฺก’’นฺติ (ที. นิ. ๓.๖๑) เอตฺถ อสนิมณฺฑเล. อิธ ปนายํ รตนจกฺเก ทฏฺฐพฺโพ.
กิตฺตาวตา ปนายํ จกฺกวตฺตี นาม โหติ? เอกงฺคุลทฺวงฺคุลมตฺตมฺปิ จกฺกรตนํ อากาสํ อพฺภุคฺคนฺตฺวา ปวตฺตติ. สพฺพจกฺกวตฺตีนญฺหิ นิสินฺนาสนโต อุฏฺฐหิตฺวา จกฺกรตนสมีปํ คนฺตฺวา หตฺถิโสณฺฑสทิสปนาฬึ สุวณฺณภิงฺคารํ อุกฺขิปิตฺวา อุทเกน อพฺภุกฺกิริตฺวา ‘‘อภิวิชินาตุ ภวํ จกฺกรตน’’นฺติ วจนสมนนฺตรเมว เวหาสํ อพฺภุคฺคนฺตฺวา จกฺกรตนํ ปวตฺตตีติ. ยสฺส ปวตฺติสมกาลเมว, โส ราชา จกฺกวตฺตี นาม โหติ.
ธมฺโมติ ทสกุสลกมฺมปถธมฺโม, ทสวิธํ วา จกฺกวตฺติวตฺตํ. ทสวิเธ วา กุสลธมฺเม อครหิเต วา ราชธมฺเม นิยุตฺโตติ ธมฺมิโก. เตน จ ธมฺเมน สกลโลกํ รญฺเชตีติ ธมฺมราชา. ธมฺเมน วา ลทฺธรชฺชตฺตา ธมฺมราชา. จกฺกวตฺตีหิ ธมฺเมน ญาเยน รชฺชํ อธิคจฺฉติ, น อธมฺเมน. ทสวิเธน จกฺกวตฺติวตฺเตนาติ ทสปฺปเภเทน จกฺกวตฺตีนํ วตฺเตน.
กึ ปน ตํ ทสวิธํ จกฺกวตฺติวตฺตนฺติ? วุจฺจเต –
‘‘กตมํ ปน ตํ, เทว, อริยํ จกฺกวตฺติวตฺตนฺติ? เตน หิ ตฺวํ, ตาต, ธมฺมํเยว นิสฺสาย ธมฺมํ สกฺกโรนฺโต ธมฺมํ ครุํ กโรนฺโต ธมฺมํ มาเนนฺโต ธมฺมํ ปูเชนฺโต ธมฺมํ อปจายมาโน ธมฺมทฺธโช ธมฺมเกตุ ธมฺมาธิปเตยฺโย ธมฺมิกํ รกฺขาวรณคุตฺตึ สํวิทหสฺสุ อนฺโตชนสฺมึ พลกายสฺมึ ขตฺติเยสุ อนุยนฺเตสุ พฺราหฺมณคหปติเกสุ เนคมชานปเทสุ สมณพฺราหฺมเณสุ มิคปกฺขีสุ. มา จ เต, ตาต, วิชิเต อธมฺมกาโร ปวตฺติตฺถ. เย จ เต, ตาต, วิชิเต อธนา อสฺสุ, เตสญฺจ ธนมนุปฺปเทยฺยาสิ. เย จ เต, ตาต, วิชิเต สมณพฺราหฺมณา มทปฺปมาทา ปฏิวิรตา ขนฺติโสรจฺเจ นิวิฏฺฐา เอกมตฺตานํ ทเมนฺติ, เอกมตฺตานํ สเมนฺติ, เอกมตฺตานํ ปรินิพฺพาเปนฺติ. เต กาเลน กาลํ อุปสงฺกมิตฺวา ปริปุจฺเฉยฺยาสิ ปริคฺคเณฺหยฺยาสิ – ‘กึ, ภนฺเต, กุสลํ กึ อกุสลํ, กึ สาวชฺชํ กึ อนวชฺชํ, กึ เสวิตพฺพํ กึ น เสวิตพฺพํ, กึ เม กริยมานํ ทีฆรตฺตํ อหิตาย ทุกฺขาย อสฺส, กึ วา ปน เม กริยมานํ ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย อสฺสา’ติ. เตสํ สุตฺวา ยํ อกุสลํ, ตํ อภินิวชฺเชยฺยาสิ, ยํ กุสลํ, ตํ สมาทาย วตฺเตยฺยาสิ. อิทํ โข, ตาต, ตํ อริยํ จกฺกวตฺติวตฺต’’นฺติ –
เอวํ จกฺกวตฺติสุตฺเต (ที. นิ. ๓.๘๔) อาคตนเยน อนฺโตชนสฺมึ พลกาเย เอกํ, ขตฺติเยสุ เอกํ, อนุยนฺเตสุ เอกํ, พฺราหฺมณคหปติเกสุ เอกํ, เนคมชานปเทสุ เอกํ, สมณพฺราหฺมเณสุ เอกํ, มิคปกฺขีสุ เอกํ, อธมฺมการปฺปฏิกฺเขโป เอกํ, อธนานํ ธนานุปฺปทานํ เอกํ, สมณพฺราหฺมเณ อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺหปุจฺฉนํ เอกนฺติ เอวเมวํ ตํ จกฺกวตฺติวตฺตํ ทสวิธํ โหติ. คหปติเก ปน ปกฺขิชาเต จ วิสุํ กตฺวา คณฺหนฺตสฺส ทฺวาทสวิธํ โหติ.
อญฺญถา วตฺติตุํ อเทนฺโต โส ธมฺโม อธิฏฺฐานํ เอตสฺสาติ ตทธิฏฺฐานํ. เตน ตทธิฏฺฐาเนน เจตสา. สกฺกโรนฺโตติ อาทรกิริยาวเสน กโรนฺโต. เตนาห ‘‘ยถา’’ติอาทิ. ครุํ กโรนฺโตติ ปาสาณจฺฉตฺตํ วิย ครุกรณวเสน ครุํ กโรนฺโต. เตเนวาห ‘‘ตสฺมึ คารวุปฺปตฺติยา’’ติ. ธมฺมาธิปติภูตาคตภาเวนาติ อิมินา ยถาวุตฺตธมฺมสฺส เชฏฺฐกภาเวน ปุริมตรํ อตฺตภาเวสุ สกฺกจฺจํ สมุปจิตภาวํ ทสฺเสติ. ธมฺมวเสเนว จ สพฺพกิริยานํ กรเณนาติ เอเตน ฐานนิสชฺชาทีสุ ยถาวุตฺตธมฺมนินฺนโปณปพฺภารภาวํ ทสฺเสติ. อสฺสาติ รกฺขาวรณคุตฺติยา. ปรํ รกฺขนฺโตติ อญฺญํ ทิฏฺฐธมฺมิกาทิอนตฺถโต รกฺขนฺโต. เตเนว ปรรกฺขสาธเนน ขนฺติอาทิคุเณน อตฺตานํ ตโต เอว รกฺขติ. เมตฺตจิตฺตตาติ เมตฺตจิตฺตตาย. นิวาสนปารุปนเคหาทีนิ สีตุณฺหาทิปฺปฏิพาหเนน อาวรณํ.
อนฺโตชนสฺมินฺติ อพฺภนฺตรภูเต ปุตฺตทาราทิชเน. สีลสํวเร ปติฏฺฐาเปนฺโตติ อิมินา รกฺขํ ทสฺเสติ. วตฺถคนฺธมาลาทีนิ จสฺส ททมาโนติ อิมินา อาวรณํ, อิตเรน คุตฺตึ. สมฺปทาเนนปีติ ปิ-สทฺเทน สีลสํวเรสุ ปติฏฺฐาปนาทีนํ สมฺปิณฺเฑติ. เอส นโย ปเรสุปิ ปิ-สทฺทคฺคหเณ. นิคโม นิวาโส เอเตสนฺติ เนคมา. เอวํ ชานปทาติ อาห ‘‘ตถา นิคมวาสิโน’’ติอาทินา.
รกฺขาวรณคุตฺติยา กายกมฺมาทีสุ สํวิทหนํ ฐปนํ นาม ตทุปเทโสเยวาติ วุตฺตํ ‘‘กเถตฺวา’’ติ. เอเตสูติ ปาฬิยํ วุตฺเตสุ สมณาทีสุ. ปฏิวตฺเตตุํ น สกฺกา ขีณานํ กิเลสานํ ปุน อนุปฺปชฺชนโต. เสสเมตฺถ สุวิญฺเญยฺยเมว.
จกฺกวตฺติสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. สเจตนสุตฺตวณฺณนา
๑๕. ปญฺจเม อิสโย ปตนฺติ สนฺนิปตนฺติ เอตฺถาติ อิสิปตนนฺติ อาห ‘‘พุทฺธปจฺเจกพุทฺธสงฺขาตาน’’นฺติอาทิ. สพฺพูปกรณานิ สชฺเชตฺวาติ สพฺพานิ รุกฺขสฺส เฉทนตจฺฉนาทิสาธนานิ อุปกรณานิ รญฺญา อาณตฺตทิวเสเยว สชฺเชตฺวา. นานา กรียติ เอเตนาติ นานากรณํ, นานาภาโวติ อาห ‘‘นานตฺต’’นฺติ. เนสนฺติ สรโลเปนายํ นิทฺเทโสติ อาห ‘‘น เอส’’นฺติ. ตถา อตฺเถสนฺติ เอตฺถาปีติ อาห ‘‘อตฺถิ เอส’’นฺติ. ปวตฺตนตฺถํ อภิสงฺขรณํ อภิสงฺขาโร, ตสฺส คติ เวคสา ปวตฺติ. ตํ สนฺธายาห ‘‘ปโยคสฺส คมน’’นฺติ.
