(๑๔) ๔. จตุตฺถเอตทคฺควคฺควณฺณนา
อานนฺทตฺเถรวตฺถุ
๒๑๙-๒๒๓. จตุตฺถวคฺคสฺส ปฐเม เหฏฺฐา วุตฺตปฺปมาณนฺติ เหฏฺฐา โกณฺฑญฺญตฺเถรสฺส วตฺถุมฺหิ ‘‘ตสฺส ธุรปตฺตานิ นวุติหตฺถานิ โหนฺติ, เกสรํ ตึสหตฺถํ, กณฺณิกา ทฺวาทสหตฺถา, ปาเทน ปติฏฺฐิตฏฺฐานํ เอกาทสหตฺถ’’นฺติ เอวํ วุตฺตปฺปมาณํ. รญฺโญ เปเสสีติ ปจฺจนฺตสฺส กุปิตภาวํ อาโรเจตฺวา เปเสสิ. เถรคาถาสํวณฺณนายํ (เถรคา. อฏฺฐ. ๒.๑๐๑๖ อานนฺทตฺเถรคาถาวณฺณนา) ปน ‘‘ปจฺจนฺตสฺส กุปิตภาวํ รญฺโญ อนาโรเจตฺวา สยเมว ตํ วูปสเมสิ, ตํ สุตฺวา ราชา ตุฏฺฐมานโส ปุตฺตํ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘วรํ เต, สุมน, ทมฺมิ, คณฺหาหี’ติ อาหา’’ติ วุตฺตํ. น เมตํ จิตฺตํ อตฺถีติ มม เอวรูปํ จิตฺตํ นตฺถิ. อวญฺฌนฺติ อตุจฺฉํ. อญฺญํ วเรหีติ อญฺญํ ปตฺเถหิ, อญฺญํ คณฺหาหีติ วุตฺตํ โหติ. อุทกํ อธิฏฺฐายาติ ‘‘อุทกํ โหตู’’ติ อธิฏฺฐหิตฺวา. คเตนาติ คมเนน. น อามิสจกฺขุกาติ จีวราทิปจฺจยสงฺขาตํ อามิสํ น โอโลเกนฺติ.
วสนฏฺฐานสภาเคเยวาติ วสนฏฺฐานสมีเปเยว. เอกนฺตวลฺลโภติ อุปฏฺฐากฏฺฐาเน เอกนฺเตน วลฺลโภ. เอตสฺเสวาติ เอตสฺเสว ภิกฺขุสฺส. เทฺวชฺฌกถา น โหนฺตีติ ทฺวิธาภูตกถา น โหนฺติ, อเนกนฺติกกถา น โหนฺตีติ วุตฺตํ โหติ. อนิพทฺธาติ อนิยตา. โลหิเตน คลนฺเตนาติ อิตฺถมฺภูตกฺขาเน กรณวจนํ, คลนฺเตน โลหิเตน ยุตฺโตติ อตฺโถ. อนฺวาสตฺโตติ อนุคโต. อุฏฺเฐหิ, อาวุโส อานนฺท, อุฏฺเฐหิ, อาวุโส อานนฺทาติ ตุริเต อิทมาเมฑิตวจนํ. ทุวิเธน อุทเกนาติ สีตุทเกน อุณฺหุทเกน จ. ติวิเธน ทนฺตกฏฺเฐนาติ ขุทฺทกํ มหนฺตํ มชฺฌิมนฺติ เอวํ ติปฺปกาเรน ทนฺตกฏฺเฐน. นว วาเร อนุปริยายตีติ สตฺถริ ปกฺโกสนฺเต ปฏิวจนทานาย ถินมิทฺธวิโนทนตฺถํ นวกฺขตฺตุํ อนุปริยายติ. เตเนวาห – ‘‘เอวญฺหิสฺส อโหสี’’ติอาทิ. เสสเมตฺถ สุวิญฺเญยฺยเมว.
อุรุเวลกสฺสปตฺเถรวตฺถุ
๒๒๔. ทุติเย ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ วิตฺถารโต วินยปาฬิยํ อาคตเมว.
กาฬุทายิตฺเถรวตฺถุ
๒๒๕. ตติเย คมนากปฺปนฺติ คมนาการํ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว.
