๑๔. เอตทคฺควคฺโค
(๑๔) ๑. ปฐมเอตทคฺควคฺโค
เอตทคฺคปทวณฺณนา
๑๘๘. เอตทคฺเคสุ ปฐมวคฺคสฺส ปฐเม อาทิมฺหิ ทิสฺสตีติ เอตฺถ อคฺคสทฺโทติ อาเนตฺวา โยเชตพฺพํ. อชฺชตคฺเคติ อชฺชทิวสํ อาทึ กตฺวาติ อตฺโถ. องฺคุลคฺเคนาติ องฺคุลิโกฏิยา. อมฺพิลคฺคนฺติ อมฺพิลโกฏฺฐาโส. โกฏิภูตาติ ปรมโกฏิภูตา ตสฺมึ ฐาเน ตาทิสานํ อญฺเญสํ อภาวโต. ตโต เอว เสฏฺฐภูตาติปิ อคฺคา. เอตทคฺคสนฺนิกฺเขโปติ เอตทคฺเค ฐปนํ อฏฺฐุปฺปตฺติอาทีหิ จตูหิปิ การเณหิ. มหาปญฺญตาย เถเรน เอตทคฺคฏฺฐานสฺส ลทฺธภาวํ วิตฺถารโต ทสฺเสตุํ – ‘‘กถ’’นฺติอาทิมาห. เทฺว ปทนฺตรานีติ กณฺฑมฺพมูเล ยุคนฺธรปพฺพเตติ ทฺวีสุ ฐาเนสุ เทฺว ปทานิ ทสฺเสตฺวา. มุณฺฑปีฐกนฺติ ยํ สตฺตงฺคํ ปญฺจงฺคํ วา น โหติ, เกวลํ มุณฺฑกปีฐํ, ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. อวตฺถริตฺวา นิสีทีติ พุทฺธานุภาเวน อชฺโฌตฺถริตฺวา นิสีทิ. เตนาห – ‘‘เอวํ นิสีทนฺโต’’ติอาทิ. กายสกฺขึ กตฺวาติ นามกาเยน เทสนาย สมฺปฏิจฺฉนวเสน สกฺขิภูตํ กตฺวา. กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา อพฺยากตา ธมฺมาติ อิติ-สทฺโท อาทฺยตฺโถ, เตน สพฺพํ อภิธมฺมเทสนํ สงฺคณฺหาติ.
ปาฏิหาริยฏฺฐาเนติ ยมกปาฏิหาริยสฺส กตฏฺฐาเน. ปสฺสถาติ เตสํ พหุภาวํ สนฺธาย วุตฺตํ. อสฺสาติ มนุสฺสสมูหสฺส เอกภาวํ. อากปฺปนฺติ อาการํ. มหาชโนติ สเทวเก โลเก สพฺโพ มหาชโน. ยถา นิรยทสฺสนํ สํเวคชนนตฺถํ, เอวํ เทวโลกทสฺสนมฺปิ สํเวคชนนตฺถเมว ‘‘อนุปุพฺพิกถายํ สคฺคกถา วิย เอวํ สพฺพสมฺปตฺติสมุเปโตปิ สคฺโค อนิจฺโจ อทฺธุโว จวนธมฺโม’’ติ. สชฺเชตฺวาติ สมปณฺณาสาย มุจฺฉนาหิ ยถา กาเมน นิวาเทตุํ สกฺกา, เอวํ สชฺเชตฺวา.
ปุถุชฺชนปญฺจกํ ปญฺหนฺติ ปุถุชฺชนปญฺหํ อาทึ กตฺวา ปวตฺติตํ ขีณาสวปญฺหปริยนฺตํ ปญฺหปญฺจกํ. ปฐมํ…เป… ปุจฺฉีติ ปุถุชฺชนวิสเย ปญฺหํ ปุจฺฉิ. ปฏิสมฺภิทา ยถาภินีหารํ ยถาสกํ วิปสฺสนาภินีหาเรน ปฐมภูมิยาทโย วิย ปวตฺติตวิสยาติ วุตฺตํ – ‘‘เต อตฺตโน อตฺตโน ปฏิสมฺภิทาวิสเย ฐตฺวา กถยึสู’’ติ. พุทฺธวิสเย ปญฺหํ ปุจฺฉีติ –
‘‘เย จ สงฺขาตธมฺมาเส, เย จ เสขา ปุถู อิธ;
เตสํ เม นิปโก อิริยํ, ปุฏฺโฐ ปพฺรูหิ มาริสา’’ติ. (สุ. นิ. ๑๐๔๔) –
อิทํ ปญฺหํ ปุจฺฉิ. ตตฺถ สงฺขาตธมฺมาติ สงฺขาตา ญาตา จตุสจฺจธมฺมา, เย จ สงฺขาตธมฺมา จตูหิ มคฺเคหิ ปฏิวิทฺธจตุสจฺจธมฺมาติ อตฺโถ. อิมินา อเสกฺขา กถิตา. ปุถุ-สทฺโท อุภยตฺถปิ โยเชตพฺโพ ‘‘เย ปุถู สงฺขาตธมฺมา, เย จ ปุถู เสขา’’ติ. เตสนฺติ เตสํ ทฺวินฺนํ เสกฺขาเสกฺขปุคฺคลานํ เม ปุฏฺโฐติ โยเชตพฺพํ, มยา ปุฏฺโฐติ อตฺโถ. อิริยนฺติ เสกฺขาเสกฺขภูมิยา อาคมนปฺปฏิปทํ. อิริยติ คจฺฉติ เสกฺขภูมึ อเสกฺขภูมิญฺจ เอตายาติ อิริยา, ตํ เตสํ อิริยํ อาคมนปฺปฏิปทํ มยา ปุฏฺโฐ ปพฺรูหิ กเถหีติ อตฺโถ. เอวํ ภควา พุทฺธวิสเย ปญฺหํ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมสฺส นุ โข, สาริปุตฺต, สํขิตฺเตน ภาสิตสฺส กถํ วิตฺถาเรน อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ’’ติ อาห. เถโร ปญฺหํ โอโลเกตฺวา ‘‘สตฺถา มํ เสกฺขาเสกฺขานํ ภิกฺขูนํ อาคมนปฺปฏิปทํ ปุจฺฉตี’’ติ ปเญฺห นิกฺกงฺโข หุตฺวา ‘‘อาคมนปฺปฏิปทา นาม ขนฺธาทิวเสน พหูหิปิ มุเขหิ สกฺกา กเถตุํ, กตรากาเรน นุ โข กเถนฺโต สตฺถุ อชฺฌาสยํ คณฺหิตุํ สกฺขิสฺสามี’’ติ อชฺฌาสเย กงฺขิ, ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ – ‘‘ธมฺมเสนาปติ…เป… น สกฺโกตี’’ติ. ปุจฺฉิตปญฺหํ วิสฺสชฺเชตุํ ปฏิภาเน อสติ ทิสาวิโลกนํ สตฺตานํ สภาโวติ ทสฺเสนฺโต, ‘‘ปุรตฺถิม…เป... นาสกฺขี’’ติ อาห. ตตฺถ ปญฺหุปฺปตฺติฏฺฐานนฺติ ปญฺหุปฺปตฺติการณํ.
เถรสฺส กิลมนภาวํ ชานิตฺวาติ ‘‘สาริปุตฺโต ปเญฺห นิกฺกงฺโข, อชฺฌาสเย เม กงฺขมาโน กิลมตี’’ติ เถรสฺส กิลมนภาวํ ญตฺวา. จตุมหาภูติกกายปริคฺคหนฺติ เอเตน ขนฺธมุเขน นามรูปปริคฺคโห วุตฺโต. ‘‘ภูตมิทนฺติ, สาริปุตฺต, สมนุปสฺสสี’’ติ หิ วทนฺเตน ภควตา ขนฺธวเสน นามรูปปริคฺคโห ทสฺสิโต. เอวํ กิรสฺส ภควโต อโหสิ ‘‘สาริปุตฺโต มยา นเย อทินฺเน กเถตุํ น สกฺขิสฺสติ, ทินฺเน ปน นเย มมชฺฌาสยํ คเหตฺวา ขนฺธวเสน กเถสฺสตี’’ติ. เถรสฺส สห นยทาเนน โส ปโญฺห นยสเตน นยสหสฺเสน อุปฏฺฐาสิ. เตนาห – ‘‘อญฺญาตํ ภควา, อญฺญาตํ สุคตา’’ติ.
อรูปาวจเร ปฏิสนฺธิ นาม น โหตีติ โพธิสมฺภารสมฺภรณสฺส อโนกาสภาวโต วุตฺตํ. เตนาห – ‘‘อภพฺพฏฺฐานตฺตา’’ติ, ลทฺธพฺยากรณานํ โพธิสตฺตานํ อุปฺปตฺติยา อภพฺพเทสตฺตาติ อตฺโถ. รูปาวจเร นิพฺพตฺตีติ กมฺมวสิตาสมฺภวโต อรูปาวจเร อนิพฺพตฺติตฺวา รูปาวจเร นิพฺพตฺติ.
ปโรสหสฺสนฺติอาทินา ปโรสหสฺสชาตกํ ทสฺเสติ. ตตฺถ ปโรสหสฺสมฺปีติ อติเรกสหสฺสมฺปิ. สมาคตานนฺติ สนฺนิปติตานํ ภาสิตสฺส อตฺถํ ชานิตุํ อสกฺโกนฺตานํ พาลานํ. กนฺเทยฺยุํ เต วสฺสสตํ อปญฺญาติ เต เอวํ สมาคตา อปญฺญา อิเม พาลตฺตา สสา วิย วสฺสสตมฺปิ วสฺสสหสฺสมฺปิ โรเทยฺยุํ ปริเทเวยฺยุํ. โรทมานาปิ ปน อตฺถํ วา การณํ วา เนว ชาเนยฺยุนฺติ ทีเปติ. เอโกว เสยฺโย ปุริโส สปญฺโญติ เอวรูปานํ พาลานํ ปโรสหสฺสโตปิ เอโก ปณฺฑิตปุริโสว เสยฺโย วรตโรติ อตฺโถ. กีทิโส สปญฺโญติ อาห – ‘‘โย ภาสิตสฺส วิชานาติ อตฺถ’’นฺติ, อยํ เชฏฺฐนฺเตวาสิโก วิย โย ภาสิตสฺส อตฺถํ ชานาติ, โส ตาทิโส สปญฺโญ วรตโรติ อตฺโถ. ทุติเย ปโรสตชาตเก ฌาเยยฺยุนฺติ ยาถาวโต อตฺถํ ชานิตุํ สมาหิตา หุตฺวา จินฺเตยฺยุํ. เสสเมตฺถ วุตฺตนยเมว.
ตติยชาตเก เย สญฺญิโนติ ฐเปตฺวา เนวสญฺญานาสญฺญายตนลาภิโน อวเสสจิตฺตกสตฺเต ทสฺเสติ. เตปิ ทุคฺคตาติ ตสฺสา เนวสญฺญานาสญฺญายตนสมาปตฺติยา อลาภโต เตปิ ทุคฺคตา ทุกฺขํ อุปคตา สญฺญีภเว. ‘‘สญฺญา โรโค สญฺญา คณฺโฑ สญฺญา สลฺล’’นฺติ (ม. นิ. ๓.๒๔) หิ เต สญฺญาย อาทีนวทสฺสิโน. เยปิ อสญฺญิโนติ อสญฺญีภเว นิพฺพตฺเต อจิตฺตกสตฺเต ทสฺเสติ. เตปิ อิมิสฺสาเยว สมาปตฺติยา อลาภโต ทุคฺคตาเยว. ฌานสุขํ อนงฺคณํ นิทฺโทสํ ยถาวุตฺตโทสาภาวโต. พลวจิตฺเตกคฺคตาสภาเวนปิ ตํ อนงฺคณํ นาม ชาตํ. เนวสญฺญี นาสญฺญีติ อาหาติ อตีเต กิร พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต อรญฺญายตเน กาลํ กโรนฺโต อนฺเตวาสิเกหิ ปุฏฺโฐ ‘‘เนวสญฺญี นาสญฺญี’’ติ อาห. ปุริมชาตเก วุตฺตนเยเนว ตาปสา เชฏฺฐนฺเตวาสิกสฺส กถํ น คณฺหึสุ. โพธิสตฺโต อาภสฺสรโต อาคนฺตฺวา อากาเส ฐตฺวา อิมํ คาถมาห. เตน วุตฺตํ – ‘‘เสสํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพ’’นฺติ.
จตุตฺถชาตเก (ชา. ๑.๑.๑๓๕) จนฺทสฺส วิย อาภา เอตสฺสาติ จนฺทาภํ, โอทาตกสิณํ. สูริยาภนฺติ สูริยสฺส วิย อาภา เอตสฺสาติ สูริยาภํ, ปีตกสิณํ. โยธ ปญฺญาย คาธตีติ โย ปุคฺคโล อิธ สตฺตโลเก อิทํ กสิณทฺวยํ ปญฺญาย คาธติ, อารมฺมณํ กตฺวา อนุปฺปวิสติ, ตตฺถ วา ปติฏฺฐหติ. อวิตกฺเกน ทุติยชฺฌาเนน อาภสฺสรูปโค โหตีติ โส ปุคฺคโล ตถา กตฺวา ปฏิลทฺเธน ทุติเยน ฌาเนน อาภสฺสรพฺรหฺมโลกูปโค โหติ. เสสํ ปุริมนเยเนว เวทิตพฺพนฺติ อิมินา อิมํ ทสฺเสติ (ชา. อฏฺฐ. ๑.๑.๑๓๕ จนฺทาภชาตกวณฺณนา) – อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต อรญฺญายตเน กาลํ กโรนฺโต อนฺเตวาสิเกหิ ปุจฺฉิโต ‘‘จนฺทาภํ สูริยาภ’’นฺติ วตฺวา อาภสฺสเร นิพฺพตฺโต. ตาปสา เชฏฺฐนฺเตวาสิกสฺส น สทฺทหึสุ. โพธิสตฺโต อาคนฺตฺวา อากาเส ฐิโต อิมํ คาถํ อภาสิ.
ปญฺจมชาตเก อาสีเสเถวาติ อาสาจฺเฉทํ อกตฺวา อตฺตโน กมฺเมสุ อาสํ กเรยฺเยว. น นิพฺพินฺเทยฺยาติ น นิพฺเพทํ อุปฺปาเทยฺย, น อุกฺกณฺเฐยฺยาติ อตฺโถ. โวติ นิปาตมตฺตํ. ยถา อิจฺฉินฺติ อหญฺหิ สฏฺฐิหตฺถา นรกา อุฏฺฐานํ อิจฺฉึ, โสมฺหิ ตเถว ชาโต, ตโต อุฏฺฐิโตเยวาติ ทีเปติ.
อตีเต (ชา. อฏฺฐ. ๔.๑๓.สรภมิคชาตกวณฺณนา) กิร พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต สรภมิคโยนิยํ นิพฺพตฺติตฺวา อรญฺเญ ปฏิวสติ. ราชา มิควิตฺตโก อโหสิ ถามสมฺปนฺโน. เอกทิวสํ คนฺตฺวา อมจฺเจ อาห – ‘‘ยสฺส ปสฺเสน มิโค ปลายติ, เตเนว โส ทาตพฺโพ’’ติ. อเถกทิวสํ สรภมิโค อุฏฺฐาย รญฺโญ ฐิตฏฺฐาเนน ปลายิ. อถ นํ อมจฺจา อุปฺปณฺเฑสุํ. ราชา จินฺเตสิ – ‘‘อิเม มํ ปริหาสนฺติ, มม ปมาณํ น ชานนฺตี’’ติ คาฬฺหํ นิวาเสตฺวา ปตฺติโกว ขคฺคํ อาทาย ‘‘สรภํ คณฺหิสฺสามี’’ติ เวเคน ปกฺขนฺทิ. อถ นํ ทิสฺวา ตีณิ โยชนานิ อนุพนฺธิ. สรโภ อรญฺญํ ปาวิสิ. ราชาปิ ปาวิสิเยว. ตตฺถ สรภมิคสฺส คมนมคฺเค สฏฺฐิหตฺถมตฺโต มหาปูติปาตนรกอาวาโฏ อตฺถิ, โส ตึสหตฺถมตฺตํ อุทเกน ปุณฺโณ ติเณหิ จ ปฏิจฺฉนฺโน. สรโภ อุทกคนฺธํ ฆายิตฺวาว อาวาฏภาวํ ญตฺวา โถกํ โอสกฺกิตฺวา คโต. ราชา ปน อุชุกเมว อาคจฺฉนฺโต ตสฺมึ ปติ.
สรโภ ตสฺส ปทสทฺทํ อสุณนฺโต นิวตฺติตฺวา ตํ อปสฺสนฺโต ‘‘นรกอาวาเฏ ปติโต ภวิสฺสตี’’ติ ญตฺวา อาคนฺตฺวา โอโลเกนฺโต ตํ คมฺภีเร อุทเก อปฺปติฏฺเฐ กิลมนฺตํ ทิสฺวา เตน กตาปราธํ หทเย อกตฺวา สญฺชาตการุญฺโญ ‘‘มา มยิ ปสฺสนฺเต วราโก นสฺสตุ, อิมมฺหา ตํ ทุกฺขา โมเจสฺสามี’’ติ อาวาฏตีเร ฐิโต ‘‘มา ภายิ, มหาราช, อหํ ตํ ทุกฺขา โมเจสฺสามี’’ติ วตฺวา อตฺตโน ปิยปุตฺตํ อุทฺธริตุํ อุสฺสาหํ กโรนฺโต วิย ตสฺสุทฺธรณตฺถาย สิลาย โยคฺคํ กตฺวา ‘‘วิชฺฌิสฺสามี’’ติ อาคตํ ราชานํ สฏฺฐิหตฺถา นรกา อุทฺธริตฺวา อสฺสาเสตฺวา ปิฏฺฐึ อาโรเปตฺวา อรญฺญา นีหริตฺวา เสนาย อวิทูเร โอตาเรตฺวา โอวาทมสฺส ทตฺวา ปญฺจสุ สีเลสุ ปติฏฺฐาเปสิ. ราชา เสนงฺคปริวุโต นครํ คนฺตฺวา ‘‘อิโต ปฏฺฐาย สกลรฏฺฐวาสิโน ปญฺจ สีลานิ รกฺขนฺตู’’ติ ธมฺมเภรึ จราเปสิ. มหาสตฺเตน ปน อตฺตโน กตคุณํ กสฺสจิ อกเถตฺวา สายํ นานคฺครสโภชนํ ภุญฺชิตฺวา อลงฺกตสยเน สยิตฺวา ปจฺจูสกาเล มหาสตฺตสฺส คุณํ สริตฺวา อุฏฺฐาย สยนปิฏฺเฐ ปลฺลงฺเกน นิสีทิตฺวา ปีติปุณฺเณน หทเยน อุทานํ อุทาเนนฺโต ‘‘อาสีเสเถว ปุริโส’’ติอาทินา อิมา ฉ คาถา อภาสิ.
ตตฺถ อหิตา หิตา จาติ ทุกฺขผสฺสา สุขผสฺสา จ, มรณผสฺสา, ชีวิตผสฺสาติปิ อตฺโถ. สตฺตานญฺหิ มรณผสฺโส อหิโต, ชีวิตผสฺโส หิโต. เตสํ อจินฺติโต มรณผสฺโส อาคจฺฉตีติ ทสฺเสติ. อจินฺติตมฺปีติ มยา ‘‘อาวาเฏ ปติสฺสามี’’ติ น จินฺติตํ, ‘‘สรภํ มาเรสฺสามี’’ติ จินฺติตํ. อิทานิ ปน เม จินฺติตํ นฏฺฐํ, อจินฺติตเมว ชาตนฺติ อุทานวเสน วทติ. โภคาติ ยสปริวารา, เอเต จินฺตามยา น โหนฺติ. ตสฺมา ญาณวตา วีริยเมว กาตพฺพนฺติ วทติ. วีริยวโต หิ อจินฺติตมฺปิ โหติเยว.
