๑๔. เอตทคฺควคฺโค
(๑๔) ๒. ทุติยเอตทคฺควคฺควณฺณนา
จูฬปนฺถกตฺเถรวตฺถุ
๑๙๘-๒๐๐. ทุติยสฺส ปฐเม มเนน นิพฺพตฺติตนฺติ อภิญฺญามเนน อุปฺปาทิตํ. มเนน กตกาโยติ อภิญฺญาจิตฺเตน เทสนฺตรํ ปตฺตกาโย. มเนน นิพฺพตฺติตกาโยติ อภิญฺญามนสา นิมฺมิตกาโย ‘‘อญฺญํ กายํ อภินิมฺมินาตี’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๒๓๖-๒๓๗; ปฏิ. ม. ๓.๑๔) วิย. เอกสทิเสเยวาติ อตฺตสทิเสเยว. เอกวิธเมวาติ อตฺตนา กตปฺปการเมว. เอตปฺปรโม หิ เยภุยฺเยน สาวกานํ อิทฺธินิมฺมานวิธิ. อคฺโค นาม ชาโต เอกเทเสน สตฺถุ อิทฺธินิมฺมานานุวิธานโต.
ลาภิตายาติ เอตฺถ ลาภีติ อีกาโร อติสยตฺโถ. เตน เถรสฺส จตุนฺนํ รูปาวจรชฺฌานานํ อติสเยน สวิเสสลาภิตํ ทสฺเสติ. อรูปาวจรชฺฌานานํ ลาภิตายาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. น เกวลญฺเจตา เจโตสญฺญาวิวฏฺฏกุสลตา รูปารูปชฺฌานลาภิตาย เอว, อถ โข อิเมหิปิ การเณหีติ ทสฺเสตุํ – ‘‘จูฬปนฺถโก จา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เจโตติ เจตฺถ จิตฺตสีเสน สมาธิ วุตฺโต, ตสฺมา เจตโส สมาธิสฺส วิวฏฺฏนํ เจโตวิวฏฺโฏ, เอกสฺมึเยวารมฺมเณ สมาธิจิตฺตํ วิวฏฺเฏตฺวา เหฏฺฐิมสฺส เหฏฺฐิมสฺส อุปรูปริ หาปนโต รูปาวจรชฺฌานลาภี เจโตวิวฏฺฏกุสโล นาม. ‘‘สพฺพโส รูปสญฺญาน’’นฺติอาทินา (ธ. ส. ๒๖๕) วุตฺตสญฺญา อติกฺกมิตฺวา ‘‘อากาสานญฺจายตนสญฺญาสหคตํ…เป… เนวสญฺญานาสญฺญายตนสญฺญาสหคต’’นฺติ (ธ. ส. ๒๖๕-๒๖๘) สญฺญาสีเสน วุตฺตชฺฌานานํ วิวฏฺฏกุสโล, ตถา อิตฺถิปุริสาทิสญฺญา นิจฺจสญฺญาทิโต จิตฺตํ วิวฏฺเฏตฺวา เกวเล รูปารูปธมฺมมตฺเต อสงฺขเต นิพฺพาเน จ วิเสสโต วฏฺฏนโต จ สุญฺญตานุปสฺสนาพหุโล สญฺญาวิวฏฺฏกุสโล. สมาธิกุสลตาย เจโตวิวฏฺฏกุสลตา ตพฺพหุลวิหาริตาย. ตถา วิปสฺสนากุสลตาย สญฺญาวิวฏฺฏกุสลตา. เอโกติ จูฬปนฺถกตฺเถรํ วทติ. สมาธิลกฺขเณติ สวิตกฺกสวิจาราทิสมาธิสภาเว. ปุน เอโกติ มหาปนฺถกตฺเถรมาห. วิปสฺสนาลกฺขเณติ สตฺตอนุปสฺสนา อฏฺฐารสมหาวิปสฺสนาทิวิปสฺสนาสภาเว. สมาธิคาโฬฺหติ สมาธิสฺมึ โอคาฬฺหจิตฺโต สุภาวิตภาวนตา. องฺคสํขิตฺเตติ จตุรงฺคิกติวงฺคิกาทิวเสน ฌานงฺคานํ สงฺขิปเน. อารมฺมณสํขิตฺเตติ กสิณุคฺฆาฏิมากาสาทินิพฺพตฺตเนน กสิณาทิอารมฺมณานํ สํขิปเน. องฺคววตฺถาปเนติ วิตกฺกาทีนํ ฌานงฺคานํ ววตฺถาปเน. อารมฺมณววตฺถาปเนติ ปถวีกสิณาทิชฺฌานารมฺมณานํ ววตฺถาปเน.