พากุลตฺเถรวตฺถุ
๒๒๖. จตุตฺเถ นิราพาธานนฺติ อาพาธรหิตานํ. ยถา ‘‘ทฺวาวีสติ ทฺวตฺตึสา’’ติอาทิมฺหิ วตฺตพฺเพ ‘‘พาวีสติ พาตฺตึสา’’ติอาทีนิ วุจฺจนฺติ, เอวเมวํ เทฺว กุลานิ อสฺสาติ ทฺวิกุโล, เทฺวกุโลติ วา วตฺตพฺเพ พากุโลติ วุตฺตนฺติ อาห – ‘‘พากุโลติ ทฺวีสุ กุเลสุ วฑฺฒิตตฺตา เอวํลทฺธนาโม’’ติ. อุปโยเคนาติ อานุภาเวน. ผาสุกกาเลติ อโรคกาเล. คทฺทุหนมตฺตมฺปีติ โคทุหนมตฺตมฺปิ กาลํ. อิธ ปน น สกโล โคทุหนกฺขโณ อธิปฺเปโต, อถ โข คาวึ ถเน คเหตฺวา เอกขีรพินฺทุทุหนกาลมตฺตํ อธิปฺเปตํ. อาโรคฺยสาลนฺติ อาตุรานํ อโรคภาวกรณตฺถาย กตสาลํ.
นิมุชฺชนุมฺมุชฺชนวเสนาติ ชาณุปฺปมาเณ อุทเก โถกํเยว นิมุชฺชนุมฺมุชฺชนวเสน. ฉฑฺเฑตฺวา ปลายีติ มจฺฉสฺส มุขสมีเปเยว ฉฑฺเฑตฺวา ปลายิ. ทารกสฺส เตเชนาติ ทารกสฺส ปุญฺญเตเชน. มาริยมานาว มรนฺตีติ ทณฺฑาทีหิ โปเถตฺวา มาริยมานาว มรนฺติ, น ชาเลน พทฺธตามตฺเตน อมาริยมานา. นีหฏมตฺโตว มโตติ นีหฏกฺขเณเยว มโต. เตนสฺส มารณตฺถํ อุปกฺกโม น กโต, เยน อุปกฺกเมน ทารกสฺส อาพาโธ สิยา. ตนฺติ มจฺฉํ. สกลเมวาติ อวิกลเมว ปริปุณฺณาวยวเมว. น เกฬายตีติ น นนฺทติ, กิสฺมิญฺจิ น มญฺญติ. ปิฏฺฐิโต ผาเลนฺตีติ ทารกสฺส ปุญฺญเตเชน ปิฏฺฐิโต ผาเลนฺตี. เภรึ จราเปตฺวาติ ‘‘ปุตฺตํ ลภิ’’นฺติ อุคฺโฆสนวเสน เภรึ จราเปตฺวา. ปกตึ อาจิกฺขีติ อตฺตโน ปุตฺตภาวํ กเถสิ. กุจฺฉิยา ธาริตตฺตา อมาตา กาตุํ น สกฺกาติ ชนนีภาวโต อมาตา กาตุํ น สกฺกา. มจฺฉํ คณฺหนฺตาปีติ มจฺฉํ วิกฺกิณิตฺวา คณฺหนฺตาปิ. ตถา คณฺหนฺตา จ ตปฺปริยาปนฺนํ สพฺพํ คณฺหนฺติ นามาติ อาห – ‘‘วกฺกยกนาทีนิ พหิ กตฺวา คณฺหนฺตา นาม นตฺถี’’ติ. อยมฺปิ อมาตา กาตุํ น สกฺกาติ ทินฺนปุตฺตภาวโต น สกฺกา.
โสภิตตฺเถรวตฺถุ
๒๒๗. ปญฺจมํ อุตฺตานตฺถเมว.
อุปาลิตฺเถรวตฺถุ
๒๒๘. ฉฏฺเฐ ภารุกจฺฉกวตฺถุนฺติ อญฺญตโร กิร ภารุกจฺฉเทสวาสี ภิกฺขุ สุปินนฺเต ปุราณทุติยิกาย เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสวิตฺวา ‘‘อสฺสมโณ อหํ วิพฺภมิสฺสามี’’ติ ภารุกจฺฉํ คจฺฉนฺโต อนฺตรามคฺเค อายสฺมนฺตํ อุปาลึ ปสฺสิตฺวา เอตมตฺถํ อาโรเจสิ. อายสฺมา อุปาลิ, เอวมาห – ‘‘อนาปตฺติ, อาวุโส, สุปินนฺเตนา’’ติ. ยสฺมา สุปินนฺเต อวิสยตฺตา เอวํ โหติ. ตสฺมา อุปาลิตฺเถโร ภควตา อวินิจฺฉิตปุพฺพมฺปิ อิมํ วตฺถุํ นยคฺคาเหน เอวํ วินิจฺฉินิ. คหปติโน เทฺว ทารกา โหนฺติ ปุตฺโต จ ภาคิเนยฺโย จ. อถ โส คหปติ คิลาโน หุตฺวา อายสฺมนฺตํ อชฺชุกํ เอตทโวจ – ‘‘อิมํ, ภนฺเต, โอกาสํ โย อิเมสํ ทารกานํ สทฺโธ โหติ ปสนฺโน, ตสฺส อาจิกฺเขยฺยาสี’’ติ. เตน จ สมเยน ตสฺส จ คหปติโน ภาคิเนยฺโย สทฺโธ โหติ ปสนฺโน. อถายสฺมา อชฺชุโก ตํ โอกาสํ ตสฺส ทารกสฺส อาจิกฺขิ. โส เตน สาปเตยฺเยน กุฏุมฺพญฺจ สณฺฐเปสิ, ทานญฺจ ปฏฺฐเปสิ. อถ ตสฺส คหปติโน