สคณฺฑาติ ขุทฺทานุขุทฺทกคณฺฑา. เตนาห ‘‘อุณฺณโตณตฏฺฐานยุตฺตา’’ติ. สกสาวาติ สกสฏา. เตนาห ‘‘ปูติสาเรนา’’ติอาทิ. เอวํ คุณปตเนน ปติตาติ ยถา ตํ จกฺกํ นาภิอรเนมีนํ สโทสตาย น ปติฏฺฐาสิ, เอวเมกจฺเจ ปุคฺคลา กายวงฺกาทิวเสน สโทสตาย คุณปตเนน ปติตา สกฏฺฐาเน น ติฏฺฐนฺติ. เอตฺถ จ ผรุสวาจาทโยปิ อปายคมนียา โสตาปตฺติมคฺเคเนว ปหียนฺตีติ ทฏฺฐพฺพา.
สเจตนสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. อปณฺณกสุตฺตวณฺณนา
๑๖. ฉฏฺเฐ วิรชฺฌนกิริยา นาม ปจฺฉา สมาทาตพฺพตาย อปณฺณกปฺปโยคสมาทานา วิย โหติ, อวิรชฺฌนกิริยา ปน ปจฺฉา อสมาทาตพฺพตาย อนูนาติ ตํสมงฺคิปุคฺคโล อปณฺณโก, ตสฺส ภาโว อปณฺณกตาติ อาห ‘‘อปณฺณกปฏิปทนฺติ อวิรทฺธปฏิปท’’นฺติอาทิ. ยสฺมา สา อธิปฺเปตตฺถสาธเนน เอกํสิกา วฏฺฏโต นิยฺยานาวหา, ตตฺถ จ ยุตฺติยุตฺตา อสาราปคตา อวิรุทฺธตาย อปจฺจนีกา อนุโลมิกา อนุธมฺมภูตา จ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘เอกํสปฏิปท’’นฺติอาทิ. น ตกฺกคฺคาเหน วา นยคฺคาเหน วาติ ตกฺกคฺคาเหน วา ปฏิปนฺโน น โหติ นยคฺคาเหน วา อปณฺณกปฏิปทํ ปฏิปนฺโน. ตตฺถ ตกฺกคฺคาเหน วาติ อาจริยํ อลภิตฺวา ‘‘เอวํ เม สุคติ, นิพฺพานํ วา ภวิสฺสตี’’ติ อตฺตโน ตกฺกคฺคหณมตฺเตน. นยคฺคาเหนาติ ปจฺจกฺขโต อทิสฺวา นยโต อนุมานโต คหเณน. เอวํ คเหตฺวา ปฏิปนฺโนติ ตกฺกมตฺเตน, นยคฺคาเหน วา ปฏิปนฺโน. ปณฺฑิตสตฺถวาโห วิย สมฺปตฺตีหิ น ปริหายตีติ โยชนา.
ยํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ ปริหานญฺจ อปริหานญฺจ สนฺธาย ชาตเก (ชา. ๑.๑.๑) วุตฺตํ. อยํ ปเนตฺถ คาถาย อตฺถโยชนา – อปณฺณกํ ฐานํ อวิรทฺธการณํ นิยฺยานิกการณํ เอเก โพธิสตฺตปฺปมุขา ปณฺฑิตมนุสฺสา คณฺหึสุ. เย ปน เต พาลสตฺถวาหปุตฺตปฺปมุขา ตกฺกิกา อาหุ, เต ทุติยํ สาปราธํ อเนกํสิกํ ฐานํ อนิยฺยานิกํ การณํ อคฺคเหสุํ, เต กณฺหปฏิปทํ ปฏิปนฺนา. ตตฺถ สุกฺกปฏิปทา อปริหานิปฏิปทา, กณฺหปฏิปทา ปริหานิปฏิปทา, ตสฺมา เย สุกฺกปฏิปทํ ปฏิปนฺนา, เต อปริหีนา โสตฺถิภาวํ ปตฺตา. เย ปน กณฺหปฏิปทํ ปฏิปนฺนา, เต ปริหีนา อนยพฺยสนํ อาปนฺนาติ อิมมตฺถํ ภควา อนาถปิณฺฑิกสฺส คหปติโน วตฺวา อุตฺตริ อิทมาห ‘‘เอตทญฺญาย เมธาวี, ตํ คเณฺห ยทปณฺณก’’นฺติ.
ตตฺถ เอตทญฺญาย เมธาวีติ เมธาติ ลทฺธนามาย วิสุทฺธาย อุตฺตมาย ปญฺญาย สมนฺนาคโต กุลปุตฺโต เอตํ อปณฺณกํ ฐานํ ทุติยญฺจาติ ทฺวีสุ อตกฺกคฺคาหตกฺกคฺคาหสงฺขาเตสุ ฐาเนสุ คุณโทสํ วุทฺธิหานึ อตฺถานตฺถํ ญตฺวาติ อตฺโถ. ตํ คเณฺห ยทปณฺณกนฺติ ยํ อปณฺณกํ เอกํสิกํ สุกฺกปฏิปทาอปริหานิยปฏิปทาสงฺขาตํ นิยฺยานิกการณํ, ตเทว คเณฺหยฺย. กสฺมา? เอกํสิกาทิภาวโตเยว. อิตรํ ปน น คเณฺหยฺย. กสฺมา? อเนกํสิกาทิภาวโตเยว.
ยวนฺติ ตาย สตฺตา อมิสฺสิตาปิ สมานชาติตาย มิสฺสิตา วิย โหนฺตีติ โยนิ. สา ปน อตฺถโต อณฺฑาทิอุปฺปตฺติฏฺฐานวิสิฏฺโฐ ขนฺธานํ ภาคโส ปวตฺติวิเสโสติ อาห ‘‘ขนฺธโกฏฺฐาโส โยนิ นามา’’ติ. การณํ โยนิ นาม, โยนีติ ตํ ตํ ผลํ อนุปจิตญาณสมฺภาเรหิ ทุรวคาธเภทตาย มิสฺสิตํ วิย โหตีติ. ยโต เอกตฺตนเยน โส เอวายนฺติ พาลานํ มิจฺฉาคาโห. ปสฺสาวมคฺโค โยนิ นาม ยวนฺติ ตาย สตฺตา โยนิสมฺพนฺเธน มิสฺสิตา โหนฺตีติ. ปคฺคหิตา อนุฏฺฐาเนน, ปุนปฺปุนํ อาเสวนาย ปริปุณฺณา.
‘‘จกฺขุโตปี’’ติอาทิมฺหิ ปน จกฺขุวิญฺญาณาทิวีถีสุ ตทนุคตมโนวิญฺญาณวีถีสุ จ กิญฺจาปิ กุสลาทีนํ ปวตฺติ อตฺถิ, กามาสวาทโย เอว ปน วณโต ยูสํ วิย ปคฺฆรนกอสุจิภาเวน สนฺทนฺติ, ตสฺมา เต เอว ‘‘อาสวา’’ติ วุจฺจนฺติ. ตตฺถ หิ ปคฺฆรนกอสุจิมฺหิ อาสวสทฺโท นิรุโฬฺหติ. ธมฺมโต ยาว โคตฺรภูติ ตโต ปรํ มคฺคผเลสุ อปฺปวตฺตนโต วุตฺตํ. เอเต หิ อารมฺมณกรณวเสน ธมฺเม คจฺฉนฺตา ตโต ปรํ น คจฺฉนฺติ. นนุ ตโต ปรํ ภวงฺคาทีนิปิ คจฺฉนฺตีติ เจ? น, เตสมฺปิ ปุพฺเพ อาลมฺพิเตสุ โลกิยธมฺเมสุ สาสวภาเวน อนฺโตคธตฺตา ตโต ปรตาภาวโต. เอตฺถ จ โคตฺรภุวจเนน โคตฺรภุโวทานผลสมาปตฺติปุเรจาริกปริกมฺมานิ วุตฺตานีติ เวทิตพฺพานิ. ปฐมมคฺคปุเรจาริกเมว วา โคตฺรภุ อวธินิทสฺสนภาเวน คหิตํ, ตโต ปรํ ปน มคฺคผลสมานตาย อญฺเญสุ มคฺเคสุ มคฺควีถิยํ สมาปตฺติวีถียํ นิโรธานนฺตรญฺจ ปวตฺตมาเนสุ ผเลสุ นิพฺพาเน จ อาสวานํ ปวตฺติ นิวาริตาติ เวทิตพฺพํ. สวนฺตีติ คจฺฉนฺติ, อารมฺมณกรณวเสน ปวตฺตนฺตีติ อตฺโถ. อวธิอตฺโถ อา-กาโร, อวธิ จ มริยาทาภิวิธิเภทโต ทุวิโธ. ตตฺถ มริยาทํ กิริยํ พหิ กตฺวา ปวตฺตติ ยถา ‘‘อาปาฏลีปุตฺตํ วุฏฺโฐ เทโว’’ติ. อภิวิธิ ปน กิริยํ พฺยาเปตฺวา ปวตฺตติ ยถา ‘‘อาภวคฺคํ ภควโต ยโส ปวตฺตตี’’ติ. อภิวิธิอตฺโถ จายมา-กาโร อิธ คหิโตติ วุตฺตํ ‘‘อนฺโตกรณตฺโถ’’ติ.