ฌานงฺเคหีติ รูปาวจรชฺฌานงฺเคหิ, ฌานงฺคาเนว ฌานํ. ปุน ฌานงฺเคหีติ อรูปาวจรชฺฌานงฺเคหิ. ภาตาติ เชฏฺฐภาตา. อสฺสาติ กุฏุมฺพิยสฺส. สุวณฺณปูชนฺติ โสวณฺณมยํ ปุปฺผปูชํ กตฺวา. เทวปุเรติ ตาวตึสภวเน สุทสฺสนมหานคเร. อคฺคทฺวาเรนาติ ตสฺมึ ทิวเส อคฺคํ สพฺพปฐมํ วิวเฏน นครทฺวาเรน นิกฺขมิตฺวา.
โกกนทนฺติ ปทุมวิเสสนํ ยถา ‘‘โกกาสก’’นฺติ. ตํ กิร พหุปตฺตํ วณฺณสมฺปนฺนํ อติสุคนฺธญฺจ โหติ. ‘‘โกกนทํ นาม เสตปทุม’’นฺติปิ วทนฺติ. ปาโตติ ปเคว. อยเญฺหตฺถ อตฺโถ – ยถา โกกนทสงฺขาตํ ปทุมํ ปาโต สูริยุคฺคมนเวลายํ ผุลฺลํ วิกสิตํ อวีตคนฺธํ สิยา วิโรจมานํ, เอวํ สรีรคนฺเธน คุณคนฺเธน จ สุคนฺธํ สรทกาเล อนฺตลิกฺเข อาทิจฺจมิว อตฺตโน เตชสา ตปนฺตํ องฺเคหิ นิจฺฉรณกชุติยา องฺคีรสํ สมฺมาสมฺพุทฺธํ ปสฺสาติ.
จูฬปนฺถโก กิร กสฺสปสมฺมาสมฺพุทฺธกาเล ปพฺพชิตฺวา ปญฺญวา หุตฺวา อญฺญตรสฺส ทนฺธภิกฺขุโน อุทฺเทสคหณกาเล ปริหาสเกฬึ อกาสิ. โส ภิกฺขุ เตน ปริหาเสน ลชฺชิโต เนว อุทฺเทสํ คณฺหิ, น สชฺฌายมกาสิ. เตน กมฺเมนายํ ปพฺพชิตฺวาว ทนฺโธ ชาโต, ตสฺมา คหิตคหิตปทํ อุปริอุปริปทํ คณฺหนฺตสฺส นสฺสติ. อิทฺธิยา อภิสงฺขริตฺวา สุทฺธํ โจฬขณฺฑํ อทาสีติ ตสฺส ปุพฺพเหตุํ ทิสฺวา ตทนุรูเป กมฺมฏฺฐาเน นิโยเชนฺโต สุทฺธํ โจฬขณฺฑํ อทาสิ. โส กิร ปุพฺเพ ราชา หุตฺวา นครํ ปทกฺขิณํ กโรนฺโต นลาฏโต เสเท มุจฺจนฺเต ปริสุทฺเธน สาฏเกน นลาฏํ ปุญฺฉิ, สาฏโก กิลิฏฺโฐ อโหสิ. โส ‘‘อิมํ สรีรํ นิสฺสาย เอวรูโป ปริสุทฺธสาฏโก ปกตึ ชหิตฺวา กิลิฏฺโฐ ชาโต, อนิจฺจา วต สงฺขารา’’ติ อนิจฺจสญฺญํ ปฏิลภิ. เตน การเณนสฺส รโชหรณเมว ปจฺจโย ชาโต.