ปุตฺโต อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ เอตทโวจ – ‘‘โก นุ โข, ภนฺเต อานนฺท, ปิตุโน ทายชฺโช ปุตฺโต วา ภาคิเนยฺโย วา’’ติ. ปุตฺโต โข, อาวุโส, ปิตุโน ทายชฺโชติ. อายสฺมา, ภนฺเต, อยฺโย อชฺชุโก อมฺหากํ สาปเตยฺยํ อมฺหากํ เมถุนกสฺส อาจิกฺขีติ. อสฺสมโณ, อาวุโส, โส อชฺชุโกติ. อถายสฺมา อชฺชุโก อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ เอตทโวจ – ‘‘เทหิ เม, อาวุโส อานนฺท, วินิจฺฉย’’นฺติ. เต อุโภปิ อุปาลิตฺเถรสฺส สนฺติกํ อคมํสุ. อถายสฺมา อุปาลิ, อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ เอตทโวจ – ‘‘โย นุ โข, อาวุโส อานนฺท, สามิเกน ‘อิมํ โอกาสํ อิตฺถนฺนามสฺส อาจิกฺขา’ติ วุตฺโต, ตสฺส อาจิกฺขติ, กึ โส อาปชฺชตี’’ติ? น, ภนฺเต, กิญฺจิ อาปชฺชติ อนฺตมโส ทุกฺกฏมตฺถมฺปีติ. อยํ, อาวุโส, อายสฺมา อชฺชุโก สามิเกน ‘‘อิมํ โอกาสํ อิตฺถนฺนามสฺส อาจิกฺขา’’ติ วุตฺโต ตสฺส อาจิกฺขติ, อนาปตฺติ, อาวุโส, อายสฺมโต อชฺชุกสฺสาติ. ภควา ตํ สุตฺวา ‘‘สุกถิตํ, ภิกฺขเว, อุปาลินา’’ติ วตฺวา สาธุการมทาสิ, ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. กุมารกสฺสปวตฺถุ (อ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑.๒๑๗) ปน เหฏฺฐา อาคตเมว.
ฉนฺนํ ขตฺติยานนฺติ ภทฺทิโย สกฺยราชา อนุรุทฺโธ อานนฺโท ภคุ กิมิโล เทวทตฺโตติ อิเมสํ ฉนฺนํ ขตฺติยานํ. ปสาธโกติ มณฺฑยิตา. ปาฬิยนฺติ สงฺฆเภทกฺขนฺธกปาฬิยนฺติ (จูฬว. ๓๓๐ อาทโย).
นนฺทกตฺเถรวตฺถุ
๒๒๙. สตฺตเม เอกสโมธาเนติ เอกสฺมึ สโมธาเน, เอกสฺมึ สนฺนิปาเตติ อตฺโถ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
นนฺทตฺเถรวตฺถุ
๒๓๐. อฏฺฐเม น ตํ จตุสมฺปชญฺญวเสน อปริจฺฉินฺทิตฺวา โอโลเกตีติ สาตฺถกสปฺปายโคจรอสมฺโมหสมฺปชญฺญสงฺขาตานํ จตุนฺนํ สมฺปชญฺญานํ วเสน อปริจฺฉินฺทิตฺวา ตํ ทิสํ น โอโลเกติ. โส หิ อายสฺมา ‘‘ยเมวาหํ อินฺทฺริเยสุ อคุตฺตทฺวารตํ นิสฺสาย สาสเน อนภิรติอาทิวิปฺปการปฺปตฺโต, ตเมว สุฏฺฐุ นิคฺคเหสฺสามี’’ติ อุสฺสาหชาโต พลวหิโรตฺตปฺโป, ตตฺถ จ กตาธิการตฺตา อินฺทฺริยสํวโร อุกฺกํสปารมิปฺปตฺโต จตุสมฺปชญฺญํ อมุญฺจิตฺวาว สพฺพทิสํ อาโลเกติ. วุตฺตญฺเจตํ ภควตา –
‘‘สเจ, ภิกฺขเว, นนฺทสฺส ปุรตฺถิมา ทิสา อาโลเกตพฺพา โหติ, สพฺพํ เจตโส สมนฺนาหริตฺวา นนฺโท ปุรตฺถิมํ ทิสํ อาโลเกติ ‘เอวํ เม ปุรตฺถิมํ ทิสํ อาโลกยโต นาภิชฺฌาโทมนสฺสา ปาปกา อกุสลา ธมฺมา อนฺวาสวิสฺสนฺตี’ติ. อิติห ตตฺถ สมฺปชาโน โหติ. สเจ, ภิกฺขเว, นนฺทสฺส ปจฺฉิมา ทิสา, อุตฺตรา ทิสา, ทกฺขิณา ทิสา, อุทฺธํ, อโธ, อนุทิสา อนุวิโลเกตพฺพา โหติ, สพฺพํ เจตโส สมนฺนาหริตฺวา นนฺโท อนุทิสํ อนุวิโลเกติ ‘เอวํ เม อนุทิสํ อนุวิโลกยโต…เป… สมฺปชาโน โหตี’’’ติ (อ. นิ. ๘.๙).
