๑๔. เอตทคฺควคฺโค
(๑๔) ๕. ปญฺจมเอตทคฺควคฺควณฺณนา
มหาปชาปติโคตมีเถรีวตฺถุ
๒๓๕. เถริปาฬิสํวณฺณนาย ปฐเม ยทิทํ มหาโคตมีติ เอตฺถ ‘‘ยทิทํ มหาปชาปติ โคตมี’’ติ จ ปฐนฺติ. ตตฺถ โคตมีติ โคตฺตํ. นามกรณทิวเส ปนสฺสา ลทฺธสกฺการา พฺราหฺมณา ลกฺขณสมฺปตฺตึ ทิสฺวา ‘‘สเจ อยํ ธีตรํ ลภิสฺสติ, จกฺกวตฺติรญฺโญ มเหสี ภวิสฺสติ. สเจ ปุตฺตํ ลภิสฺสติ, จกฺกวตฺติราชา ภวิสฺสตี’’ติ อุภยถาปิ ‘‘มหตีเยวสฺสา ปชา ภวิสฺสตี’’ติ พฺยากรึสุ, ตสฺมา ปุตฺตปชาย เจว ธีตุปชาย จ มหนฺตตาย ‘‘มหาปชาปตี’’ติ โวหรึสุ. ตทุภยํ ปน สํสนฺเทตฺวา ‘‘มหาปชาปติโคตมี’’ติ วุตฺตํ. วารภิกฺขนฺติ วาเรน ทาตพฺพํ ภิกฺขํ. นามํ อกํสูติ โคตฺตํเยว นามํ อกํสุ. มาตุจฺฉนฺติ จูฬมาตรํ. มาตุภคินี หิ มาตุจฺฉาติ วุจฺจติ. กลหวิวาทสุตฺตปริโยสาเนติ ‘‘กุโตปหูตา กลหา วิวาทา’’ติอาทินา สุตฺตนิปาเต อาคตสฺส กลหวิวาทสุตฺตสฺส (สุ. นิ. ๘๖๘ อาทโย) ปริโยสาเน. อิทญฺจ องฺคุตฺตรภาณกานํ กถามคฺคานุสาเรน วุตฺตํ. อปเร ปน ‘‘ตสฺมึเยว สุตฺตนิปาเต ‘อตฺตทณฺฑาภยํ ชาต’นฺติอาทินา อาคตสฺส อตฺตทณฺฑสุตฺตสฺส (สุ. นิ. ๙๔๑ อาทโย) ปริโยสาเน’’ติ วทนฺติ. นิกฺขมิตฺวา ปพฺพชิตานนฺติ เอตฺถ เอหิภิกฺขุปพฺพชฺชาย เอเต ปพฺพชิตาติ วทนฺติ. เตเนว สุตฺตนิปาเต อตฺตทณฺฑสุตฺตสํวณฺณนาย (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๙๔๒ อาทโย) วุตฺตํ – ‘‘เทสนาปริโยสาเน ปญฺจสตา สากิยกุมารา โกฬิยกุมารา จ เอหิภิกฺขุปพฺพชฺชาย ปพฺพชิตา. เต คเหตฺวา ภควา มหาวนํ ปาวิสี’’ติ. เสสเมตฺถ สุวิญฺเญยฺยเมว.
เขมาเถรีวตฺถุ
๒๓๖. ทุติเย ปรปริยาปนฺนา หุตฺวาติ ปเรสํ ทาสี หุตฺวา. สุวณฺณรสปิญฺชโร อโหสีติ สุวณฺณรสปิญฺชโร วิย อโหสิ.
มกฺกฏโกว ชาลนฺติ ยถา นาม มกฺกฏโก สุตฺตชาลํ กตฺวา มชฺฌฏฺฐาเน นาภิมณฺฑเล นิปนฺโน ปริยนฺเต ปติตํ ปฏงฺคํ วา มกฺขิกํ วา เวเคน คนฺตฺวา วิชฺฌิตฺวา ตสฺส รสํ ปิวิตฺวา ปุนาคนฺตฺวา ตสฺมึเยว ฐาเน นิปชฺชติ, เอวเมว เย สตฺตา ราครตฺตา โทสปทุฏฺฐา โมหมูฬฺหา สยํกตํ ตณฺหาโสตํ อนุปตนฺติ, เต ตํ สมติกฺกมิตุํ น สกฺโกนฺติ, เอวํ ทุรติกฺกมํ. เอตมฺปิ เฉตฺวาน วชนฺติ ธีราติ ปณฺฑิตา เอตํ พนฺธนํ ฉินฺทิตฺวา อนเปกฺขิโน นิราลยา หุตฺวา อรหตฺตมคฺเคน สพฺพํ ทุกฺขํ ปหาย วชนฺติ คจฺฉนฺตีติ อตฺโถ.