โลมานีติ โจฬขณฺฑตนฺตคตอํสุเก วทติ. ‘‘กิลิฏฺฐธาตุกานี’’ติ กิลิฏฺฐสภาวานิ. เอวํคติกเมวาติ อิทํ จิตฺตมฺปิ ภวงฺควเสน ปกติยา ปณฺฑรํ ปริสุทฺธํ ราคาทิสมฺปยุตฺตธมฺมวเสน สํกิลิฏฺฐํ ชาตนฺติ ทสฺเสติ. นกฺขตฺตํ สมาเนตฺวาติ นกฺขตฺตํ สมนฺนาหริตฺวา, อาวชฺเชตฺวาติ อตฺโถ. พิฬารสฺสตฺถายาติ พิฬารสฺส โคจรตฺถาย. ชลปถกมฺมิเกนาติ สมุทฺทกมฺมิเกน. จารินฺติ ขาทิตพฺพติณํ. สจฺจการนฺติ สจฺจภาวาวหํ การํ, ‘‘อตฺตนา คหิเต ภณฺเฑ อญฺเญสํ น ทาตพฺพ’’นฺติ วตฺวา ทาตพฺพลญฺชนฺติ วุตฺตํ โหติ. ตติเยน ปฏิหาเรนาติ ตติเยน สาสเนน. ปตฺติกา หุตฺวาติ สามิโน หุตฺวา.
อปฺปเกนปีติ โถเกนปิ ปริตฺเตนปิ. เมธาวีติ ปญฺญวา. ปาภเตนาติ ภณฺฑมูเลน. วิจกฺขโณติ โวหารกุสโล. สมุฏฺฐาเปติ อตฺตานนฺติ มหนฺตํ ธนํ ยสญฺจ อุปฺปาเทตฺวา ตตฺถ อตฺตานํ สณฺฐเปติ ปติฏฺฐาเปติ. ยถา กึ? อณุํ อคฺคึว สนฺธมํ, ยถา ปณฺฑิโต ปุริโส ปริตฺตกํ อคฺคึ อนุกฺกเมน โคมยจุณฺณาทีนิ ปกฺขิปิตฺวา มุขวาเตน ธเมนฺโต สมุฏฺฐาเปติ วฑฺเฒติ, มหนฺตํ อคฺคิกฺขนฺธํ กโรติ, เอวเมว ปณฺฑิโต โถกมฺปิ ปาภตํ ลภิตฺวา นานาอุปาเยหิ ปโยเชตฺวา ธนญฺจ ยสญฺจ วฑฺเฒติ, วฑฺเฒตฺวา ปุน ตตฺถ อตฺตานํ ปติฏฺฐาเปติ. ตาย เอว วา ปน ธนสฺส มหนฺตตาย อตฺตานํ สมุฏฺฐาเปติ, อภิญฺญาตํ ปากฏํ กโรตีติ อตฺโถ.
สุภูติตฺเถรวตฺถุ
๒๐๑-๒๐๒. ตติเย รณาติ หิ ราคาทโย กิเลสา วุจฺจนฺตีติ ‘‘สรณา ธมฺมา’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ๑๐๐ ทุกมาติกา) ราคาทโย กิเลสา ‘‘รณา’’ติ วุจฺจนฺติ. รณนฺติ เอเตหีติ รณา. เยหิ อภิภูตา สตฺตา นานปฺปกาเรน กนฺทนฺติ ปริเทวนฺติ, ตสฺมา เต ราคาทโย ‘‘รณา’’ติ วุตฺตา. เทสิตนิยามโต อโนกฺกมิตฺวาติ เทสิตาโนกฺกมนโต อนุปคนฺตฺวา เทเสติ, สตฺถารา เทสิตนิยาเมเนว อโนทิสฺสกํ กตฺวา ธมฺมํ เทเสตีติ วุตฺตํ โหติ. เอวนฺติ เอวํ เมตฺตาฌานโต วุฏฺฐาย ภิกฺขาคหเณ สติ. ภิกฺขาทายกานํ มหปฺผลํ ภวิสฺสตีติ อิทํ จูฬจฺฉราสงฺฆาตสุตฺเตน (อ. นิ. ๑.๕๑ อาทโย) ทีเปตพฺพํ. อจฺฉราสงฺฆาตมตฺตมฺปิ หิ กาลํ เมตฺตจิตฺตํ อาเสวนฺตสฺส ภิกฺขุโน ทินฺนทานํ มหปฺผลํ โหติ มหานิสํสํ, เตน จ โส อโมฆํ รฏฺฐปิณฺฑํ ภุญฺชตีติ อยมตฺโถ ตตฺถ อาคโตเยว. นิมิตฺตํ คณฺหิตฺวาติ อาการํ สลฺลกฺเขตฺวา.