อภิเสกเคหปเวสนอาวาหมงฺคเลสุ วตฺตมาเนสูติ อิธ ตีณิ มงฺคลานิ วุตฺตานิ, วินยฏฺฐกถายํ ปน ‘‘ตํ ทิวสเมว นนฺทกุมารสฺส เกสวิสฺสชฺชนํ, ปฏฺฏพนฺโธ, ฆรมงฺคลํ, ฉตฺตมงฺคลํ, อาวาหมงฺคลนฺติ ปญฺจ มงฺคลานิ โหนฺตี’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถ กุลมริยาทวเสน เกโสโรปนํ เกสวิสฺสชฺชนํ. ยุวราชปฏฺฏพนฺธนํ ปฏฺฏพนฺโธ. อภินวฆรปฺปเวสนมโห ฆรมงฺคลํ. วิวาหกรณมโห อาวาหมงฺคลํ. ยุวราชฉตฺตมโห ฉตฺตมงฺคลํ.
นนฺทกุมารํ อภิเสกมงฺคลํ น ตถา ปีเฬสิ, ยถา ชนปทกลฺยาณิยา วุตฺตวจนนฺติ อชฺฌาหริตพฺพํ. ตเทว ปน วจนํ สรูปโต ทสฺเสตุํ – ‘‘ปตฺตํ อาทาย คมนกาเล’’ติอาทิ วุตฺตํ. ชนปทกลฺยาณีติ ชนปทมฺหิ กลฺยาณี อุตฺตมา ฉ สรีรโทสรหิตา ปญฺจ กลฺยาณสมนฺนาคตา. สา หิ ยสฺมา นาติทีฆา นาติรสฺสา นาติกิสา นาติถูลา นาติกาฬี นาจฺโจทาตาติ อติกฺกนฺตา มานุสวณฺณํ, อสมฺปตฺตา ทิพฺพวณฺณํ, ตสฺมา ฉ สรีรโทสรหิตา. ฉวิกลฺยาณํ มํสกลฺยาณํ นฺหารุกลฺยาณํ อฏฺฐิกลฺยาณํ วยกลฺยาณนฺติ อิเมหิ ปน กลฺยาเณหิ สมนฺนาคตตฺตา ปญฺจ กลฺยาณสมนฺนาคตา นาม. ตสฺสา หิ อาคนฺตุโกภาสกิจฺจํ นตฺถิ, อตฺตโน สรีโรภาเสเนว ทฺวาทสหตฺเถ ฐาเน อาโลกํ กโรติ, ปิยงฺคุสามา วา โหติ สุวณฺณสามา วา, อยมสฺสา ฉวิกลฺยาณตา. จตฺตาโร ปนสฺสา หตฺถปาทา มุขปริโยสานญฺจ ลาขารสปริกมฺมกตํ วิย รตฺตปวาฬรตฺตกมฺพลสทิสํ โหติ, อยมสฺสา มํสกลฺยาณตา. วีสติ ปน นขปตฺตานิ มํสโต อมุตฺตฏฺฐาเน ลาขารสปูริตานิ วิย, มุตฺตฏฺฐาเน ขีรธาราสทิสานิ โหนฺติ, อยมสฺสา นฺหารุกลฺยาณตา. ทฺวตฺตึส ทนฺตา สุผุสิตา สุโธตวชิรปนฺติ วิย ขายนฺติ, อยมสฺสา อฏฺฐิกลฺยาณตา. วีสํวสฺสสติกาปิ สมานา โสฬสวสฺสุทฺเทสิกา วิย โหติ นิปฺปลิเตน, อยมสฺสา วยกลฺยาณตา. อิติ อิเมหิ ปญฺจหิ กลฺยาเณหิ สมนฺนาคตตฺตา ‘‘ชนปทกลฺยาณี’’ติ วุจฺจติ. ตุวฏนฺติ สีฆํ.