ตสฺเสตํ อุทานํ อุทาเนนฺตสฺเสว อรุณํ อุฏฺฐหิ. ปุโรหิโต ปาโตว สุขเสยฺยปุจฺฉนตฺถํ อาคนฺตฺวา ทฺวาเร ฐิโต ตสฺส อุทานคีตสทฺทํ สุตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘ราชา หิยฺโย มิควํ อคมาสิ, ตตฺถ สรภมิคํ วิทฺโธ ภวิสฺสติ, เตน มญฺเญ อุทานํ อุทาเนตี’’ติ. เอวํ พฺราหฺมณสฺส รญฺโญ ปริปุณฺณพฺยญฺชนํ อุทานํ สุตฺวา สุมชฺชิเต อาทาเส มุขํ โอโลเกนฺตสฺส ฉายา วิย รญฺญา จ สรเภน จ กตการณํ ปากฏํ อโหสิ, โส นขคฺเคน ทฺวารํ อาโกเฏสิ. ราชา ‘‘โก เอโส’’ติ ปุจฺฉิ. อหํ, เทว, ปุโรหิโตติ. อถสฺส ทฺวารํ วิวริตฺวา ‘‘อิโต เอหาจริยา’’ติ อาห. โส ปวิสิตฺวา ราชานํ ชยาเปตฺวา เอกมนฺตํ ฐิโต ‘‘อหํ, มหาราช, ตยา อรญฺเญ กตการณํ ชานามิ, ตฺวํ เอกํ สรภมิคํ อนุพนฺธนฺโต นรเก ปติโต, อถ นํ โส สรโภ สิลาย โยคฺคํ กตฺวา นรกโต อุทฺธริ, โส ตฺวํ ตสฺส คุณํ สริตฺวา อุทานํ อุทาเนสี’’ติ วตฺวา ‘‘สรภํ คิริทุคฺคสฺมิ’’นฺติอาทินา เทฺว คาถา อภาสิ.
ตตฺถ อนุสรีติ อนุพนฺธิ. วิกฺกนฺตนฺติ อุทฺธรณตฺถาย กตปรกฺกมํ. อนุชีวสีติ อุปชีวสิ, ตสฺสานุภาเวน ตยา ชีวิตํ ลทฺธนฺติ อตฺโถ. สมุทฺธรีติ อุทฺธรณํ อกาสิ. สิลาย โยคฺคํ สรโภ กริตฺวาติ สิลาย โสปานสทิสาย นรกโต อุทฺธรณโยคฺคตํ กริตฺวา. อลีนจิตฺตนฺติ สงฺโกจํ อปฺปตฺตจิตฺตํ. ต มิคํ วเทสีติ สุวณฺณสรภมิคํ อิธ สิริสยเน นิปนฺโน วณฺเณสิ. ตํ สุตฺวา ราชา, ‘‘อยํ มยา สทฺธึ น มิควํ อาคโต, สพฺพญฺจ ปวตฺตึ ชานาติ, กถํ นุ โข ชานาติ, ปุจฺฉิสฺสามิ น’’นฺติ จินฺเตตฺวา – ‘‘กึ ตฺวํ นุ ตตฺเถวา’’ติ นวมคาถมาห. ตตฺถ ภึสรูปนฺติ กึ นุ เต ญาณํ พลวชาติกํ, เตเนตํ ชานาสีติ วทติ. พฺราหฺมโณ ‘‘นาหํ สพฺพญฺญุพุทฺโธ, พฺยญฺชนํ อมกฺเขตฺวา ตยา กถิตคาถาย ปน มยฺหํ อตฺโถ อุปฏฺฐาตี’’ติ ทีเปนฺโต ‘‘น เจวห’’นฺติ ทสมคาถมาห. ตตฺถ สุภาสิตานนฺติ พฺยญฺชนํ อมกฺเขตฺวา สุฏฺฐุ ภาสิตานํ. อตฺถํ ตทาเนนฺตีติ โย เตสํ อตฺโถ, ตํ อาเนนฺติ อุปธาเรนฺตีติ อตฺโถ. ตทา ปุโรหิโต ธมฺมเสนาปติ อโหสิ. เตเนวาห – ‘‘อตีเตปี’’ติอาทิ. เสสํ อุตฺตานตฺถเมว.
อญฺญาสิโกณฺฑญฺญตฺเถรวตฺถุ
อญฺญาสิโกณฺฑญฺญตฺเถราทโยติอาทีสุ ปน ยาถาวสรสคุณวเสนาติ ยถาสภาวคุณวเสน. ปพฺพชฺชาวเสน ปฏิเวธวเสน สุจิรํ สุนิปุณํ รตฺตินฺทิวปริจฺเฉทชานนวเสน จ รตฺตญฺญุตา เวทิตพฺพาติ ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ฐเปตฺวา หิ สมฺมาสมฺพุทฺธ’’นฺติอาทิมาห. ปากโฏว โหตีติ สติปญฺญาเวปุลฺลปฺปตฺติโก ปากโฏ วิภูโต โหติ. อญฺญาสิโกณฺฑญฺโญติ สาวเกสุ สพฺพปฐมํ จตฺตาริ อริยสจฺจานิ ญาตโกณฺฑญฺโญ. สพฺเพสุปิ เอตทคฺเคสูติ สพฺเพสุปิ เอตทคฺคสุตฺเตสุ, สพฺเพสุ วา เอตทคฺคฏฺฐปเนสุ.
ธุรปตฺตานีติ ปตฺตานํ ปมุขภูตานิ พาหิรปตฺตานิ. นวุติหตฺถานีติ มชฺฌิมปุริสสฺส หตฺเถน นวุติรตนานิ. ปทุเมเนว ตํ ตํ ปเทสํ อุตฺตรติ อติกฺกมตีติ ปทุมุตฺตโร, ภควา. คนฺธทามมาลาทามาทีหีติ อาทิสทฺเทน ปตฺตทามาทึ สงฺคณฺหาติ. ตตฺถ คนฺธทาเมหิ กตมาลา คนฺธทามํ. ลวงฺคตกฺโกลชาติปุปฺผาทีหิ กตมาลา มาลาทามํ. ตมาลปตฺตาทีหิ กตมาลา ปตฺตทามํ. วงฺคปฏฺเฏติ วงฺคเทเส อุปฺปนฺนฆนสุขุมวตฺเถ. อุตฺตมสุขุมวตฺถนฺติ กาสิกวตฺถมาห.
เตปริวฏฺฏธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนสุตฺตนฺตปริโยสาเนติ เอตฺถ ‘‘อิทํ ทุกฺขํ อริยสจฺจ’’นฺติอาทินา สจฺจวเสน, ‘‘ทุกฺขํ อริยสจฺจํ ปริญฺเญยฺย’’นฺติอาทินา กิจฺจวเสน, ‘‘ทุกฺขํ อริยสจฺจํ ปริญฺญาต’’นฺติอาทินา กตวเสน จ ตีหิ อากาเรหิ ปริวฏฺเฏตฺวา จตุนฺนํ สจฺจานํ เทสิตตฺตา ตโย ปริวฏฺฏา เอตสฺส อตฺถีติ ติปริวฏฺฏํ, ติปริวฏฺฏเมว เตปริวฏฺฏํ, เตปริวฏฺฏญฺจ ตํ ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนญฺจาติ เตปริวฏฺฏธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนํ, ตเทว สุตฺตนฺตํ, ตสฺส ปริโยสาเนติ อตฺโถ.
สาลิคพฺภํ ผาเลตฺวา อาทายาติ สาลิคพฺภํ ผาเลตฺวา ตตฺถ ลพฺภมานํ สาลิขีรรสํ อาทาย. อนุจฺฉวิกนฺติ พุทฺธานํ อนุจฺฉวิกํ ขีรปายสํ ปจาเปม. เวณิโย ปุริสภาววเสน พนฺธิตฺวา กลาปกรเณ กลาปคฺคํ. ขเล กลาปานํ ฐปนทิวเส ขลคฺคํ. มทฺทิตฺวา วีหีนํ ราสิกรณทิวเส ขลภณฺฑคฺคํ. โกฏฺเฐสุ หิ ธญฺญสฺส ปกฺขิปนทิวเส โกฏฺฐคฺคํ.
เทฺว คติโยติ เทฺว เอว นิปฺผตฺติโย, เทฺว นิฏฺฐาติ อตฺโถ. ตสฺมึ กุมาเร สพฺพญฺญุตํ ปตฺเตติ โกณฺฑญฺญมาณวสฺเสว ลทฺธิยํ ฐตฺวา อิตเรปิ ฉ ชนา ปุตฺเต อนุสาสึสุ. โพธิรุกฺขมูเล ปาจีนปสฺสํ อจลฏฺฐานํ นาม, ยํ ‘‘วชิราสน’’นฺติปิ วุจฺจติ. มหตํ มหติโย วหตีติ ‘‘ปาจีนมุโข’’ติ อวตฺวา ‘‘ปาจีนโลกธาตุอภิมุโข’’ติ วุตฺตํ. มํสจกฺขุปิ โลกนาถสฺส อปฺปฏิฆาตํ มหาวิสยญฺจาติ. จตุรงฺคสมนฺนาคตนฺติ ‘‘กามํ ตโจ จ นฺหารุ จ, อฏฺฐิ จ อวสิสฺสตู’’ติอาทินา (ม. นิ. ๒.๑๘๔; สํ. นิ. ๒.๒๒, ๒๓๗; อ. นิ. ๒.๕; มหานิ. ๑๙๖) วุตฺตจตุรงฺคสมนฺนาคตํ.
อิทํ ปน สพฺพเมวาติ ‘‘กสฺส นุ โข อหํ ปฐมํ ธมฺมํ เทเสสฺสามี’’ติอาทินยปฺปวตฺตํ (ม. นิ. ๑.๒๘๔; ๒.๓๔๑; มหาว. ๑๐) สพฺพเมว. ปริวิตกฺกมตฺตเมว ตถา อตฺถสิทฺธิยา อภาวโต. ปุปฺผิตผลิตํ กตฺวาติ อภิญฺญาปฏิสมฺภิทาหิ สพฺพปาลิผุลฺลํ, มคฺคผเลหิ สพฺพโส ผลภารภริตญฺจ กโรนฺโต ปุปฺผิตํ ผลิตํ กตฺวา. อปกฺกมิตุกาโม หุตฺวาติ เทฺวปิ อคฺคสาวเก อตฺตโน นิปจฺจการํ กโรนฺเต ทิสฺวา เตสํ คุณาติเรกตํ พหุ มญฺญนฺโต พุทฺธานํ สนฺติกา อปกฺกมิตุกาโม หุตฺวา. ตตฺเถวาติ ฉทฺทนฺตทหตีเรเยว.
สาริปุตฺต-โมคฺคลฺลานตฺเถรวตฺถุ
๑๘๙-๑๙๐. ทุติยตติเยสุ อิทฺธิมนฺตานนฺติ เอตฺถ มนฺต-สทฺโท อติสยตฺถวิสโยติ เถรสฺส อติสยิกอิทฺธิตํ ทสฺเสตุํ – ‘‘อิทฺธิยา สมฺปนฺนาน’’นฺติ วุตฺตํ. สห ปํสูหิ กีฬึสูติ สหปํสุกีฬิตา. อิธโลกตฺตภาวเมวาติ ทิฏฺฐธมฺมิกอตฺตภาวเมว. โสฬส ปญฺญา ปฏิวิชฺฌิตฺวา ฐิโตติ มชฺฌิมนิกาเย อนุปทสุตฺตนฺตเทสนาย ‘‘มหาปญฺโญ, ภิกฺขเว, สาริปุตฺโต, ปุถุปญฺโญ, ภิกฺขเว, สาริปุตฺโต, หาสปญฺโญ, ภิกฺขเว, สาริปุตฺโต, ชวนปญฺโญ, ภิกฺขเว, สาริปุตฺโต, ติกฺขปญฺโญ, ภิกฺขเว, สาริปุตฺโต, นิพฺเพธิกปญฺโญ, ภิกฺขเว, สาริปุตฺโต’’ติ (ม. นิ. ๓.๙๓) เอวมาคตา มหาปญฺญาทิกา ฉ, ตสฺมึเยว สุตฺเต อาคตา นวานุปุพฺพวิหารสมาปตฺติปญฺญา, อรหตฺตมคฺคปญฺญาติ อิมา โสฬสวิธา ปญฺญา ปฏิวิชฺฌิตฺวา สจฺฉิกตฺวา ฐิโต.
ปญฺหสากจฺฉนฺติ ปญฺหสฺส ปุจฺฉนวเสน วิสฺสชฺชนวเสน จ สากจฺฉํ กโรติ. อตฺถิเกหิ อุปญฺญาตํ มคฺคนฺติ เอตํ อนุพนฺธนสฺส การณวจนํ. อิทญฺหิ วุตฺตํ โหติ – ยํนูนาหํ อิมํ ภิกฺขุํ ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต อนุพนฺเธยฺยํ. กสฺมา? ยสฺมา อิทํ ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต อนุพนฺธนํ นาม อตฺถิเกหิ อุปญฺญาตํ มคฺคํ, ญาโต เจว อุปคโต จ มคฺโคติ อตฺโถ. อถ วา อตฺถิเกหิ อเมฺหหิ มรเณ สติ อมเตนปิ ภวิตพฺพนฺติ เอวํ เกวลํ อตฺถีติ อุปญฺญาตํ, อนุมานญาเณน อุปคนฺตฺวา ญาตํ นิพฺพานํ นาม อตฺถิ, ตํ มคฺคนฺโต ปริเยสนฺโตติ เอวมฺเปตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.
เนสํ ปริสายาติ ทฺวินฺนํ อคฺคสาวกานํ ปริวารภูตปริสาย. เทฺว อคฺคสาวเกติ สาริปุตฺตโมคฺคลฺลาเน เทฺว มหานุภาเว สาวเก. ฐานนฺตเรติ อคฺคสาวกตฺตสญฺญิเต ฐานนฺตเร ฐเปสิ. กสฺมา ปเนตฺถ ‘‘อคฺคสาวเก’’ติ อวตฺวา ‘‘มหาสาวเก’’ติ วุตฺตํ. ยทิ อญฺเญปิ มหาเถรา อภิญฺญาตาทิคุณวิเสสโยเคน ‘‘มหาสาวกา’’ติ วตฺตพฺพตํ ลภนฺติ, อิเมเยว ปน สาวเกสุ อนญฺญสาธารณภูตา วิเสสโต ‘‘มหาสาวกา’’ติ วตฺตพฺพาติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘เทฺวปิ มหาสาวเก’’ติ วุตฺตํ.
มหากสฺสปตฺเถรวตฺถุ
๑๙๑. จตุตฺเถ ยสฺมา ธุตวาทธุตธมฺมธุตงฺคานิ ธุตมูลกานิ, ตสฺมา ‘‘ธุโต เวทิตพฺโพ’’ติ อารทฺธํ, ตตฺถ กิเลเส ธุนิ ธุตวาติ ธุโต, ธุตกิเลโส ปุคฺคโล, กิเลสธุนโน วา ธมฺโม, กิเลสธุนโน ธมฺโมติ จ สปุพฺพภาโค อริยมคฺโค ทฏฺฐพฺโพ. ตํ ธุตสญฺญิตํ กิเลสธุนนธมฺมํ วทติ, ปเร ตตฺถ ปติฏฺฐาเปตีติ ธุตวาโท. จตุกฺกญฺเจตฺถ สมฺภวตีติ ตํ ทสฺเสตุํ – ‘‘เอตฺถ ปนา’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตยิทนฺติ นิปาโต, ตสฺส โส อยนฺติ อตฺโถ. ธุตภูตสฺส ธุตภูตา ธมฺมา ธุตธมฺมา. อปฺปิจฺฉตา สนฺตุฏฺฐิตา เหฏฺฐา วุตฺตา เอว. กิเลเส สมฺมา ลิขติ ตจฺฉตีติ สลฺเลโข, กิเลสเชคุจฺฉี, ตสฺส ภาโว สลฺเลขตา. ทฺวีหิปิ กาเมหิ วิวิจฺจตีติ ปวิเวโก, โยนิโสมนสิการพหุโล ปุคฺคโล, ตสฺส ภาโว ปวิเวกตา. อิมินา สรีรฏฺฐปนมตฺเตน อตฺถีติ อิทมฏฺฐิ ตฺถ-การสฺส ฏฺฐ-การํ กตฺวา, ตสฺส ภาโว อิทมฏฺฐิตา, อิเมหิ วา กุสลธมฺเมหิ อตฺถิ อิทมฏฺฐิ, เยน ญาเณน ‘‘ปพฺพชิเตน นาม ปํสุกูลิกงฺคาทีสุ ปติฏฺฐิเตน ภวิตพฺพ’’นฺติ ยถานุสิฏฺฐํ ธุตคุเณ สมาทิยติ เจว ปริหรติ จ, ตํ ญาณํ อิทมฏฺฐิตา. เตนาห – ‘‘อิทมฏฺฐิตา ญาณเมวา’’ติ. ธุตธมฺมา นามาติ ธุตงฺคเสวนาย ปฏิปกฺขภูตานํ ปาปธมฺมานํ ธุนนวเสน ปวตฺติยา ธุโตติ ลทฺธนามาย ธุตงฺคเจตนาย อุปการกา ธมฺมาติ กตฺวา ธุตธมฺมา นาม. อนุปตนฺตีติ ตทนฺโตคธา ตปฺปริยาปนฺนา โหนฺติ ตทุภยสฺเสว ปวตฺติวิเสสภาวโต. ปฏิกฺเขปวตฺถูสูติ ธุตงฺคเสวนาย ปฏิกฺขิปิตพฺพวตฺถูสุ ปหาตพฺพวตฺถูสุ.
ปํสุกูลิกงฺคํ…เป… เนสชฺชิกงฺคนฺติ อุทฺเทโสปิ เปยฺยาลนเยน ทสฺสิโต. ยเทตฺถ วตฺตพฺพํ, ตํ สพฺพํ วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๒๒ อาทโย) วิตฺถารโต วุตฺตํ. ธุตวาทคฺคหเณเนว เถรสฺส ธุตภาโวปิ คหิโต โหตีติ ‘‘ธุตวาทาน’’นฺเตว วุตฺตํ. อยํ มหาติ อภินีหาราทิมหนฺตตายปิ สาสนสฺส อุปการิตายปิ อยํ เถโร มหา, คุณมหนฺตตาย ปสํสาวจนเมว วา เอตํ เถรสฺส ยทิทํ มหากสฺสโปติ ยถา ‘‘มหาโมคฺคลฺลาโน’’ติ.
สตฺถุ ธมฺมเทสนาย วตฺถุตฺตเย สญฺชาตปฺปสาทตาย อุปาสกภาเว ฐิตตฺตา วุตฺตํ – ‘‘อุโปสถงฺคานิ อธิฏฺฐายา’’ติอาทิ. เอตสฺส อคฺคภาวสฺสาติ โยเชตพฺพํ. สจฺจกาโรติ สจฺจภาวาวโห กาโร, อวิสํวาทนวเสน วา ตทตฺถสาธโนติ อตฺโถ. โกลาหลนฺติ กุตูหลวิปฺผาโร. สตฺถา สตฺตเม สตฺตเม สํวจฺฉเร ธมฺมํ กเถนฺโต สตฺตานํ สวนโยคฺคํ กาลํ สลฺลกฺเขนฺโต ทิวา สายนฺหสมยํ กเถติ, รตฺติยํ สกลยามํ. เตนาห – ‘‘พฺราหฺมโณ พฺราหฺมเณ อาห – ‘โภติ กึ รตฺตึ ธมฺมํ สุณิสฺสสิ ทิวา’’’ติ. วิสฺสาสิโกติ วิสฺสาสิกภาโว. ‘‘ตโต ปฏฺฐาย โส’’ติ วา ปาโฐ.