อุปฺปลวณฺณาเถรีวตฺถุ
๒๓๗. ตติยํ อุตฺตานตฺถเมว.
ปฏาจาราเถรีวตฺถุ
๒๓๘. จตุตฺเถ ปฏิหารสเตนปีติ ทฺวารสเตนปิ. ปฏิหารสทฺโท หิ ทฺวาเร โทวาริเก จ ทิสฺสติ. กุลสภาคนฺติ อตฺตโน เคหสมีปํ.
ตาณายาติ ตาณภาวาย ปติฏฺฐานตฺถาย. พนฺธวาติ ปุตฺเต จ ปิตโร จ ฐเปตฺวา อวเสสา ญาติสุหชฺชา. อนฺตเกนาธิปนฺนสฺสาติ มรเณน อภิภูตสฺส. ปวตฺติยญฺหิ ปุตฺตาทโย อนฺนปานาทิทาเนน เจว อุปฺปนฺนกิจฺจนิตฺถรเณน จ ตาณา หุตฺวาปิ มรณกาเล เกนจิ อุปาเยน มรณํ ปฏิพาหิตุํ อสมตฺถตาย ตาณตฺถาย เลณตฺถาย น สนฺติ นาม. เตเนว วุตฺตํ – ‘‘นตฺถิ ญาตีสุ ตาณตา’’ติ.
เอตมตฺถวสนฺติ เอตํ เตสํ อญฺญมญฺญสฺส ตาณํ ภวิตุํ อสมตฺถภาวสงฺขาตํ การณํ ชานิตฺวา ปณฺฑิโต จตุปาริสุทฺธิสีเลน สํวุโต รกฺขิตโคปิโต หุตฺวา นิพฺพานคมนํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ สีฆํ โสเธยฺยาติ อตฺโถ.
ธมฺมทินฺนาเถรีวตฺถุ
๒๓๙. ปญฺจเม ปรายตฺตฏฺฐาเนติ ปเรสํ ทาสิฏฺฐาเน. สุชาตตฺเถรสฺส อธิการกมฺมํ กตฺวาติ สา กิร อตฺตโน เกเส วิกฺกิณิตฺวา สุชาตตฺเถรสฺส นาม อคฺคสาวกสฺส ทานํ ทตฺวา ปตฺถนํ อกาสิ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. หตฺเถ ปสาริเตติ ตสฺส หตฺถาวลมฺพนตฺถํ ปุพฺพาจิณฺณวเสน หตฺเถ ปสาริเต. โส กิร อนาคามี หุตฺวา เคหํ อาคจฺฉนฺโต ยถา อญฺเญสุ ทิวเสสุ อิโต จิโต จ โอโลเกนฺโต สิตํ กุรุมาโน หสมาโน อาคจฺฉติ, เอวํ อนาคนฺตฺวา สนฺตินฺทฺริโย สนฺตมานโส หุตฺวา อคมาสิ. ธมฺมทินฺนา สีหปญฺชรํ อุคฺฆาเฏตฺวา วีถึ โอโลกยมานา ตสฺส อาคมนาการํ ทิสฺวา ‘‘กึ นุ โข เอต’’นฺติ จินฺเตตฺวา ตสฺส ปจฺจุคฺคมนํ กุรุมานา โสปานสีเส ฐตฺวา โอลมฺพนตฺถํ หตฺถํ ปสาเรสิ. อุปาสโก อตฺตโน หตฺถํ สมิญฺเชสิ. สา ‘‘ปาตราสโภชนกาเล ชานิสฺสามี’’ติ จินฺเตสิ. อุปาสโก ปุพฺเพ ตาย สทฺธึ เอกโต ภุญฺชติ. ตํ ทิวสํ ปน ตํ อนปโลเกตฺวา โยคาวจรภิกฺขุ วิย เอกโกว ภุญฺชิ. เตนาห – ‘‘ภุญฺชมาโนปิ อิมํ เทถ, อิมํ หรถาติ น พฺยาหรี’’ติ. ตตฺถ อิมํ เทถาติ อิมํ ขาทนียํ วา โภชนียํ วา เทถ. อิมํ หรถาติ อิมํ ขาทนียํ วา โภชนียํ วา อปหรถ. สนฺถววเสนาติ กิเลสสนฺถววเสน. จิรกาลปริภาวิตาย ฆฏทีปชาลาย วิย อพฺภนฺตเร ทิพฺพมานาย เหตุสมฺปตฺติยา โจทิยมานา อาห – ‘‘เอวํ สนฺเต…เป… มยฺหํ ปพฺพชฺชํ อนุชานาถา’’ติ.