อิมสฺมึ ฐาเน นิวตฺเตสฺสติ, อิมสฺมึ ฐาเน นิวตฺเตสฺสตีติ จินฺเตนฺตเมวาติ โส กิร ตถาคเต คารววเสน ‘‘ปตฺตํ โว, ภนฺเต, คณฺหถา’’ติ วตฺตุํ อวิสหนฺโต เอวํ จินฺเตสิ – ‘‘โสปานสีเส ปตฺตํ คณฺหิสฺสตี’’ติ. สตฺถา ตสฺมิมฺปิ ฐาเน น คณฺหิ. อิตโร ‘‘โสปานปาทมูเล คณฺหิสฺสตี’’ติ จินฺเตสิ. สตฺถา ตตฺถาปิ น คณฺหิ. อิตโร ‘‘ราชงฺคเณ คณฺหิสฺสตี’’ติ จินฺเตสิ. สตฺถา ตตฺถาปิ น คณฺหิ. เอวํ ‘‘อิธ คณฺหิสฺสติ, เอตฺถ คณฺหิสฺสตี’’ติ จินฺเตนฺตเมว สตฺถา วิหารํ เนตฺวา ปพฺพาเชสิ.
มหากปฺปินตฺเถรวตฺถุ
๒๓๑. นวเม สุตวิตฺตโกติ ธมฺมสฺสวนปิโย. ปฏิหารกสฺสาติ โทวาริกสฺส. สจฺจกาเรนาติ สจฺจกิริยาย. สตฺถา ‘‘อุปฺปลวณฺณา อาคจฺฉตู’’ติ จินฺเตสิ. เถรี อาคนฺตฺวา สพฺพา ปพฺพาเชตฺวา ภิกฺขุนีอุปสฺสยํ คตาติ อิทํ องฺคุตฺตรภาณกานํ กถามคฺคํ ทสฺเสนฺเตน วุตฺตํ. เตเนว ธมฺมปทฏฺฐกถายํ (ธ. ป. อฏฺฐ. ๑.มหากปฺปินตฺเถรวตฺถุ) วุตฺตํ –
‘‘ตา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ ฐิตา ปพฺพชฺชํ ยาจึสุ. เอวํ กิร วุตฺเต สตฺถา อุปฺปลวณฺณาย อาคมนํ จินฺเตสีติ เอกจฺเจ วทนฺติ. สตฺถา ปน ตา อุปาสิกาโย อาห – ‘สาวตฺถึ คนฺตฺวา ภิกฺขุนีอุปสฺสเย ปพฺพาเชถา’ติ. ตา อนุปุพฺเพน ชนปทจาริกํ จรมานา อนฺตรามคฺเค มหาชเนน อภิหฏสกฺการสมฺมานา ปทสาว วีสโยชนสติกํ มคฺคํ คนฺตฺวา ภิกฺขุนีอุปสฺสเย ปพฺพชิตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณึสู’’ติ.
ธมฺมปีตีติ ธมฺมปายโก, ธมฺมํ ปิวนฺโตติ อตฺโถ. ธมฺโม จ นาเมส น สกฺกา ภาชเนน ยาคุอาทีนิ วิย ปาตุํ, นววิธํ ปน โลกุตฺตรธมฺมํ นามกาเยน ผุสนฺโต อารมฺมณโต สจฺฉิกโรนฺโต ปริญฺญาภิสมยาทีหิ ทุกฺขาทีนิ อริยสจฺจานิ ปฏิวิชฺฌนฺโต ธมฺมํ ปิวติ นาม. สุขํ เสตีติ เทสนามตฺตเมตํ, จตูหิปิ อิริยาปเถหิ สุขํ วิหรตีติ อตฺโถ. วิปฺปสนฺเนนาติ อนาวิเลน นิรุปกฺกิเลเสน. อริยปฺปเวทิเตติ พุทฺธาทีหิ อริเยหิ ปเวทิเต สติปฏฺฐานาทิเภเท โพธิปกฺขิยธมฺเม. สทา รมตีติ เอวรูโป ธมฺมปีติ วิปฺปสนฺเนน เจตสา วิหรนฺโต ปณฺฑิจฺเจน สมนฺนาคโต สทา รมติ อภิรมติ. พาหิตปาปตฺตา ‘‘พฺราหฺมณา’’ติ เถรํ อาลปติ.