เทฺว อสงฺเขฺยยฺยานิ ปูริตปารมิสฺสาติ อิทํ สา ปรมฺปราย โสตปติตํ อตฺถํ คเหตฺวา อาห. อทินฺนวิปากสฺสาติ อวิปกฺกวิปากสฺส. ภทฺทเก กาเลติ ยุตฺเต กาเล. นกฺขตฺตนฺติ นกฺขตฺเตน ลกฺขิตํ ฉณํ. ตสฺมึ ตสฺมิญฺหิ นกฺขตฺเต อนุภวิตพฺพฉณานิ นกฺขตฺตานิ นาม, อิตรานิ ปน ฉณานิ นาม. สมฺมาปติตทุกฺขโต วิโมจเนน ตโต นิยฺยานาวหตาย อิจฺฉิตตฺถสฺส ลภาปนโต จ นิยฺยานิกํ. เตสนฺติ สุวณฺณปทุมานํ. โอลมฺพกาติ สุวณฺณรตนวิจิตฺตา รตนทามา. ปุญฺญนิยาเมนาติ ปุญฺญานุภาวสิทฺเธน นิยาเมน. สฺวสฺส พาราณสิรชฺชํ ทาตุํ กโตกาโส. ผุสฺสรถนฺติ มงฺคลรถํ. เสตจฺฉตฺตอุณฺหีสวาลพีชนิขคฺคมณิปาทุกานิ ปญฺจวิธํ ราชกกุธภณฺฑนฺติ วทนฺติ. อิธ ปน เสตจฺฉตฺตํ วิสุํ คหิตนฺติ สีหาสนํ ปญฺจมํ กตฺวา วทนฺติ. ปารุปนกณฺณนฺติ ปารุปนวตฺถสฺส ทสนฺตํ. ทิพฺพวตฺถทายิปุญฺญานุภาวโจทิโต ‘‘นนุ ตาตา ถูล’’นฺติ อาห. อโห ตปสฺสีติ อโห กปโณ อหํ ราชาติ อตฺโถ. พุทฺธานํ สทฺทหิตฺวาติ พุทฺธานํ สาสนํ สทฺทหิตฺวา. จงฺกมนสตานีติ อิติ-สทฺโท อาทฺยตฺโถ. เตน หิ อคฺคิสาลาทีนิ ปพฺพชิตสารุปฺปานิ ฐานานิ สงฺคณฺหาติ.
สาธุกีฬิตนฺติ อริยานํ ปรินิพฺพุตฏฺฐาเน กาตพฺพสกฺการํ วทติ. นปฺปมชฺชิ, นิโรคา อยฺยาติ ปุจฺฉิตาการทสฺสนํ. ปรินิพฺพุตา เทวาติ เทวี ปฏิวจนํ อทาสิ. ปฏิยาเทตฺวาติ นิยฺยาเตตฺวา. สมณกปพฺพชฺชนฺติ สมิตปาเปหิ อริเยหิ อนุฏฺฐาตพฺพปพฺพชฺชํ. โส หิ ราชา ปจฺเจกพุทฺธานํ เวสสฺส ทิฏฺฐตฺตา ‘‘อิทเมว ภทฺทก’’นฺติ ตาทิสํเยว ลิงฺคํ คณฺหิ. ตตฺเถวาติ พฺรหฺมโลเก เอว. วีสติเม วสฺเส สมฺปตฺเตติ อาหริตฺวา สมฺพนฺโธ. พฺรหฺมโลกโต จวิตฺวา นิพฺพตฺตตฺตา, พฺรหฺมจริยาธิการสฺส จ จิรกาลสมฺภูตตฺตา ‘‘เอวรูปํ กถํ มา กเถถา’’ติ อาห. วีสติ ธรณานิ นิกฺขนฺติ วทนฺติ, ปญฺจปลํ นิกฺขนฺติ อปเร. อิตฺถากโรติ อิตฺถิรตนสฺส อุปฺปตฺติฏฺฐานํ. อยฺยธีตาติ อมฺหากํ อยฺยสฺส ธีตา, ภทฺทกาปิลานีติ อตฺโถ. สมานปณฺณนฺติ สทิสปณฺณํ สทิสเลขํ กุมารสฺส กุมาริกาย จ ยุตฺตํ ปณฺณเลขํ. เต ปุริสา สมาคตฏฺฐานโต มคธรฏฺเฐ มหาติตฺถคามํ มทฺทรฏฺเฐ สาคลนครญฺจ อุทฺทิสฺส อปกฺกมนฺตา อญฺญมญฺญํ วิสฺสชฺชนฺตา นาม โหนฺตีติ ‘‘อิโต จ เอตฺโต จ เปเสสุ’’นฺติ วุตฺตา.
ปุปฺผทามนฺติ หตฺถิหตฺถปฺปมาณํ ปุปฺผทามํ. ตานีติ ตานิ อุโภหิ คนฺถาปิตานิ เทฺว ปุปฺผทามานิ. เตติ อุโภ ภทฺทา เจว ปิปฺปลิกุมาโร จ. โลกามิเสนาติ กามสฺสาเทน. อสํสฏฺฐาติ น สํยุตฺตา ฆเฏ ชลนฺเตน วิย ปทีเปน อชฺฌาสเย สมุชฺชลนฺเตน วิโมกฺขพีเชน สมุสฺสาหิตจิตฺตตฺตา. ยนฺตพทฺธานีติ สสฺสสมฺปาทนตฺถํ ตตฺถ ตตฺถ ทฺวารกวาฏโยชนวเสน พทฺธานิ นิกฺขมนตุมฺพานิ. กมฺมนฺโตติ กสิกมฺมกรณฏฺฐานํ. ทาสิกคามาติ ทาสานํ วสนคามา. โอสาเรตฺวาติ ปกฺขิปิตฺวา. อากปฺปกุตฺตวเสนาติ อาการวเสน กิริยาวเสน. อนนุจฺฉวิกนฺติ ปพฺพชิตภาวสฺส อนนุรูปํ. ตสฺส มตฺถเกติ เทฺวธาปถสฺส ทฺวิธาภูตฏฺฐาเน. เอเตสํ สงฺคหํ กาตุํ วฏฺฏตีติ นิสีทตีติ สมฺพนฺโธ. สา ปน ตตฺถ สตฺถุ นิสชฺชา เอทิสีติ ทสฺเสตุํ – ‘‘นิสีทนฺโต ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ยา พุทฺธานํ อปริมิตกาลสมฺภูตาจินฺเตยฺยาปริญฺเญยฺยปุญฺญสมฺภารูปจยนิพฺพตฺตา รูปปฺปภาวพุทฺธคุณวิชฺโชติตา ทฺวตฺตึสมหาปุริสลกฺขณอสีติอนุพฺยญฺชนสมุชฺชลิตา พฺยามปฺปภาเกตุมาลาลงฺกตา สภาวสิทฺธิตาย อกิตฺติมา รูปกายสิรี, ตํเยว มหากสฺสปสฺส อทิฏฺฐปุพฺพปฺปสาทสํวทฺธนตฺถํ อนิคฺคูหิตฺวา นิสินฺโน ภควา ‘‘พุทฺธเวสํ คเหตฺวา…เป… นิสีที’’ติ วุตฺโต. อสีติหตฺถปฺปเทสํ พฺยาเปตฺวา ปวตฺติยา อสีติหตฺถาติ วุตฺตา. สตสาโขติ พหุสาโข อเนกสาโข. สุวณฺณวณฺโณว อโหสิ นิรนฺตรํ พุทฺธรสฺมีหิ สมนฺตโต สโมกิณฺณภาวโต.
ตีสุ ฐาเนสูติ ทูรโต นาติทูเร อาสนฺเนติ ตีสุ ฐาเนสุ. ตีหิ โอวาเทหีติ ‘‘ตสฺมาติห เต, กสฺสป, เอวํ สิกฺขิตพฺพํ ‘ติพฺพํ เม หิโรตฺตปฺปํ ปจฺจุปฏฺฐิตํ ภวิสฺสติ เถเรสุ นเวสุ มชฺฌิเมสู’ติ. เอวญฺหิ เต, กสฺสป, สิกฺขิตพฺพํ. ตสฺมาติห เต, กสฺสป, เอวํ สิกฺขิตพฺพํ ‘ยํ กิญฺจิ ธมฺมํ สุณิสฺสามิ กุสลูปสํหิตํ, สพฺพํ ตํ อฏฺฐึ กตฺวา มนสิ กริตฺวา สพฺพํ เจตสา สมนฺนาหริตฺวา โอหิตโสโต ธมฺมํ สุณิสฺสามี’ติ, เอวญฺหิ เต, กสฺสป, สิกฺขิตพฺพํ. ตสฺมาติห เต, กสฺสป, เอวํ สิกฺขิตพฺพํ ‘สาตสหคตา จ เม กายคตาสติ น วิชหิสฺสตี’ติ, เอวญฺหิ เต, กสฺสป, สิกฺขิตพฺพ’’นฺติ (สํ. นิ. ๒.๑๕๔) อิเมหิ ตีหิ โอวาเทหิ. เอตฺถ หิ ภควา ปฐมํ โอวาทํ เถรสฺส พฺราหฺมณชาติกตฺตา ชาติมานปฺปหานตฺถมภาสิ, ทุติยํ พาหุสจฺจํ นิสฺสาย อุปฺปชฺชนกอหํการปฺปหานตฺถํ, ตติยํ อุปธิสมฺปตฺตึ นิสฺสาย อุปฺปชฺชนกอตฺตสิเนหปฺปหานตฺถํ. มุทุกา โข ตฺยายนฺติ มุทุกา โข เต อยํ. กสฺมา ปน ภควา เอวมาห? เถเรน สห จีวรํ ปริวตฺเตตุกามตาย. กสฺมา ปริวตฺเตตุกาโม ชาโตติ? เถรํ อตฺตโน ฐาเน ฐเปตุกามตาย. กึ สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานา นตฺถีติ? อตฺถิ, เอวํ ปนสฺส อโหสิ ‘‘อิเมน จิรํ ฐสฺสนฺติ, กสฺสโป ปน วีสติวสฺสสตายุโก, โส มยิ ปรินิพฺพุเต สตฺตปณฺณิคุหายํ วสิตฺวา ธมฺมวินยสงฺคหํ กตฺวา มม สาสนํ ปญฺจวสฺสสหสฺสปริมาณกาลปฺปวตฺตนกํ กริสฺสตีติ อตฺตโน ฐาเน ฐเปสิ. เอวํ ภิกฺขู กสฺสปสฺส สุสฺสูสิตพฺพํ มญฺญิสฺสนฺตี’’ติ. ตสฺมา เอวมาห.
จนฺทูปโมติ จนฺทสทิโส หุตฺวา. กึ ปริมณฺฑลตาย? โน, อปิจ โข ยถา จนฺโท คคนตลํ ปกฺขนฺทมาโน น เกนจิ สทฺธึ สนฺถวํ วา สิเนหํ วา อาลยํ วา กโรติ, น จ น โหติ มหาชนสฺส ปิโย มนาโป, อยมฺปิ เอวํ เกนจิ สทฺธึ สนฺถวาทีนํ อกรเณน พหุชนสฺส ปิโย มนาโป จนฺทูปโม หุตฺวา ขตฺติยกุลาทีนิ จตฺตาริ กุลานิ อุปสงฺกมตีติ อตฺโถ. อปกสฺเสว กายํ อปกสฺส จิตฺตนฺติ เตเนว สนฺถวาทีนํ อกรเณน กายญฺจ จิตฺตญฺจ อปกฑฺฒิตฺวา, อปเนตฺวาติ อตฺโถ. นิจฺจํ นโวติ นิจฺจนวโกว, อาคนฺตุกสทิโส หุตฺวาติ อตฺโถ. อาคนฺตุโก หิ ปฏิปาฏิยา สมฺปตฺตเคหํ ปวิสิตฺวา สเจ นํ ฆรสามิกา ทิสฺวา ‘‘อมฺหากมฺปิ ปุตฺตภาตโร วิปฺปวาสํ คนฺตฺวา เอวํ วิจรึสู’’ติ อนุกมฺปมานา นิสีทาเปตฺวา โภเชนฺติ, ภุตฺตมตฺโตเยว ‘‘ตุมฺหากํ ภาชนํ คณฺหถา’’ติ อุฏฺฐาย ปกฺกมติ, น เตหิ สทฺธึ สนฺถวํ วา กโรติ, กิจฺจกรณียานิ วา สํวิทหติ, เอวมยมฺปิ ปฏิปาฏิยา สมฺปตฺตํ ฆรํ ปวิสิตฺวา ยํ อิริยาปเถ ปสนฺนา มนุสฺสา เทนฺติ, ตํ คเหตฺวา ฉินฺนสนฺถโว เตสํ กิจฺจกรณีเย อพฺยาวโฏ หุตฺวา นิกฺขมตีติ ทีเปติ.
อปฺปคพฺโภติ นปฺปคพฺโภ, อฏฺฐฏฺฐาเนน กายปาคพฺภิเยน, จตุฏฺฐาเนน วจีปาคพฺภิเยน, อเนกฏฺฐาเนน มโนปาคพฺภิเยน จ วิรหิโตติ อตฺโถ. อฏฺฐฏฺฐานํ กายปาคพฺภิยํ นาม สงฺฆคณปุคฺคลโภชนสาลชนฺตาฆรนหานติตฺถภิกฺขาจารมคฺเคสุ อนฺตรฆรปเวสเน จ กาเยน อปฺปติรูปกรณํ. จตุฏฺฐานํ วจีปาคพฺภิยํ นาม สงฺฆคณปุคฺคลอนฺตรฆเรสุ อปฺปติรูปวาจานิจฺฉารณํ. อเนกฏฺฐานํ มโนปาคพฺภิยํ นาม เตสุ เตสุ ฐาเนสุ กายวาจาหิ อชฺฌาจารํ อนาปชฺชิตฺวาปิ มนสา กามวิตกฺกาทีนํ วิตกฺกนํ. สพฺเพสมฺปิ อิเมสํ ปาคพฺภิยานํ อภาเวน อปฺปคพฺโภ หุตฺวา กุลานิ อุปสงฺกมตีติ อตฺโถ. กสฺสปสํยุตฺเตน จ จนฺทูปมปฺปฏิปทาทิเถรสฺส ธุตวาเทสุ อคฺคภาวสฺส โพธิตตฺตา วุตฺตํ ‘‘เอตเทว กสฺสปสํยุตฺตํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ กตฺวา’’ติ.
อนุรุทฺธตฺเถรวตฺถุ
๑๙๒. ปญฺจเม โภชนปปญฺจมตฺตนฺติ โคจรคาเม ปิณฺฑาย จรณาหารปริโภคสญฺญิตํ โภชนปปญฺจมตฺตํ. ทีปรุกฺขานนฺติ โลหทนฺตกฏฺฐมยานํ มหนฺตานํ ทีปรุกฺขานํ. โลหมเยสุปิ หิ เตสุ ทีปาธาเรสุ ทีปรุกฺขกาติ รุฬฺหิเรสา ทฏฺฐพฺพา. โอลมฺพกทีปมณฺฑลทีปสญฺจรณทีปาทิกา เสสทีปา.
อนุปริยายิ ปทกฺขิณกรณวเสน. อหํ เตนาติ เยน ตุยฺหํ อตฺโถ, อหํ เตน ปวาเรมิ, ตสฺมา ตํ อาหราเปตฺวา คณฺหาติ อตฺโถ. สุวณฺณปาติยํเยวสฺส ภตฺตํ อุปฺปชฺชีติ เทวตานุภาเวน อุปฺปชฺชิ, น กิญฺจิ ปจนกิจฺจํ อตฺถิ. สตฺต มหาปุริสวิตกฺเก วิตกฺเกสีติ ‘‘อปฺปิจฺฉสฺสายํ ธมฺโม, นายํ ธมฺโม มหิจฺฉสฺสา’’ติอาทิเก สตฺต มหาปุริสวิตกฺเก วิตกฺเกสิ. อฏฺฐเมติ ‘‘นิปฺปปญฺจารามสฺสายํ ธมฺโม, นายํ ธมฺโม ปปญฺจารามสฺสา’’ติ เอตสฺมึ ปุริสวิตกฺเก.
มม สงฺกปฺปมญฺญายาติ ‘‘อปฺปิจฺฉสฺสายํ ธมฺโม, นายํ ธมฺโม มหิจฺฉสฺสา’’ติอาทินา (ที. นิ. ๓.๓๕๘; อ. นิ. ๘.๓๐) มหาปุริสวิตกฺกวเสน อารทฺธมตฺตํ มตฺถกํ ปาเปตุํ อสมตฺถภาเวน ฐิตํ มม สงฺกปฺปํ ชานิตฺวา. มโนมเยนาติ มโนมเยน วิย มนสา นิมฺมิตสทิเสน, ปริณามิเตนาติ อตฺโถ. อิทฺธิยาติ ‘‘อยํ กาโย อิทํ จิตฺตํ วิย โหตู’’ติ เอวํ ปวตฺตาย อธิฏฺฐานิทฺธิยา.
ยทา เม อหุ สงฺกปฺโปติ ยสฺมึ กาเล มยฺหํ ‘‘กีทิโส นุ โข อฏฺฐโม มหาปุริสวิตกฺโก’’ติ ปริวิตกฺโก อโหสิ, ยทา เม อหุ สงฺกปฺโป, ตโต มม สงฺกปฺปมญฺญาย อิทฺธิยา อุปสงฺกมิ, อุตฺตริ เทสยีติ โยชนา. อุตฺตริ เทสยีติ ‘‘นิปฺปปญฺจารามสฺสายํ ธมฺโม นิปฺปปญฺจรติโน, นายํ ธมฺโม ปปญฺจารามสฺส ปปญฺจรติโน’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๕๘; อ. นิ. ๘.๓๐) อิมํ อฏฺฐมํ มหาปุริสวิตกฺกํ ปูเรนฺโต อุปริ เทสยิ. ตํ ปน เทสิตํ ทสฺเสนฺโต อาห – ‘‘นิปฺปปญฺจรโต พุทฺโธ, นิปฺปปญฺจมเทสยี’’ติ, ปปญฺจา นาม ราคาทโย กิเลสา, เตสํ วูปสมนตาย ตทภาวโต จ โลกุตฺตรธมฺมา นิปฺปปญฺจา นาม. ยถา ตํ ปาปุณาติ, ตถา ธมฺมํ เทเสสิ, สามุกฺกํสิกํ จตุสจฺจเทสนํ อเทสยีติ อตฺโถ.
ตสฺสาหํ ธมฺมมญฺญายาติ ตสฺส สตฺถุ เทสนาธมฺมํ ชานิตฺวา. วิหาสินฺติ ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปชฺชนฺโต วิหรึ. สาสเน รโตติ สิกฺขตฺตยสงฺคเห สาสเน อภิรโต. ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตาติ ปุพฺเพนิวาสญาณํ, ทิพฺพจกฺขุญาณํ, อาสวกฺขยญาณนฺติ อิมา ติสฺโส วิชฺชา มยา อนุปฺปตฺตา สจฺฉิกตา. ตโต เอว กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ, อนุสิฏฺฐิ โอวาโท อนุฏฺฐิโตติ อตฺโถ.
ภทฺทิยตฺเถรวตฺถุ
๑๙๓. ฉฏฺเฐ อุจฺจ-สทฺเทน สมานตฺโถ อุจฺจา-สทฺโทติ อาห – ‘‘อุจฺจากุลิกานนฺติ อุจฺเจ กุเล ชาตาน’’นฺติ. กาฬี สา เทวีติ กาฬวณฺณตาย กาฬี สา เทวี. กุลานุกฺกเมน รชฺชานุปฺปตฺติ มหากุลินสฺเสวาติ วุตฺตํ – ‘‘โสเยว จา’’ติอาทิ.
ลกุณฺฑกภทฺทิยตฺเถรวตฺถุ
๑๙๔. สตฺตเม ริตฺตโกติ เทยฺยวตฺถุรหิโต. คุเณ อาวชฺเชตฺวาติ ภควโต รูปคุเณ เจว อากปฺปสมฺปทาทิคุเณ จ อตฺตโน อธิปฺปายํ ญตฺวา อมฺพปกฺกสฺส ปฏิคฺคหณํ ปริภุญฺชนนฺติ เอวมาทิเก ยถาอุปฏฺฐิเต คุเณ อาวชฺเชตฺวา.
ปิณฺโฑลภารทฺวาชตฺเถรวตฺถุ
๑๙๕. อฏฺฐเม อภีตนาทภาเวน สีหสฺส วิย นาโท สีหนาโท, โส เอเตสํ อตฺถีติ สีหนาทิกา, เตสํ สีหนาทิกานํ. ครหิตพฺพปสํสิตพฺพธมฺเม ยาถาวโต ชานนฺตสฺเสว ครหา ปสํสา จ ยุตฺตรูปาติ อาห – ‘‘พุทฺธา จ นามา’’ติอาทิ. ขีณา ชาตีติอาทีหิ ปจฺจเวกฺขณญาณสฺส ภูมึ ทสฺเสติ. เตน หิ ญาเณน อริยสาวโก ปจฺจเวกฺขนฺโต ‘‘ขีณา ชาตี’’ติอาทึ ปชานาติ. กตมา ปนสฺส ชาติ ขีณา, กถญฺจ ปชานาตีติ? น ตาวสฺส อตีตา ขีณา ปุพฺเพว ขีณตฺตา, น อนาคตา อนาคเต วายามาภาวโต, น ปจฺจุปฺปนฺนา วิชฺชมานตฺตา. ยา ปน มคฺคสฺส อภาวิตตฺตา อุปฺปชฺเชยฺย เอกจตุปญฺจโวการภเวสุ เอกจตุปญฺจกฺขนฺธปฺปเภทา ชาติ, สา มคฺคสฺส ภาวิตตฺตา อนุปฺปาทธมฺมตํ อาปชฺชเนน ขีณา. ตํ โส มคฺคภาวนาย ปหีนกิเลเส ปจฺจเวกฺขิตฺวา ‘‘กิเลสาภาเว วิชฺชมานมฺปิ กมฺมํ อายตึ อปฺปฏิสนฺธิกํ โหตี’’ติ ชานนฺโต ปชานาติ.
วุสิตนฺติ วุฏฺฐํ ปริวุฏฺฐํ, กตํ จริตํ นิฏฺฐิตนฺติ อตฺโถ. พฺรหฺมจริยนฺติ มคฺคพฺรหฺมจริยํ. ปุถุชฺชนกลฺยาณเกน หิ สทฺธึ สตฺต เสกฺขา มคฺคพฺรหฺมจริยํ วสนฺติ นาม, ขีณาสโว วุฏฺฐวาโส. ตสฺมา อริยสาวโก อตฺตโน พฺรหฺมจริยวาสํ ปจฺจเวกฺขนฺโต ‘‘วุสิตํ พฺรหฺมจริย’’นฺติ ปชานาติ. กตํ กรณียนฺติ จตูสุ สจฺเจสุ จตูหิ มคฺเคหิ ปริญฺญาปหานสจฺฉิกิริยาภาวนาภิสมยวเสน โสฬสวิธํ กิจฺจํ นิฏฺฐาปิตนฺติ อตฺโถ. ปุถุชฺชนกลฺยาณกาทโย หิ ตํ กิจฺจํ กโรนฺติ, ขีณาสโว กตกรณีโย. ตสฺมา อริยสาวโก อตฺตโน กรณียํ ปจฺจเวกฺขนฺโต ‘‘กตํ กรณีย’’นฺติ ปชานาติ. นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ อิทานิ ปุน อิตฺถภาวาย เอวํ โสฬสวิธกิจฺจภาวาย, กิเลสกฺขยาย วา มคฺคภาวนาย กิจฺจํ เม นตฺถีติ ปชานาติ. อถ วา อิตฺถตฺตายาติ อิตฺถภาวโต อิมสฺมา เอวํปการา อิทานิ วตฺตมานกฺขนฺธสนฺตานา อปรํ ขนฺธสนฺตานํ มยฺหํ นตฺถิ, อิเม ปน ปญฺจกฺขนฺธา ปริญฺญาตา ติฏฺฐนฺติ ฉินฺนมูลกา รุกฺขา วิย, เต จริมกวิญฺญาณนิโรเธน อนุปาทาโน วิย ชาตเวโท นิพฺพายิสฺสนฺตีติ ปชานาติ.
มนฺตาณิปุตฺตปุณฺณตฺเถรวตฺถุ
๑๙๖. นวเม อฏฺฐารสสุปิ วิชฺชาฏฺฐาเนสุ นิปฺผตฺตึ คตตฺตา ‘‘สพฺพสิปฺเปสุ โกวิโท หุตฺวา’’ติ วุตฺตํ. อภิทยาอพฺภญฺญาวหสฺเสว ธมฺมสฺส ตตฺถ อุปลพฺภนโต ‘‘โมกฺขธมฺมํ อทิสฺวา’’ติ วุตฺตํ. เตนาห – ‘‘อิทํ เวทตฺตยํ นามา’’ติอาทิ. ตถา หิ อเนน ทุคฺคติปริมุจฺจนมฺปิ ทุลฺลภํ, อภิญฺญาปริวารานํ อฏฺฐนฺนํ สมาปตฺตีนํ ลาภิตาย สยํ เอกเทเสน อุปสนฺโต ปรมุกฺกํสคตํ อุตฺตมทมถสมถํ อนญฺญสาธารณํ ภควนฺตํ สมฺภาเวนฺโต ‘‘อยํ ปุริโส’’ติอาทิมาห. ปิฏกานิ คเหตฺวา อาคจฺฉนฺตีติ ผลภาชนานิ คเหตฺวา อสฺสามิกาย อาคจฺฉนฺติ. พุทฺธานนฺติ คารววเสน พหุวจนนิทฺเทโส กโต. ปริภุญฺชีติ เทวตาหิ ปกฺขิตฺตทิพฺโพชํ วนมูลผลาผลํ ปริภุญฺชิ. ปตฺเต ปติฏฺฐาปิตสมนนฺตรเมว หิ เทวตา ตตฺถ ทิพฺโพชํ ปกฺขิปึสุ. สมฺมสิตฺวาติ ปจฺจเวกฺขิตฺวา, ปริวตฺเตตฺวาติ จ วทนฺติ. อรหตฺตํ ปาปุณึสูติ มหาเทวตฺเถรสฺส อนุโมทนกถาย อนุปุพฺพิกถาสกฺขิกาย สุวิโสธิตจิตฺตสนฺตานา อรหตฺตํ ปาปุณึสุ.
ทสหิ กถาวตฺถูหีติ อปฺปิจฺฉกถา สนฺตุฏฺฐิกถา ปวิเวกกถา อสํสคฺคกถา วีริยารมฺภกถา สีลสมฺปทากถา สมาธิสมฺปทากถา ปญฺญาสมฺปทากถา วิมุตฺติสมฺปทากถา วิมุตฺติญาณทสฺสนสมฺปทากถาติ อิเมหิ ทสหิ กถาวตฺถูหิ. ชาติภูมิรฏฺฐวาสิโนติ ชาติภูมิวนฺตเทสวาสิโน, สตฺถุ ชาตเทสวาสิโนติ อตฺโถ. สีสานุโลกิโกติ ปุรโต คจฺฉนฺตสฺส สีสํ อนุ อนุ ปสฺสนฺโต. โอกาสํ สลฺลกฺเขตฺวาติ สากจฺฉาย อวสรํ สลฺลกฺเขตฺวา. สตฺตวิสุทฺธิกฺกมํ ปุจฺฉีติ ‘‘กึ นุ โข, อาวุโส, สีลวิสุทฺธตฺถํ ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตี’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๒๕๗) สตฺต วิสุทฺธิโย ปุจฺฉิ. ธมฺมกถิกานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสิ สวิเสเสน ทสกถาวตฺถุลาภิตาย.
มหากจฺจานตฺเถรวตฺถุ
๑๙๗. ทสเม สํขิตฺเตน กถิตธมฺมสฺสาติ มธุปิณฺฑิกสุตฺตนฺตเทสนาสุ วิย สงฺเขเปน เทสิตธมฺมสฺส. ตํ เทสนํ วิตฺถาเรตฺวาติ ตํ สงฺเขปเทสนํ อายตนาทิวเสน วิตฺถาเรตฺวา. อตฺถํ วิภชมานานนฺติ ตสฺสา สงฺเขปเทสนาย อตฺถํ วิภชิตฺวา กเถนฺตานํ. อตฺถวเสน วาติ ‘‘เอตฺตกา เอตสฺส อตฺถา’’ติ อตฺถวเสน วา เทสนํ ปูเรตุํ สกฺโกนฺติ. พฺยญฺชนวเสน วาติ ‘‘เอตฺตกานิ เอตฺถ พฺยญฺชนานิ เทสนาวเสน วตฺตพฺพานี’’ติ พฺยญฺชนวเสน วา ปูเรตุํ สกฺโกนฺติ. อยํ ปน มหากจฺจานตฺเถโร อุภยวเสนปิ สกฺโกติ ตสฺส สงฺเขเปน อุทฺทิฏฺฐสฺส วิตฺถาเรน สตฺถุ อชฺฌาสยานุรูปํ เทสนโต, ตสฺมา ตตฺถ อคฺโคติ วุตฺโต. วุตฺตนเยเนวาติ ‘‘ปาโตว สุโภชนํ ภุญฺชิตฺวา อุโปสถงฺคานิ อธิฏฺฐายา’’ติอาทินา เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว. อญฺเญหีติ อญฺญาสํ อิตฺถีนํ เกเสหิ อติวิย ทีฆา. น เกวลญฺจ ทีฆา เอว, อถ โข สินิทฺธนีลมุทุกญฺจิกา จ. นิกฺเกสีติ อปฺปเกสี ยถา ‘‘อนุทรา กญฺญา’’ติ.
ปณิยนฺติ วิกฺเกตพฺพภณฺฑํ. อาวชฺเชตฺวาติ อุปนิสฺสยํ เกสานํ ปกติภาวาปตฺติญฺจ อาวชฺเชตฺวา. คารเวนาติ มุณฺฑสีสาปิ เถเร คารเวน เอกวจเนเนว อาคนฺตฺวา. นิมนฺเตตฺวาติ สฺวาตนาย นิมนฺเตตฺวา. อิมิสฺสา อิตฺถิยาติ ยถาวุตฺตเสฏฺฐิธีตรมาห. ทิฏฺฐธมฺมิโกวาติ อวธารณํ อฏฺฐานปยุตฺตํ, ทิฏฺฐธมฺมิโก ยสปฏิลาโภว อโหสีติ อตฺโถ. ยสปฏิลาโภติ จ ภวสมฺปตฺติปฏิลาโภ. สตฺตสุ หิ ชวนเจตนาสุ ปฐมา ทิฏฺฐธมฺมเวทนียผลา, ปจฺฉิมา อุปปชฺชเวทนียผลา, มชฺเฌ ปญฺจ อปราปริยเวทนียผลา, ตสฺมา ปฐมํ เอกํ เจตนํ ฐเปตฺวา เสสา ยถาสกํ ปริปุณฺณผลทายิโน โหนฺติ, ปฐมเจตนาย ปน ทิฏฺฐธมฺมิโก ยสปฏิลาโภว อโหสิ.
ปฐมเอตทคฺควคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๔. เอตทคฺควคฺโค
(๑๔) ๒. ทุติยเอตทคฺควคฺควณฺณนา
จูฬปนฺถกตฺเถรวตฺถุ
๑๙๘-๒๐๐. ทุติยสฺส ปฐเม มเนน นิพฺพตฺติตนฺติ อภิญฺญามเนน อุปฺปาทิตํ. มเนน กตกาโยติ อภิญฺญาจิตฺเตน เทสนฺตรํ ปตฺตกาโย. มเนน นิพฺพตฺติตกาโยติ อภิญฺญามนสา นิมฺมิตกาโย ‘‘อญฺญํ กายํ อภินิมฺมินาตี’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๒๓๖-๒๓๗; ปฏิ. ม. ๓.๑๔) วิย. เอกสทิเสเยวาติ อตฺตสทิเสเยว. เอกวิธเมวาติ อตฺตนา กตปฺปการเมว. เอตปฺปรโม หิ เยภุยฺเยน สาวกานํ อิทฺธินิมฺมานวิธิ. อคฺโค นาม ชาโต เอกเทเสน สตฺถุ อิทฺธินิมฺมานานุวิธานโต.
ลาภิตายาติ เอตฺถ ลาภีติ อีกาโร อติสยตฺโถ. เตน เถรสฺส จตุนฺนํ รูปาวจรชฺฌานานํ อติสเยน สวิเสสลาภิตํ ทสฺเสติ. อรูปาวจรชฺฌานานํ ลาภิตายาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. น เกวลญฺเจตา เจโตสญฺญาวิวฏฺฏกุสลตา รูปารูปชฺฌานลาภิตาย เอว, อถ โข อิเมหิปิ การเณหีติ ทสฺเสตุํ – ‘‘จูฬปนฺถโก จา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เจโตติ เจตฺถ จิตฺตสีเสน สมาธิ วุตฺโต, ตสฺมา เจตโส สมาธิสฺส วิวฏฺฏนํ เจโตวิวฏฺโฏ, เอกสฺมึเยวารมฺมเณ สมาธิจิตฺตํ วิวฏฺเฏตฺวา เหฏฺฐิมสฺส เหฏฺฐิมสฺส อุปรูปริ หาปนโต รูปาวจรชฺฌานลาภี เจโตวิวฏฺฏกุสโล นาม. ‘‘สพฺพโส รูปสญฺญาน’’นฺติอาทินา (ธ. ส. ๒๖๕) วุตฺตสญฺญา อติกฺกมิตฺวา ‘‘อากาสานญฺจายตนสญฺญาสหคตํ…เป… เนวสญฺญานาสญฺญายตนสญฺญาสหคต’’นฺติ (ธ. ส. ๒๖๕-๒๖๘) สญฺญาสีเสน วุตฺตชฺฌานานํ วิวฏฺฏกุสโล, ตถา อิตฺถิปุริสาทิสญฺญา นิจฺจสญฺญาทิโต จิตฺตํ วิวฏฺเฏตฺวา เกวเล รูปารูปธมฺมมตฺเต อสงฺขเต นิพฺพาเน จ วิเสสโต วฏฺฏนโต จ สุญฺญตานุปสฺสนาพหุโล สญฺญาวิวฏฺฏกุสโล. สมาธิกุสลตาย เจโตวิวฏฺฏกุสลตา ตพฺพหุลวิหาริตาย. ตถา วิปสฺสนากุสลตาย สญฺญาวิวฏฺฏกุสลตา. เอโกติ จูฬปนฺถกตฺเถรํ วทติ. สมาธิลกฺขเณติ สวิตกฺกสวิจาราทิสมาธิสภาเว. ปุน เอโกติ มหาปนฺถกตฺเถรมาห. วิปสฺสนาลกฺขเณติ สตฺตอนุปสฺสนา อฏฺฐารสมหาวิปสฺสนาทิวิปสฺสนาสภาเว. สมาธิคาโฬฺหติ สมาธิสฺมึ โอคาฬฺหจิตฺโต สุภาวิตภาวนตา. องฺคสํขิตฺเตติ จตุรงฺคิกติวงฺคิกาทิวเสน ฌานงฺคานํ สงฺขิปเน. อารมฺมณสํขิตฺเตติ กสิณุคฺฆาฏิมากาสาทินิพฺพตฺตเนน กสิณาทิอารมฺมณานํ สํขิปเน. องฺคววตฺถาปเนติ วิตกฺกาทีนํ ฌานงฺคานํ ววตฺถาปเน. อารมฺมณววตฺถาปเนติ ปถวีกสิณาทิชฺฌานารมฺมณานํ ววตฺถาปเน.
ฌานงฺเคหีติ รูปาวจรชฺฌานงฺเคหิ, ฌานงฺคาเนว ฌานํ. ปุน ฌานงฺเคหีติ อรูปาวจรชฺฌานงฺเคหิ. ภาตาติ เชฏฺฐภาตา. อสฺสาติ กุฏุมฺพิยสฺส. สุวณฺณปูชนฺติ โสวณฺณมยํ ปุปฺผปูชํ กตฺวา. เทวปุเรติ ตาวตึสภวเน สุทสฺสนมหานคเร. อคฺคทฺวาเรนาติ ตสฺมึ ทิวเส อคฺคํ สพฺพปฐมํ วิวเฏน นครทฺวาเรน นิกฺขมิตฺวา.
โกกนทนฺติ ปทุมวิเสสนํ ยถา ‘‘โกกาสก’’นฺติ. ตํ กิร พหุปตฺตํ วณฺณสมฺปนฺนํ อติสุคนฺธญฺจ โหติ. ‘‘โกกนทํ นาม เสตปทุม’’นฺติปิ วทนฺติ. ปาโตติ ปเคว. อยเญฺหตฺถ อตฺโถ – ยถา โกกนทสงฺขาตํ ปทุมํ ปาโต สูริยุคฺคมนเวลายํ ผุลฺลํ วิกสิตํ อวีตคนฺธํ สิยา วิโรจมานํ, เอวํ สรีรคนฺเธน คุณคนฺเธน จ สุคนฺธํ สรทกาเล อนฺตลิกฺเข อาทิจฺจมิว อตฺตโน เตชสา ตปนฺตํ องฺเคหิ นิจฺฉรณกชุติยา องฺคีรสํ สมฺมาสมฺพุทฺธํ ปสฺสาติ.
จูฬปนฺถโก กิร กสฺสปสมฺมาสมฺพุทฺธกาเล ปพฺพชิตฺวา ปญฺญวา หุตฺวา อญฺญตรสฺส ทนฺธภิกฺขุโน อุทฺเทสคหณกาเล ปริหาสเกฬึ อกาสิ. โส ภิกฺขุ เตน ปริหาเสน ลชฺชิโต เนว อุทฺเทสํ คณฺหิ, น สชฺฌายมกาสิ. เตน กมฺเมนายํ ปพฺพชิตฺวาว ทนฺโธ ชาโต, ตสฺมา คหิตคหิตปทํ อุปริอุปริปทํ คณฺหนฺตสฺส นสฺสติ. อิทฺธิยา อภิสงฺขริตฺวา สุทฺธํ โจฬขณฺฑํ อทาสีติ ตสฺส ปุพฺพเหตุํ ทิสฺวา ตทนุรูเป กมฺมฏฺฐาเน นิโยเชนฺโต สุทฺธํ โจฬขณฺฑํ อทาสิ. โส กิร ปุพฺเพ ราชา หุตฺวา นครํ ปทกฺขิณํ กโรนฺโต นลาฏโต เสเท มุจฺจนฺเต ปริสุทฺเธน สาฏเกน นลาฏํ ปุญฺฉิ, สาฏโก กิลิฏฺโฐ อโหสิ. โส ‘‘อิมํ สรีรํ นิสฺสาย เอวรูโป ปริสุทฺธสาฏโก ปกตึ ชหิตฺวา กิลิฏฺโฐ ชาโต, อนิจฺจา วต สงฺขารา’’ติ อนิจฺจสญฺญํ ปฏิลภิ. เตน การเณนสฺส รโชหรณเมว ปจฺจโย ชาโต.
โลมานีติ โจฬขณฺฑตนฺตคตอํสุเก วทติ. ‘‘กิลิฏฺฐธาตุกานี’’ติ กิลิฏฺฐสภาวานิ. เอวํคติกเมวาติ อิทํ จิตฺตมฺปิ ภวงฺควเสน ปกติยา ปณฺฑรํ ปริสุทฺธํ ราคาทิสมฺปยุตฺตธมฺมวเสน สํกิลิฏฺฐํ ชาตนฺติ ทสฺเสติ. นกฺขตฺตํ สมาเนตฺวาติ นกฺขตฺตํ สมนฺนาหริตฺวา, อาวชฺเชตฺวาติ อตฺโถ. พิฬารสฺสตฺถายาติ พิฬารสฺส โคจรตฺถาย. ชลปถกมฺมิเกนาติ สมุทฺทกมฺมิเกน. จารินฺติ ขาทิตพฺพติณํ. สจฺจการนฺติ สจฺจภาวาวหํ การํ, ‘‘อตฺตนา คหิเต ภณฺเฑ อญฺเญสํ น ทาตพฺพ’’นฺติ วตฺวา ทาตพฺพลญฺชนฺติ วุตฺตํ โหติ. ตติเยน ปฏิหาเรนาติ ตติเยน สาสเนน. ปตฺติกา หุตฺวาติ สามิโน หุตฺวา.
อปฺปเกนปีติ โถเกนปิ ปริตฺเตนปิ. เมธาวีติ ปญฺญวา. ปาภเตนาติ ภณฺฑมูเลน. วิจกฺขโณติ โวหารกุสโล. สมุฏฺฐาเปติ อตฺตานนฺติ มหนฺตํ ธนํ ยสญฺจ อุปฺปาเทตฺวา ตตฺถ อตฺตานํ สณฺฐเปติ ปติฏฺฐาเปติ. ยถา กึ? อณุํ อคฺคึว สนฺธมํ, ยถา ปณฺฑิโต ปุริโส ปริตฺตกํ อคฺคึ อนุกฺกเมน โคมยจุณฺณาทีนิ ปกฺขิปิตฺวา มุขวาเตน ธเมนฺโต สมุฏฺฐาเปติ วฑฺเฒติ, มหนฺตํ อคฺคิกฺขนฺธํ กโรติ, เอวเมว ปณฺฑิโต โถกมฺปิ ปาภตํ ลภิตฺวา นานาอุปาเยหิ ปโยเชตฺวา ธนญฺจ ยสญฺจ วฑฺเฒติ, วฑฺเฒตฺวา ปุน ตตฺถ อตฺตานํ ปติฏฺฐาเปติ. ตาย เอว วา ปน ธนสฺส มหนฺตตาย อตฺตานํ สมุฏฺฐาเปติ, อภิญฺญาตํ ปากฏํ กโรตีติ อตฺโถ.
