๑๔. เอตทคฺควคฺโค
(๑๔) ๖. ฉฏฺฐเอตทคฺควคฺควณฺณนา
ตปุสฺส-ภลฺลิกวตฺถุ
๒๔๘. อุปาสกปาฬิสํวณฺณนาย ปฐเม สพฺพปฐมํ สรณํ คจฺฉนฺตานนฺติ สพฺเพสํ ปฐมํ หุตฺวา สรณํ คจฺฉนฺตานํ. อิโต ปรนฺติ สตฺตสตฺตาหโต ปรํ. คมนูปจฺเฉทํ อกาสีติ คมนวิจฺเฉทํ อกาสิ. ยถา เต โคณา ธุรํ ฉฑฺเฑตฺวา โปถิยมานาปิ น คจฺฉนฺติ, ตถา อกาสีติ อตฺโถ. เตสนฺติ ตปุสฺสภลฺลิกานํ. อธิมุจฺจิตฺวาติ อาวิสิตฺวา. ยกฺขสฺส อาวฏฺโฏ ยกฺขาวฏฺโฏ. เอวํ เสเสสุปิ. อตีตพุทฺธานํ อาจิณฺณํ โอโลเกสีติ อตีตพุทฺธา เกน ภาชเนน ปฏิคฺคณฺหึสูติ พุทฺธาจิณฺณํ โอโลเกสิ. เทฺววาจิเก สรเณ ปติฏฺฐายาติ สงฺฆสฺส อนุปฺปนฺนตฺตา พุทฺธธมฺมวเสน เทฺววาจิเก สรเณ ปติฏฺฐหิตฺวา. เจติยนฺติ ปูชนียวตฺถุํ. ชีวเกสธาตุยาติ ชีวมานสฺส ภควโต เกสธาตุยา.
อนาถปิณฺฑิกเสฏฺฐิวตฺถุ
๒๔๙. ทุติเย เตเนว คุเณนาติ เตเนว ทายกภาวสงฺขาเตน คุเณน. โส หิ สพฺพกามสมิทฺธตาย วิคตมจฺเฉรตาย กรุณาทิคุณสมงฺคิตาย จ นิจฺจกาลํ อนาถานํ ปิณฺฑมทาสิ. เตน สพฺพกาลํ อุปฏฺฐิโต อนาถานํ ปิณฺโฑ เอตสฺส อตฺถีติ อนาถปิณฺฑิโกติ สงฺขํ คโต. โยชนิกวิหาเร กาเรตฺวาติ โยชเน โยชเน เอกเมกํ วิหารํ กาเรตฺวา. ‘‘เอวรูปํ ทานํ ปวตฺเตสี’’ติ วตฺวา ตเมว ทานํ วิภชิตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘เทวสิกํ ปญฺจ สลากภตฺตานิ โหนฺตี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สลากาย คาเหตพฺพํ ภตฺตํ สลากภตฺตํ. เอกสฺมึ ปกฺเข เอกทิวสํ ทาตพฺพํ ภตฺตํ ปกฺขิกภตฺตํ. ธุรเคเห ฐเปตฺวา ทาตพฺพํ ภตฺตํ ธุรภตฺตํ. อาคนฺตุกานํ ทาตพฺพํ ภตฺตํ อาคนฺตุกภตฺตํ. เอวํ เสเสสุปิ. ปญฺจ อาสนสตานิ เคเห นิจฺจปญฺญตฺตาเนว โหนฺตีติ เคเห นิสีทาเปตฺวา ภุญฺชนฺตานํ ปญฺจนฺนํ ภิกฺขุสตานํ ปญฺจ อาสนสตานิ นิจฺจปญฺญตฺตานิ โหนฺติ.