สาคตตฺเถรวตฺถุ
๒๓๒. ทสเม ฉพฺพคฺคิยานํ วจเนนาติ โกสมฺพิกา กิร อุปาสกา อายสฺมนฺตํ สาคตํ อุปสงฺกมิตฺวา อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ ฐิตา เอวมาหํสุ – ‘‘กึ, ภนฺเต, อยฺยานํ ทุลฺลภญฺจ มนาปญฺจ, กึ ปฏิยาเทมา’’ติ? เอวํ วุตฺเต ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู โกสมฺพิเก อุปาสเก เอตทโวจุํ – ‘‘อตฺถาวุโส กาโปติกา, นาม ปสนฺนา ภิกฺขูนํ ทุลฺลภา จ มนาปา จ, ตํ ปฏิยาเทถา’’ติ. อถ โกสมฺพิกา อุปาสกา ฆเร ฆเร กาโปติกํ ปสนฺนํ ปฏิยาเทตฺวา อายสฺมนฺตํ สาคตํ ปิณฺฑาย จรนฺตํ ทิสฺวา เอตทโวจุํ – ‘‘ปิวตุ, ภนฺเต, อยฺโย สาคโต กาโปติกํ ปสนฺนํ, ปิวตุ, ภนฺเต, อยฺโย สาคโต กาโปติกํ ปสนฺน’’นฺติ. อถายสฺมา สาคโต ฆเร ฆเร กาโปติกํ ปสนฺนํ ปิวิตฺวา นครมฺหา นิกฺขมนฺโต นครทฺวาเร ปติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘ฉพฺพคฺคิยานํ วจเนน สพฺพเคเหสุ กาโปติกํ ปสนฺนํ ปฏิยาเทตฺวา’’ติอาทิ. ตตฺถ กาโปติกา นาม กโปตปาทสมานวณฺณา รตฺโตภาสา. ปสนฺนาติ สุรามณฺฑสฺเสตํ อธิวจนํ. วินเย สมุฏฺฐิตนฺติ สุราปานสิกฺขาปเท (ปาจิ. ๓๒๖ อาทโย) อาคตํ.
ราธตฺเถรวตฺถุ
๒๓๓. เอกาทสเม สตฺถา สาริปุตฺตตฺเถรสฺส สญฺญํ อทาสีติ พฺราหฺมณํ ปพฺพาเชตุํ สญฺญํ อทาสิ, อาณาเปสีติ วุตฺตํ โหติ. ภควา กิร ตํ พฺราหฺมณํ ปพฺพชฺชํ อลภิตฺวา กิสํ ลูขํ ทุพฺพณฺณํ อุปฺปณฺฑุปฺปณฺฑุกชาตํ ทิสฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘โก, ภิกฺขเว, ตสฺส พฺราหฺมณสฺส อธิการํ สรตี’’ติ. เอวํ วุตฺเต อายสฺมา สาริปุตฺโต ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘อหํ โข, ภนฺเต, ตสฺส พฺราหฺมณสฺส อธิการํ สรามี’’ติ. กึ ปน ตฺวํ, สาริปุตฺต, พฺราหฺมณสฺส อธิการํ สรสีติ. อิธ เม, ภนฺเต, โส พฺราหฺมโณ ราชคเห ปิณฺฑาย จรนฺตสฺส กฏจฺฉุภิกฺขํ ทาเปสิ, อิมํ โข อหํ, ภนฺเต, ตสฺส พฺราหฺมณสฺส อธิการํ สรามี’’ติ. สาธุ สาธุ, สาริปุตฺต. กตญฺญุโน หิ, สาริปุตฺต, สปฺปุริสา กตเวทิโน, เตน หิ ตฺวํ, สาริปุตฺต, ตํ พฺราหฺมณํ ปพฺพาเชหิ อุปสมฺปาเทหีติ. อฏฺฐุปฺปตฺติยํ อาคโตติ อลีนจิตฺตชาตกสฺส (ชา. ๑.๒.๑๑-๑๒) อฏฺฐุปฺปตฺติยํ (ชา. อฏฺฐ. ๒.๒.อลีนจิตฺตชาตกวณฺณนา) อาคโต.
นิธีนนฺติ ตตฺถ ตตฺถ นิทหิตฺวา ฐปิตานํ หิรญฺญสุวณฺณาทิปูรานํ นิธิกุมฺภีนํ. ปวตฺตารนฺติ กิจฺฉชีวิเก ทุคฺคตมนุสฺเส อนุกมฺปํ กตฺวา ‘‘เอหิ, เต สุเขน ชีวนุปายํ ทสฺเสสฺสามี’’ติ นิธิฏฺฐานํ เนตฺวา หตฺถํ ปสาเรตฺวา ‘‘อิมํ คเหตฺวา สุขํ ชีวา’’ติ อาจิกฺขิตารํ วิย. วชฺชทสฺสินนฺติ เทฺว วชฺชทสฺสิโน ‘‘อิมินา นํ อสารุปฺเปน วา ขลิเตน วา สงฺฆมชฺเฌ นิคฺคณฺหิสฺสามี’’ติ รนฺธคเวสโก จ, อนญฺญาตํ ญาปนตฺถาย ญาตํ อนุคฺคณฺหนตฺถาย สีลาทีนมสฺส วุทฺธิกามตาย ตํ ตํ วชฺชํ โอโลกเนน อุลฺลุมฺปนสภาวสณฺฐิโต จ. อยํ อิธ อธิปฺเปโต. ยถา หิ ทุคฺคตมนุสฺโส ‘‘อิมํ คณฺหาหี’’ติ ตชฺเชตฺวาปิ โปเถตฺวาปิ นิธึ ทสฺเสนฺเต โกปํ น กโรติ, ปมุทิโตว โหติ, เอวเมวํ เอวรูเป ปุคฺคเล อสารุปฺปํ วา ขลิตํ วา ทิสฺวา อาจิกฺขนฺเต โกโป น กาตพฺโพ, ตุฏฺเฐเนว ภวิตพฺพํ. ‘‘ภนฺเต, มหนฺตํ โว กมฺมํ กตํ มยฺหํ อาจริยุปชฺฌายฏฺฐาเน ฐตฺวา โอวทนฺเตหิ, ปุนปิ มํ วเทยฺยาถา’’ติ ปวาเรตพฺพเมว.