สุภูติตฺเถรวตฺถุ
๒๐๑-๒๐๒. ตติเย รณาติ หิ ราคาทโย กิเลสา วุจฺจนฺตีติ ‘‘สรณา ธมฺมา’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ๑๐๐ ทุกมาติกา) ราคาทโย กิเลสา ‘‘รณา’’ติ วุจฺจนฺติ. รณนฺติ เอเตหีติ รณา. เยหิ อภิภูตา สตฺตา นานปฺปกาเรน กนฺทนฺติ ปริเทวนฺติ, ตสฺมา เต ราคาทโย ‘‘รณา’’ติ วุตฺตา. เทสิตนิยามโต อโนกฺกมิตฺวาติ เทสิตาโนกฺกมนโต อนุปคนฺตฺวา เทเสติ, สตฺถารา เทสิตนิยาเมเนว อโนทิสฺสกํ กตฺวา ธมฺมํ เทเสตีติ วุตฺตํ โหติ. เอวนฺติ เอวํ เมตฺตาฌานโต วุฏฺฐาย ภิกฺขาคหเณ สติ. ภิกฺขาทายกานํ มหปฺผลํ ภวิสฺสตีติ อิทํ จูฬจฺฉราสงฺฆาตสุตฺเตน (อ. นิ. ๑.๕๑ อาทโย) ทีเปตพฺพํ. อจฺฉราสงฺฆาตมตฺตมฺปิ หิ กาลํ เมตฺตจิตฺตํ อาเสวนฺตสฺส ภิกฺขุโน ทินฺนทานํ มหปฺผลํ โหติ มหานิสํสํ, เตน จ โส อโมฆํ รฏฺฐปิณฺฑํ ภุญฺชตีติ อยมตฺโถ ตตฺถ อาคโตเยว. นิมิตฺตํ คณฺหิตฺวาติ อาการํ สลฺลกฺเขตฺวา.
ขทิรวนิยเรวตตฺเถรวตฺถุ
๒๐๓. ปญฺจเม วนสภาคนฺติ สภาคํ วนํ, สภาคนฺติ จ สปฺปายนฺติ อตฺโถ. ยญฺหิ ปกติวิรุทฺธํ พฺยาธิวิรุทฺธญฺจ น โหติ, ตํ ‘‘สภาค’’นฺติ วุจฺจติ. อุทกสภาคนฺติอาทีสุปิ อิมินาว นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. กลฺยาณกมฺมายูหนกฺขโณติ กลฺยาณกมฺมูปจยสฺส โอกาโส. ติณฺณํ ภาติกานนฺติ อุปติสฺโส, จุนฺโท, อุปเสโนติ อิเมสํ ติณฺณํ เชฏฺฐภาติกานํ. ติสฺสนฺนญฺจ ภคินีนนฺติ จาลา, อุปจาลา, สีสุปจาลาติ อิเมสํ ติสฺสนฺนํ เชฏฺฐภคินีนํ. เอตฺถ จ สาริปุตฺตตฺเถโร สยํ ปพฺพชิตฺวา จาลา, อุปจาลา, สีสุปจาลาติ ติสฺโส ภคินิโย, จุนฺโท อุปเสโนติ อิเม ภาตโร ปพฺพาเชสิ, เรวตกุมาโร เอโกว เคเห อวสิสฺสติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อมฺหากํ…เป… ปพฺพาเชนฺตี’’ติ. มหลฺลกตราติ วุทฺธตรา. อิทญฺจ กุมาริกาย จิรชีวิตํ อภิกงฺขมานา อาหํสุ. สา กิร ตสฺส อยฺยิกา วีสติวสฺสสติกา ขณฺฑทนฺตา ปลิตเกสา วลิตฺตจา ติลกาหตคตฺตา โคปานสิวงฺกา อโหสิ. วิธาวนิกนฺติ วิธาวนกีฬิกํ. ติสฺสนฺนํ สมฺปตฺตีนนฺติ อนุสฺสววเสน มนุสฺสเทวโมกฺขสมฺปตฺติโย สนฺธาย วทติ, มนุสฺสเทวพฺรหฺมสมฺปตฺติโย วา. สีวลิสฺส ปุญฺญํ วีมํสิสฺสามาติ ‘‘สีวลินา กตปุญฺญสฺส วิปากทานฏฺฐานมิท’’นฺติ ญตฺวา เอวมาห. สภาคฏฺฐานนฺติ สมํ เทสํ.
ตํ ภูมิรามเณยฺยกนฺติ กิญฺจาปิ อรหนฺโต คามนฺเต กายวิเวกํ น ลภนฺติ, จิตฺตวิเวกํ ปน ลภนฺเตว. เตสญฺหิ ทิพฺพปฺปฏิภาคานิปิ อารมฺมณานิ จิตฺตํ จาเลตุํ น สกฺโกนฺติ, ตสฺมา คาโม วา โหตุ อรญฺญาทีนํ วา อญฺญตรํ, ‘ยตฺถ อรหนฺโต วิหรนฺติ, ตํ ภูมิรามเณยฺยกํ’, โส ภูมิปฺปเทโส รมณีโย เอวาติ อตฺโถ.
กงฺขาเรวตตฺเถรวตฺถุ
๒๐๔. ฉฏฺเฐ อกปฺปิโย, อาวุโส, คุโฬติ เอกทิวสํ เถโร อนฺตรามคฺเค คุฬกรณํ โอกฺกมิตฺวา คุเฬ ปิฏฺฐมฺปิ ฉาริกมฺปิ ปกฺขิตฺเต ทิสฺวาน ‘‘อกปฺปิโย คุโฬ, สามิโส น กปฺปติ คุโฬ วิกาเล ปริภุญฺชิตุ’’นฺติ กุกฺกุจฺจายนฺโต เอวมาห. อกปฺปิยา มุคฺคาติ เอกทิวสํ อนฺตรามคฺเค วจฺเจ มุคฺคํ ชาตํ ทิสฺวา ‘‘อกปฺปิยา มุคฺคา, ปกฺกาปิ มุคฺคา ชายนฺตี’’ติ กุกฺกุจฺจายนฺโต เอวมาห. เสสเมตฺถ สพฺพํ อุตฺตานเมว.
โสณโกฬิวิสตฺเถรวตฺถุ
๒๐๕. สตฺตเม หาเปตพฺพเมว อโหสิ อจฺจารทฺธวีริยตฺตา. อุทเกน สมุปพฺยูเฬฺหติ อุทเกน ถลํ อุสฺสาเรตฺวา ตตฺถ ตตฺถ ราสิกเต. หริตูปลิตฺตายาติ โคมยปริภณฺฑกตาย. ติวิเธน อุทเกน โปเสนฺตีติ ขีโรทกํ คนฺโธทกํ เกวโลทกนฺติ เอวํ ติวิเธน อุทเกน โปเสนฺติ ปริปาเลนฺติ. ปริสฺสาเวตฺวาติ ปริโสเธตฺวา คหิเต ตณฺฑุเลติ โยเชตพฺพํ. เทโว มญฺเญติ เทโว วิย. วีโณวาเทนาติ ‘‘ตํ กึ มญฺญสิ, โสณ, ยทา เต วีณาย ตนฺติโย อจฺจายตา โหนฺติ, อปิ นุ เต วีณา ตสฺมึ สมเย สรวตี วา โหติ กมฺมญฺญา วาติ? โน เหตํ, ภนฺเตติ. เอวเมว โข, โสณ, อจฺจารทฺธวีริยํ อุทฺธจฺจาย สํวตฺตติ, อติสิถิลวีริยํ โกสชฺชาย สํวตฺตติ. ตสฺมาติห ตฺวํ, โสณ, วีริยสมตํ อธิฏฺฐห, อินฺทฺริยานญฺจ สมตํ ปฏิวิชฺฌา’’ติ (มหาว. ๒๔๓) เอวํ วีณํ อุปมํ กตฺวา ปวตฺติเตน วีโณปโมวาเทน. วีริยสมถโยชนตฺถายาติ วีริยสฺส สมเถน โยชนตฺถาย.
โสณกุฏิกณฺณตฺเถรวตฺถุ
๒๐๖. อฏฺฐเม กุฏิกณฺโณติ วุจฺจตีติ ‘‘โกฏิกณฺโณ’’ติ วตฺตพฺเพ ‘‘กุฏิกณฺโณ’’ติ โวหรียติ. กุลฆเร ภวา กุลฆริกา. สา กิร อวนฺติรฏฺเฐ กุลฆเร มหาวิภวสฺส เสฏฺฐิสฺส ภริยา. ทสพลสฺส ธมฺมกถํ สุตฺวา โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาย จินฺเตสีติ อิทํ องฺคุตฺตรภาณกานํ มเตน วุตฺตํ. สุตฺตนิปาตฏฺฐกถายํ ปน ‘‘สปริโส ภควนฺตํ อุปสงฺกมฺม ธมฺมเทสนํ อสฺโสสิ, น จ กญฺจิ วิเสสํ อธิคญฺฉิ. กสฺมา? โส หิ ธมฺมํ สุณนฺโต เหมวตํ อนุสฺสริตฺวา ‘อาคโต นุ โข เม สหายโก, โน’ติ ทิสาทิสํ โอโลเกตฺวา ตํ อปสฺสนฺโต ‘วญฺจิโต เม สหาโย, โย เอวํ วิจิตฺตปฺปฏิภานํ ภควโต เทสนํ น สุณาตี’ติ วิกฺขิตฺตจิตฺโต อโหสี’’ติ วุตฺตํ.
ยสฺมา ปฏิสนฺธิชาติอภินิกฺขมนโพธิปรินิพฺพาเนเสฺวว ทฺวตฺตึส ปุพฺพนิมิตฺตานิ หุตฺวาว ปฏิวิคจฺฉนฺติ, น จิรฏฺฐิติกานิ โหนฺติ, ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตเน (สํ. นิ. ๕.๑๐๘๑; ปฏิ. ม. ๒.๓๐) ปน ตานิ สวิเสสานิ หุตฺวา จิรตรํ ฐตฺวา นิรุชฺฌนฺติ, ตสฺมา วุตฺตํ – ‘‘ติโยชนสหสฺสํ หิมวนฺตํ อกาลปุปฺผิตํ ทิสฺวา’’ติอาทิ. อคฺคพลกายาติ สพฺพปุรโต คจฺฉนฺตา พลกายา. เกน ปุปฺผิตภาวํ ชานาสีติ เกน การเณน หิมวนฺตสฺส ปุปฺผิตภาวํ ชานาสีติ, เยน การเณน อิมํ อกาลปุปฺผปาฏิหาริยํ ชาตํ, ตํ ชานาสีติ วุตฺตํ โหติ. ตสฺส ปวตฺติตภาวนฺติ ตสฺส ธมฺมจกฺกสฺส ภควตา ปวตฺติตภาวํ. สทฺเท นิมิตฺตํ คณฺหีติ สทฺเท อาการํ สลฺลกฺเขสิ. ตโตติ ‘‘อหํ ‘เอตํ อมตธมฺมํ ตมฺปิ ชานาเปสฺสามี’ติ ตว สนฺติกํ อาคโตสฺมี’’ติ ยํ วุตฺตํ, ตทนนฺตรนฺติ อตฺโถ.
สาตาคิโร เหมวตสฺส พุทฺธุปฺปาทํ กเถตฺวา ตํ ภควโต สนฺติกํ อาเนตุกาโม ‘‘อชฺช ปนฺนรโส’’ติอาทิคาถมาห. ตตฺถ (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๕๓) อชฺชาติ อยํ รตฺตินฺทิโว ปกฺขคณนโต ปนฺนรโส, อุปวสิตพฺพโต อุโปสโถ. ตีสุ วา อุโปสเถสุ อชฺช ปนฺนรโส อุโปสโถ, น จาตุทฺทสิอุโปสโถ, น สามคฺคีอุโปสโถ. ทิวิ ภวานิ ทิพฺพานิ, ทิพฺพานิ เอตฺถ อตฺถีติ ทิพฺพานิ. กานิ ตานิ? รูปานิ. ตญฺหิ รตฺตึ เทวานํ ทสสหสฺสิโลกธาตุโต สนฺนิปติตานํ สรีรวตฺถาภรณวิมานปฺปภาหิ อพฺภาทิอุปกฺกิเลสวิรหิตาย จนฺทปฺปภาย จ สกลชมฺพุทีโป อลงฺกโต อโหสีติ อติวิย อลงฺกโต จ ปริวิสุทฺธิเทวสฺส ภควโต สรีรปฺปภาย. เตนาห – ‘‘ทิพฺพา รตฺติ อุปฏฺฐิตา’’ติ.
เอวํ รตฺติคุณวณฺณนาปเทเสนปิ สหายสฺส จิตฺตํ ปสาทํ ชเนนฺโต พุทฺธุปฺปาทํ กเถตฺวา อาห – ‘‘อโนมนามํ สตฺถารํ, หนฺท ปสฺสาม โคตม’’นฺติ. ตตฺถ อโนเมหิ อลามเกหิ สพฺพาการปริปูเรหิ คุเณหิ นามํ อสฺสาติ อโนมนาโม. ตถา หิสฺส ‘‘พุชฺฌิตา สจฺจานีติ พุทฺโธ, โพเธตา ปชายาติ พุทฺโธ’’ติอาทินา (มหานิ. ๑๙๒; จูฬนิ. ปารายนตฺถุติคาถานิทฺเทโส ๙๗; ปฏิ. ม. ๑.๑๖๒) นเยน พุทฺโธติ อโนเมหิ คุเณหิ นามํ. ‘‘ภคฺคราโคติ ภควา, ภคฺคโทโสติ ภควา’’ติอาทินา (มหานิ. ๘๔) นเยน ภควาติ อโนเมหิ คุเณหิ นามํ. เอส นโย ‘‘อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน’’ติอาทีสุ. ทิฏฺฐธมฺมิกาทิอตฺเถหิ เทวมนุสฺเส อนุสาสติ ‘‘อิมํ ปชหถ, อิมํ สมาทาย วตฺตถา’’ติ สตฺถา. ตํ อโนมนามํ สตฺถารํ. หนฺทาติ วจสายตฺเถ นิปาโต. ปสฺสามาติ เตน อตฺตานํ สห สงฺคเหตฺวา ปจฺจุปฺปนฺนพหุวจนํ. โคตมนฺติ โคตมโคตฺตํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ‘‘สตฺถา, น สตฺถา’’ติ มา วิมตึ อกาสิ, เอกนฺตพฺยวสิโต หุตฺวาว เอหิ ปสฺสาม โคตมนฺติ.
เอวํ วุตฺเต เหมวโต ‘‘อยํ สาตาคิโร ‘อโนมนามํ สตฺถาร’นฺติ ภณนฺโต ตสฺส สพฺพญฺญุตํ ปกาเสติ, สพฺพญฺญุโน จ ทุลฺลภา โลเก, สพฺพญฺญุปฏิญฺเญหิ ปูรณาทิสทิเสเหว โลโก อุปทฺทุโต. โส ปน ยทิ สพฺพญฺญู, อทฺธา ตาทิลกฺขณํ ปตฺโต ภวิสฺสติ, เตน เอวํ คเหสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา ตาทิลกฺขณํ ปุจฺฉนฺโต อาห – ‘‘กจฺจิ มโน’’ติอาทิ. ตตฺถ กจฺจีติ ปุจฺฉา. มโนติ จิตฺตํ. สุปณิหิโตติ สุฏฺฐุ ฐปิโต อจโล อสมฺปเวธี. สพฺเพสุ ภูเตสุ สพฺพภูเตสุ. ตาทิโนติ ตาทิลกฺขณํ ปตฺตสฺเสว สโต. ปุจฺฉา เอว วา อยํ ‘‘โส ตว สตฺถา สพฺพภูเตสุ ตาที, อุทาหุ โน’’ติ. อิฏฺเฐ อนิฏฺเฐจาติ เอวรูเป อารมฺมเณ. สงฺกปฺปาติ วิตกฺกา. วสีกตาติ วสํ คมิตา. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยํ ตํ สตฺถารํ วทสิ, ตสฺส เต สตฺถุโน กจฺจิ ตาทิลกฺขณํ สมฺปตฺตสฺส สโต สพฺพภูเตสุ มโน สุปณิหิโต, อุทาหุ ยาว ปจฺจยํ น ลภติ, ตาว สุปณิหิโต วิย ขายติ. โส วา เต สตฺถา กจฺจิ สพฺพภูเตสุ สตฺเตสุ ตาที, อุทาหุ โน, เย จ อิฏฺฐานิฏฺเฐสุ อารมฺมเณสุ ราคโทสวเสน สงฺกปฺปา อุปฺปชฺเชยฺยุํ, ตฺยาสฺส กจฺจิ วสีกตา, อุทาหุ กทาจิ เตสมฺปิ วเสน วตฺตตีติ.
ตีณิ วสฺสานีติ โสณสฺส ปพฺพชิตทิวสโต ปฏฺฐาย ตีณิ วสฺสานิ. ตทา กิร ภิกฺขู เยภุยฺเยน มชฺฌิมเทเสเยว วสึสุ, ตสฺมา ตตฺถ กติปยา เอว อเหสุํ. เต จ เอกสฺมึ นิคเม เอโก เทฺวติ เอวํ วิสุํ วิสุํ วสึสุ, เถรานญฺจ กติปเย ภิกฺขู อาเนตฺวา อญฺเญสุ อานียมาเนสุ ปุพฺพํ อานีตา เกนจิเทว กรณีเยน ปกฺกมึสุ, กญฺจิ กาลํ อาคเมตฺวา ปุน เตสุ อานียมาเนสุ อิตเร ปกฺกมึสุ, เอวํ ปุนปฺปุนํ อานยเนน สนฺนิปาโต จิเรเนว อโหสิ, เถโร จ ตทา เอกวิหารี อโหสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘ตีณิ วสฺสานิ คณํ ปริเยสิตฺวา’’ติ. ตีณิ วสฺสานีติ จ อจฺจนฺตสํโยเค อุปโยควจนํ. สตฺถุ อธิปฺปายํ ญตฺวาติ อตฺตโน อาณาปเนเนว ‘‘อิมินา สทฺธึ เอกคนฺธกุฏิยํ วสิตุกาโม ภควา’’ติ สตฺถุ อธิปฺปายํ ชานิตฺวา. ภควา กิร เยน สทฺธึ เอกคนฺธกุฏิยํ วสิตุกาโม, ตสฺส เสนาสนปญฺญตฺติยํ อานนฺทตฺเถรํ อาณาเปติ.
อชฺโฌกาเส วีตินาเมตฺวาติ อชฺโฌกาเส นิสชฺชาย วีตินาเมตฺวา. ยสฺมา ภควา อายสฺมโต โสณสฺส สมาปตฺติสมาปชฺชเนน ปฏิสนฺถารํ กโรนฺโต สาวกสาธารณา สพฺพา สมาปตฺติโย อนุโลมปฺปฏิโลมํ สมาปชฺชนฺโต พหุเทว รตฺตึ อชฺโฌกาเส นิสชฺชาย วีตินาเมตฺวา ปาเท ปกฺขาเลตฺวา วิหารํ ปาวิสิ, ตสฺมา อายสฺมาปิ โสโณ ภควโต อธิปฺปายํ ญตฺวา ตทนุรูปํ สพฺพา ตา สมาปตฺติโย สมาปชฺชนฺโต พหุเทว รตฺตึ อชฺโฌกาเส นิสชฺชาย วีตินาเมตฺวา ปาเท ปกฺขาเลตฺวา วิหารํ ปาวิสีติ วทนฺติ. ปวิสิตฺวา จ ภควตา อนุญฺญาโต จีวรติโรกรณิยํ กตฺวา ภควโต ปาทปสฺเส นิสชฺชาย วีตินาเมสิ. อชฺเฌสีติ อาณาเปสิ. ปฏิภาตุ ตํ ภิกฺขุ ธมฺโม ภาสิตุนฺติ ภิกฺขุ ตุยฺหํ ธมฺโม ภาสิตุํ อุปฏฺฐาตุ, ญาณมุขํ อาคจฺฉตุ, ยถาสุตํ ยถาปริยตฺตํ ธมฺมํ ภณาหีติ อตฺโถ. อฏฺฐกวคฺคิยานีติ อฏฺฐกวคฺคภูตานิ กามสุตฺตาทิโสฬสสุตฺตานิ (มหานิ. ๑). สุคฺคหิโตติ สมฺมา อุคฺคหิโต. สพฺเพ วเร ยาจีติ วินยธรปญฺจเมน คเณน อุปสมฺปทา ธุวนฺหานํ จมฺมตฺถรณํ คณงฺคณูปาหนํ จีวรวิปฺปวาโสติ อิเม ปญฺจ วเร ยาจิ. สุตฺเต อาคตเมวาติ อุทานปาฬิยํ อาคตสุตฺตํ สนฺธาย วทติ.