อยํ ตาว เสฏฺฐิ ฆรมชฺเฌ ฐิโตว ทุกฺขสฺสนฺตํ อกาสีติ สา กิร ‘‘ธมฺมทินฺเน ตุยฺหํ โทโส นตฺถิ, อหํ ปน อชฺช ปฏฺฐาย สนฺถววเสน…เป… กุลฆรํ คจฺฉา’’ติ วุตฺเต เอวํ จินฺเตสิ – ‘‘ปกติปุริโส เอวํ วตฺตา นาม นตฺถิ, อทฺธา เอเตน โลกุตฺตรธมฺโม นาม ปฏิวิทฺโธ’’ติ. เตนสฺสา อยํ สงฺกปฺโป อโหสิ ‘‘อยํ ตาว เสฏฺฐิ ฆรมชฺเฌ ฐิโตว ทุกฺขสฺสนฺตํ อกาสี’’ติ. มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถายํ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๔๖๐) ปน ‘‘อถ กสฺมา มยา สทฺธึ ยถาปกติยา อาลาปสลฺลาปมตฺตมฺปิ น กโรถาติ โส จินฺเตสิ – ‘อยํ โลกุตฺตรธมฺโม นาม ครุ ภาริโย น ปกาเสตพฺโพ; สเจ โข ปนาหํ น กเถสฺสามิ, อยํ หทยํ ผาเลตฺวา เอตฺเถว กาลํ กเรยฺยา’ติ ตสฺสา อนุคฺคหตฺถาย กเถสิ – ‘ธมฺมทินฺเน อหํ สตฺถุ ธมฺมเทสนํ สุตฺวา โลกุตฺตรธมฺมํ นาม อธิคโต, ตํ อธิคตสฺส เอวรูปา โลกิยกิริยา น วฏฺฏตี’’’ติ วุตฺตํ.
ปญฺจกฺขนฺธาทิวเสน ปเญฺห ปุจฺฉีติ ‘‘สกฺกาโย สกฺกาโยติ อยฺเย วุจฺจติ, กตโม นุ โข อยฺเย สกฺกาโย วุตฺโต ภควตา’’ติอาทินา จูฬเวทลฺลสุตฺเต (ม. นิ. ๑.๔๖๐ อาทโย) อาคตนเยน ปุจฺฉิ. ปุจฺฉิตํ ปุจฺฉิตํ วิสฺสชฺเชสีติ ‘‘ปญฺจ โข อิเม, อาวุโส วิสาข, อุปาทานกฺขนฺธา สกฺกาโย วุตฺโต ภควตา’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๔๖๐ อาทโย) ตตฺเถว อาคตนเยน วิสฺสชฺเชสิ. สูรภาวนฺติ ติกฺขภาวํ. อนธิคตอรหตฺตมคฺคสฺส อุคฺคเหน วินา ตตฺถ ปโญฺห น อุปฏฺฐาตีติ อาห – ‘‘อุคฺคหวเสน อรหตฺตมคฺเคปิ ปุจฺฉี’’ติ. ตํ นิวตฺเตนฺตีติ ‘‘วิมุตฺติยา ปนายฺเย กึ ปฏิภาโค’’ติ ปุจฺฉิเต ‘‘วิมุตฺติยา โข, อาวุโส วิสาข, นิพฺพานํ ปฏิภาโค’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๖๖) วุตฺเต ‘‘นิพฺพานสฺส, ปนายฺเย, กึ ปฏิภาโค’’ติ ปุน ปุจฺฉิเต ตํ นิวตฺเตนฺตี ‘‘อจฺจสราวุโส วิสาขา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ อจฺจสราติ อปุจฺฉิตพฺพํ ปุจฺฉนฺโต ปญฺหํ อติกฺกามิตา อโหสีติ อตฺโถ. นาสกฺขิ ปญฺหานํ ปริยนฺตํ คเหตุนฺติ ปญฺหานํ ปริจฺเฉทปฺปมาณํ คเหตุํ นาสกฺขิ. ปญฺหานญฺหิ ปริจฺเฉทํ คเหตุํ ยุตฺตฏฺฐาเน อฏฺฐตฺวา ตโต ปรํ ปุจฺฉนฺโต นาสกฺขิ ปญฺหานํ ปริยนฺตํ คเหตุํ. อปฺปฏิภาคธมฺมสฺส จ ปฏิภาคํ ปุจฺฉิ. นิพฺพานํ นาเมตํ อปฺปฏิภาคํ, น สกฺกา นีลํ วา ปีตกํ วาติ เกนจิ ธมฺเมน สทฺธึ ปฏิภาคํ กตฺวา ทสฺเสตุํ, ตญฺจ ตฺวํ อิมินา อธิปฺปาเยน ปุจฺฉสีติ อตฺโถ. นิพฺพาโนคธนฺติ นิพฺพานํ โอคาเหตฺวา ฐิตํ, นิพฺพานนฺโตคธํ นิพฺพานํ อนุปฺปวิฏฺฐนฺติ อตฺโถ. นิพฺพานปรายณนฺติ นิพฺพานํ ปรํ อยนมสฺส ปราคติ, น ตโต ปรํ คจฺฉตีติ อตฺโถ. นิพฺพานํ ปริโยสานํ อวสานํ อสฺสาติ นิพฺพานปริโยสานํ.