จิตฺตคหปติวตฺถุ
๒๕๐. ตติเย มิคา เอว มิครูปานิ. ภิกฺขํ สมาทาเปตฺวาติ, ‘‘ภนฺเต, มยฺหํ อนุคฺคหํ กโรถ, อิธ นิสีทิตฺวา ภิกฺขํ คณฺหถา’’ติ ภิกฺขาคหณตฺถํ สมาทาเปตฺวา. วิวฏฺฏํ อุทฺทิสฺส อุปจิตํ นิพฺเพธภาคิยกุสลํ อุปนิสฺสโย. สฬายตนวิภตฺติเมว เทเสสีติ สฬายตนวิภาคปฺปฏิสํยุตฺตเมว ธมฺมกถํ กเถสิ. เถเรนาติ ตตฺถ สนฺนิหิตานํ สพฺเพสํ เชฏฺเฐน มหาเถเรน. ปญฺหํ วิสฺสชฺเชตุํ อสกฺโกนฺเตนาติ จิตฺเตน คหปตินา ‘‘ยา อิมา, ภนฺเต เถร, อเนกวิหิตา ทิฏฺฐิโย โลเก อุปฺปชฺชนฺติ, ‘สสฺสโต โลโก’ติ วา, ‘อสสฺสโต โลโก’ติ วา, ‘อนฺตวา โลโก’ติ วา, ‘อนนฺตวา โลโก’ติ วา, ‘ตํ ชีวํ ตํ สรีร’นฺติ วา, ‘อญฺญํ ชีวํ อญฺญํ สรีร’นฺติ วา, ‘โหติ ตถาคโต ปรํ มรณา’ติ วา, ‘น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณา’ติ วา, ‘โหติ จ น โหติ จ ตถาคโต ปรํ มรณา’ติ วา, ‘เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณา’ติ วา ยานิ จิมานิ ทฺวาสฏฺฐิ ทิฏฺฐิคตานิ พฺรหฺมชาเล คณิตานิ, อิมา นุ โข, ภนฺเต, ทิฏฺฐิโย กิสฺมึ สติ โหนฺติ, กิสฺมึ อสติ น โหนฺตี’’ติ เอวมาทินา (สํ. นิ. ๔.๓๔๕) ปเญฺห ปุฏฺเฐ ตํ ปญฺหํ วิสฺสชฺเชตุํ อสกฺโกนฺเตน. อิมํ กิร ปญฺหํ ยาวตติยํ ปุฏฺโฐ มหาเถโร ตุณฺหี อโหสิ. อถ อิสิทตฺตตฺเถโร จินฺเตสิ – ‘‘อยํ เถโร เนว อตฺตนา พฺยากโรติ, น อญฺญํ อชฺเฌสติ, อุปาสโก จ ภิกฺขุสงฺฆํ วิเหสติ, อหเมตํ พฺยากริตฺวา ผาสุวิหารํ กตฺวา ทสฺสามี’’ติ. เอวํ จินฺเตตฺวา จ อาสนโต วุฏฺฐาย เถรสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘พฺยากโรมหํ, ภนฺเต, จิตฺตสฺส คหปติโน เอตํ ปญฺห’’นฺติ (สํ. นิ. ๔.๓๔๕) อาห. เอวํ วุตฺเต เถโร ‘‘พฺยากโรหิ ตฺวํ, อาวุโส อิสิทตฺต, จิตฺตสฺส คหปติโน เอตํ ปญฺห’’นฺติ อิสิทตฺตํ อชฺเฌสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘ปญฺหํ วิสฺสชฺเชตุํ อสกฺโกนฺเตน อชฺฌิฏฺโฐ’’ติ.