ขทิรวนิยเรวตตฺเถรวตฺถุ
๒๐๓. ปญฺจเม วนสภาคนฺติ สภาคํ วนํ, สภาคนฺติ จ สปฺปายนฺติ อตฺโถ. ยญฺหิ ปกติวิรุทฺธํ พฺยาธิวิรุทฺธญฺจ น โหติ, ตํ ‘‘สภาค’’นฺติ วุจฺจติ. อุทกสภาคนฺติอาทีสุปิ อิมินาว นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. กลฺยาณกมฺมายูหนกฺขโณติ กลฺยาณกมฺมูปจยสฺส โอกาโส. ติณฺณํ ภาติกานนฺติ อุปติสฺโส, จุนฺโท, อุปเสโนติ อิเมสํ ติณฺณํ เชฏฺฐภาติกานํ. ติสฺสนฺนญฺจ ภคินีนนฺติ จาลา, อุปจาลา, สีสุปจาลาติ อิเมสํ ติสฺสนฺนํ เชฏฺฐภคินีนํ. เอตฺถ จ สาริปุตฺตตฺเถโร สยํ ปพฺพชิตฺวา จาลา, อุปจาลา, สีสุปจาลาติ ติสฺโส ภคินิโย, จุนฺโท อุปเสโนติ อิเม ภาตโร ปพฺพาเชสิ, เรวตกุมาโร เอโกว เคเห อวสิสฺสติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อมฺหากํ…เป… ปพฺพาเชนฺตี’’ติ. มหลฺลกตราติ วุทฺธตรา. อิทญฺจ กุมาริกาย จิรชีวิตํ อภิกงฺขมานา อาหํสุ. สา กิร ตสฺส อยฺยิกา วีสติวสฺสสติกา ขณฺฑทนฺตา ปลิตเกสา วลิตฺตจา ติลกาหตคตฺตา โคปานสิวงฺกา อโหสิ. วิธาวนิกนฺติ วิธาวนกีฬิกํ. ติสฺสนฺนํ สมฺปตฺตีนนฺติ อนุสฺสววเสน มนุสฺสเทวโมกฺขสมฺปตฺติโย สนฺธาย วทติ, มนุสฺสเทวพฺรหฺมสมฺปตฺติโย วา. สีวลิสฺส ปุญฺญํ วีมํสิสฺสามาติ ‘‘สีวลินา กตปุญฺญสฺส วิปากทานฏฺฐานมิท’’นฺติ ญตฺวา เอวมาห. สภาคฏฺฐานนฺติ สมํ เทสํ.
ตํ ภูมิรามเณยฺยกนฺติ กิญฺจาปิ อรหนฺโต คามนฺเต กายวิเวกํ น ลภนฺติ, จิตฺตวิเวกํ ปน ลภนฺเตว. เตสญฺหิ ทิพฺพปฺปฏิภาคานิปิ อารมฺมณานิ จิตฺตํ จาเลตุํ น สกฺโกนฺติ, ตสฺมา คาโม วา โหตุ อรญฺญาทีนํ วา อญฺญตรํ, ‘ยตฺถ อรหนฺโต วิหรนฺติ, ตํ ภูมิรามเณยฺยกํ’, โส ภูมิปฺปเทโส รมณีโย เอวาติ อตฺโถ.
กงฺขาเรวตตฺเถรวตฺถุ
๒๐๔. ฉฏฺเฐ อกปฺปิโย, อาวุโส, คุโฬติ เอกทิวสํ เถโร อนฺตรามคฺเค คุฬกรณํ โอกฺกมิตฺวา คุเฬ ปิฏฺฐมฺปิ ฉาริกมฺปิ ปกฺขิตฺเต ทิสฺวาน ‘‘อกปฺปิโย คุโฬ, สามิโส น กปฺปติ คุโฬ วิกาเล ปริภุญฺชิตุ’’นฺติ กุกฺกุจฺจายนฺโต เอวมาห. อกปฺปิยา มุคฺคาติ เอกทิวสํ อนฺตรามคฺเค วจฺเจ มุคฺคํ ชาตํ ทิสฺวา ‘‘อกปฺปิยา มุคฺคา, ปกฺกาปิ มุคฺคา ชายนฺตี’’ติ กุกฺกุจฺจายนฺโต เอวมาห. เสสเมตฺถ สพฺพํ อุตฺตานเมว.