นิคฺคยฺหวาทินฺติ เอกจฺโจ หิ สทฺธิวิหาริกาทีนํ อสารุปฺปํ วา ขลิตํ วา ทิสฺวา ‘‘อยํ เม มุโขทกทานาทีหิ สกฺกจฺจํ อุปฏฺฐหติ, สเจ นํ วกฺขามิ, น มํ อุปฏฺฐหิสฺสติ, เอวํ เม ปริหานิ ภวิสฺสตี’’ติ ตํ วตฺตุํ อวิสหนฺโต น นิคฺคยฺหวาที นาม โหติ, โส อิมสฺมึ สาสเน กจวรํ อากิรติ. โย ปน ตถารูปํ วชฺชํ ทิสฺวา วชฺชานุรูปํ ตชฺเชนฺโต ปณาเมนฺโต ทณฺฑกมฺมํ กโรนฺโต วิหารา นีหรนฺโต สิกฺขาเปติ, อยํ นิคฺคยฺหวาที นาม เสยฺยถาปิ, สมฺมาสมฺพุทฺโธ. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘นิคฺคยฺห นิคฺคยฺหาหํ, อานนฺท, วกฺขามิ, ปวยฺห ปวยฺห, อานนฺท, วกฺขามิ, โย สาโร, โส ฐสฺสตี’’ติ (ม. นิ. ๓.๑๙๖). เมธาวินฺติ ธมฺโมชปญฺญาย สมนฺนาคตํ. ตาทิสนฺติ เอวรูปํ ปณฺฑิตํ ภเชยฺย ปยิรุปาเสยฺย. ตาทิสญฺหิ อาจริยํ ภชมานสฺส อนฺเตวาสิกสฺส เสยฺโย โหติ น ปาปิโย, วฑฺฒิเยว โหติ, โน ปริหานีติ.
โมฆราชตฺเถรวตฺถุ
๒๓๔. ทฺวาทสเม กฏฺฐวาหนนคเรติ กฏฺฐวาหเนน คหิตตฺตา เอวํลทฺธนามเก นคเร. อตีเต กิร พาราณสิวาสี เอโก รุกฺขวฑฺฒกี สเก อาจริยเก อทุติโย. ตสฺส โสฬส สิสฺสา เอกเมกสฺส สหสฺสํ อนฺเตวาสิกา. เอวํ เต สตฺตรสาธิกา โสฬส สหสฺสา อาจริยนฺเตวาสิกา สพฺเพปิ พาราณสึ อุปนิสฺสาย ชีวิกํ กปฺเปนฺตา ปพฺพตสมีปํ คนฺตฺวา รุกฺเข คเหตฺวา ตตฺเถว นานาปาสาทวิกติโย นิฏฺฐาเปตฺวา กุลฺลํ พนฺธิตฺวา คงฺคาย พาราณสึ อาเนตฺวา สเจ ราชา อตฺถิโก โหติ, รญฺโญ เอกภูมกํ วา สตฺตภูมกํ วา ปาสาทํ โยเชตฺวา เทนฺติ. โน เจ, อญฺเญสมฺปิ วิกฺกิณิตฺวา ปุตฺตทารํ โปเสนฺติ. อถ เนสํ เอกทิวสํ อาจริโย ‘‘น สกฺกา วฑฺฒกิกมฺเมน นิจฺจํ ชีวิตุํ, ทุกฺกรญฺหิ ชรากาเล เอตํ กมฺม’’นฺติ จินฺเตตฺวา อนฺเตวาสิเก อามนฺเตสิ – ‘‘ตาตา, อุทุมฺพราทโย อปฺปสารรุกฺเข อาเนถา’’ติ. เต ‘‘สาธู’’ติ ปฏิสฺสุณิตฺวา อานยึสุ. โส เตหิ กฏฺฐสกุณํ กตฺวา ตสฺสพฺภนฺตรํ ปวิสิตฺวา วาเตน ยนฺตํ ปูเรสิ. กฏฺฐสกุโณ สุวณฺณหํสราชา วิย อากาเส ลงฺฆิตฺวา วนสฺส อุปริ จริตฺวา อนฺเตวาสีนํ ปุรโต โอรุหิ.