ปญฺหํ วิสฺสชฺเชตฺวาติ ‘‘ยา อิมา, คหปติ, อเนกวิหิตา ทิฏฺฐิโย โลเก อุปฺปชฺชนฺติ ‘สสฺสโต โลโก’ติ วา, ‘อสสฺสโต โลโก’ติ วา…เป… ยานิ จิมานิ ทฺวาสฏฺฐิ ทิฏฺฐิคตานิ พฺรหฺมชาเล คณิตานิ, อิมา โข, คหปติ, ทิฏฺฐิโย สกฺกายทิฏฺฐิยา สติ โหนฺติ, สกฺกายทิฏฺฐิยา อสติ น โหนฺตี’’ติอาทินา นเยน ปญฺหํ วิสฺสชฺเชตฺวา. คิหิสหายกภาเว ญาเตติ เถรสฺส คิหิสหายกภาเว จิตฺเตน คหปตินา ญาเต. จิตฺโต กิร, คหปติ, ตสฺส ปญฺหเวยฺยากรเณ ตุฏฺโฐ ‘‘กุโต, ภนฺเต, อยฺโย อิสิทตฺโต อาคจฺฉตี’’ติ วตฺวา ‘‘อวนฺติยา โข อหํ, คหปติ, อาคจฺฉามี’’ติ วุตฺโต ‘‘อตฺถิ, ภนฺเต, อวนฺติยา อิสิทตฺโต นาม กุลปุตฺโต อมฺหากํ อทิฏฺฐสหาโย ปพฺพชิโต, ทิฏฺโฐ โส อายสฺมตา’’ติ ปุจฺฉิ. เถโร จ ‘‘เอวํ, คหปตี’’ติ วตฺวา ‘‘กหํ นุ โข, ภนฺเต, โส อายสฺมา เอตรหิ วิหรตี’’ติ ปุน ปุฏฺโฐ ตุณฺหี อโหสิ. อถ จิตฺโต คหปติ ‘‘อยฺโย โน, ภนฺเต, อิสิทตฺโต’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘เอวํ, คหปตี’’ติ วุตฺเต อตฺตโน คิหิสหายภาวํ อญฺญาสิ.
เตโชสมาปตฺติปาฏิหาริยํ ทสฺเสตฺวาติ เอกสฺมึ กิร ทิวเส จิตฺโต คหปติ ‘‘สาธุ เม, ภนฺเต, อยฺโย อุตฺตริมนุสฺสธมฺมา อิทฺธิปาฏิหาริยํ ทสฺเสตู’’ติ มหาเถรํ ยาจิ. เถโร ‘‘เตน หิ ตฺวํ, คหปติ, อาฬินฺเท อุตฺตราสงฺคํ ปญฺญาเปตฺวา ตตฺถ ติณกลาปํ โอกิรา’’ติ วตฺวา เตน จ ตถา กเต สยํ วิหารํ ปวิสิตฺวา จ ฆฏิกํ ทตฺวา ตถารูปํ อิทฺธาภิสงฺขารํ อภิสงฺขาเรสิ, ยถา ตาฬจฺฉิคฺคเฬน จ อคฺคฬนฺตริกาย จ อจฺจิ นิกฺขมิตฺวา ติณานิ ฌาเปติ, อุตฺตราสงฺคํ น ฌาเปติ. อถ จิตฺโต คหปติ อุตฺตราสงฺคํ ปปฺโผเฏตฺวา สํวิคฺโค โลมหฏฺฐชาโต เอกมนฺตํ ฐิโต เถรํ พหิ นิกฺขมนฺตํ ทิสฺวา ‘‘อภิรมตุ, ภนฺเต, อยฺโย มจฺฉิกาสณฺเฑ, รมณียํ อมฺพาฏกวนํ, อหํ อยฺยสฺส อุสฺสุกฺกํ กริสฺสามิ จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขาราน’’นฺติ อาห. ตโต เถโร ‘‘น ทานิ อิธ วสิตุํ สกฺกา’’ติ ตมฺหา วิหารา ปกฺกามิ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ – ‘‘เตโชสมาปตฺติ ปาฏิหาริยํ ทสฺเสตฺวา ‘อิทานิ อิธ วสิตุํ น ยุตฺต’นฺติ ยถาสุขํ ปกฺกามี’’ติ. เทฺว อคฺคสาวกาติอาทีสุ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ วิตฺถารโต วินยปาฬิยํ อาคตเมว.