สีวลิตฺเถรวตฺถุ
๒๐๗. นวเม สากจฺฉิตฺวา สากจฺฉิตฺวาติ รญฺญา สทฺธึ ปฏิวิรุชฺฌนวเสน ปุนปฺปุนํ สากจฺฉํ กตฺวา. คุฬทธินฺติ ปตฺถินฺนํ คุฬสทิสํ กฐินทธึ. อติอญฺฉิตุนฺติ อติวิย อากฑฺฒิตุํ. กญฺชิยํ วาเหตฺวาติ ทธิมตฺถุํ ปวาเหตฺวา, ปริสฺสาเวตฺวาติ อตฺโถ. ‘‘ทธิโต กญฺชิยํ คเหตฺวา’’ติปิ ปาโฐ. นนฺติ สุปฺปวาสํ. พีชปจฺฉึ ผุสาเปนฺตีติ อิมินา สมฺพนฺโธ. ยาว น อุกฺกฑฺฒนฺตีติ ยาว ทาเน น อุกฺกฑฺฒนฺติ, ทาตุกามาว โหนฺตีติ อธิปฺปาโย มหาทุกฺขํ อนุโภสีติ ปสวนิพนฺธนํ มหนฺตํ ทุกฺขํ อนุโภสิ. สามิกํ อามนฺเตตฺวาติ สตฺตาหํ มูฬฺหคพฺภา ติพฺพาหิ ขราหิ ทุกฺขเวทนาหิ ผุฏฺฐา ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ วต โส ภควา, โย อิมสฺส เอวรูปสฺส ทุกฺขสฺส ปหานาย ธมฺมํ เทเสติ. สุปฺปฏิปนฺโน วต ตสฺส ภควโต สาวกสงฺโฆ, โย อิมสฺส เอวรูปสฺส ทุกฺขสฺส ปหานาย ปฏิปนฺโน. สุสุขํ วต นิพฺพานํ, ยตฺถิทํ เอวรูปํ ทุกฺขํ น สํวิชฺชตี’’ติ (อุทา. ๑๘) อิเมหิ ตีหิ วิตกฺเกหิ ตํ ทุกฺขํ อธิวาเสนฺตี สตฺถุ สนฺติกํ เปเสตุกามตาย สามิกํ อามนฺเตตฺวา. ปุเร มรณาติ มรณโต ปุเรตรเมว. อิงฺคิตนฺติ อาการํ. ชีวิตภตฺตนฺติ ชีวิตสํสเย ทาตพฺพภตฺตํ. สพฺพกมฺมกฺขโม อโหสีติ สตฺตวสฺสิเกหิ ทารเกหิ กาตพฺพํ ยํ กิญฺจิ กมฺมํ กาตุํ สมตฺถตาย สพฺพสฺส กมฺมสฺส ขโม อโหสิ. เตเนว โส สตฺตาหํ มหาทาเน ทียมาเน ชาตทิวสโต ปฏฺฐาย ธมฺมกรณํ อาทาย สงฺฆสฺส อุทกํ ปริสฺสาเวตฺวา อทาสิ.
โยมนฺติอาทิคาถาย ‘‘โย ภิกฺขุ อิมํ ราคปลิปถญฺเจว กิเลสทุคฺคญฺจ สํสารวฏฺฏญฺจ จตุนฺนํ สจฺจานํ อปฺปฏิวิชฺฌนกโมหญฺจ อตีโต จตฺตาโร โอเฆ ติณฺโณ หุตฺวา ปารํ อนุปฺปตฺโต, ทุวิเธน ฌาเนน ฌายี, ตณฺหาย อภาเวน อเนโช, กถํกถาย อภาเวน อกถํกถี, อุปาทานานํ อภาเวน อนุปาทิยิตฺวา กิเลสนิพฺพาเนน นิพฺพุโต, ตมหํ พฺราหฺมณํ วทามี’’ติ อตฺโถ.
สพฺเพสํเยว ปน เกสานํ โอโรปนญฺจ อรหตฺตสจฺฉิกิริยา จ อปจฺฉาอปุริมา อโหสีติ อิมินา เถรสฺส ขุรคฺเคเยว อรหตฺตุปฺปตฺติ ทีปิตา. เอกจฺเจ ปน อาจริยา เอวํ วทนฺติ ‘‘เหฏฺฐา วุตฺตนเยน ธมฺมเสนาปตินา โอวาเท ทินฺเน ‘ยํ มยา กาตุํ สกฺกา, ตมหํ ชานิสฺสามี’ติ ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนากมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา ตํ ทิวสํเยว อญฺญตรํ วิจิตฺตํ กุฏิกํ ทิสฺวา ปวิสิตฺวา มาตุกุจฺฉิยํ สตฺต วสฺสานิ อตฺตนา อนุภูตทุกฺขํ อนุสฺสริตฺวา ตทนุสาเรน อตีตานาคเต ญาณํ เนนฺตสฺส อาทิตฺตา วิย ตโย ภวา อุปฏฺฐหึสุ. ญาณสฺส ปริปากํ คตตฺตา วิปสฺสนาวีถึ โอตริตฺวา ตาวเทว มคฺคปฺปฏิปาฏิยา สพฺเพปิ อาสเว เขเปนฺโต อรหตฺตํ ปาปุณี’’ติ. อุภยถาปิ เถรสฺส อรหตฺตุปฺปตฺติเยว ปกาสิตา, เถโร ปน ปภินฺนปฺปฏิสมฺภิโท ฉฬภิญฺโญ อโหสิ.
วกฺกลิตฺเถรวตฺถุ
๒๐๘. ทสเม อาหารกรณเวลนฺติ โภชนกิจฺจเวลํ. อธิคจฺเฉ ปทํ สนฺตนฺติ สงฺขารูปสมํ สุขนฺติ ลทฺธนามํ สนฺตํ ปทํ นิพฺพานํ อธิคจฺเฉยฺย. ปฐมปาเทน ปพฺพเต ฐิโตเยวาติ ปฐเมน ปาเทน คิชฺฌกูเฏ ปพฺพเต ฐิโตเยว. เสสเมตฺถ สุวิญฺเญยฺยเมว.
ทุติยเอตทคฺควคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๔. เอตทคฺควคฺโค
(๑๔) ๓. ตติยเอตทคฺควคฺควณฺณนา
ราหุล-รฏฺฐปาลตฺเถรวตฺถุ
๒๐๙-๒๑๐. ตติยสฺส ปฐมทุติเยสุ ติสฺโส สิกฺขาติ อธิสีลอธิจิตฺตอธิปญฺญาสงฺขาตา ติสฺโส สิกฺขา. จุทฺทส ภตฺตจฺเฉเท กตฺวาติ สตฺตาหํ นิราหารตาย เอเกกสฺมึ ทิวเส ทฺวินฺนํ ภตฺตจฺเฉทานํ วเสน จุทฺทส ภตฺตจฺเฉเท กตฺวา.
เตสนฺติ เตสํ ตาปสานํ. ลาพุภาชนาทิปริกฺขารํ สํวิธายาติ ลาพุภาชนาทิตาปสปริกฺขารํ สํวิทหิตฺวา. สปริฬาหกายธาตุโกติ อุสฺสนฺนปิตฺตตาย สปริฬาหกายสภาโว. สตสหสฺสาติ สตสหสฺสปริมาณา. สตสหสฺสํ ปริมาณํ เอเตสนฺติ สตสหสฺสา อุตฺตรปทโลเปน ยถา ‘‘รูปภโว รูป’’นฺติ, อตฺถิอตฺเถ วา อการปจฺจโย ทฏฺฐพฺโพ. ปาณาติปาตาทิอกุสลธมฺมสมุทาจารสงฺขาโต อามคนฺโธ กุณปคนฺโธ นตฺถิ เอเตสนฺติ นิรามคนฺธา, ยถาวุตฺตกิเลสสมุทาจารรหิตาติ อตฺโถ. กิเลสสมุทาจาโร เหตฺถ ‘‘อามคนฺโธ’’ติ วุตฺโต. กึการณา? อมนุญฺญตฺตา, กิเลสอสุจิมิสฺสตฺตา, สพฺภิ ชิคุจฺฉิตตฺตา, ปรมทุคฺคนฺธภาววหตฺตา จ. ตถา หิ เย เย อุสฺสนฺนกิเลสา สตฺตา, เต เต อติทุคฺคนฺธา โหนฺติ. เตเนว นิกฺกิเลสานํ มตสรีรมฺปิ ทุคฺคนฺธํ น โหติ. ทานคฺคปริวหนเกติ ทานคฺคธุรวหนเก. มาปโกติ ทิวเส ทิวเส ปริมิตปริพฺพยทานวเสน ธญฺญมาปโก.
ปาฬิยนฺติ วินยปาฬิยํ. มิคชาตกํ อาหริตฺวา กเถสีติ อตีเต กิร โพธิสตฺโต มิคโยนิยํ นิพฺพตฺติตฺวา มิคคณปริวุโต อรญฺเญ วสติ. อถสฺส ภคินี อตฺตโน ปุตฺตกํ อุปเนตฺวา ‘‘ภาติก อิมํ ภาคิเนยฺยํ มิคมายํ สิกฺขาเปหี’’ติ อาห. โพธิสตฺโต ‘‘สาธู’’ติ ปฏิสฺสุณิตฺวา ‘‘คจฺฉ ตาต, อสุกเวลายํ นาม อาคนฺตฺวา สิกฺเขยฺยาสี’’ติ อาห. โส มาตุเลน วุตฺตเวลํ อนติกฺกมิตฺวา ตํ อุปสงฺกมิตฺวา มิคมายํ สิกฺขิ. โส เอกทิวสํ วเน วิจรนฺโต ปาเสน พทฺโธ พทฺธรวํ วิรวิ. มิคคโณ ปลายิตฺวา ‘‘ปุตฺโต เต ปาเสน พทฺโธ’’ติ ตสฺส มาตุยา อาโรเจสิ. สา ภาตุ สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘ภาติก ภาคิเนยฺโย เต มิคมายํ สิกฺขาปิโต’’ติ ปุจฺฉิ. โพธิสตฺโต ‘‘มา ตฺวํ ปุตฺตสฺส กิญฺจิ ปาปกํ อาสงฺกิ, สุคฺคหิตา เตน มิคมายา, อิทานิ ตํ หาสยมาโน อาคจฺฉิสฺสตี’’ติ วตฺวา ‘‘มิคํ ติปลฺลตฺถ’’นฺติอาทิมาห.
ตตฺถ มิคนฺติ ภาคิเนยฺยมิคํ. ติปลฺลตฺถํ วุจฺจติ สยนํ, อุโภหิ ปสฺเสหิ อุชุกเมว จ นิปนฺนกวเสน ตีหากาเรหิ ปลฺลตฺถํ อสฺส, ตีณิ วา ปลฺลตฺถานิ อสฺสาติ ติปลฺลตฺโถ, ตํ ติปลฺลตฺถํ. อเนกมายนฺติ พหุมายํ พหุวญฺจนํ. อฏฺฐกฺขุรนฺติ เอเกกสฺมึ ปาเท ทฺวินฺนํ ทฺวินฺนํ วเสน อฏฺฐหิ ขุเรหิ สมนฺนาคตํ. อฑฺฒรตฺตาปปายินฺติ ปุริมยามํ อติกฺกมิตฺวา มชฺฌิมยาเม อรญฺญโต อาคมฺม ปานียสฺส ปิวนโต อฑฺฒรตฺเต อาปํ ปิวตีติ อฑฺฒรตฺตาปปายี. ‘‘อฑฺฒรตฺเต อาปปายิ’’นฺติปิ ปาโฐ. มม ภาคิเนยฺยํ มิคํ อหํ สาธุกํ มิคมายํ อุคฺคณฺหาเปสึ. กถํ? ยถา เอเกน โสเตน ฉมายํ อสฺสสนฺโต ฉหิ กลาหิ อติโภติ ภาคิเนยฺโย. อิทํ วุตฺตํ โหติ – อยญฺหิ ตว ปุตฺตํ ตถา อุคฺคณฺหาเปสึ, ยถา เอกสฺมึ อุปริมนาสิกาโสเต วาตํ สนฺนิรุมฺภิตฺวา ปถวิยํ อลฺลีเนน เอเกน เหฏฺฐิมนาสิกาโสเตน ตเถว ฉมายํ อสฺสสนฺโต ฉหิ กลาหิ ลุทฺทกํ อติโภติ, ฉหิ โกฏฺฐาเสหิ อชฺโฌตฺถรติ วญฺเจตีติ อตฺโถ. กตเมหิ ฉหิ? จตฺตาโร ปาเท ปสาเรตฺวา เอเกน ปสฺเสน เสยฺยาย, ขุเรหิ ติณปํสุขณเนน, ชิวฺหานินฺนามเนน, อุทรสฺส อุทฺธุมาตภาวกรเณน, อุจฺจารปสฺสาววิสฺสชฺชเนน, วาตสฺส นิรุมฺภเนนาติ. อถ วา ตถา นํ อุคฺคณฺหาเปสึ, ยถา เอเกน โสเตน ฉมายํ อสฺสสนฺโต. ฉหีติ เหฏฺฐา วุตฺเตหิ ฉหิ การเณหิ. กลาหีติ กลายิสฺสติ, ลุทฺทกํ วญฺเจสฺสตีติ อตฺโถ. โภตีติ ภคินึ อาลปติ. ภาคิเนยฺโยติ เอวํ ฉหิ การเณหิ วญฺจกํ ภาคิเนยฺยํ นิทฺทิสติ.
เอวํ โพธิสตฺโต ภาคิเนยฺยสฺส มิคมายํ สาธุกํ อุคฺคหิตภาวํ วทนฺโต ภคินึ สมสฺสาเสสิ. โสปิ มิคโปตโก ปาเส พทฺโธ อนิพนฺธิตฺวาเยว ภูมิยํ มหาผาสุกปสฺเสน ปาเท ปสาเรตฺวา นิปนฺโน ปาทานํ อาสนฺนฏฺฐาเน ขุเรหิ เอว ปหริตฺวา ปํสุญฺจ ติณานิ จ อุปฺปาเฏตฺวา อุจฺจารปสฺสาวํ วิสฺสชฺเชตฺวา สีสํ ปาเตตฺวา ชิวฺหํ นินฺนาเมตฺวา สรีรํ เขฬกิลินฺนํ กตฺวา วาตคฺคหเณน อุทรํ อุทฺธุมาตกํ กตฺวา อกฺขีนิ ปริวตฺเตตฺวา เหฏฺฐานาสิกาโสเตน วาตํ สญฺจราเปนฺโต อุปริมนาสิกาโสเตน วาตํ สนฺนิรุมฺภิตฺวา สกลสรีรํ ถทฺธภาวํ คาหาเปตฺวา มตกาการํ ทสฺเสสิ, นีลมกฺขิกาปิ นํ สมฺปริวาเรสุํ, ตสฺมึ ตสฺมึ ฐาเน กากา นิลียึสุ. ลุทฺโท อาคนฺตฺวา อุทเร หตฺเถน ปหริตฺวา ‘‘ปาโตว พทฺโธ ภวิสฺสติ, ปูติโก ชาโต’’ติ ตสฺส พนฺธนรชฺชุํ โมเจตฺวา ‘‘เอตฺเถว ทานิ นํ อุกฺกนฺติตฺวา มํสํ อาทาย คมิสฺสามี’’ติ นิราสงฺโก หุตฺวา สาขาปลาสํ คเหตุํ อารทฺโธ. มิคโปตโกปิ อุฏฺฐาย จตูหิ ปาเทหิ ฐตฺวา กายํ วิธุนิตฺวา คีวํ ปสาเรตฺวา มหาวาเตน ฉินฺนวลาหโก วิย เวเคน มาตุ สนฺติกํ อคมาสิ. สตฺถา ‘‘น, ภิกฺขเว, ราหุโล อิทาเนว สิกฺขากาโม, ปุพฺเพปิ สิกฺขากาโมเยวา’’ติ เอวํ มิคชาตกํ อาหริตฺวา กเถสิ.
อมฺพลฏฺฐิยราหุโลวาทํ เทเสสีติ ‘‘ปสฺสสิ โน ตฺวํ, ราหุล, อิมํ ปริตฺตํ อุทกาวเสสํ อุทกาทาเน ฐปิตนฺติ? เอวํ, ภนฺเต. เอวํ ปริตฺตกํ โข, ราหุล, เตสํ สามญฺญํ, เยสํ นตฺถิ สมฺปชานมุสาวาเท ลชฺชา’’ติ เอวมาทินา อมฺพลฏฺฐิยราหุโลวาทํ (ม. นิ. ๒.๑๐๗ อาทโย) กเถสิ. เคหสิตํ วิตกฺกํ วิตกฺเกนฺตสฺสาติ อายสฺมา กิร ราหุโล ภควโต ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต คจฺฉนฺโตว ปาทตลโต ยาว อุปริ เกสนฺตา ตถาคตํ โอโลเกสิ, โส ภควโต พุทฺธเวสวิลาสํ ทิสฺวา ‘‘โสภติ ภควา ทฺวตฺตึสมหาปุริสลกฺขณวิจิตฺตสรีโร พฺยามปฺปภาปริกฺขิตฺตตาย วิปฺปกิณฺณสุวณฺณจุณฺณมชฺฌคโต วิย วิชฺชุลตาปริกฺขิตฺโต กนกปพฺพโต วิย ยนฺตสมากฑฺฒิตรตนวิจิตฺตสุวณฺณอคฺฆิกํ วิย ปํสุกูลจีวรปฺปฏิจฺฉนฺโนปิ รตฺตกมฺพลปริกฺขิตฺตกนกปพฺพโต วิย ปวาฬลตาปฏิมณฺฑิตสุวณฺณฆฏิกํ วิย จีนปิฏฺฐจุณฺณปูชิตสุวณฺณเจติยํ วิย ลาขารสานุลิตฺโต กนกถูโป วิย รตฺตวลาหกนฺตรคโต ตงฺขณมุคฺคตปุณฺณจนฺโท วิย อโห สมตึสปารมิตานุภาเวน สชฺชิตสฺส อตฺตภาวสฺส สิริสมฺปตฺตี’’ติ จินฺเตสิ. ตโต อตฺตานมฺปิ โอโลเกตฺวา ‘‘อหมฺปิ โสภามิ, สเจ ภควา จตูสุ มหาทีเปสุ จกฺกวตฺติรชฺชํ อกริสฺส, มยฺหํ ปริณายกฏฺฐานนฺตรมทสฺส, เอวํ สนฺเต อติวิย ชมฺพุทีปตลํ อติโสภิสฺสา’’ติ อตฺตภาวํ นิสฺสาย เคหสิตํ ฉนฺทราคํ อุปฺปาเทสิ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ – ‘‘สตฺถุ เจว อตฺตโน จ รูปสมฺปตฺตึ ทิสฺวา เคหสิตํ วิตกฺกํ วิตกฺเกนฺตสฺสา’’ติ.