มทิราทโยติ อาทิ-สทฺเทน สินฺธวกาทมฺพริกาโปติกาทีนํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. จิรปาริวาสิยฏฺโฐ จิรปริวุฏฺฐตา ปุราณภาโว. อวิชฺชา นาโหสีติอาทีติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน ‘‘ปุริมา, ภิกฺขเว, โกฏิ น ปญฺญายติ ภวตณฺหายา’’ติ (อ. นิ. ๑๐.๖๒) อิทํ สุตฺตํ สงฺคหิตํ. อวิชฺชาสวภวาสวานํ จิรปริวุฏฺฐตาย ทสฺสิตาย ตพฺภาวภาวิโน กามาสวสฺส จิรปริวุฏฺฐตา ทสฺสิตาว โหติ. อญฺเญสุ จ ยถาวุตฺเต ธมฺเม โอกาสญฺจ อารมฺมณํ กตฺวา ปวตฺตมาเนสุ มานาทีสุ วิชฺชมาเนสุ อตฺตตฺตนิยาทิคฺคาหวเสน อภิพฺยาปนํ มทกรณวเสน อาสวสทิสตา จ เอเตสํเยว, น อญฺเญสนฺติ เอเตเสฺวว อาสวสทฺโท นิรุโฬฺหติ ทฏฺฐพฺโพ. อายตํ อนาทิกาลิกตฺตา. ปสวนฺตีติ ผลนฺติ. น หิ กิญฺจิ สํสารทุกฺขํ อตฺถิ, ยํ อาสเวหิ วินา อุปฺปชฺเชยฺย. ปุริมานิ เจตฺถาติ เอเตสุ จตูสุ อตฺถวิกปฺเปสุ ปุริมานิ ตีณิ. ยตฺถาติ เยสุ สุตฺตาภิธมฺมปฺปเทเสสุ. ตตฺถ ยุชฺชนฺติ กิเลเสสุเยว ยถาวุตฺตสฺส อตฺถตฺตยสฺส สมฺภวโต. ปจฺฉิมํ กมฺเมปีติ ปจฺฉิมํ ‘‘อายตํ วา สํสารทุกฺขํ สวนฺติ ปสวนฺตี’’ติ วุตฺตนิพฺพจนํ กมฺเมปิ ยุชฺชติ ทุกฺขปฺปสวนสฺส กิเลสกมฺมสาธารณตฺตา.
ทิฏฺฐธมฺมา วุจฺจนฺติ ปจฺจกฺขภูตา ขนฺธา, ทิฏฺฐธมฺเม ภวา ทิฏฺฐธมฺมิกา. วิวาทมูลภูตาติ วิวาทสฺส มูลการณภูตา โกธูปนาหมกฺขปลาสอิสฺสามจฺฉริยมายาสาเฐยฺยถมฺภสารมฺภมานาติมานา. เยน เทวูปปตฺยสฺสาติ เยน กมฺมกิเลสปฺปกาเรน อาสเวน เทเวสุ อุปปตฺติ นิพฺพตฺติ อสฺส มยฺหนฺติ สมฺพนฺโธ. คนฺธพฺโพ วา วิหงฺคโม อากาสจารี อสฺสนฺติ วิภตฺตึ วิปริณาเมตฺวา โยเชตพฺพํ. เอตฺถ จ ยกฺขคนฺธพฺพวินิมุตฺตา สพฺพา เทวตา เทวคฺคหเณน คหิตา. นโฬ วุจฺจติ มูลํ, ตสฺมา วินฬีกตาติ วิคตนฬา วิคตมูลา กตาติ อตฺโถ. อวเสสา จ อกุสลา ธมฺมาติ อกุสลกมฺมโต อวเสสา อกุสลา ธมฺมา อาสวาติ อาคตาติ สมฺพนฺโธ.
ปฏิฆาตายาติ ปฏิเสธนาย. ปรูปวาท…เป… อุปทฺทวาติ อิทํ ยทิ ภควา สิกฺขาปทํ น ปญฺญาเปยฺย, ตโต อสทฺธมฺมปฺปฏิเสวนอทินฺนาทานปาณาติปาตาทิเหตุ เย อุปฺปชฺเชยฺยุํ ปรูปวาทาทโย ทิฏฺฐธมฺมิกา นานปฺปการา อนตฺถา, เย จ ตนฺนิมิตฺตเมว นิรยาทีสุ นิพฺพตฺตสฺส ปญฺจวิธพนฺธนกมฺมการณาทิวเสน มหาทุกฺขานุภวาทิปฺปการา อนตฺถา, เต สนฺธาย วุตฺตํ.
เต ปเนเตติ เอเต กามราคาทิกิเลสเตภูมกกมฺมปรูปวาทาทิอุปฺปทฺทวปฺปการา อาสวา. ยตฺถาติ ยสฺมึ วินยาทิปาฬิปฺปเทเส. ยถาติ เยน ทุวิธาทิปฺปกาเรน อวเสเสสุ จ สุตฺตนฺเตสุ ติธา อาคตาติ สมฺพนฺโธ. นิรยํ คเมนฺตีติ นิรยคามินิยา. ฉกฺกนิปาเตติ ฉกฺกนิปาเต อาหุเนยฺยสุตฺเต (อ. นิ. ๖.๕๘). ตตฺถ หิ อาสวา ฉธา อาคตา.
สรสเภโทติ ขณิกนิโรโธ. ขีณากาโรติ อจฺจนฺตาย ขีณตา. อาสวา ขียนฺติ ปหียนฺติ เอเตนาติ อาสวกฺขโย, มคฺโค. อาสวานํ ขยนฺเต อุปฺปชฺชนโต อาสวกฺขโย, ผลํ. อาสวกฺขเยน ปตฺตพฺพโต อาสวา ขียนฺติ เอตฺถาติ อาสวกฺขโย, นิพฺพานํ. วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๒.๕๕๗-๕๖๐) วิตฺถาริโต, ตสฺมา ตตฺถ, ตํ สํวณฺณนาย จ วุตฺตนเยน เวทิตพฺโพ.
ตถาติ อิมินา วิสุทฺธิมคฺเค วิตฺถาริตตํ อุปสํหรติ. กุสลปฺปวตฺตึ อาวรนฺติ นิวาเรนฺตีติ อาวรณียา. ปุริมปฺปวตฺติวเสนาติ นิทฺโทกฺกมนโต ปุพฺเพ กมฺมฏฺฐานสฺส ปวตฺติวเสน. ฐเปตฺวาติ หตฺถคตํ กิญฺจิ ฐเปนฺโต วิย กมฺมฏฺฐานํ สติสมฺปชญฺญวเสน ฐเปตฺวา กมฺมฏฺฐานเมว มนสิกโรนฺโต นิทฺทํ โอกฺกมติ, ฌานสมาปนฺโน วิย ยถาปริจฺฉินฺเนเนว กาเลน ปพุชฺฌมาโน กมฺมฏฺฐานํ ฐปิตฏฺฐาเน คณฺหนฺโตเยว ปพุชฺฌติ นาม. เตน วุตฺตํ ‘‘ตสฺมา…เป… นาม โหตี’’ติ. มูลกมฺมฏฺฐาเนติ อาทิโต ปฏฺฐาย ปริหริยมานกมฺมฏฺฐาเน. ปริคฺคหกมฺมฏฺฐานวเสนาติ สยนํ อุปคจฺฉนฺเตน ปริคฺคหมานกมฺมฏฺฐานมนสิการวเสน. โส ปน ธาตุมนสิการวเสน อิจฺฉิตพฺโพติ ทสฺเสตุํ ‘‘อยํ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ.
อปณฺณกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. อตฺตพฺยาพาธสุตฺตวณฺณนา
๑๗. สตฺตเม พฺยาพาธนํ ทุกฺขาปนนฺติ อาห ‘‘อตฺตพฺยาพาธายาติ อตฺตทุกฺขายา’’ติ. มคฺคผลจิตฺตุปฺปาทาปิ กายสุจริตาทิสงฺคโห เอวาติ อาห ‘‘อวาริตาเนวา’’ติ.
อตฺตพฺยาพาธสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘. เทวโลกสุตฺตวณฺณนา
๑๘. อฏฺฐเม อิตีติ ปทสนฺธิพฺยญฺชนสิลิฏฺฐตาติ ปุริมปทานํ ปจฺฉิมปเทหิ อตฺถโต สหิตตาย พฺยญฺชนานํ วากฺยานํ สิลิฏฺฐตาย ทีปเน นิปาโต.
เทวโลกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๙. ปฐมปาปณิกสุตฺตวณฺณนา
๑๙. นวเม อุคฺฆาเฏตฺวาติ อาสนทฺวารญฺเจว ภณฺฑปสิพฺพเก จ วิวริตฺวา. นาธิฏฺฐาตีติ ตํตํกยวิกฺกเย อตฺตนา โวโยคํ นาปชฺชติ. ทิวากาเลติ มชฺฌนฺหิกสมเย. อสฺสามิโก โหติ ตีสุปิ กาเลสุ ลทฺธพฺพลาภสฺส อลภนโต. อปติวาตาพาธํ รตฺติฏฺฐานํ. ฉายุทกสมฺปนฺนํ ทิวาฏฺฐานํ. วิปสฺสนาปิ วฏฺฏติ วิปสฺสนากมฺมิโกเยว. เตนปิ หิ นวธา อินฺทฺริยานํ ติกฺขตฺตํ อาปาเทนฺเตน สมาธินิมิตฺตํ คเหตพฺพํ, วิปสฺสนานิมิตฺตํ สมาหิตาการสลฺลกฺขณาย.
ปฐมปาปณิกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๐. ทุติยปาปณิกสุตฺตวณฺณนา
๒๐. ทสเม วิสิฏฺฐธุโรติ วิสิฏฺฐธุรสมฺปคฺคาโห วีริยสมฺปนฺโน. ญาณวีริยายตฺตา หิ อตฺถสิทฺธิโย. เตนาห ‘‘อุตฺตมธุโร’’ติอาทิ. วิกฺกายิกภณฺฑนฺติ วิกฺกเยตพฺพภณฺฑํ. นิกฺขิตฺตธเนนาติ นิทหิตฺวา ฐปิตธนวเสน. วฬญฺชนกวเสนาติ ทิวเส ทิวเส ทานูปโภควเสน วฬญฺชิตพฺพธนวเสน. อุปโภคปริโภคภณฺเฑนาติ อุปโภคปริโภคูปกรเณน. นิปตนฺตีติ นิปาเตนฺติ, อตฺตโน ธนคฺคเหน นิปาตวุตฺติเก กโรนฺติ. เตนาห ‘‘นิมนฺเตนฺตี’’ติ.
ญาณถาเมนาติ ญาณสฺส ถิรภาเวน. ญาณปรกฺกเมนาติ ญาณสหิเตน วีริเยน. ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกปรมตฺถเภทญฺหิ เยน สุเตน อิชฺฌติ, ตํ สุตํ นาม. อุกฺกฏฺฐนิทฺเทเสน ทสฺเสนฺโต ‘‘เอกนิกาย…เป… พหุสฺสุตา’’ติ อาห. อาคโตติ สุปฺปวตฺติภาเวน สฺวาคโต. เตนาห ‘‘ปคุโณ ปวตฺติโต’’ติ. อภิธมฺเม อาคตา กุสลาทิกฺขนฺธาทิเภทภินฺนา ธมฺมา สุตฺตนฺตปิฏเกปิ โอตรนฺตีติ ‘‘ธมฺมธราติ สุตฺตนฺตปิฏกธรา’’อิจฺเจว วุตฺตํ. น หิ อาภิธมฺมิกภาเวน วินา นิปฺปริยายโต สุตฺตนฺตปิฏกญฺญุตา สมฺภวติ. เทฺวมาติกาธราติ ภิกฺขุภิกฺขุนิมาติกาวเสน เทฺวมาติกาธราติ วทนฺติ, ‘‘วินยาภิธมฺมมาติกาธรา’’ติ ยุตฺตํ. ปริปุจฺฉตีติ สพฺพภาเคน ปุจฺฉิตพฺพํ ปุจฺฉติ. เตนาห ‘‘อตฺถานตฺถํ การณาการณํ ปุจฺฉตี’’ติ. ปริคฺคณฺหาตีติ วิจาเรติ.
น เอวํ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพติ เอวํ เทสนานุกฺกเมน อตฺโถ น คเหตพฺโพ. อญฺโญ หิ เทสนากฺกโม เวเนยฺยชฺฌาสยวเสน ปวตฺตนโต, อญฺโญ ปฏิปตฺติกฺกโม. เหฏฺฐิเมน วา ปริจฺเฉโทติ สีลสมาธิปญฺญาสงฺขาเตสุ ตีสุ ภาเคสุ กตฺถจิ เหฏฺฐิมนเยน เทสนาย ปริจฺเฉทํ เวทิตพฺพํ สีเลน, กตฺถจิ อุปริเมน ภาเคน ปญฺญาย, กตฺถจิ ทฺวีหิปิ ภาเคหิ สีลปญฺญาวเสน. อิธ ปน สุตฺเต อุปริเมน ภาเคน ปริจฺเฉโท เวทิตพฺโพติ วตฺวา ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิมาห. ยสฺมา วา ภควา เวเนยฺยชฺฌาสยวเสน ปฐมํ กลฺยาณมิตฺตํ ทสฺเสนฺโต อรหตฺตํ ปเวเทตฺวา ‘‘ตยิทํ อรหตฺตํ อิมาย อารทฺธวีริยตาย โหตี’’ติ ทสฺเสนฺโต วีริยารมฺภํ ปเวเทตฺวา ‘‘สฺวายํ วีริยารมฺโภ อิมินา กลฺยาณมิตฺตสนฺนิสฺสเยน ภวตี’’ติ ทสฺเสนฺโต นิสฺสยสมฺปตฺตึ ปเวเทติ เหฏฺฐา ทสฺสิตนิทสฺสนานุรูปนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
ทุติยปาปณิกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
รถการวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. ปุคฺคลวคฺโค
๑. สมิทฺธสุตฺตวณฺณนา
๒๑. ตติยสฺส ปฐเม รุจฺจตีติ กายสกฺขิอาทีสุ ปุคฺคเลสุ อติวิย สุนฺทรตรปณีตตรภาเวน เต จิตฺตสฺส อภิรุจิอุปฺปาทโก กตโมติ ปุจฺฉติ. สทฺธินฺทฺริยํ ธุรํ อโหสิ สทฺธาธุรํ มคฺควุฏฺฐานนฺติ กตฺวา, เสสินฺทฺริยานิ ปน กถนฺติ อาห ‘‘เสสานี’’ติอาทิ. ปฏิวิทฺธมคฺโควาติ ตีหิปิ เถเรหิ อตฺตโน อตฺตโน ปฏิวิทฺธอรหตฺตมคฺโค เอว กถิโต, ตสฺมา น สุกรํ เอกํเสน พฺยากาตุํ ‘‘อยํ…เป… ปณีตตโร จา’’ติ. ภุมฺมนฺตเรเนว กเถสิ ‘‘ตีสุปิ ปุคฺคเลสุ อคฺคมคฺคฏฺโฐว ปณีตตโร’’ติ.
สมิทฺธสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. คิลานสุตฺตวณฺณนา
๒๒. ทุติเย หิตานีติ ภพฺยานิ. วุทฺธิกรานีติ อาโรคฺยาทิวุทฺธิกรานิ. อนุจฺฉวิกนฺติ อุปฏฺฐานกิริยาย อนุรูปํ. วาตาปมารโรเคนาติ วาตโรเคน จ อปมารโรเคน จ, วาตนิทาเนน วา อปมารโรเคน. นิฏฺฐปฺปตฺตคิลาโนติ ‘‘อิมินา โรเคน น จิรสฺเสว มริสฺสตี’’ติ นิฏฺฐํ ปตฺโต คิลาโน. ขิปิตกํ นาม วมถุโรโค. กจฺฉูติ ถุลฺลกจฺฉุอาพาโธ. ติณปุปฺผกชโร วิสมวาตสมฺผสฺสชโรโค. เยสนฺติ เยสํ โรคานํ. ปฏิชคฺคเนนาติ ปฏิการมตฺเตน. ผาสุกนฺติ พฺยาธิวูปสมเนน สรีรสฺส ผาสุภาโว. พฺยาธินิทานสมุฏฺฐานชานเนน ปณฺฑิโต, ปฏิการกิริยาย ยุตฺตการิตาย ทกฺโข, อุฏฺฐานวีริยสมฺปตฺติยา อนลโส.
ปทปรโม ปุคฺคโล กถิโต สมฺมตฺตนิยาโมกฺกมนสฺส อโยคฺคภาวโต. อลภนฺโตว ตถาคตปฺปเวทิตํ ธมฺมวินยํ สวนาย โอกฺกมติ นิยามํ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺตํ ปจฺเจกโพธึ. ยนฺติ, ยโต. โอวาทํ ลภิตฺวาติ อาภิสมาจาริกวตฺตํ โอวาทมตฺตํ. เอตฺตโกปิ หิ ตสฺส หิตาวโหติ. ตนฺนิสฺสิโตวาติ วิปญฺจิตญฺญุนิสฺสิโตว โหติ. ปุนปฺปุนํ เทเสตพฺโพว สมฺมตฺตนิยาโมกฺกมนสฺส โยคฺคภาวโต.
คิลานสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. สงฺขารสุตฺตวณฺณนา
๒๓. ตติเย วิวิเธหิ อากาเรหิ อาพาธนโต พฺยาพาโธว พฺยาพชฺฌํ, กายิกํ เจตสิกญฺจ ทุกฺขํ. สห พฺยาพชฺเฌน วตฺตตีติ สพฺยาพชฺฌํ. เตนาห ‘‘สทุกฺข’’นฺติ. เจตนาราสินฺติ ปุพฺพเจตนาทิราสึ. เจตนํ ปุนปฺปุนํ ปวตฺเตนฺโต ‘‘ราสึ กโรติ ปิณฺฑํ กโรตี’’ติ จ วุตฺโต. สทุกฺขนฺติ นิรนฺตรทุกฺขํ. เตนาห ‘‘สาพาธํ นิรสฺสาท’’นฺติ. อตฺถีติ อุชุกํ ทุกฺขเวทนา นตฺถีติ อวตฺตพฺพตฺตา วุตฺตํ. อนิฏฺฐสภาวตฺตา อนิฏฺฐารมฺมณตฺตา จ ทุกฺขปกฺขิกาว สา ทฏฺฐพฺพา. น หิ อกุสลวิปากา อิฏฺฐา นาม อตฺถี, กุสลวิปากา ปน อุเปกฺขาเวทนา ตตฺถ อปฺปาวสรา. อฏฺฐกถายํ ปน นิรยสฺส ทุกฺขพหุลตฺตา ทุกฺขสฺส จ ตตฺถ พลวตาย สา อพฺโพหาริกฏฺฐาเน ฐิตาติ วุตฺตํ. อุปมํ กตฺวา อาหโฏ วิเสโส วิย สามญฺญสฺส ยถา อโยปิณฺฑิโรหิโน วิย รูปานนฺติ. ปฏิภาคอุปมาติ ปฏิพิมฺพอุปมา.