สทฺโธติ โลกิยโลกุตฺตราย สทฺธาย สมนฺนาคโต. สีเลนาติ อคาริยสีลํ อนคาริยสีลนฺติ ทุวิธํ สีลํ, เตสุ อิธ อคาริยํ สีลํ อธิปฺเปตํ, เตน สมนฺนาคโตติ อตฺโถ. ยโสโภคสมปฺปิโตติ ยาทิโส อนาถปิณฺฑิกาทีนํ ปญฺจอุปาสกสตปริวารสงฺขาโต อคาริโย ยโส, ตาทิเสเนว ยเสน, โย จ ธนธญฺญาทิโก เจว สตฺตวิธอริยธนสงฺขาโต จาติ ทุวิโธ โภโค, เตน จ สมนฺนาคโตติ อตฺโถ. ยํ ยํ ปเทสนฺติ ปุรตฺถิมาทีสุ ทิสาสุ เอวรูโป กุลปุตฺโต ยํ ยํ ปเทสํ ภชติ, ตตฺถ ตตฺถ เอวรูเปน ลาภสกฺกาเรน ปูชิโตว โหตีติ อตฺโถ.
หตฺถกอาฬวกวตฺถุ
๒๕๑. จตุตฺเถ จตุพฺพิเธน สงฺคหวตฺถุนาติ ทานปิยวจนอตฺถจริยาสมานตฺตตาสงฺขาเตน จตุพฺพิเธน สงฺคหวตฺถุนา. ‘‘เสฺว ภตฺตจาฏิยา สทฺธึ อาฬวกสฺส เปเสตพฺโพ อโหสี’’ติ วุตฺตมตฺถํ ปากฏํ กตฺวา ทสฺเสตุํ – ‘‘ตตฺรายํ อนุปุพฺพิกถา’’ติอาทิมาห. มิควตฺถาย อรญฺญํ คนฺตฺวาติ อาฬวโก ราชา วิวิธนาฏกูปโภคํ ฉฑฺเฑตฺวา โจรปฺปฏิพาหนตฺถญฺจ ปฏิราชนิเสธนตฺถญฺจ พฺยายามกรณตฺถญฺจ สตฺตเม สตฺตเม ทิวเส มิควํ คจฺฉนฺโต เอกทิวสํ พลกาเยน สทฺธึ ‘‘ยสฺส ปสฺเสน มิโค ปลายติ, ตสฺเสว โส ภาโร’’ติ กตกติกวตฺโต มิควตฺถาย อรญฺญํ คนฺตฺวา. เอกํ มิคนฺติ อตฺตโน ฐิตฏฺฐาเนน ปลาตํ เอณิมิคํ. อนุพนฺธิตฺวาติ ติโยชนมคฺคํ เอกโกว อนุพนฺธิตฺวา. ชวสมฺปนฺโน หิ ราชา ธนุํ คเหตฺวา ปตฺติโกว ติโยชนํ ตํ มิคมนุพนฺธิ. ฆาเตตฺวาติ ยสฺมา เอณิมิคา ติโยชนเวคา เอว โหนฺติ, ตสฺมา ปริกฺขิณชวํ ตํ มิคํ อุทกํ ปวิสิตฺวา ฐิตํ ฆาเตตฺวา. ทฺวิธา เฉตฺวา ธนุโกฏิยํ ลเคตฺวา นิวตฺเตตฺวา อาคจฺฉนฺโตติ อนตฺถิโกปิ มํเสน ‘‘นาสกฺขิ มิคํ คเหตุ’’นฺติ อปวาทโมจนตฺถํ ทฺวิธา ฉินฺนํ ธนุโกฏิยํ ลเคตฺวา อาคจฺฉนฺโต. สนฺทจฺฉายนฺติ ฆนจฺฉายํ พหลปตฺตปลาสํ.