ปุเรติ อตีเตสุ ขนฺเธสุ. ปจฺฉาติ อนาคเตสุ ขนฺเธสุ. มชฺเฌติ ปจฺจุปฺปนฺเนสุ ขนฺเธสุ. อกิญฺจนนฺติ ยสฺส เอเตสุ ตีสุ ตณฺหาคาหสงฺขาตํ กิญฺจนํ นตฺถิ, ตมหํ ราคกิญฺจนาทีหิ อกิญฺจนํ กสฺสจิ คหณสฺส อภาเวน อนาทานํ พฺราหฺมณํ วทามีติ อตฺโถ.
ปณฺฑิตาติ ธาตุอายตนาทิกุสลตาสงฺขาเตน ปณฺฑิจฺเจน สมนฺนาคตา. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘กิตฺตาวตา นุ โข, ภนฺเต, ปณฺฑิโต โหติ? ยโต โข, อานนฺท, ภิกฺขุ ธาตุกุสโล จ โหติ อายตนกุสโล จ ปฏิจฺจสมุปฺปาทกุสโล จ ฐานาฏฺฐานกุสโล จ, เอตฺตาวตา โข, อานนฺท, ภิกฺขุ ปณฺฑิโต โหตี’’ติ.
มหาปญฺญาติ มหนฺเต อตฺเถ มหนฺเต ธมฺเม มหนฺตา นิรุตฺติโย มหนฺตานิ ปฏิภานานิ ปริคฺคหเณ สมตฺถาย ปญฺญาย สมนฺนาคตา. อิมิสฺสา หิ เถริยา อเสกฺขปฺปฏิสมฺภิทาปฺปตฺตตาย ปฏิสมฺภิทาโย ปูเรตฺวา ฐิตตาย ปญฺญามหตฺตํ. ยถา ตํ ธมฺมทินฺนายาติ ยถา ธมฺมทินฺนาย ภิกฺขุนิยา พฺยากตํ, อหํ เอวเมว พฺยากเรยฺยนฺติ อตฺโถ. ตนฺติ นิปาตมตฺถํ.
นนฺทาเถรีวตฺถุ
๒๔๐. ฉฏฺเฐ อญฺญํ มคฺคํ อปสฺสนฺตีติ อญฺญํ อุปายํ อปสฺสนฺตี. วิสฺสตฺถาติ นิราสงฺกา. อิตฺถินิมิตฺตนฺติ อิตฺถิยา สุภนิมิตฺตํ, สุภาการนฺติ วุตฺตํ โหติ. ธมฺมปเท คาถํ วตฺวาติ –
‘‘อฏฺฐีนํ นครํ กตํ, มํสโลหิตเลปนํ;
ยตฺถ ชรา จ มจฺจุ จ, มาโน มกฺโข จ โอหิโต’’ติ. (ธ. ป. ๑๕๐) –
อิมํ คาถํ วตฺวา. ตตฺรายมธิปฺปาโย – ยเถว หิ ปุพฺพณฺณาปรณฺณาทีนํ โอทหนตฺถาย กฏฺฐานิ อุสฺสาเปตฺวา วลฺลีหิ พนฺธิตฺวา มตฺติกาย วิลิมฺปิตฺวา นครสงฺขาตํ พหิทฺธา เคหํ กโรนฺติ, เอวมิทํ อชฺฌตฺติกมฺปิ ตีณิ อฏฺฐิสตานิ อุสฺสาเปตฺวา นฺหารุวินทฺธํ มํสโลหิตเลปนํ ตจปฏิจฺฉนฺนํ ชีรณลกฺขณาย ชราย มรณลกฺขณสฺส มจฺจุโน อาโรคฺยสมฺปทาทีนิ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชนลกฺขณสฺส มานสฺส สุกตการณวินาสนลกฺขณสฺส มกฺขสฺส จ โอทหนตฺถาย นครํ กตํ. เอวรูโป เอว หิ เอตฺถ กายิกเจตสิโก อาพาโธ โอหิโต, อิโต อุทฺธํ กิญฺจิ คยฺหูปคํ นตฺถีติ.