เต อคฺคเหตฺวาติ เหฏฺฐิมพฺรหฺมโลเก อคฺคเหตฺวา. โวมิสฺสกสุขทุกฺขนฺติ วิมิสฺสกสุขทุกฺขํ ปีติมิสฺสกภาวโต. กมฺมนฺติ ปาปกมฺมํ. กมฺมสีเสน ผลํ วทติ. กามญฺเจตฺถ ‘‘อพฺยาพชฺฌํ โลกํ อุปปชฺชตี’’ติ อาคตํ, ‘‘อพฺยาพชฺฌา ผสฺสา ผุสนฺตี’’ติ ปน วจเนน โลกุตฺตรผสฺสาปิ สงฺคยฺหนฺตีติ ‘‘ตีณิ สุจริตานิ โลกิยโลกุตฺตรมิสฺสกานิ กถิตานี’’ติ วุตฺตํ.
สงฺขารสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. พหุการสุตฺตวณฺณนา
๒๔. จตุตฺเถ อวสฺสยํ คโตติ วฏฺฏทุกฺขปริมุตฺติยา อวสฺสโย มยฺหนฺติ สรณคมนกฺกเมน อุปคโต โหติ. สตนฺติกนฺติ สปริยตฺติธมฺมํ. อคฺคหิตสรณปุพฺพสฺสาติ อคฺคหิตปุพฺพสรณสฺส. อกตาภินิเวสสฺส วเสน วุตฺตนฺติ ตสฺมึ อตฺตภาเว น กโต สรณคมนาภินิเวโส เยนาติ อกตาภินิเวโส, ตสฺส วเสน วุตฺตํ. กามํ ปุพฺเพปิ สรณทายโก อาจริโย วุตฺโต, ปพฺพชฺชาทายโกปิ สรณทายโกว. ปุพฺเพ ปน อุปาสกภาวาปาทกวเสน สรณทายโก อธิปฺเปโต. อิทํ ปน คหิตปพฺพชฺชสฺส สรณคมนํ. ปพฺพชา หิ สวิเสสํ สรณคมนนฺติ ปพฺพชฺชาทายโก ปุน วุตฺโต. เอเตติ ปพฺพชฺชาทายกาทโย. ทุวิเธน ปริจฺฉินฺนาติ โลกิยธมฺมสมฺปาปโก โลกุตฺตรธมฺมสมฺปาปโกติ ทฺวิปฺปกาเรน ปริจฺฉินฺนา, กตาภินิเวสอกตาภินิเวสวเสน วา. อุปรีติ ปฐมมคฺคโต อุปริ. เนว สกฺโกตีติ อาจริเยน กตสฺส อุปการสฺส มหานุภาวตฺตา ตสฺส ปติการํ นาม กาตุํ น สกฺโกติ.
พหุการสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. วชิรูปมสุตฺตวณฺณนา
๒๕. ปญฺจเม อรุอิติ ปุราณํ ทุฏฺฐวณํ วุจฺจติ. ก-กาโร ปทสนฺธิกโรติ อรุกูปมํ จิตฺตํ เอตสฺสาติ อรุกูปมจิตฺโต อปฺปมตฺตกสฺสปิ ทุกฺขสฺส อสหนโต. เสสปททฺวเยปิ เอเสว นโย. อิตฺตรกาโลภาเสนาติ ปริตฺตเมว กาโล ญาโณภาสวิรเหน. ลคตีติ โกธาสงฺควเสน กุปฺปนฺโต ปุคฺคโล สมฺมุขา, ‘‘กึ วทสี’’ติอาทินา ปรมฺมุขา จ อุปนยฺหนวเสน ลคติ, น ตณฺหาสงฺควเสน. กุปฺปตีติ กุชฺฌติ. พฺยาปชฺชตีติ วิปนฺนจิตฺโต โหติ. ถทฺธภาวํ อาปชฺชติ อีสกมฺปิ มุทุตฺตาภาวโต. ทุฏฺฐารุโกติ มํสโลหิตานํ ทุฏฺฐภาเวน ปกติภาวํ ชหิตฺวา ฐิโต ทุฏฺฐวโณ. ‘‘ทุฏฺฐารุตา’’ติปิ ปฐนฺติ, ตตฺถาปิ ตากาโร ปทสนฺธิกโร.
ตสฺสาติ ทุฏฺฐารุกสฺส. สวนนฺติ อสุจิวิสนฺทนํ. อุทฺธุมาตสฺส วิยาติ โกเธน อุทฺธํ อุทฺธํ ธุมาตกสฺส วิย โกธูปายาสสฺส อวิสฺสชฺชนโต. จณฺฑิกตสฺสาติ กุปิตสฺส. เอตฺถ จ กิญฺจาปิ เหฏฺฐิมมคฺควชฺฌาปิ กิเลสา เตหิ อนุปฺปตฺติธมฺมตํ อาปาทิตตฺตา สมุจฺฉินฺนา, ตถาปิ ตสฺมึ สนฺตาเน อคฺคมคฺคสฺส อนุปฺปนฺนตฺตา ตตฺถ อปฺปหีนาปิ กิเลสา อตฺเถวาติ กตฺวา เตสํ ญาณานํ วิชฺชูปมตา วุตฺตา, น เตหิ มคฺเคหิ ปหีนานํ กิเลสานํ อตฺถิภาวโตติ ทฏฺฐพฺพํ.
วชิรูปมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. เสวิตพฺพสุตฺตวณฺณนา
๒๖. ฉฏฺเฐ อุปสงฺกมิตพฺโพติ กาเลน กาลํ อุปสงฺกมิตพฺโพ. อลฺลียิตพฺโพติ ฉายาย วิย วินา ภาวนาย นิลฺลียิตพฺโพ. ปุนปฺปุนํ อุปาสิตพฺโพติ อภิณฺหโส อุปนิสีทิตพฺโพ. อนุทฺทยาติ เมตฺตาปุพฺพภาโค. อุปสงฺกมิตุํ วฏฺฏตีติ ‘‘เอตสฺส สีเลน อภิวุทฺธิ ภวิสฺสตี’’ติ อุปการตฺถํ อุปเสวนาทิ วฏฺฏติ.
น ปฏิหญฺญิสฺสตีติ ‘‘อเปหิ, กึ เอเตนา’’ติ ปฏิกฺเขปาภาวโต ปิยสีลตฺตา น ปฏิหญฺญิสฺสติ. ผาสุ ภวิสฺสตีติ ทฺวีสุ หิ สีลวนฺเตสุ เอเกน สีลสฺส วณฺเณ กถิเต อิตโร อนุโมทติ. เตน เตสํ กถา ผาสุ เจว โหติ ปวตฺตินี จ. เอกสฺมึ ปน ทุสฺสีเล สติ ทุสฺสีลสฺส สีลกถา ทุกฺกถา, เนว สีลกถา โหติ, น ผาสุ โหติ, น ปวตฺตินี. ทุสฺสีลสฺส หิ สีลกถา อผาสุ ภวิสฺสติ. สีลกถาย วุตฺตมตฺถํ สมาธิปญฺญากถาสุปิ อติทิสติ ‘‘สมาธิปญฺญากถาสุปิ เอเสว นโย’’ติ. เทฺว หิ สมาธิลาภิโน สมาธิกถํ สปฺปญฺญา จ ปญฺญากถํ กเถนฺตา รตฺตึ วา ทิวสํ วา อติกฺกมนฺตมฺปิ น ชานนฺติ.
ตตฺถ ตตฺถ ปญฺญาย อนุคฺคเหสฺสามีติ ตสฺมึ ตสฺมึ อนุคฺคเหตพฺเพ ปญฺญาย โสเธตพฺเพ วฑฺเฒตพฺเพ จ อธิกสีลํ นิสฺสาย อุปฺปนฺนปญฺญาย อนุคฺคเหสฺสามีติ อตฺโถ. ตญฺจ อนุคฺคณฺหนํ สีลสฺส อสปฺปายานุปการธมฺเม วชฺเชตฺวา ตปฺปฏิปกฺขเสวเนน โหตีติ อาห ‘‘สีลสฺส อสปฺปาเย’’ติอาทิ. สีลสฺส อสปฺปายานุปการธมฺมา นาม อนาจาราโคจราทโย, ตปฺปฏิปกฺขโต อุปการธมฺมา เวทิตพฺพา. ตสฺมึ ตสฺมึ ฐาเนติ ตํตํสิกฺขาโกฏฺฐาสปทฏฺฐาเน. อนุคฺคณฺหาติ นามาติ อภินฺนํ อสํกิลิฏฺฐํ กตฺวา อนุคฺคณฺหาติ นาม. ขารปริสฺสาวเนติ รชกานํ อูสขาราทิขารปริสฺสาวนปเฏ. หายตีติ สีลาทินา ปริหายติ. เสฏฺฐํ ปุคฺคลนฺติ สีลาทิคุเณหิ เสฏฺฐํ อุตฺตริตรํ อุตฺตมํ ปุคฺคลํ.
เสวิตพฺพสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. ชิคุจฺฉิตพฺพสุตฺตวณฺณนา
๒๗. สตฺตเม อพฺภุคฺคจฺฉตีติ เอตฺถ อภิ-สทฺทาเปกฺขาย ‘‘น’’นฺติ สามิอตฺเถ อุปโยควจนนฺติ อาห ‘‘อสฺสา’’ติ ‘‘ตํ โข ปน ภวนฺต’’นฺติอาทีสุ วิย. ปาปโก กิตฺติสทฺโทติ ลามกภาเวน กเถตพฺพสทฺโท. คูถกูโป วิย ทุสฺสีลฺยนฺติ เอเตน ทุสฺสีลสฺส คูถสทิสตฺตเมว ทสฺเสติ. วจนนฺติ อนิฏฺฐวจนํ. ปุริมนเยเนวาติ ‘‘คูถกูโป วิย ทุสฺสีลฺย’’นฺติอาทินา ปุพฺเพ วุตฺตนเยน. สุจิมิตฺโตติ สีลาจารสุทฺธิยา สุจิมิตฺโต. สห อยนฺติ ปวตฺตนฺตีติ สหายาติ อาห ‘‘สหคามิโน’’ติ.
ชิคุจฺฉิตพฺพสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘. คูถภาณีสุตฺตวณฺณนา
๒๘. อฏฺฐเม คูถภาณีติ คูถสทิสวจนตฺตา คูถภาณี. ยถา หิ คูถํ นาม มหาชนสฺส อนิฏฺฐํ โหติ, เอวเมว อิมสฺส ปุคฺคลสฺส วจนํ เทวมนุสฺสานํ อนิฏฺฐํ โหติ. ทุคฺคนฺธกถนฺติ กิเลสาสุจิสํกิลิฏฺฐตาย คูถํ วิย ทุคฺคนฺธวายนกถํ. ปุปฺผภาณีติ สุปุปฺผสทิสวจนตฺตา ปุปฺผภาณี. ยถา หิ ผุลฺลานิ วสฺสิกานิ วา อธิมุตฺติกานิ วา มหาชนสฺส อิฏฺฐานิ กนฺตานิ โหนฺติ, เอวเมว อิมสฺส ปุคฺคลสฺส วจนํ เทวมนุสฺสานํ อิฏฺฐํ โหติ กนฺตํ. ปุปฺผานิ วิยาติ จมฺปกสุมนาทิสุคนฺธปุปฺผานิ วิย. สุคนฺธกถนฺติ สุจิคนฺธวายนกถํ กิเลสทุคฺคนฺธาภาวโต. มธุภาณีติ เอตฺถ ‘‘มุทุภาณี’’ติปิ ปฐนฺติ. อุภยตฺถาปิ หิ มธุรวจโนติ อตฺโถ. ยถา หิ จตุมธุรํ นาม มธุรํ ปณีตํ, เอวเมว อิมสฺส ปุคฺคลสฺส วจนํ เทวมนุสฺสานํ มธุรํ โหติ. มธุรกถนฺติ กณฺณสุขตาย เปมนียตาย จ สทฺทโต อตฺถโต จ มธุรสภาวกถํ. อตฺตเหตุ วาติ อตฺตโน วา หตฺถปาทาทิจฺเฉทนหรณเหตุ. ปรเหตุ วาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. เตนาห ‘‘อตฺตโน วา’’ติอาทิ.
‘‘เนลงฺโคติ โข, ภนฺเต, สีลานเมตํ อธิวจน’’นฺติ สุตฺเต (สํ. นิ. ๔.๓๔๗) อาคตตฺตา วุตฺตํ ‘‘เอตฺถ วุตฺตสีลํ วิยา’’ติ. ปูเรติ คุณานํ ปาริปูริยํ. สุกุมาราติ อผรุสตาย มุทุกา โกมลา. ปุรสฺสาติ เอตฺถ ปุร-สทฺโท ตนฺนิวาสิวาจโก ทฏฺฐพฺโพ ‘‘คาโม อาคโต’’ติอาทีสุ วิย. เตนาห ‘‘นครวาสีน’’นฺติ. มนํ อปฺปายติ วฑฺเฒตีติ มนาปา. เตนาห ‘‘จิตฺตวุทฺธิกรา’’ติ.
คูถภาณีสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๙. อนฺธสุตฺตวณฺณนา
๒๙. นวเม อนฺโธติอาทีสุ ปาฬิปเทสุ ปฐโม ทิฏฺฐธมฺมิกโภคสํหรณปญฺญาจกฺขุโน จ สมฺปรายิกตฺถสาธนปญฺญาจกฺขุโน จ อภาวา ‘‘อนฺโธ’’ติ วุจฺจติ ทุติโยปิ, ตติโย ปน ทฺวินฺนมฺปิ ภาวา ‘‘ทฺวิจกฺขู’’ติ วุจฺจติ. ปญฺญาจกฺขูติ อายโกสลฺลภูตา ปญฺญาจกฺขุ. เตนาห ‘‘ผาตึ กเรยฺยา’’ติ. อธมุตฺตเมติ อธเม เจว อุตฺตเม จ. ปฏิปกฺขวเสนาติ ปฏิปกฺขสฺส อตฺถิตาวเสน. สุกฺกสปฺปฏิภาคาติ สุกฺกธมฺเมหิ ปหายเกหิ สปฺปฏิภาคาติ ชาเนยฺย. กณฺหสปฺปฏิภาคาติ กณฺหธมฺเมหิ ปหาตพฺเพหิ สปฺปฏิภาคาติ ชาเนยฺย.
ตถาชาติกาติ ยาทิเสหิ สปุตฺตทารปริชนสญาติมิตฺตพนฺธวคฺคํ อตฺตานํ สุเขติ ปีเณติ, ตาทิสา โภคาปิ น สนฺติ. ปุญฺญานิ จ น กโรตีติ สมณพฺราหฺมณกปณทฺธิกยาจกานํ สนฺตปฺปนวเสน ปุญฺญานิ น กโรติ. อุภยตฺถาติ อุภยสฺมึ โลเก, อุภยสฺมึ วา อตฺเถติ วิคฺคโหติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อิธโลเก’’ติอาทิมาห. อุภเยนาติ วุตฺตมตฺถํ โยเชตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘กถ’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ยสฺมึ ฐาเนติ ยสฺมึเยว ฐาเน. น โสจตีติ โสกเหตูนํ ตตฺถ อภาวโต น โสจติ.
อนฺธสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๐. อวกุชฺชสุตฺตวณฺณนา
๓๐. ทสเม อวกุชฺชปญฺโญติ นิกฺกุชฺชปญฺโญ. เตนาห ‘‘อโธมุขปญฺโญ’’ติ. ปุพฺพปฏฺฐปนาติ ปฐมารมฺโภ. สนฺนิฏฺฐานนฺติ กถาปริโยสานํ. อปฺปนาติ เทสนาย นิฏฺฐาปนํ. อเนเก วา อนุสนฺธิโยติ โยเชตพฺพํ. สมาธิ วาติอาทีสุ โลกุตฺตรธมฺมา ปรมตฺถโต สาสนนฺติ ตทตฺโถปาทกสมาธิ ตสฺส อาทีติ วุตฺโต, ตทาสนฺนตฺตา วิปสฺสนา, ตสฺส มูลภาเวน เอกเทสตฺตา มคฺโค.
สาสนสฺส ปาริปูริสุทฺธิโย นาม สตฺถารา เทสิตนิยาเมเนว สิทฺธา, ตา ปเนตฺถ กเถนฺตสฺส วเสน คเหตพฺพาติ ทสฺเสตุํ ‘‘อนูนํ กตฺวา เทเสนฺตี’’ติ, ‘‘นิคฺคณฺฐึ กตฺวา เทเสนฺตี’’ติ จ วุตฺตํ. ตตฺถ นิชฺชฏนฺติ นิคฺคุมฺพํ อนากุลํ. นิคฺคณฺฐินฺติ คณฺฐิฏฺฐานรหิตํ สุวิญฺเญยฺยํ กตฺวา.
อากิณฺณานีติ อากิริตฺวา สํกิริตฺวา ฐปิตานีติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ปกฺขิตฺตานี’’ติ. อุจฺฉงฺโค วิย อุจฺฉงฺคปญฺโญ ปุคฺคโล ทฏฺฐพฺโพติ อุจฺฉงฺคสทิสปญฺญตาย อุจฺฉงฺคปญฺโญ. เอวํ ปญฺญา วิย ปุคฺคโลปิ อุจฺฉงฺโค วิย โหติ, ตสฺมึ ธมฺมานํ อจิรฏฺฐานโตติ อธิปฺปาเยน วุตฺตํ. ยถา จ อุจฺฉงฺคสทิสา ปญฺญา, เอวํ นิกฺกุชฺชกุมฺภสทิสา ปญฺญา เอวาติ ทฏฺฐพฺพา.
สํวิทหนปญฺญายาติ ‘‘เอวํ กเต อิทํ นาม ภวิสฺสตี’’ติ เอวํ ตํตํอตฺถกิจฺจํ สํวิธาตุํ สมตฺถตาย วิจารณปญฺญาย รหิโต. เสยฺโยติ เสฏฺโฐ ปาสํโส. ปุพฺพภาคปฏิปทนฺติ จิตฺตวิสุทฺธิอาทิกํ อริยมคฺคสฺส อธิคมาย ปุพฺพภาคปฏิปตฺตึ.
อวกุชฺชสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ปุคฺคลวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. เทวทูตวคฺโค
๑. สพฺรหฺมกสุตฺตวณฺณนา
๓๑. จตุตฺถสฺส ปฐเม สพฺรหฺมกานีติ สเสฏฺฐกานิ. เยสนฺติ เยสํ กุลานํ. ปุตฺตานนฺติ ปุตฺเตหิ. ปูชิตสทฺทโยเคน หิ อิทํ กรณตฺเถ สามิวจนํ. เตนาติ อาหาราทินา. ปฏิชคฺคิตา โคปิตาติ ยถากาลํ ตสฺส ตสฺส ทาตพฺพสฺส ทาเนน เวยฺยาวจฺจสฺส จ กรเณน ปฏิชคฺคิตา เจว อุปฺปนฺนานตฺถปฺปหรเณน โคปิตา จ โหนฺติ. เตสนฺติ มาตาปิตูนํ. พฺรหฺมาทิภาวสาธนตฺถนฺติ เตสํ คุณานํ อตฺถิตาย โลเก พฺรหฺมา นาม วุจฺจติ, อาจริโย นาม วุจฺจติ, อาหุเนยฺโย นาม วุจฺจติ, เต มาตาปิตูนํ ปุตฺตกํ ปฏิลภนฺตีติ ทสฺสนวเสน เนสํ พฺรหฺมาทิภาวสาธนตฺถํ ‘‘พหุการา’’ติ, วตฺวา ตํ เตสํ พหุการตํ นานาการโต ทสฺเสตุํ ‘‘อาปาทกา’’ติอาทิ วุตฺตํ. มาตาปิตโร หิ ปุตฺตานํ ชีวิตสฺส อาปาทกา, สรีรสฺส โปสกา, อาจารสมาจารานํ สิกฺขาปกา สกลสฺสปิ อิมสฺส โลกสฺส ทสฺเสตาโร. เตนาห ‘‘ปุตฺตานํ หี’’ติอาทิ. อิฏฺฐารมฺมณํ ตาว เต ทสฺเสนฺตุ, อนิฏฺฐารมฺมณํ กถนฺติ? ตมฺปิ ทสฺเสตพฺพเมว วชฺชนียภาวชานาปนตฺถํ.
อวิชหิตา โหนฺตีติ ตาสํ ภาวนาย พฺรหฺมานํ พฺรหฺมโลเก อุปฺปนฺนตฺตา อวิชหิตา โหนฺติ ภาวนา. โลภนียวยสฺมึ ปฐมโยพฺพเน อติวิย มุทุภาวปฺปตฺตทสฺสนตฺถํ สตวิหตคฺคหณํ. ปาฏิเยกฺกนฺติ วิสุํ. อิมินา การเณนาติ อิมินา ยถาวุตฺเตน ปุตฺเตสุ ปวตฺติเตหิ อติกฺกเมน เมตฺตาทิสมุปฺปตฺติสงฺขาเตน การเณน.
ถรุสิปฺปนฺติ อสิสตฺติกุนฺตกลาปาทิอายุธสิปฺปํ. มุทฺทาคณนาติ องฺคุลิสํโกจนาทินา หตฺถมุทฺทาย คณนา. อาทิสทฺเทน ปาณาทีนํ สงฺคโห. ปจฺฉาจริยา นาม มาตาปิตูนํ สนฺติเก อุคฺคหิตคหฏฺฐวตฺตสฺเสว ปุคฺคลสฺส ยถาสกํ หตฺถาจริยาทีนํ สิปฺปคฺคาหาปนนฺติ กตฺวา สพฺพปฐมํ อาจริยา นามาติ โยเชตพฺพํ. อานีย หุตํ อาหุตํ. ปกาเรหิ หุตํ ปาหุตํ. อภิสงฺขตนฺติ ตสฺเสว เววจนํ.
นโม กเรยฺยาติ สายํ ปาตํ อุปฏฺฐานํ คนฺตฺวา ‘‘อิทํ มยฺหํ อุตฺตมปุญฺญกฺเขตฺต’’นฺติ นมกฺการํ กเรยฺย. ตาย นํ ปาริจริยายาติ เอตฺถ นนฺติ นิปาตมตฺตํ, ยถาวุตฺตปริจรเณนาติ อตฺโถ. อถ วา ปาริจริยายาติ ภรณกิจฺจกรณกุลวํสปฺปติฏฺฐานาปนาทินา ปญฺจวิธอุปฏฺฐาเนน. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘ปญฺจหิ โข, คหปติปุตฺต, ฐาเนหิ ปุตฺเตน ปุรตฺถิมา ทิสา มาตาปิตโร ปจฺจุปฏฺฐาตพฺพา – ‘ภโต เนสํ ภริสฺสามิ, กิจฺจํ เนสํ กริสฺสามิ, กุลวํสํ ฐเปสฺสามิ, ทายชฺชํ ปฏิปชฺชามิ, อถ วา ปน เปตานํ กาลกตานํ ทกฺขิณํ อนุปฺปทสฺสามี’ติ. อิเมหิ โข, คหปติปุตฺต, ปญฺจหิ ฐาเนหิ ปุตฺเตน ปุรตฺถิมา ทิสา มาตาปิตโร ปจฺจุปฏฺฐิตา ปญฺจหิ ฐาเนหิ ปุตฺตํ อนุกมฺปนฺติ, ปาปา นิวาเรนฺติ, กลฺยาเณ นิเวเสนฺติ, สิปฺปํ สิกฺขาเปนฺติ, ปติรูเปน ทาเรน สํโยเชนฺติ, สมเย ทายชฺชํ นิยฺยาเทนฺตี’’ติ (ที. นิ. ๓.๒๖๗).
อปิจ โย มาตาปิตโร ตีสุ วตฺถูสุ อภิปฺปสนฺเน กตฺวา สีเลสุ วา ปติฏฺฐาเปตฺวา ปพฺพชฺชาย วา นิโยเชตฺวา อุปฏฺฐหติ, อยํ มาตาปิตูปฏฺฐากานํ อคฺโคติ เวทิตพฺโพ. สา ปนายํ ปาริจริยา ปุตฺตสฺส อุภยโลกหิตสุขาวหาติ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อิเธว นํ ปสํสนฺติ, เปจฺจ สคฺเค ปโมทตี’’ติ วุตฺตํ. ปสํสนฺตีติ ‘‘อยํ ปุคฺคโล มตฺเตยฺโย เปตฺเตยฺโย สคฺคสํวตฺตนิยํ ปฏิปทํ ปูเรตี’’ติ อิเธว นํ ปสํสนฺติ. อาโมทติ อาทิโต ปฏฺฐาย โมทปฺปตฺติยา. ปโมทติ นานปฺปการโมทสมฺปวตฺติยา.
สพฺรหฺมกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. อานนฺทสุตฺตวณฺณนา
๓๒. ทุติเย ตถาชาติโกติ ตถาสภาโว. จิตฺเตกคฺคตาลาโภติ จิตฺเตกคฺคตาย อธิคโม. รูปเมว กิเลสุปฺปตฺติยา การณภาวโต รูปนิมิตฺตํ. เอส นโย เสเสสุปิ. สสฺสตาทินิมิตฺตนฺติ สสฺสตุจฺเฉทภาวนิมิตฺตํ. ปุคฺคลนิมิตฺตนฺติ ปุคฺคลาภินิเวสนนิมิตฺตํ. ธมฺมนิมิตฺตนฺติ ธมฺมารมฺมณสงฺขาตํ นิมิตฺตํ. ‘‘สิยา นุ โข, ภนฺเต’’ติ เถเรน ปุฏฺโฐ ภควา ‘‘สิยา’’ติ อโวจ โลกุตฺตรสมาธิปฺปฏิลาภํ สนฺธาย. โส หิ นิพฺพานํ สนฺตํ ปณีตนฺติ จ ปสฺสติ. เตนาห ‘‘อิธานนฺทา’’ติอาทิ.
นิพฺพานํ สนฺตนฺติ สมาปตฺตึ อปฺเปตฺวาติ นิพฺพานํ สนฺตนฺติ อาภุชิตฺวา ผลสมาปตฺตึ อปฺเปตฺวา. ทิวสมฺปีติอาทินา อสงฺขตาย ธาตุยา อจฺจนฺตสนฺตปณีตาทิภาวํ ทสฺเสติ. อฏฺฐวิเธติ ‘‘สนฺตํ ปณีตํ สพฺพสงฺขารสมโถ สพฺพูปธิปฏินิสฺสคฺโค ตณฺหากฺขโย วิราโค นิโรโธ นิพฺพาน’’นฺติ เอวํ อฏฺฐวิเธ อาโภคสญฺญิเต สมนฺนาหาเร. นิทฺธารเณ เจตํ ภุมฺมํ. อิมสฺมึ ฐาเน…เป… ลพฺภนฺเตวาติ ‘‘อิธานนฺท, ภิกฺขุโน เอวํ โหตี’’ติ อาคเต อิมสฺมึ สุตฺตปฺปเทเส เอโกปิ อาโภคสมนฺนาหาโร เจปิ สพฺเพ อฏฺฐปิ อาโภคสมนฺนาหารา ลพฺภนฺเตว สมนฺนาหรตํ อตฺถาวหตฺตา.