รุกฺเข อธิวตฺถา เทวตาติ อาฬวกํ ยกฺขํ สนฺธาย วทติ. โส หิ มหาราชูนํ สนฺติกา วรํ ลภิตฺวา มชฺฌนฺหิกสมเย ตสฺส รุกฺขสฺส ฉายาย ผุฏฺโฐกาสํ ปวิฏฺเฐ ปาณิโน ขาทนฺโต ตตฺถ ปฏิวสติ. อาฬวกสฺส นิสีทนปลฺลงฺเก นิสีทีติ ยตฺถ อภิลกฺขิเตสุ มงฺคลทิวสาทีสุ อาฬวโก นิสีทิตฺวา สิรึ อนุโภติ, ตสฺมึเยว ทิพฺพรตนปลฺลงฺเก นิสีทิ. อตฺตโน คมเน อสมฺปชฺชมาเน ‘‘กึ นุ โข การณ’’นฺติ อาวชฺเชนฺตาติ ตทา กิร สาตาคิรเหมวตา ภควนฺตํ เชตวเนเยว วนฺทิตฺวา ‘‘ยกฺขสมาคมํ คมิสฺสามา’’ติ สปริวารา นานายาเนหิ อากาเสน คจฺฉนฺติ, อากาเส จ ยกฺขานํ น สพฺพตฺถ มคฺโค อตฺถิ, อากาสฏฺฐานิ วิมานานิ ปริหริตฺวา มคฺคฏฺฐาเนเนว มคฺโค โหติ, อาฬวกสฺส ปน วิมานํ ภูมฏฺฐํ สุคุตฺตํ ปาการปริกฺขิตฺตํ สุสํวิหิตทฺวารฏฺฏาลกโคปุรํ อุปริ กํสชาลสญฺฉนฺนมญฺชูสาสทิสํ ติโยชนํ อุพฺเพเธน, ตสฺส อุปริ มคฺโค โหติ, เต ตํ ปเทสมาคมฺม คนฺตุมสมตฺถา อเหสุํ. พุทฺธานญฺหิ นิสินฺโนกาสสฺส อุปริภาเคน ยาว ภวคฺคา โกจิ คนฺตุมสมตฺโถ, ตสฺมา อตฺตโน คมเน อสมฺปชฺชมาเน ‘‘กึ นุ โข การณ’’นฺติ อาวชฺเชสุํ. เตสํ กถํ สุตฺวา จินฺเตสีติ ยสฺมา อสฺสทฺธสฺส สทฺธากถา ทุกฺกถา โหติ ทุสฺสีลาทีนํ สีลกถาทโย วิย, ตสฺมา เตสํ ยกฺขานํ สนฺติกา ภควโต ปสํสํ สุตฺวา เอว อคฺคิมฺหิ ปกฺขิตฺตโลณสกฺขรา วิย อพฺภนฺตเร อุปฺปนฺนโกเปน ปฏปฏายมานหทโย หุตฺวา จินฺเตสิ. ปพฺพตกูฏนฺติ เกลาสปพฺพตกูฏํ.
อิโต ปฏฺฐาย อาฬวกยุทฺธํ วิตฺถาเรตพฺพนฺติ โส กิร มโนสิลาตเล วามปาเทน ฐตฺวา ‘‘ปสฺสถ ทานิ ตุมฺหากํ วา สตฺถา มหานุภาโว, อหํ วา’’ติ ทกฺขิณปาเทน สฏฺฐิโยชนมตฺตํ เกลาสกูฏปพฺพตํ อกฺกมิ, ตํ อโยกูฏปฺปหโต วิย นิทฺธนฺตอยปิณฺโฑ ปปฏิกาโย มุญฺจิ. โส ตตฺร ฐตฺวา ‘‘อหํ อาฬวโก’’ติ อุคฺโฆเสสิ, สกลชมฺพุทีปํ สทฺโท ผริ. ติโยชนสหสฺสวิตฺถตหิมวาปิ สมฺปกมฺปิ ยกฺขสฺสานุภาเวน. โส วาตมณฺฑลํ สมุฏฺฐาเปสิ ‘‘เอเตเนว สมณํ ปลาเปสฺสามี’’ติ. เต ปุรตฺถิมาทิเภทา วาตา สมุฏฺฐหิตฺวา อฑฺฒโยชนโยชนทฺวิโยชนติโยชนปฺปมาณานิ ปพฺพตกูฏานิ ปทาเลตฺวา วนคจฺฉรุกฺขาทีนิ อุมฺมูเลตฺวา อาฬวินครํ ปกฺขนฺทา ชิณฺณหตฺถิสาลาทีนิ จุณฺเณนฺตา ฉทนิฏฺฐกา อากาเส ภเมนฺตา. ภควา ‘‘มา กสฺสจิ อุปโรโธ โหตู’’ติ อธิฏฺฐาสิ. เต วาตา ทสพลํ ปตฺวา จีวรกณฺณมตฺตมฺปิ จาเลตุํ นาสกฺขึสุ. ตโต มหาวสฺสํ สมุฏฺฐาเปสิ ‘‘อุทเกน อชฺโฌตฺถริตฺวา สมณํ มาเรสฺสามี’’ติ. ตสฺสานุภาเวน อุปรูปริ สตปฏลสหสฺสปฏลาทิเภทา วลาหกา อุฏฺฐหิตฺวา ปวสฺสึสุ. วุฏฺฐิธาราเวเคน ปถวี ฉิทฺทา อโหสิ. วนรุกฺขาทีนํ อุปริ มโหโฆ อาคนฺตฺวา ทสพลสฺส จีวเร อุสฺสาวพินฺทุมตฺตมฺปิ เตเมตุํ นาสกฺขิ. ตโต ปาสาณวสฺสํ สมุฏฺฐาเปสิ. มหนฺตานิ มหนฺตานิ ปพฺพตกูฏานิ ธูมายนฺตานิ ปชฺชลนฺตานิ อากาเสนาคนฺตฺวา ทสพลํ ปตฺวา ทิพฺพมาลาคุฬานิ สมฺปชฺชึสุ. ตโต ปหรณวสฺสํ สมุฏฺฐาเปสิ. เอกโตธารา อุภโตธารา อสิสตฺติขุรปฺปาทโย ธูมายนฺตา ปชฺชลนฺตา อากาเสนาคนฺตฺวา ทสพลสฺส ปาทมูเล ทิพฺพปุปฺผานิ อเหสุํ.
ตโต องฺคารวสฺสํ สมุฏฺฐาเปสิ. กึสุกวณฺณา องฺคารา อากาเสนาคนฺตฺวา ทสพลสฺส ปาทมูเล ทิพฺพปุปฺผานิ หุตฺวา วิกิรึสุ. ตโต กุกฺกุฬวสฺสํ สมุฏฺฐาเปสิ. อจฺจุโณฺห กุกฺกุโฬ อากาเสนาคนฺตฺวา ทสพลสฺส ปาทมูเล จนฺทนจุณฺณํ หุตฺวา นิปติ. ตโต วาลิกวสฺสํ สมุฏฺฐาเปสิ. อติสุขุมา วาลิกา ธูมายนฺตา ปชฺชลนฺตา อากาเสนาคนฺตฺวา ทสพลสฺส ปาทมูเล ทิพฺพปุปฺผานิ หุตฺวา นิปตึสุ. ตโต กลลวสฺสํ สมุฏฺฐาเปสิ. ตํ ธูมายนฺตํ ปชฺชลนฺตํ อากาเสนาคนฺตฺวา ทสพลสฺส ปาทมูเล ทิพฺพคนฺธํ หุตฺวา นิปติ. ตโต อนฺธการํ สมุฏฺฐาเปสิ ‘‘ภึเสตฺวา สมณํ ปลาเปสฺสามี’’ติ. จตุรงฺคสมนฺนาคตํ อนฺธการสทิสํ หุตฺวา ทสพลํ ปตฺวา สูริยปฺปภาวิหตมิวนฺธการํ อนฺตรธายิ. เอวํ ยกฺโข อิมาหิ นวหิ วาตวสฺสปาสาณปหรณงฺคารกุกฺกุฬวาลิกกลลนฺธการวุฏฺฐีหิ ภควนฺตํ ปลาเปตุมสกฺโกนฺโต นานาวิธปฺปหรณหตฺถอเนกปฺปการรูปภูตคณสมากุลาย จตุรงฺคินิยา เสนาย สยเมว ภควนฺตํ อภิคโต. เต ภูตคณา อเนกปฺปการวิกาเร กตฺวา ‘‘คณฺหถ หนถา’’ติ ภควโต อุปริ อาคจฺฉนฺตา วิย จ โหนฺติ. อปิจ โข นิทฺธนฺตโลหปิณฺฑํ วิย มกฺขิกา ภควนฺตํ อลฺลียิตุมสมตฺถา เอว อเหสุํ.