ภควาปิ ปุรโต คจฺฉนฺโตว จินฺเตสิ – ‘‘ปริปุณฺณจฺฉวิมํสโลหิโต ทานิ ราหุลสฺส อตฺตภาโว, รชนีเยสุ รูปารมฺมณาทีสุ จิตฺตสฺส ปกฺขนฺทนกาโล ชาโต, นิปฺผลตาย นุ โข ราหุโล วีตินาเมตี’’ติ. อถ สหาวชฺชเนเนว ปสนฺเน อุทเก มจฺฉํ วิย ปริสุทฺเธ อาทาสมณฺฑเล มุขนิมิตฺตํ วิย จ ตสฺส ตํ จิตฺตุปฺปาทํ อทฺทส, ทิสฺวา จ ‘‘อยํ ราหุโล มยฺหํ อตฺรโช หุตฺวา มม ปจฺฉโต อาคจฺฉนฺโต ‘อหํ โสภามิ, มยฺหํ วณฺณายตนํ ปสนฺน’นฺติ อตฺตภาวํ นิสฺสาย เคหสิตํ ฉนฺทราคํ อุปฺปาเทติ, อติตฺเถ ปกฺขนฺโท, อุปฺปถํ ปฏิปนฺโน, อโคจเร จรติ, ทิสามูฬฺหอทฺธิโก วิย อคนฺตพฺพํ ทิสํ คจฺฉติ, อยํ โข ปนสฺส กิเลโส อพฺภนฺตเร วฑฺฒนฺโต อตฺตตฺถมฺปิ ยถาภูตํ ปสฺสิตุํ น ทสฺสิสฺสติ ปรตฺถมฺปิ อุภยตฺถมฺปิ, ตโต นิรเยปิ ปฏิสนฺธึ คณฺหาเปสฺสติ, ติรจฺฉานโยนิยมฺปิ เปตฺติวิสเยปิ อสุรกาเยปิ สมฺพาเธปิ มาตุกุจฺฉิสฺมินฺติ อนมตคฺเค สํสารวฏฺเฏ ปริปาเตสฺสติ. ยถา โข ปน อเนกรตนปูรา มหานาวา ภินฺนผลกนฺตเรน อุทกํ อาทิยมานา มุหุตฺตมฺปิ น อชฺฌุเปกฺขิตพฺพา โหติ, เวเคน เวเคนสฺสา วิวรํ ปิทหิตุํ วฏฺฏติ, เอวเมว อยมฺปิ น อชฺฌุเปกฺขิตพฺโพ. ยาวสฺส อยํ กิเลโส อพฺภนฺตเร สีลรตนาทีนิ น วินาเสติ, ตาวเทว นํ นิคฺคณฺหิสฺสามี’’ติ อชฺฌาสยํ อกาสิ. ตโต ราหุลํ อามนฺเตตฺวา ‘‘ยํ กิญฺจิ, ราหุล, รูปํ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนํ อชฺฌตฺตํ วา พหิทฺธา วา โอฬาริกํ วา สุขุมํ วา หีนํ วา ปณีตํ วา ยํ ทูเร สนฺติเก วา, สพฺพํ รูปํ ‘เนตํ มม, เนโสหมสฺมิ, น เมโส อตฺตา’ติ เอวเมตํ ยถาภูตํ สมฺมปฺปญฺญาย ทฏฺฐพฺพนฺติ. รูปเมว นุ โข ภควา รูปเมว นุ โข สุคตาติ. รูปมฺปิ ราหุล, เวทนาปิ ราหุล, สญฺญาปิ ราหุล, สงฺขาราปิ ราหุล, วิญฺญาณมฺปิ ราหุลา’’ติ มหาราหุโลวาทสุตฺตํ (ม. นิ. ๒.๑๑๓ อาทโย) อภาสิ. ตํ ทสฺเสตุํ – ‘‘ยํ กิญฺจิ ราหุล…เป… กเถสี’’ติ วุตฺตํ.
สํยุตฺตเก ปน ราหุโลวาโทติ ราหุลสํยุตฺเต วุตฺตราหุโลวาทํ สนฺธาย วทนฺติ. ตตฺถ ‘‘สาธุ เม, ภนฺเต, ภควา สํขิตฺเตน ธมฺมํ เทเสตุ, ยมหํ, ภนฺเต, ภควโต ธมฺมํ สุตฺวา เอโก วูปกฏฺโฐ อปฺปมตฺโต อาตาปี ปหิตตฺโต วิหเรยฺย’’นฺติ เถเรน ยาจิโต ‘‘ตํ กึ มญฺญสิ, ราหุล, จกฺขุ นิจฺจํ วา อนิจฺจํ วาติ? อนิจฺจํ, ภนฺเต. ยํ ปนานิจฺจํ, ทุกฺขํ วา ตํ สุขํ วาติ? ทุกฺขํ, ภนฺเต. ยํ ปนานิจฺจํ ทุกฺขํ วิปริณามธมฺมํ, กลฺลํ นุ ตํ สมนุปสฺสิตุํ ‘เอตํ มม, เอโสหมสฺมิ, เอโส เม อตฺตา’’’ติอาทินา ราหุโลวาทํ (สํ. นิ. ๒.๑๘๘ อาทโย) อารภิ. เถรสฺส วิปสฺสนาจาโรเยว, น ปน มหาราหุโลวาโท วิย วิตกฺกูปจฺเฉทาย วุตฺโตติ อธิปฺปาโย.
อถสฺส สตฺถา ญาณปริปากํ ญตฺวาติอาทีสุ ภควโต กิร รโหคตสฺส ปฏิสลฺลีนสฺส เอวํ เจตโส ปริวิตกฺโก อุทปาทิ ‘‘ปริปกฺกา โข ราหุลสฺส วิมุตฺติปริปาจนียา ธมฺมา, ยนฺนูนาหํ ราหุลํ อุตฺตริ อาสวานํ ขเย วิเนยฺย’’นฺติ? อถสฺส ภควา ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย สาวตฺถิยํ ปิณฺฑาย จริตฺวา ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโต อายสฺมนฺตํ ราหุลํ อามนฺเตสิ – ‘‘คณฺหาหิ, ราหุล, นิสีทนํ, เยน อนฺธวนํ เตนุปสงฺกมิสฺสาม ทิวาวิหารายา’’ติ. ‘‘เอวํ, ภนฺเต’’ติ โข อายสฺมา ราหุโล ภควโต ปฏิสฺสุตฺวา นิสีทนํ อาทาย ภควโต ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต อนุพนฺธิ. เตน โข ปน สมเยน อเนกานิ เทวตาสหสฺสานิ ภควนฺตํ อภิวนฺทิตฺวา อนุพนฺธิตา โหนฺติ ‘‘อชฺช ภควา อายสฺมนฺตํ ราหุลํ อุตฺตริ อาสวานํ ขเย วิเนสฺสตี’’ติ. อถ โข ภควา อนฺธวนํ อชฺโฌคาเหตฺวา อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทิ. อายสฺมาปิ ราหุโล ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. อถ อายสฺมนฺตํ ราหุลํ อามนฺเตตฺวา ‘‘ตํ กึ มญฺญสิ, ราหุล, จกฺขุ นิจฺจํ วา อนิจฺจํ วาติ? อนิจฺจํ, ภนฺเต. ยํ ปนานิจฺจํ, ทุกฺขํ วา ตํ สุขํ วาติ? ทุกฺขํ, ภนฺเต. ยํ ปนานิจฺจํ ทุกฺขํ วิปริณามธมฺมํ, กลฺลํ นุ ตํ สมนุปสฺสิตุํ ‘เอตํ มม, เอโสหมสฺมิ, เอโส เม อตฺตา’’’ติอาทินา ราหุโลวาทํ (สํ. นิ. ๔.๑๒๑) อทาสิ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ – ‘‘อนฺธวเน นิสินฺโน จูฬราหุโลวาทํ กเถสี’’ติ.
โกฏิสตสหสฺสเทวตาหีติ อายสฺมตา ราหุเลน ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต ปาทมูเล ปถวินฺธรราชกาเล ปตฺถนํ ฐเปนฺเตน สทฺธึ ปตฺถนํ ฐปิตเทวตาเยเวตา. ตาสุ ปน กาจิ ภูมฏฺฐเทวตา, กาจิ อนฺตลิกฺขฏฺฐกา, กาจิ จาตุมหาราชิกาทิเทวโลเก, กาจิ พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺตา, อิมสฺมึ ปน ทิวเส สพฺพา เอกฏฺฐาเน อนฺธวนสฺมึเยว สนฺนิปติตา.
อาภิโทสิกนฺติ ปาริวาสิกํ เอกรตฺตาติกฺกนฺตํ ปูติภูตํ. เอกรตฺตาติกฺกนฺตสฺเสว หิ นามสญฺญา เอสา, ยทิทํ อาภิโทสิโกติ. อยํ ปเนตฺถ วจนตฺโถ – ปูติภาวโทเสน อภิภูโตติ อภิโทโส, อภิโทโสเยว อาภิโทสิโก. กุมฺมาสนฺติ ยวกุมฺมาสํ. อธิวาเสตฺวาติ ‘‘เตน หิ, ตาต รฏฺฐปาล, อธิวาเสหิ สฺวาตนาย ภตฺต’’นฺติ ปิตรา นิมนฺติโต สฺวาตนาย ภิกฺขํ อธิวาเสตฺวา. เอตฺถ จ เถโร ปกติยา อุกฺกฏฺฐสปทานจาริโก สฺวาตนาย ภิกฺขํ นาม นาธิวาเสติ, มาตุ อนุคฺคเหน ปน อธิวาเสติ. มาตุ กิรสฺส เถรํ อนุสฺสริตฺวา อนุสฺสริตฺวา มหาโสโก อุปฺปชฺชติ, โรทเนเนว ทุกฺขี วิย ชาตา, ตสฺมา เถโร ‘‘สจาหํ ตํ อปสฺสิตฺวา คมิสฺสามิ, หทยมฺปิสฺสา ผเลยฺยา’’ติ อนุคฺคเหน อธิวาเสสิ. ปณฺฑิตา หิ ภิกฺขู มาตาปิตูนํ อาจริยุปชฺฌายานํ วา กาตพฺพํ อนุคฺคหํ อชฺฌุเปกฺขิตฺวา ธุตงฺคสุทฺธิกา น ภวนฺติ.
อลงฺกตปฏิยตฺเต อิตฺถิชเนติ ปิตรา อุยฺโยชิเต อิตฺถิชเน. ปิตา กิรสฺส ทุติยทิวเส สกนิเวสเน มหนฺตํ หิรญฺญสุวณฺณสฺส ปุญฺชํ การาเปตฺวา กิลญฺเชหิ ปฏิจฺฉาทาเปตฺวา อายสฺมโต รฏฺฐปาลสฺส ปุราณทุติยิกาโย ‘‘เอถ ตุเมฺห วธู, เยน อลงฺกาเรน อลงฺกตา ปุพฺเพ รฏฺฐปาลสฺส กุลปุตฺตสฺส ปิยา โหถ มนาปา, เตน อลงฺกาเรน อลงฺกโรถา’’ติ อาณาเปตฺวา ปณีตํ ขาทนียํ โภชนียํ ปฏิยาทาเปตฺวา กาเล อาโรจิเต อาคนฺตฺวา ปญฺญตฺเต อาสเน นิสินฺนํ ‘‘อิทํ เต, รฏฺฐปาล, มตฺติกํ ธนํ, อญฺญํ เปตฺติกํ, อญฺญํ ปิตามหํ; สกฺกา, ตาต รฏฺฐปาล, โภเค จ ภุญฺชิตุํ, ปุญฺญานิ จ กาตุํ? เอหิ ตฺวํ, ตาต รฏฺฐปาล, สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย หีนายาวตฺติตฺวา โภเค จ ภุญฺชสฺสุ, ปุญฺญานิ จ กโรหี’’ติ ยาจิตฺวา เตน ปฏิกฺขิปิตฺวา ธมฺเม เทสิเต ‘‘อหํ อิมํ อุปฺปพฺพาเชสฺสามี’’ติ อานยึ, โส ‘‘ทานิ เม ธมฺมกถํ กาตุํ อารทฺโธ, อลํ เม วจนํ น กริสฺสตี’’ติ อุฏฺฐาย คนฺตฺวา ตสฺส โอโรธานํ ทฺวารํ วิวราเปตฺวา ‘‘อยํ โว สามิโก, คจฺฉถ, ยํ กิญฺจิ กตฺวาน คณฺหิตุํ วายมถา’’ติ อุยฺโยเชสิ. ตีสุ วเยสุ ฐิตา นาฏกิตฺถิโย เถรํ ปริวารยึสุ. ตาสุ อยํ อสุภสญฺญํ อุปฺปาเทสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อลงฺกตปฏิยตฺเต อิตฺถิชเน อสุภสญฺญํ อุปฺปาเทตฺวา’’ติ.
ฐิตโกว ธมฺมํ เทเสตฺวาติ –
‘‘ปสฺส จิตฺตกตํ พิมฺพํ, อรุกายํ สมุสฺสิตํ;
อาตุรํ พหุสงฺกปฺปํ, ยสฺส นตฺถิ ธุวํ ฐิติ.
‘‘ปสฺส จิตฺตกตํ รูปํ, มณินา กุณฺฑเลน จ;
อฏฺฐึ ตเจน โอนทฺธํ, สห วตฺเถหิ โสภติ.
‘‘อลตฺตกกตา ปาทา, มุขํ จุณฺณกมกฺขิตํ;
อลํ พาลสฺส โมหาย, โน จ ปารคเวสิโน.
‘‘อฏฺฐาปทกตา เกสา, เนตฺตา อญฺชนมกฺขิตา;
อลํ พาลสฺส โมหาย, โน จ ปารคเวสิโน.
‘‘อญฺชนีวณฺณวา จิตฺตา, ปูติกาโย อลงฺกโต;
อลํ พาลสฺส โมหาย, โน จ ปารคเวสิโน.
‘‘โอทหิ มิคโว ปาสํ, นาสทา วาคุรํ มิโค;
ภุตฺวา นิวาปํ คจฺฉามิ, กนฺทนฺเต มิคพนฺธเก’’ติ. (ม. นิ. ๒.๓๐๒; เถรคา. ๗๖๙-๗๗๔) –
อิมาหิ คาถาหิ ธมฺมํ เทเสตฺวา.
อากาสํ อุปฺปติตฺวาติ อากาสํ ปกฺขนฺทิตฺวา. กสฺมา ปน เถโร อากาเสน คโต? ปิตา กิรสฺส เสฏฺฐิ สตฺตสุ ทฺวารโกฏฺฐเกสุ อคฺคฬานิ ทาเปตฺวา มลฺเล อาณาเปสิ ‘‘สเจ นิกฺขมิตฺวา คจฺฉติ, หตฺถปาเทสุ นํ คเหตฺวา กาสายานิ หริตฺวา คิหิเวสํ คณฺหาเปถา’’ติ. ตสฺมา เถโร ‘‘เอเต มาทิสํ มหาขีณาสวํ หตฺเถ วา ปาเท วา คเหตฺวา อปุญฺญํ ปสเวยฺยุํ, ตํ เนสํ มา อโหสี’’ติ จินฺเตตฺวา อากาเสน อคมาสิ. มิคจีรนฺติ เอวํนามกํ อุยฺยานํ. จตุปาริชุญฺญปฏิมณฺฑิตนฺติ ชราปาริชุญฺญํ, พฺยาธิปาริชุญฺญํ, โภคปาริชุญฺญํ, ญาติปาริชุญฺญนฺติ อิเมหิ จตูหิ ปาริชุญฺเญหิ ปฏิมณฺฑิตํ. ปาริชุญฺญนฺติ จ ปริหานีติ อตฺโถ. เสสเมตฺถ สุวิญฺเญยฺยเมว.
กุณฺฑธานตฺเถรวตฺถุ
๒๑๑. ตติเย สลากํ คณฺหนฺตีติ สลากคาหกา. สุนาปรนฺตชนปทํ คจฺฉนฺเตปิ ปฐมเมว สลากํ คณฺหีติ สมฺพนฺโธ. ฉพฺพสฺสนฺตเรติ ฉนฺนํ วสฺสานํ อพฺภนฺตเร. เมตฺตีติ มิตฺตภาโว. เภทเก สตีติ เภทกรเณ สติ. คุมฺพสภาคโตติ คุมฺพสมีปโต, อยเมว วา ปาโฐ. อิตฺถี หุตฺวาติ อิตฺถี วิย หุตฺวา, มนุสฺสิตฺถิวณฺณํ มาเปตฺวาติ อตฺโถ. ทีฆรตฺตานุคโตติ ทีฆกาลํ อนุพนฺโธ. เอตฺตกํ อทฺธานนฺติ เอตฺตกํ กาลํ. หนฺทาวุโสติ คณฺหาวุโส. อตฺถํ คเหตฺวาติ ภูตตฺถํ คเหตฺวา, อยเมว วา ปาโฐ. โกณฺโฑ ชาโตติ ธุตฺโต ชาโต.
มาโวจ ผรุสํ กญฺจีติ กญฺจิ เอกปุคฺคลํ ผรุสํ มา อโวจ. วุตฺตา ปฏิวเทยฺยุ ตนฺติ ตยา ปเร ทุสฺสีลาติ วุตฺตา ตมฺปิ ตเถว ปฏิวเทยฺยุํ. ทุกฺขา หิ สารมฺภกถาติ เอสา การณุตฺตรา ยุคคฺคาหกถา นาม ทุกฺขา. ปฏิทณฺฑา ผุเสยฺยุ ตนฺติ กายทณฺฑาทีหิ ปรํ ปหรนฺตสฺส ตาทิสาว ปฏิทณฺฑา ตว มตฺถเก ปเตยฺยุํ.
สเจ เนเรสิ อตฺตานนฺติ สเจ อตฺตานํ นิจฺจลํ กาตุํ สกฺขิสฺสสิ. กํโส อุปหโต ยถาติ มุขวฏฺฏิยํ ฉินฺทิตฺวา ตลมตฺตํ กตฺวา ฐปิตํ กํสตาลํ วิย. ตาทิสญฺหิ หตฺเถหิ ปาเทหิ ทณฺเฑน วา ปหตมฺปิ สทฺทํ น กโรติ. เอส ปตฺโตสิ นิพฺพานนฺติ สเจ เอวรูโป ภวิตุํ สกฺขิสฺสสิ, อิมํ ปฏิปทํ ปูรยมาโน เอโส ตฺวํ อิทานิ อปฺปตฺโตปิ นิพฺพานํ ปตฺโตสิ นาม. สารมฺโภ เต น วิชฺชตีติ ‘‘เอวญฺจ สติ ตฺวํ ทุสฺสีโล, อหํ สุสีโล’’ติ เอวมาทิโก อุตฺตริกรณวาจาลกฺขโณ สารมฺโภ เต น วิชฺชติ, น ภวิสฺสติเยวาติ อตฺโถ. ปริกฺกิเลเสนาติ สํกิเลสเหตุนา.
วงฺคีสตฺเถรวตฺถุ
๒๑๒. จตุตฺเถ สมฺปนฺนปฏิภานานนฺติ ปริปุณฺณปฏิภานานํ. จุตึ โย เวทิ…เป… สพฺพโสติ โย สตฺตานํ จุติญฺจ ปฏิสนฺธิญฺจ สพฺพากาเรน ปากฏํ กตฺวา ชานาติ, ตํ อหํ อลคฺคนตาย อสตฺตํ, ปฏิปตฺติยา สุฏฺฐุ คตตฺตา สุคตํ, จตุนฺนํ สจฺจานํ สมฺพุทฺธตฺตา พุทฺธํ พฺราหฺมณํ วทามีติ อตฺโถ. ยสฺส คตินฺติ ยสฺเสเต เทวาทโย คตึ น ชานนฺติ, ตมหํ อาสวานํ ขีณตาย ขีณาสวํ, กิเลเสหิ อารกตฺตา อรหนฺตํ พฺราหฺมณํ วทามีติ อตฺโถ.
อุปเสนวงฺคนฺตปุตฺตตฺเถรวตฺถุ
๒๑๓. ปญฺจเม สพฺพปาสาทิกานนฺติ สพฺพโส ปสาทํ ชเนนฺตานํ. กินฺตายนฺติ กึ เต อยํ. อติลหุนฺติ อติสีฆํ. ยสฺส ตสฺมึ อตฺตภาเว อุปฺปชฺชนารหานํ มคฺคผลานํ อุปนิสฺสโย นตฺถิ, ตํ พุทฺธา ‘‘โมฆปุริโส’’ติ วทนฺติ อริฏฺฐลาฬุทายิอาทิเก วิย. อุปนิสฺสเย สติปิ ตสฺมึ ขเณ มคฺเค วา ผเล วา อสติ ‘‘โมฆปุริสา’’ติ วทนฺติเยว ธนิยตฺเถราทิเก วิย. อิมสฺสปิ ตสฺมึ ขเณ มคฺคผลานํ อภาวโต ‘‘โมฆปุริสา’’ติ อาห, ตุจฺฉมนุสฺสาติ อตฺโถ. พาหุลฺลายาติ ปริสพาหุลฺลาย. อเนกปริยาเยนาติ อเนกการเณน.