ญาเณน ชานิตฺวาติ วิปสฺสนาญาณสหิเตน มคฺคญาเณน ชานิตฺวา. ปรานิ จ โอปรานิ จ จกฺขาทีนิ อายตนานิ. สนฺตตายาติ ปฏิปฺปสฺสทฺธิตาย. กายทุจฺจริตาทิธูมวิรหิโตติ กายทุจฺจริตาทิ เอว สนฺตาปนฏฺเฐน ธูโม, เตน วิรหิโต. อนีโฆติ อปาโป. ชาติชราคหเณเนว พฺยาธิมรณมฺปิ คหิตเมวาติ ตพฺภาวภาวโตติ วุตฺตํ.
อานนฺทสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. สาริปุตฺตสุตฺตวณฺณนา
๓๓. ตติเย, ‘‘สาริปุตฺต, มยา สํขิตฺเตน เทสิตํ ธมฺมํ ตาทิเสนปิ น สุกรํ วิญฺญาตุ’’นฺติ อิมินา อธิปฺปาเยเนว วทนฺโต เถรสฺส ญาณํ สพฺพมติกฺกมํ. อญฺญาตาโร จ ทุลฺลภาติ หิ อิมินา สามญฺญวจเนน สาริปุตฺตตฺเถรมฺปิ อนฺโตคธํ กตฺวา ทสฺเสนฺโต เตนปิ อตฺตโน เทสนาย ทุปฺปฏิวิทฺธภาวํ ทสฺเสติ.
สมฺมาติ เหตุนา การเณน. เตนาห ‘‘อุปาเยนา’’ติอาทิ. มานาภิสมยาติ มานสฺส ทสฺสนาภิสมยา. ปหานาภิสมโยติ จ ทสฺสนาภิสมโยติ จ ปริญฺญาภิสมโย วุตฺโต. อรหตฺตมคฺโค หิ ปริญฺญากิจฺจสิทฺธิยา กิจฺจวเสน มานํ ปสฺสติ, อสมฺโมหปฺปฏิเวธวเสนาติ วุตฺตํ โหติ, อยมสฺส ทสฺสนาภิสมโย. เตน ทิฏฺโฐ ปน ปหานาภิสมโย จ. ทสฺสนาภิสมเยน หิ ปริญฺญาภิสมยเมว ปหียติ. ทิฏฺฐวิเสน ทิฏฺฐสตฺตานํ ชีวิตํ วิย อยมสฺส ปหานาภิสมโย. อฏฺฐกถายํ ปน ปหานาภิสมยสฺส ทสฺสนาภิสมยนานนฺตริยกตฺตา ‘‘ปหานาภิสมเยน’’อิจฺเจว วุตฺตํ. ปหานาภิสมเย หิ คหิเต ทสฺสนาภิสมโย คหิโตว โหติ.
อนฺตมกาสิ ทุกฺขสฺสาติ อรหตฺตมคฺเคน มานสฺส ปหีนตฺตา เย อิเม ‘‘กายพนฺธนสฺส อนฺโต ชีรติ (จูฬว. ๒๗๘), หริตนฺตํ วา’’ติ (ม. นิ. ๑.๓๐๔) เอวํ วุตฺตอนฺติมมริยาทนฺโต จ ‘‘อนฺตมิทํ, ภิกฺขเว, ชีวิกาน’’นฺติ (สํ. นิ. ๓.๘๐; อิติวุ. ๙๑) เอวํ วุตฺตลามกนฺโต จ ‘‘สกฺกาโย เอโก อนฺโต’’ติ (สํ. นิ. ๓.๑๐๓) เอวํ วุตฺตโกฏฺฐาสนฺโต จ ‘‘เอเสวนฺโต ทุกฺขสฺส สปจฺจยสงฺขยา’’ติ เอวํ วุตฺตโกฏฺฐาสนฺโต จาติ จตฺตาโร อนฺตา, เตสุ สพฺพสฺเสว วฏฺฏทุกฺขสฺส อทุํ จตุตฺถโกฏิสงฺขาตํ อนฺตมกาสิ, ปริจฺเฉทํ ปริวฏุมํ อกาสิ, อนฺติมสมุทยมตฺตาวเสสํ ทุกฺขมกาสีติ วุตฺตํ โหติ. เตนาห ‘‘วฏฺฏทุกฺขสฺส อนฺตมกาสี’’ติ.
นนุ จ ‘‘ปหาน’’นฺติ อิมสฺส นิทฺเทเส นิพฺพานํ อาคตํ? อิธ ปฏิปฺปสฺสทฺธิปฺปหานสงฺขาตํ อรหตฺตผลํ วุตฺตํ, ตสฺมา นิทฺเทเสนายํ วณฺณนา วิรุชฺฌตีติ อาห ‘‘นิทฺเทเส ปนา’’ติอาทิ. ตตฺถ ตานิ ปทานิ อาคตานีติ ตสฺมึ นิทฺเทเส ‘‘ปหานํ วูปสมํ ปฏินิสฺสคฺค’’นฺติอาทีนิ (จูฬนิ. ๗๕ อุทยมาณวปุจฺฉานิทฺเทโส) ปทานิ อาคตานิ.
ธมฺมตกฺกปุเรชวนฺติ อิมินา ตสฺมึ จตุตฺถชฺฌานวิโมกฺเข ฐตฺวา ฌานงฺคานิ วิปสฺสิตฺวา อธิคตํ อรหตฺตวิโมกฺขํ วทติ. อรหตฺตวิโมกฺขสฺส หิ มคฺคสมฺปยุตฺตสมฺมาสงฺกปฺปสงฺขาโต ธมฺมตกฺโก ปุเรชโว โหติ.
สาริปุตฺตสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. นิทานสุตฺตวณฺณนา
๓๔. จตุตฺเถ ปิณฺฑกรณตฺถายาติ อายูหนวเสน ราสิกรณตฺถาย. อภินฺนานีติ เอกเทเสนปิ อขณฺฑิตานิ. ภินฺนกาลโต ปฏฺฐาย หิ พีชํ พีชกิจฺจาย น อุปกปฺปติ. อปูตีนีติ อุทกเตมเนน ปูติภาวํ น อุปคตานิ. ปูติพีชญฺหิ พีชตฺถาย น อุปกปฺปติ. เตนาห ‘‘ปูติภาเวน อพีชตฺตํ อปฺปตฺตานี’’ติ. น วาเตน น จ อาตเปน หตานีติ วาเตน จ อาตเปน จ น หตานิ, นิโรชตํ น ปาปิตานิ. นิโรชญฺหิ กสฏพีชํ พีชตฺถาย น อุปกปฺปติ. สาราทานีติ ตณฺฑุลสารสฺส อาทานโต สาราทานิ. นิสฺสารญฺหิ พีชํ พีชตฺถาย น อุปกปฺปติ. เตนาห ‘‘คหิตสารานี’’ติ, ปติฏฺฐิตสารานีติ อตฺโถ. สนฺนิจยภาเวน สุขํ สยิตานีติ จตฺตาโร มาเส โกฏฺฐปกฺขิตฺตนิยาเมเนว สุขสยิตานิ.
กมฺมวิภตฺตีติ กมฺมวิภาโค. ทิฏฺฐธมฺโม วุจฺจติ ปจฺจกฺขภูโต ปจฺจุปฺปนฺโน อตฺตภาโว, ตตฺถ เวทิตพฺพผลํ กมฺมํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนียํ. ปจฺจุปนฺนภวโต อนนฺตรํ เวทิตพฺพผลํ กมฺมํ อุปปชฺชเวทนียํ. อปรปริยายเวทนียนฺติ ทิฏฺฐธมฺมานนฺตรภวโต อญฺญสฺมึ อตฺตภาวปริยาเย อตฺตภาวปริวตฺเต เวทิตพฺพผลํ กมฺมํ. ปฏิปกฺเขหิ อนภิภูตตาย ปจฺจยวิเสเสน ปฏิลทฺธวิเสสตาย จ พลวภาวปฺปตฺตา ตาทิสสฺส ปุพฺพาภิสงฺขารสฺส วเสน สาติสยา หุตฺวา ปวตฺตา ปฐมชวนเจตนา ตสฺมึเยว อตฺตภาเว ผลทายินี ทิฏฺฐธมฺมเวทนียกมฺมํ นาม. สา หิ วุตฺตากาเรน พลวตี ชวนสนฺตาเน คุณวิเสสยุตฺเตสุ อุปการานุปการวสปฺปวตฺติยา อาเสวนาลาเภน อปฺปวิปากตาย จ ปฐมชวนเจตนา อิตรทฺวยํ วิย ปวตฺตสนฺตานุปรมาเปกฺขํ โอกาสลาภาเปกฺขญฺจ กมฺมํ น โหตีติ อิเธว ปุปฺผมตฺตํ วิย ปวตฺติวิปากมตฺตํ ผลํ เทติ. ตถา อสกฺโกนฺตนฺติ กมฺมสฺส วิปากทานํ นาม อุปธิปฺปโยคาทิปจฺจยนฺตรสมวาเยเนว โหตีติ ตทภาวโต ตสฺมึเยว อตฺตภาเว วิปากํ ทาตุํ อสกฺโกนฺตํ. อโหสิกมฺมนฺติ อโหสิ เอว กมฺมํ, น ตสฺส วิปาโก อโหสิ อตฺถิ ภวิสฺสติ จาติ เอวํ เวทิตพฺพํ กมฺมํ.