เอวํ สพฺพรตฺตึ อเนกปฺปการวิภึสาการทสฺสเนนปิ ภควนฺตํ จาเลตุมสกฺโกนฺโต อาฬวโก จินฺเตสิ – ‘‘ยํนูนาหํ เกนจิ อเชยฺยํ ทุสฺสาวุธํ มุญฺเจยฺย’’นฺติ. สเจ หิ โส ทุฏฺโฐ อากาเส ตํ ทุสฺสาวุธํ มุญฺเจยฺย, ทฺวาทส วสฺสานิ เทโว น วสฺเสยฺย. สเจ ปถวิยํ มุญฺเจยฺย, สพฺพรุกฺขติณาทีนิ สุสฺสิตฺวา ทฺวาทสวสฺสนฺตรํ น ปุน รุเหยฺยุํ. สเจ สมุทฺเท มุญฺเจยฺย, ตตฺตกปาเล อุทกพินฺทุ วิย สพฺพํ สุสฺเสยฺย. สเจ สิเนรุปพฺพเต มุญฺเจยฺย, ขณฺฑาขณฺฑํ หุตฺวา วิกิเรยฺย. โส เอวํมหานุภาวํ ทุสฺสาวุธํ อุตฺตริสาฏกํ มุญฺจิตฺวา อคฺคเหสิ. เยภุยฺเยน ทสสหสฺสิโลกธาตุเทวตา เวเคน สนฺนิปตึสุ ‘‘อชฺช ภควา อาฬวกํ ทเมสฺสติ, ตตฺถ ธมฺมํ โสสฺสามา’’ติ. ยุทฺธทสฺสนกามาปิ เทวตา สนฺนิปตึสุ. เอวํ สกลมฺปิ อากาสํ เทวตาหิ ปริปุณฺณํ อโหสิ. อถาฬวโก ภควโต สมีเป อุปรูปริ วิจริตฺวา วตฺถาวุธํ มุญฺจิ. ตํ อสนิจกฺกํ วิย อากาเส เภรวสทฺทํ กโรนฺตํ ธูมายนฺตํ ปชฺชลนฺตํ ภควนฺตํ ปตฺวา ยกฺขสฺส มานมทฺทนตฺถํ ปาทปุญฺฉนโจฬํ หุตฺวา ปาทมูเล นิปติ. อาฬวโก ตํ ทิสฺวา ฉินฺนวิสาโณ วิย อุสโภ, อุทฺธฏทาโฐ วิย สปฺโป นิตฺเตโช นิมฺมโท นิปาติตมานทฺธโช อโหสิ. เอวมิทํ อาฬวกยุทฺธํ วิตฺถาเรตพฺพํ.
อฏฺฐ ปเญฺห ปุจฺฉีติ –
‘‘กึ สูธ วิตฺตํ ปุริสสฺส เสฏฺฐํ,
กึ สุ สุจิณฺณํ สุขมาวหาติ;
กึ สุ หเว สาทุตรํ รสานํ,
กถํ ชีวึ ชีวิตมาหุ เสฏฺฐ’’นฺติ. (สํ. นิ. ๑.๒๔๖; สุ. นิ. ๑๘๓) –
อาทินา อฏฺฐ ปเญฺห ปุจฺฉิ. สตฺถา วิสฺสชฺเชสีติ –
‘‘สทฺธีธ วิตฺตํ ปุริสสฺส เสฏฺฐํ,
ธมฺโม สุจิณฺโณ สุขมาวหาติ;
สจฺจํ หเว สาทุตรํ รสานํ,
ปญฺญาชีวึ ชีวิตมาหุ เสฏฺฐ’’นฺติ. (สํ. นิ. ๑.๒๔๖; สุ. นิ. ๑๘๔) –
อาทินา วิสฺสชฺเชสิ. วิกฺกนฺทมานายาติ อจฺจนฺตํ ปริเทวมานาย.
