๗. สงฺขตลกฺขณสุตฺตวณฺณนา
๔๗. สตฺตเม สเมจฺจ สมฺภูย ปจฺจเยหิ กตํ สงฺขตํ. นิมิตฺตานีติ สญฺชานนสฺส นิมิตฺตานิ. เหตุปจฺจยสมวาเย อุปฺปชฺชนํ อุปฺปาโท, อตฺตลาโภ. วโยติ ภงฺโค. ฐิตสฺสาติ อุปฺปาทกฺขณโต อุทฺธํ ฐิติกฺขณปตฺตสฺส. สา ปนสฺส อวตฺถา อุปฺปาทาวตฺถาย ภินฺนาติ กตฺวา อญฺญถตฺตํ ชราติ จ วุตฺตา. ยสฺมา ธมฺโม อุปฺปชฺชมาโน เอว ภิชฺชติ, ตถา สติ อุปฺปาทภงฺคา สมานกฺขณา สิยุํ, น จ ตํ ยุชฺชติ, ตสฺมา อุปฺปาทาวตฺถาย ภินฺนา ภงฺคาภิมุขาวตฺถา ชราติ เวทิตพฺพา. เย ปน ‘‘สงฺขารานํ ฐิติ นตฺถี’’ติ วทนฺติ, เตสํ ตํ มิจฺฉา. ยถา หิ ตสฺเสว ธมฺมสฺส อุปฺปาทาวตฺถาย ภินฺนา ภงฺคาวตฺถา อิจฺฉิตา, อญฺญถา ‘‘อญฺญํ อุปฺปชฺชติ, อญฺญํ นิรุชฺฌตี’’ติ อาปชฺชติ, เอวํ อุปฺปชฺชมานสฺส ภงฺคาภิมุขา ธมฺมา อิจฺฉิตพฺพา. สา จ ฐิติกฺขโณ. น หิ อุปฺปชฺชมาโน ภิชฺชตีติ สกฺกา วิญฺญาตุนฺติ.
สงฺขตนฺติ เตภูมกา ธมฺมา ปจฺจยสมุปฺปนฺนตฺตา. ยทิ เอวํ มคฺคผลธมฺมา กถนฺติ อาห ‘‘มคฺคผลานิ ปนา’’ติอาทิ. ลกฺขณกถา หิ ยาวเทว สมฺมสนตฺถา. อุปฺปาทกฺขเณ อุปฺปาโท, น ฐานภงฺคกฺขเณสุ. กสฺมา? อุปฺปาทอุปฺปาทกฺขณานํ อญฺญมญฺญํ ปริจฺฉินฺนตฺตา. ยถา หิ อุปฺปาทสงฺขาเตน วิกาเรน อุปฺปาทกฺขโณ ปริจฺฉินฺโน, เอวํ อุปฺปาทกฺขเณนปิ อุปฺปาโท ปริจฺฉินฺโน. เสสทฺวเยปิ เอเสว นโย. ธมฺมปฺปวตฺติมตฺตตายปิ กาลสฺส โลกสมญฺญาวเสเนว วุตฺตํ. ลกฺขณํ น สงฺขตํ, สงฺขตํ น ลกฺขณนฺติ เนสํ เภททสฺสนํ. อวตฺถาวโต หิ อวตฺถา ภินฺนาวาติ. ปริจฺฉินฺนนฺติ เอตฺถ อุปฺปาทวเยหิ ตาว สงฺขตํ ปริจฺฉินฺนํ โหตุ, ชราย ปน ตํ กถํ ปริจฺฉินฺนนฺติ วุจฺจติ? น วุจฺจติ ปริจฺเฉโท ปุพฺพนฺตาปรนฺตมตฺเตน, อถ โข สภาวเภเทนาติ นายํ โทโส. สงฺขตํ ธมฺมชาตํ ปริจฺฉินฺนํ ตพฺพนฺตํ ธมฺมชาตํ สงฺขตนฺติ ปญฺญายติ เอวํ เตสํ อภาเวน นิพฺพานเมตนฺติ ลกฺขิตพฺพโต สญฺชานิตพฺพโต. อิทานิ ‘‘ยถา หี’’ติอาทินา ยถาวุตฺตมตฺตํ อุปมาหิ วิภาเวติ.
สงฺขตลกฺขณสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.