อิจฺฉามหํ, ภิกฺขเวติ ภควา กิร ตํ อทฺธมาสํ น กญฺจิ โพธเนยฺยสตฺตํ อทฺทส, ตสฺมา เอวมาห, เอวํ สนฺเตปิ ตนฺติวเสน ธมฺมเทสนา กตฺตพฺพา สิยา. ยสฺมา ปนสฺส เอตทโหสิ – ‘‘มยิ โอกาสํ กาเรตฺวา ปฏิสลฺลีเน ภิกฺขู อธมฺมิกํ กติกวตฺตํ กริสฺสนฺติ, ตํ อุปเสโน ภินฺทิสฺสติ, อหํ ตสฺส ปสีทิตฺวา ภิกฺขูนํ ทสฺสนํ อนุชานิสฺสามิ. ตโต มํ ปสฺสิตุกามา พหู ภิกฺขู ธุตงฺคานิ สมาทิยิสฺสนฺติ, อหญฺจ เตหิ อุชฺฌิตสนฺถตปจฺจยา สิกฺขาปทํ ปญฺญเปสฺสามี’’ติ, ตสฺมา เอวมาห. เถรสฺสาติ อุปเสนตฺเถรสฺส. มนาปานิ เต ภิกฺขุ ปํสุกูลานีติ ‘‘ภิกฺขุ ตว อิมานิ ปํสุกูลานิ มนาปานิ อตฺตโน รุจิยา ขนฺติยา คหิตานี’’ติ ปุจฺฉติ. น โข เม, ภนฺเต, มนาปานิ ปํสุกูลานีติ, ภนฺเต, น มยา อตฺตโน รุจิยา ขนฺติยา คหิตานิ, คลคฺคาเหน วิย มตฺถกตาฬเนน วิย จ คาหิโต มยาติ ทสฺเสติ. ปาฬิยํ อาคตเมวาติ วินยปาฬึ สนฺธาย วทติ.
ทพฺพตฺเถรวตฺถุ
๒๑๔. ฉฏฺเฐ อฏฺฐารสสุ มหาวิหาเรสูติ ราชคหสฺส สมนฺตโต ฐิเตสุ อฏฺฐารสสุ มหาวิหาเรสุ. อุปวิชญฺญาติ อาสนฺนปสูติกาลา. รโหคโตติ รหสิ คโต. สงฺฆสฺส เวยฺยาวจฺจกรเณ กายํ โยเชตุกาโม จินฺเตสีติ เถโร กิร อตฺตโน กตกิจฺจภาวํ ทิสฺวา ‘‘อหํ อิมํ สรีรํ ธาเรมิ, ตญฺจ โข วาตมุเข ฐิตปทีโป วิย อนิจฺจตามุเข ฐิตํ นจิรสฺเสว นิพฺพายนธมฺมํ ยาว น นิพฺพายติ, ตาว กึ นุ โข อหํ สงฺฆสฺส เวยฺยาวจฺจํ กเรยฺย’’นฺติ จินฺเตนฺโต อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ ‘‘ติโรรฏฺเฐสุ พหู กุลปุตฺตา ภควนฺตํ อทิสฺวาว ปพฺพชนฺติ, เต ‘ภควนฺตํ ปสฺสิสฺสาม เจว วนฺทิสฺสามา’ติ จ ทูรโตปิ อาคจฺฉนฺติ, ตตฺร เยสํ เสนาสนํ นปฺปโหติ, เต สิลาปตฺตเกปิ เสยฺยํ กปฺเปนฺติ. ปโหมิ โข ปนาหํ อตฺตโน อานุภาเวน เตสํ เตสํ กุลปุตฺตานํ อิจฺฉาวเสน ปาสาทวิหารอฑฺฒโยคาทีนิ มญฺจปีฐตฺถรณานิ นิมฺมินิตฺวา ทาตุํ? ปุนทิวเส เจตฺถ เอกจฺเจ อติวิย กิลนฺตรูปา โหนฺติ, เต คารเวน ภิกฺขูนํ ปุรโต ฐตฺวา ภตฺตานิปิ น อุทฺทิสาเปนฺติ, อหํ โข ปน เตสํ ภตฺตานิปิ อุทฺทิสิตุํ ปโหมี’’ติ. อิติ ปฏิสญฺจิกฺขนฺโต ‘‘ยํนูนาหํ สงฺฆสฺส เสนาสนญฺจ ปญฺญเปยฺยํ, ภตฺตานิ จ อุทฺทิเสยฺย’’นฺติ จินฺเตสิ. สภาคสภาคานนฺติ สุตฺตนฺติกาทิคุณวเสน สภาคานํ, น มิตฺตสนฺถววเสน. เถโร หิ ยาวติกา สุตฺตนฺติกา โหนฺติ, เต อุจฺจินิตฺวา อุจฺจินิตฺวา เอกโต เตสํ อนุรูปเมว เสนาสนํ ปญฺญเปติ. เวนยิกาภิธมฺมิกกมฺมฏฺฐานิกกายทฬฺหิพหุเลสุปิ เอเสว นโย. เตเนว ปาฬิยํ (ปารา. ๓๘๐) วุตฺตํ – ‘‘เยเต ภิกฺขู สุตฺตนฺติกา, เตสํ เอกชฺฌํ เสนาสนํ ปญฺญเปตี’’ติอาทิ.
องฺคุลิยา ชลมานายาติ เตโชกสิณจตุตฺถชฺฌานํ สมาปชฺชิตฺวา วุฏฺฐาย อภิญฺญาญาเณน องฺคุลิชลนํ อธิฏฺฐหิตฺวา เตเนว เตโชธาตุสมาปตฺติชนิเตน อคฺคิชาเลน องฺคุลิยา ชลมานาย. อยํ มญฺโจติอาทีสุ ปน เถเร ‘‘อยํ มญฺโจ’’ติอาทึ วทนฺเต นิมฺมิตาปิ อตฺตโน อตฺตโน คตฏฺฐาเน ‘‘อยํ มญฺโจ’’ติอาทึ วทนฺติ. อยญฺหิ นิมฺมิตานํ ธมฺมตา.
‘‘เอกสฺมึ ภาสมานสฺมึ, สพฺเพ ภาสนฺติ นิมฺมิตา;
เอกสฺมึ ตุณฺหิมาสิเน, สพฺเพ ตุณฺหี ภวนฺติ เต’’ติ. (ที. นิ. ๒.๒๘๖);
ยสฺมึ ปน วิหาเร มญฺจปีฐาทีนิ น ปริปูเรนฺติ, ตตฺถ อตฺตโน อานุภาเวน ปูเรนฺติ, เตน นิมฺมิตานํ อวตฺถุกํ วจนํ น โหติ สพฺพตฺถ มญฺจปีฐาทีนํ สพฺภาวโต. สพฺพวิหาเรสุ จ คมนมคฺเค สมปฺปมาเณ กตฺวา อธิฏฺฐาติ. กติกสณฺฐานาทีนํ ปน นานปฺปการตฺตา ตสฺมึ ตสฺมึ วิหาเร กติกวตฺตานิ วิสุํ วิสุํ กถาเปตีติ เวทิตพฺพํ. อนิยเมตฺวา นิมฺมิตานญฺหิ ‘‘เอกสฺมึ ภาสมานสฺมิ’’นฺติอาทิธมฺมตา วุตฺตา. ตถา หิ เย วณฺณวยสรีราวยวปริกฺขารกิริยาวิเสสาทีหิ นิยมํ อกตฺวา นิมฺมิตา โหนฺติ, เต อนิยเมตฺวา นิมฺมิตตฺตา อิทฺธิมตา สทิสาว โหนฺติ. ฐานนิสชฺชาทีสุ ภาสิตตุณฺหีภาวาทีสุ วา ยํ ยํ อิทฺธิมา กโรติ, ตํ ตเทว กโรนฺติ. สเจ ปน นานปฺปกาเร กาตุกาโม โหติ, เกจิ ปฐมวเย, เกจิ มชฺฌิมวเย, เกจิ ปจฺฉิมวเย, ตถา ทีฆเกเส อุปฑฺฒมุณฺเฑ มิสฺสกเกเส อุปฑฺฒรตฺตจีวเร ปณฺฑุกจีวเร, ปทภาณธมฺมกถาสรภญฺญปญฺหปุจฺฉนปญฺหวิสฺสชฺชนรชนปจนจีวรสิพฺพนโธวนาทีนิ กโรนฺเต, อปเรปิ วา นานปฺปกาเร กาตุกาโม โหติ, เตน ปาทกชฺฌานโต วุฏฺฐาย ‘‘เอตฺตกา ภิกฺขู ปฐมวยา โหนฺตู’’ติอาทินา นเยน ปริกมฺมํ กตฺวา ปุน สมาปชฺชิตฺวา วุฏฺฐาย อธิฏฺฐิเต อธิฏฺฐานจิตฺเตน สทฺธึ อิจฺฉิติจฺฉิตปฺปการาเยว โหนฺติ. ปุน อตฺตโน วสนฏฺฐานเมว อาคจฺฉตีติ เตหิ สทฺธึ ชนปทกถํ กเถนฺโต อนิสีทิตฺวา อตฺตโน วสนฏฺฐานํ เวฬุวนเมว ปจฺจาคจฺฉติ. ปาฬิยนฺติ วินยปาฬิยํ.
ปิลินฺทวจฺฉตฺเถรวตฺถุ
๒๑๕. สตฺตเม ปิยานนฺติ ปิยายิตพฺพานํ. มนาปานนฺติ มนวฑฺฒนกานํ. ปิลินฺโทติ ปนสฺส โคตฺตํ, วจฺโฉติ นามนฺติ เอตฺถ วุตฺตวิปริยาเยนปิ วทนฺติ ‘‘ปิลินฺโทติ นามํ, วจฺโฉติ โคตฺต’’นฺติ. เตเนว อาจริยธมฺมปาลตฺเถเรน เถรคาถาสํวณฺณนาย (เถรคา. อฏฺฐ. ๑.๘ ปิลินฺทวจฺฉตฺเถรคาถาวณฺณนา) วุตฺตํ – ‘‘ปิลินฺโทติสฺส นามํ อกํสุ, วจฺโฉติ ปน โคตฺตํ. เตน โส อปรภาเค ปิลินฺทวจฺโฉติ ปญฺญายิตฺถา’’ติ. สํสนฺเทตฺวาติ เอกโต กตฺวา.
สตฺถุ ธมฺมเทสนํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวาติ อิทํ องฺคุตฺตรภาณกานํ กถามคฺเคน วุตฺตํ. อปเร ปน ภณนฺติ – อนุปฺปนฺเนเยว อมฺหากํ ภควติ สาวตฺถิยํ พฺราหฺมณเคเห นิพฺพตฺติตฺวา ปิลินฺทวจฺโฉติ ปญฺญาโต สํสาเร สํเวคพหุลตาย ปริพฺพาชกปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา จูฬคนฺธารํ นาม วิชฺชํ สาเธตฺวา อากาสจารี ปรจิตฺตวิทู จ หุตฺวา ราชคเห ลาภคฺคยสคฺคปฺปตฺโต ปฏิวสติ. อถ ยทา อมฺหากํ ภควา อภิสมฺพุทฺโธ หุตฺวา อนุกฺกเมน ราชคหํ อุปคโต, ตโต ปฏฺฐาย พุทฺธานุภาเวน ตสฺส สา วิชฺชา น สมฺปชฺชติ, อตฺถกิจฺจํ น สาเธติ. โส จินฺเตสิ – ‘‘สุตํ โข ปน เมตํ ‘อาจริยปาจริยานํ ภาสมานานํ ยตฺถ มหาคนฺธารวิชฺชา ธรติ, ตตฺถ จูฬคนฺธารวิชฺชา น สมฺปชฺชตี’ติ. สมณสฺส ปน โคตมสฺส อาคตกาลโต ปฏฺฐาย นายํ มม วิชฺชา สมฺปชฺชติ, นิสฺสํสยํ สมโณ โคตโม มหาคนฺธารวิชฺชํ ชานาติ, ยนฺนูนาหํ ตํ ปยิรุปาสิตฺวา ตสฺส สนฺติเก วิชฺชํ ปริยาปุเณยฺย’’นฺติ. โส ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา เอตทโวจ – ‘‘อหํ, มหาสมณ, ตว สนฺติเก เอกํ วิชฺชํ ปริยาปุณิตุกาโม, โอกาสํ เม กโรหี’’ติ. ภควา ‘‘เตน หิ ปพฺพชา’’ติ อาห. โส ‘‘วิชฺชาย ปริกมฺมํ ปพฺพชฺชา’’ติ มญฺญมาโน ปพฺพชีติ. ปรวมฺภนวเสนาติ ปเรสํ ครหนวเสน.
อกกฺกสนฺติ อผรุสํ. วิญฺญาปนินฺติ อตฺถวิญฺญาปนึ. สจฺจนฺติ ภูตตฺถํ. นาภิสเชติ ยาย คิราย อญฺญํ กุชฺฌาปนวเสน น ลคาเปยฺย, ขีณาสโว นาม เอวรูปเมว คิรํ น ภาเสยฺย, ตสฺมา ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ วทามีติ อตฺโถ.
อนุวิจินิตฺวาติ อนุวิจาเรตฺวา. จณฺฑิกตํ คจฺฉนฺตนฺติ สีฆคติยา คจฺฉนฺตํ.
พาหิยทารุจีริยตฺเถรวตฺถุ
๒๑๖. อฏฺฐเม เอกรตฺติวาเสน คนฺตฺวาติ เทวตานุภาเวน คนฺตฺวา. ‘‘พุทฺธานุภาเวนา’’ติปิ วทนฺติ. เอวํ คโต จ วิหารํ ปวิสิตฺวา สมฺพหุเล ภิกฺขู ภุตฺตปาตราเส กายาลสิยวิโมจนตฺถาย อพฺโภกาเส จงฺกมนฺเต ทิสฺวา ‘‘กหํ เอตรหิ สตฺถา’’ติ ปุจฺฉิ. ภิกฺขู ‘‘สาวตฺถิยํ ปิณฺฑาย ปวิฏฺโฐ’’ติ วตฺวา ตํ ปุจฺฉึสุ – ‘‘ตฺวํ ปน กุโต อาคโต’’ติ? สุปฺปารกา อาคโตมฺหีติ. กทา นิกฺขนฺโตสีติ? หิยฺโย สายํ นิกฺขนฺโตมฺหีติ. ทูรโต อาคโต, ตว ปาเท โธวิตฺวา เตเลน มกฺเขตฺวา โถกํ วิสฺสมาหิ, อาคตกาเล สตฺถารํ ทกฺขิสฺสตีติ. อหํ, ภนฺเต, สตฺถุ วา อตฺตโน วา ชีวิตนฺตรายํ น ชานามิ, เอกรตฺเตเนวมฺหิ กตฺถจิ อฏฺฐตฺวา อนิสีทิตฺวา วีสโยชนสติกํ มคฺคํ อาคโต, สตฺถารํ ปสฺสิตฺวาว วิสฺสมิสฺสามีติ. โส เอวํ วตฺวา ตรมานรูโป สาวตฺถึ ปวิสิตฺวา ภควนฺตํ อโนปมาย พุทฺธสิริยา ปิณฺฑาย จรนฺตํ ทิสฺวา ‘‘จิรสฺสํ วต เม ทิฏฺโฐ สมฺมาสมฺพุทฺโธ’’ติ ทิฏฺฐฏฺฐานโต ปฏฺฐาย โอณตสรีโร คนฺตฺวา อนฺตรวีถิยเมว ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิตฺวา โคปฺผเกสุ ทฬฺหํ คเหตฺวา เอวมาห – ‘‘เทเสตุ เม, ภนฺเต, ภควา ธมฺมํ, เทเสตุ เม สุคโต ธมฺมํ, ยํ มมสฺส ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขายา’’ติ.
อถ นํ สตฺถา ‘‘อกาโล โข ตาว, พาหิย, อนฺตรฆรํ ปวิฏฺโฐมฺหิ ปิณฺฑายา’’ติ ปฏิกฺขิปิ. ตํ สุตฺวา พาหิโย, ‘‘ภนฺเต, สํสาเร สํสรนฺเตน กพฬีการาหาโร น โน ลทฺธปุพฺโพ, ตุมฺหากํ วา มยฺหํ วา ชีวิตนฺตรายํ น ชานามิ, เทเสถ เม ธมฺม’’นฺติ. สตฺถา ทุติยมฺปิ ปฏิกฺขิปิเยว. เอวํ กิรสฺส อโหสิ ‘‘อิมสฺส มํ ทิฏฺฐกาลโต ปฏฺฐาย สกลสรีรํ ปีติยา นิรนฺตรํ อชฺโฌตฺถฏํ โหติ, พลวปีติเวเคน ธมฺมํ สุตฺวาปิ น สกฺขิสฺสติ ปฏิวิชฺฌิตุํ, มชฺฌตฺตุเปกฺขา ตาว ติฏฺฐตุ, เอกรตฺเตเนว วีสโยชนสตํ มคฺคํ อาคตตฺตา ทรโถปิสฺส พลวา, โสปิ ตาว ปฏิปฺปสฺสมฺภตู’’ติ. ตสฺมา ทฺวิกฺขตฺตุํ ปฏิกฺขิปิตฺวา ตติยํ ยาจิโต อนฺตรวีถิยํ ฐิโตว ‘‘ตสฺมาติห เต, พาหิย, เอวํ สิกฺขิตพฺพํ ทิฏฺเฐ ทิฏฺฐมตฺตํ ภวิสฺสตี’’ติอาทินา (อุทา. ๑๐) นเยน ธมฺมํ เทเสติ. อิมมตฺถํ สํขิปิตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘สตฺถารํ ปิณฺฑาย ปวิฏฺฐ’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ อนฺตรฆเรติ อนฺตรวีถิยํ.
อปริปุณฺณปตฺตจีวรตาย ปตฺตจีวรํ ปริเยสนฺโตติ โส กิร วีสติวสฺสสหสฺสานิ สมณธมฺมํ กโรนฺโต ‘‘ภิกฺขุนา นาม อตฺตโน ปจฺจเย ลภิตฺวา อญฺญํ อโนโลเกตฺวา สยเมว ภุญฺชิตุํ วฏฺฏตี’’ติ เอกภิกฺขุสฺสปิ ปตฺเตน วา จีวเรน วา สงฺคหํ นากาสิ. เตนสฺส ‘‘อิทฺธิมยปตฺตจีวรํ น อุปฺปชฺชิสฺสตี’’ติ ญตฺวา เอหิภิกฺขุภาเวน ปพฺพชฺชํ น อทาสิ. ตาวเทว จ ปพฺพชฺชํ ยาจิโต ‘‘ปริปุณฺณํ เต ปตฺตจีวร’’นฺติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อปริปุณฺณ’’นฺติ วุตฺเต ‘‘เตน หิ ปตฺตจีวรํ ปริเยสาหี’’ติ วตฺวา ปกฺกามิ. ตสฺมา โส ปตฺตจีวรํ ปริเยสนฺโต สงฺการฏฺฐานโต โจฬขณฺฑานิ สํกฑฺฒติ.
สหสฺสมปีติ ปริจฺเฉทวจนํ. เอกสหสฺสํ เทฺวสหสฺสานีติ เอวํ สหสฺเสน เจ ปริจฺฉินฺนา คาถา โหนฺติ, ตา จ อนตฺถปทสํหิตา อากาสวณฺณปพฺพตวณฺณาทีนิ ปกาสเกหิ อนิพฺพานทีปเกหิ อนตฺถเกหิ ปเทหิ สํหิตา ยาว พหุกา โหนฺติ, ตาว ปาปิกา เอวาติ อตฺโถ. เอกํ คาถาปทํ เสยฺโยติ ‘‘อปฺปมาโท อมตปทํ…เป… ยถา มตา’’ติ (ธ. ป. ๒๑) เอวรูปา เอกคาถาปิ เสยฺโยติ อตฺโถ.