มหานามสกฺกวตฺถุ
๒๕๒. ปญฺจเม สตฺถา ตโต ปรํ ปฏิญฺญํ นาทาสีติ สํวจฺฉรโต ปรํ สิกฺขาปทปญฺญตฺติยา ปจฺจยปฺปวารณาสาทิยนสฺส วาริตตฺตา ‘‘ปฏิญฺญํ นาทาสี’’ติ วุตฺตํ. ตถา หิ ภควา ตติยวาเรปิ มหานาเมน สกฺเกน ‘‘อิจฺฉามหํ, ภนฺเต, สงฺฆํ ยาวชีวํ เภสชฺเชน ปวาเรตุ’’นฺติ (ปาจิ. ๓๐๔-๓๐๕) วุตฺเต ‘‘สาธุ สาธุ, มหานาม, เตน หิ ตฺวํ, มหานาม, สงฺฆํ ยาวชีวํ เภสชฺเชน ปวาเรหี’’ติ ปฏิญฺญํ อทาสิเยว. เอวํ ปฏิญฺญํ ทตฺวา ปจฺฉา ฉพฺพคฺคิเยหิ ภิกฺขูหิ มหานามสฺส สกฺกสฺส วิเหฐิตภาวํ สุตฺวา ฉพฺพคฺคิเย ภิกฺขู วิครหิตฺวา สิกฺขาปทํ ปญฺญเปสิ ‘‘อคิลาเนน ภิกฺขุนา จาตุมาสปฺปจฺจยปวารณา สาทิตพฺพา อญฺญตฺร ปุนปฺปวารณาย อญฺญตฺร นิจฺจปฺปวารณาย. ตโต เจ อุตฺตริ สาทิเยยฺย, ปาจิตฺติย’’นฺติ. ตสฺมา ปฐมํ อนุชานิตฺวาปิ ปจฺฉา สิกฺขาปทพนฺธเนน วาริตตฺตา ‘‘ปฏิญฺญํ นาทาสี’’ติ วุตฺตํ.
อุคฺคคหปตฺยาทิวตฺถุ
๒๕๓-๒๕๖. ฉฏฺฐสตฺตมอฏฺฐมนวมานิ สุวิญฺเญยฺยาเนว.
นกุลปิตุคหปติวตฺถุ
๒๕๗. ทสเม สุสุมารคิรินคเรติ เอวํนามเก นคเร. ตสฺส กิร นครสฺส วตฺถุปริคฺคหทิวเส อวิทูเร อุทกรหเท สุสุมาโร สทฺทมกาสิ, คิรํ นิจฺฉาเรสิ. อถ นคเร อนนฺตราเยน มาปิเต ตเมว สุสุมารคิรกรณํ สุภนิมิตฺตํ กตฺวา ‘‘สุสุมารคิรี’’เตฺววสฺส นามํ อกํสุ. เกจิ ปน ‘‘สุสุมารสณฺฐานตฺตา สุสุมาโร นาม เอโก คิริ, โส ตสฺส นครสฺส สมีเป, ตสฺมา ตํ สุสุมารคิริ เอตสฺส อตฺถีติ สุสุมารคิรีติ วุจฺจตี’’ติ วทนฺติ. เภสกฬาวเนติ เภสกฬานามเก วเน. ‘‘เภสกลาวเน’’ติปิ ปาโฐ. กถํ ปน ภควติ เนสํ ปุตฺตสญฺญา ปติฏฺฐาสีติ อาห – ‘‘อยํ กิรา’’ติอาทิ. ทหรสฺเสว ทหรา อานีตาติ เม ทหรสฺเสว สโต ทหรา อานีตาติ อตฺโถ. อติจริตาติ อติกฺกมิตฺวา จรนฺโต.
(ฉฏฺฐเอตทคฺควคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.)
อุปาสกปาฬิสํวณฺณนา นิฏฺฐิตา.