สุตฺตํ อภาสีติ –
‘‘จรํ วา ยทิ วา ติฏฺฐํ, นิสินฺโน อุท วา สยํ;
สมิญฺเชติ ปสาเรติ, เอสา กายสฺส อิญฺชนา.
‘‘อฏฺฐินหารุสํยุตฺโต, ตจมํสาวเลปโน;
ฉวิยา กาโย ปฏิจฺฉนฺโน, ยถาภูตํ น ทิสฺสตี’’ติ. (สุ. นิ. ๑๙๕-๑๙๖) –
อาทินา สุตฺตมภาสิ.
โสณาเถรีวตฺถุ
๒๔๑. สตฺตเม สพฺเพปิ วิสุํ วิสุํ ฆราวาเส ปติฏฺฐาเปสีติ เอตฺถ สพฺเพปิ วิสุํ วิสุํ ฆราวาเส ปติฏฺฐาเปตฺวา ‘‘ปุตฺตาว มํ ปฏิชคฺคิสฺสนฺติ, กึ เม วิสุํ กุฏุมฺเพนา’’ติ สพฺพํ สาปเตยฺยมฺปิ วิภชิตฺวา อทาสีติ เวทิตพฺพํ. เตเนว หิ ตโต ปฏฺฐาย ‘‘อยํ อมฺหากํ กึ กริสฺสตี’’ติ อตฺตโน สนฺติกํ อาคตํ ‘‘มาตา’’ติ สญฺญมฺปิ น กรึสุ. ตถา หิ นํ กติปาหจฺจเยน เชฏฺฐปุตฺตสฺส ภริยา ‘‘อโห อมฺหากํ อยํ เชฏฺเฐปุตฺโต เมติ เทฺว โกฏฺฐาเส ทตฺวา วิย อิมเมว เคหํ อาคจฺฉตี’’ติ อาห. เสสปุตฺตานํ ภริยาโยปิ เอวเมวํ วทึสุ. เชฏฺฐธีตรํ อาทึ กตฺวา ตาสํ เคหํ คตกาเล ตาปิ นํ เอวเมว วทึสุ. สา อวมานปฺปตฺตา หุตฺวา ‘‘กึ เม อิเมสํ สนฺติเก วุตฺเถน, ภิกฺขุนี หุตฺวา ชีวิสฺสามี’’ติ ภิกฺขุนีอุปสฺสยํ คนฺตฺวา ปพฺพชฺชํ ยาจิ, ตา นํ ปพฺพาเชสุํ. อิมเมว วตฺถุํ ทสฺเสนฺโต ‘‘พหุปุตฺติกโสณา เตสํ อตฺตนิ อคารวภาวํ ญตฺวา ‘ฆราวาเสน กึ กริสฺสามี’ติ นิกฺขมิตฺวา ปพฺพชี’’ติ อาห.
วิหารํ คจฺฉนฺติโยติ ภิกฺขุวิหารํ คจฺฉนฺติโย. ธมฺมมุตฺตมนฺติ นววิธโลกุตฺตรธมฺมํ. โส หิ อุตฺตมธมฺโม นาม โย หิ ตํ น ปสฺสติ, ตสฺส วสฺสสตมฺปิ ชีวนโต ตํ ธมฺมํ ปสฺสนฺตสฺส ปฏิวิชฺฌนฺตสฺส เอกาหมฺปิ เอกกฺขณมฺปิ ชีวิตํ เสยฺโย. อาคนฺตุกชโนติ วิหารคตํ ภิกฺขุนีชนํ สนฺธาย วทติ. อนุปธาเรตฺวาติ อสลฺลกฺเขตฺวา.