อถาจริโย สิสฺเส อาห – ‘‘ตาตา อีทิสานิ กฏฺฐวาหนานิ กตฺวา สกฺกา สกลชมฺพุทีเป รชฺเช คเหตุํ, ตุเมฺหปิ ตาตา เอตานิ กโรถ, รชฺชํ คเหตฺวา ชีวิสฺสาม, ทุกฺกรํ วฑฺฒกิสิปฺเปน ชีวิตุ’’นฺติ. เต ตถา กตฺวา อาจริยสฺส ปฏิเวเทสุํ. ตโต เน อาจริโย อาห – ‘‘กตมํ ตาตา รชฺชํ คณฺหามา’’ติ? พาราณสิรชฺชํ อาจริยาติ. อลํ ตาตา, มา เอตํ รุจิตฺถ, มยญฺหิ ตํ คเหตฺวาปิ ‘‘วฑฺฒกิราชา, วฑฺฒกิยุวราชา’’ติ วฑฺฒกิวาทา น มุจฺจิสฺสาม, มหนฺโต ชมฺพุทีโป, อญฺญตฺถ คจฺฉามาติ. ตโต สปุตฺตทารกา กฏฺฐวาหนานิ อภิรุหิตฺวา สชฺชาวุธา หุตฺวา หิมวนฺตาภิมุขา คนฺตฺวา หิมวติ อญฺญตรํ นครํ ปวิสิตฺวา รญฺโญ นิเวสเนเยว ปจฺจุฏฺฐํสุ. เต ตตฺถ รชฺชํ คเหตฺวา อาจริยํ รชฺเช อภิสิญฺจึสุ. โส ‘‘กฏฺฐวาหโน ราชา’’ติ ปากโฏ อโหสิ, ตํ นครํ เตน คหิตตฺตา ‘‘กฏฺฐวาหนนคร’’นฺเตว นามํ ลภิ.
ตปจารนฺติ ตปจรณํ. ปาสาณเจติเย ปิฏฺฐิปาสาเณ นิสีทีติ ปาสาณกเจติยนฺติ ลทฺธโวหาเร ปิฏฺฐิปาสาเณ สกฺเกน มาปิเต มหามณฺฑเป นิสีทิ. ตตฺถ กิร มหโต ปาสาณสฺส อุปริ ปุพฺเพ เทวฏฺฐานํ อโหสิ, อุปฺปนฺเน ปน ภควติ วิหาโร ชาโต, โส เตเนว ปุริมโวหาเรน ‘‘ปาสาณเจติย’’นฺติ วุจฺจติ.
เตน ปุจฺฉิเต ทุติโย หุตฺวา สตฺถารํ ปญฺหํ ปุจฺฉีติ –
‘‘มุทฺธํ มุทฺธาธิปาตญฺจ, พาวรี ปริปุจฺฉติ;
ตํ พฺยากโรหิ ภควา, กงฺขํ วินย โน อิเส’’ติ. (สุ. นิ. ๑๐๓๑) –
เอวํ เตน ปเญฺห ปุจฺฉิเต ภควตา จ –
‘‘อวิชฺชา มุทฺธาติ ชานาหิ, วิชฺชา มุทฺธาธิปาตินี;
สทฺธาสติสมาธีหิ, ฉนฺทวีริเยน สํยุตา’’ติ. (สุ. นิ. ๑๐๓๒) –
ปเญฺห วิสฺสชฺชิเต ทุติโย หุตฺวา ปญฺหํ ปุจฺฉิ.
อถสฺส…เป… ปญฺหํ กเถสีติ –
‘‘กถํ โลกํ อเวกฺขนฺตํ, มจฺจุราชา น ปสฺสตี’’ติ. (สุ. นิ. ๑๑๒๔) –
เตน ปเญฺห ปุจฺฉิเต –
‘‘สุญฺญโต โลกํ อเวกฺขสฺสุ, โมฆราช สทา สโต;
อตฺตานุทิฏฺฐึ อูหจฺจ, เอวํ มจฺจุตโร สิยา;
เอวํ โลกํ อเวกฺขนฺตํ, มจฺจุราชา น ปสฺสตี’’ติ. (สุ. นิ. ๑๑๒๕) –
ปญฺหํ วิสฺสชฺเชสิ.
เสสชนาติ ตสฺมึ สมาคเม สนฺนิปติตา เสสชนา. น กถียนฺตีติ ‘‘เอตฺตกา โสตาปนฺนา’’ติอาทินา น วุจฺจนฺติ. เอวํ ปารายเน วตฺถุ สมุฏฺฐิตนฺติ ปารายนวคฺเค อิทํ วตฺถุ สมุฏฺฐิตํ.
จตุตฺถเอตทคฺควคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.
เถรปาฬิสํวณฺณนา นิฏฺฐิตา.