โสณโกฬิวิสตฺเถรวตฺถุ
๒๐๕. สตฺตเม หาเปตพฺพเมว อโหสิ อจฺจารทฺธวีริยตฺตา. อุทเกน สมุปพฺยูเฬฺหติ อุทเกน ถลํ อุสฺสาเรตฺวา ตตฺถ ตตฺถ ราสิกเต. หริตูปลิตฺตายาติ โคมยปริภณฺฑกตาย. ติวิเธน อุทเกน โปเสนฺตีติ ขีโรทกํ คนฺโธทกํ เกวโลทกนฺติ เอวํ ติวิเธน อุทเกน โปเสนฺติ ปริปาเลนฺติ. ปริสฺสาเวตฺวาติ ปริโสเธตฺวา คหิเต ตณฺฑุเลติ โยเชตพฺพํ. เทโว มญฺเญติ เทโว วิย. วีโณวาเทนาติ ‘‘ตํ กึ มญฺญสิ, โสณ, ยทา เต วีณาย ตนฺติโย อจฺจายตา โหนฺติ, อปิ นุ เต วีณา ตสฺมึ สมเย สรวตี วา โหติ กมฺมญฺญา วาติ? โน เหตํ, ภนฺเตติ. เอวเมว โข, โสณ, อจฺจารทฺธวีริยํ อุทฺธจฺจาย สํวตฺตติ, อติสิถิลวีริยํ โกสชฺชาย สํวตฺตติ. ตสฺมาติห ตฺวํ, โสณ, วีริยสมตํ อธิฏฺฐห, อินฺทฺริยานญฺจ สมตํ ปฏิวิชฺฌา’’ติ (มหาว. ๒๔๓) เอวํ วีณํ อุปมํ กตฺวา ปวตฺติเตน วีโณปโมวาเทน. วีริยสมถโยชนตฺถายาติ วีริยสฺส สมเถน โยชนตฺถาย.
โสณกุฏิกณฺณตฺเถรวตฺถุ
๒๐๖. อฏฺฐเม กุฏิกณฺโณติ วุจฺจตีติ ‘‘โกฏิกณฺโณ’’ติ วตฺตพฺเพ ‘‘กุฏิกณฺโณ’’ติ โวหรียติ. กุลฆเร ภวา กุลฆริกา. สา กิร อวนฺติรฏฺเฐ กุลฆเร มหาวิภวสฺส เสฏฺฐิสฺส ภริยา. ทสพลสฺส ธมฺมกถํ สุตฺวา โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาย จินฺเตสีติ อิทํ องฺคุตฺตรภาณกานํ มเตน วุตฺตํ. สุตฺตนิปาตฏฺฐกถายํ ปน ‘‘สปริโส ภควนฺตํ อุปสงฺกมฺม ธมฺมเทสนํ อสฺโสสิ, น จ กญฺจิ วิเสสํ อธิคญฺฉิ. กสฺมา? โส หิ ธมฺมํ สุณนฺโต เหมวตํ อนุสฺสริตฺวา ‘อาคโต นุ โข เม สหายโก, โน’ติ ทิสาทิสํ โอโลเกตฺวา ตํ อปสฺสนฺโต ‘วญฺจิโต เม สหาโย, โย เอวํ วิจิตฺตปฺปฏิภานํ ภควโต เทสนํ น สุณาตี’ติ วิกฺขิตฺตจิตฺโต อโหสี’’ติ วุตฺตํ.