พกุลาเถรีวตฺถุ
๒๔๒. อฏฺฐมํ อุตฺตานตฺถเมว.
กุณฺฑลเกสาเถรีวตฺถุ
๒๔๓. นวเม จตุกฺเกติ วีถิจตุกฺเก. จตุนฺนํ สมาหาโร จตุกฺกํ. จารกโตติ พนฺธนาคารโต. อุพฺพฏฺเฏตฺวาติ อุทฺธริตฺวา.
มุหุตฺตมปิ จินฺตเยติ มุหุตฺตํ ตงฺขณมฺปิ ฐานุปฺปตฺติกปญฺญาย ตงฺขณานุรูปํ อตฺถํ จินฺติตุํ สกฺกุเณยฺย. สหสฺสมปิ เจ คาถา, อนตฺถปทสํหิตาติ อยํ คาถา ทารุจีริยตฺเถรสฺส ภควตา ภาสิตา, อิธาปิ จ สาเยว คาถา ทสฺสิตา. เถริคาถาสํวณฺณนายํ อาจริยธมฺมปาลตฺเถเรนปิ กุณฺฑลเกสิตฺเถริยา วตฺถุมฺหิ อยเมว คาถา วุตฺตา. ธมฺมปทฏฺฐกถายํ ปน กุณฺฑลเกสิตฺเถริยา วตฺถุมฺหิ –
‘‘โย จ คาถาสตํ ภาเส, อนตฺถปทสํหิตา;
เอกํ ธมฺมปทํ เสยฺโย, ยํ สุตฺวา อุปสมฺมตี’’ติ. (ธ. ป. อฏฺฐ. ๑.๑๐๒) –
อยํ คาถา อาคตา. ตํตํภาณกานํ กถามคฺคานุสาเรน ตตฺถ ตตฺถ ตถา วุตฺตนฺติ น อิธ อาจริยสฺส ปุพฺพาปรวิโรโธ สงฺกิตพฺโพ.
ภทฺทากาปิลานีเถรี-ภทฺทากจฺจานาเถรีวตฺถุ
๒๔๔-๒๔๕. ทสมํ เอกาทสมญฺจ อุตฺตานตฺถเมว.
กิสาโคตมีเถรีวตฺถุ
๒๔๖. ทฺวาทสเม ตีหิ ลูเขหีติ วตฺถลูขสุตฺตลูขรชนลูขสงฺขาเตหิ ตีหิ ลูเขหิ. สิทฺธตฺถกนฺติ สาสปพีชํ.
ตํ ปุตฺตปสุสมฺมตฺตนฺติ ตํ รูปพลาทิสมฺปนฺเน ปุตฺเต จ ปสู จ ลภิตฺวา ‘‘มม ปุตฺตา อภิรูปา พลสมฺปนฺนา ปณฺฑิตา สพฺพกิจฺจสมตฺถา, มม โคโณ อโรโค อภิรูโป มหาภารวโห, มม คาวี พหุขีรา’’ติ เอวํ ปุตฺเตหิ จ ปสูหิ จ สมฺมตฺตํ นรํ. พฺยาสตฺตมนสนฺติ จกฺขุวิญฺเญยฺยาทีสุ อารมฺมเณสุ หิรญฺญสุวณฺณาทีสุ ปตฺตจีวราทีสุ วา ยํ ยํ ลทฺธํ โหติ, ตตฺถ ตตฺเถว ลคฺคนาย สตฺตมานสํ. สุตฺตํ คามนฺติ นิทฺทํ อุปคตํ สตฺตกายํ. มโหโฆวาติ ยถา เอวรูปํ คามํ คมฺภีรโต วิตฺถารโต จ มหนฺโต มหานทิโอโฆ อนฺตมโส สุนขมฺปิ อเสเสตฺวา สพฺพํ อาทาย คจฺฉติ, เอวํ วุตฺตปฺปการํ นรํ มจฺจุ อาทาย คจฺฉตีติ อตฺโถ. อมตํ ปทนฺติ มรณรหิตํ โกฏฺฐาสํ, อมตํ มหานิพฺพานนฺติ อตฺโถ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว.
สิงฺคาลกมาตาเถรีวตฺถุ
๒๔๗. เตรสมํ อุตฺตานตฺถเมว.
(ปญฺจมเอตทคฺควคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.)
เถริปาฬิสํวณฺณนา นิฏฺฐิตา.