๕. เกสมุตฺติสุตฺตวณฺณนา
๖๖. ปญฺจเม เกสมุตฺตํ นิวาโส เอเตสนฺติ เกสมุตฺติยาติ อาห ‘‘เกสมุตฺตนิคมวาสิโน’’ติ. อฏฺฐวิธปานกานีติ อมฺพปานาทิอฏฺฐวิธานิ ปานานิ.
‘‘มา อนุสฺสเวนา’’ติอาทีสุ ปน เอโก ทหรกาลโต ปฏฺฐาย เอวํ อนุสฺสโว อตฺถิ, เอวํ จิรกาลกตาย อนุสฺสุติยา ลพฺภมานํ กถมิทํ อญฺญถา สิยา, ตสฺมา ภูตเมตนฺติ อนุสฺสเวน คณฺหาติ, ตถา คหณํ ปฏิกฺขิปนฺโต ‘‘มา อนุสฺสเวนา’’ติ อาห. อนุ อนุ สวนํ อนุสฺสโว. อปโร ‘‘อมฺหากํ ปิตุปิตามหาทิวุทฺธานํ อุปเทสปรมฺปราย อิทมาภตํ, เอวํ ปรมฺปราภตกถํ นาม น อญฺญถา สิยา, ตสฺมา ภูตเมต’’นฺติ คณฺหาติ, ตํ ปฏิกฺขิปนฺโต ‘‘มา ปรมฺปรายา’’ติ อาห. เอโก เกนจิ กิสฺมิญฺจิ วุตฺตมตฺเต ‘‘เอวํ กิร เอต’’นฺติ คณฺหาติ, ตํ นิเสเธนฺโต ‘‘มา อิติกิรายา’’ติ อาห. ปิฏกํ คนฺโถ สมฺปทียติ เอตสฺสาติ ปิฏกสมฺปทานํ, คนฺถสฺส อุคฺคณฺหนโก. เตน ปิฏกอุคฺคณฺหนกภาเวน เอกจฺโจ ตาทิสํ คนฺถํ ปคุณํ กตฺวา เตน ตํ สเมนฺตํ สเมติ, ตสฺมา ‘‘ภูตเมต’’นฺติ คณฺหาติ, ตํ สนฺธาเยส ปฏิกฺเขโป ‘‘มา ปิฏกสมฺปทาเนนา’’ติ, อตฺตโน อุคฺคหคนฺถสมฺปตฺติยา มา คณฺหิตฺถาติ วุตฺตํ โหติ. สเมตนฺติ สํคตํ.
โกจิ กญฺจิ วิตกฺเกนฺโต ‘‘เอวเมว เตน ภวิตพฺพ’’นฺติ เกวลํ อตฺตโน สงฺกปฺปวเสน ‘‘ภูตมิท’’นฺติ คณฺหาติ, ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ ‘‘มา ตกฺกเหตู’’ติ. อญฺโญ ‘‘อิมาย ยุตฺติยา ภูตมิท’’นฺติ เกวลํ อนุมานโต นยคฺคาเหน คณฺหาติ, ตํ ปฏิกฺขิปนฺโต ‘‘มา นยเหตู’’ติ อาห. กสฺสจิ ‘‘เอวเมตํ สิยา’’ติ ปริกปฺเปนฺตสฺส เอกํ การณํ อุปฏฺฐาติ, โส ‘‘อตฺเถต’’นฺติ อตฺตโน ปริกปฺปิตากาเรน คณฺหาติ, ตํ ปฏิเสเธนฺโต ‘‘มา อาการปริวิตกฺเกนา’’ติ อาห. อปรสฺส จินฺตยโต ยถาปริกปฺปิตํ กญฺจิ อตฺถํ ‘‘เอวเมตํ น อญฺญถา’’ติ อภินิวิสนฺตสฺส เอกา ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ. ยา ยสฺส ตํ การณํ นิชฺฌายนฺตสฺส ปจฺจกฺขํ วิย นิรูเปตฺวา จินฺเตนฺตสฺส ขมติ. โส ‘‘อตฺเถต’’นฺติ ทิฏฺฐินิชฺฌานกฺขนฺติยา คณฺหาติ, ตํ สนฺธายาห ‘‘มา ทิฏฺฐินิชฺฌานกฺขนฺติยา’’ติ.
อกุสลเวรสฺสาติ ปาณาติปาตาทิปญฺจวิธํ เวรํ สนฺธาย วทติ. โกโธ นาม เจตโส ทุกฺขนฺติ อาห ‘‘โกธจิตฺตสฺส อภาเวนา’’ติ. กิเลสสฺสาติ จิตฺตํ วิพาเธนฺตสฺส อุปตาเปนฺตสฺส อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจาทิกิเลสสฺส. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว.
เกสมุตฺติสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.