ยสฺมา ปฏิสนฺธิชาติอภินิกฺขมนโพธิปรินิพฺพาเนเสฺวว ทฺวตฺตึส ปุพฺพนิมิตฺตานิ หุตฺวาว ปฏิวิคจฺฉนฺติ, น จิรฏฺฐิติกานิ โหนฺติ, ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตเน (สํ. นิ. ๕.๑๐๘๑; ปฏิ. ม. ๒.๓๐) ปน ตานิ สวิเสสานิ หุตฺวา จิรตรํ ฐตฺวา นิรุชฺฌนฺติ, ตสฺมา วุตฺตํ – ‘‘ติโยชนสหสฺสํ หิมวนฺตํ อกาลปุปฺผิตํ ทิสฺวา’’ติอาทิ. อคฺคพลกายาติ สพฺพปุรโต คจฺฉนฺตา พลกายา. เกน ปุปฺผิตภาวํ ชานาสีติ เกน การเณน หิมวนฺตสฺส ปุปฺผิตภาวํ ชานาสีติ, เยน การเณน อิมํ อกาลปุปฺผปาฏิหาริยํ ชาตํ, ตํ ชานาสีติ วุตฺตํ โหติ. ตสฺส ปวตฺติตภาวนฺติ ตสฺส ธมฺมจกฺกสฺส ภควตา ปวตฺติตภาวํ. สทฺเท นิมิตฺตํ คณฺหีติ สทฺเท อาการํ สลฺลกฺเขสิ. ตโตติ ‘‘อหํ ‘เอตํ อมตธมฺมํ ตมฺปิ ชานาเปสฺสามี’ติ ตว สนฺติกํ อาคโตสฺมี’’ติ ยํ วุตฺตํ, ตทนนฺตรนฺติ อตฺโถ.
สาตาคิโร เหมวตสฺส พุทฺธุปฺปาทํ กเถตฺวา ตํ ภควโต สนฺติกํ อาเนตุกาโม ‘‘อชฺช ปนฺนรโส’’ติอาทิคาถมาห. ตตฺถ (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๕๓) อชฺชาติ อยํ รตฺตินฺทิโว ปกฺขคณนโต ปนฺนรโส, อุปวสิตพฺพโต อุโปสโถ. ตีสุ วา อุโปสเถสุ อชฺช ปนฺนรโส อุโปสโถ, น จาตุทฺทสิอุโปสโถ, น สามคฺคีอุโปสโถ. ทิวิ ภวานิ ทิพฺพานิ, ทิพฺพานิ เอตฺถ อตฺถีติ ทิพฺพานิ. กานิ ตานิ? รูปานิ. ตญฺหิ รตฺตึ เทวานํ ทสสหสฺสิโลกธาตุโต สนฺนิปติตานํ สรีรวตฺถาภรณวิมานปฺปภาหิ อพฺภาทิอุปกฺกิเลสวิรหิตาย จนฺทปฺปภาย จ สกลชมฺพุทีโป อลงฺกโต อโหสีติ อติวิย อลงฺกโต จ ปริวิสุทฺธิเทวสฺส ภควโต สรีรปฺปภาย. เตนาห – ‘‘ทิพฺพา รตฺติ อุปฏฺฐิตา’’ติ.
เอวํ รตฺติคุณวณฺณนาปเทเสนปิ สหายสฺส จิตฺตํ ปสาทํ ชเนนฺโต พุทฺธุปฺปาทํ กเถตฺวา อาห – ‘‘อโนมนามํ สตฺถารํ, หนฺท ปสฺสาม โคตม’’นฺติ. ตตฺถ อโนเมหิ อลามเกหิ สพฺพาการปริปูเรหิ คุเณหิ นามํ อสฺสาติ อโนมนาโม. ตถา หิสฺส ‘‘พุชฺฌิตา สจฺจานีติ พุทฺโธ, โพเธตา ปชายาติ พุทฺโธ’’ติอาทินา (มหานิ. ๑๙๒; จูฬนิ. ปารายนตฺถุติคาถานิทฺเทโส ๙๗; ปฏิ. ม. ๑.๑๖๒) นเยน พุทฺโธติ อโนเมหิ คุเณหิ นามํ. ‘‘ภคฺคราโคติ ภควา, ภคฺคโทโสติ ภควา’’ติอาทินา (มหานิ. ๘๔) นเยน ภควาติ อโนเมหิ คุเณหิ นามํ. เอส นโย ‘‘อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน’’ติอาทีสุ. ทิฏฺฐธมฺมิกาทิอตฺเถหิ เทวมนุสฺเส อนุสาสติ ‘‘อิมํ ปชหถ, อิมํ สมาทาย วตฺตถา’’ติ สตฺถา. ตํ อโนมนามํ สตฺถารํ. หนฺทาติ วจสายตฺเถ นิปาโต. ปสฺสามาติ เตน อตฺตานํ สห สงฺคเหตฺวา ปจฺจุปฺปนฺนพหุวจนํ. โคตมนฺติ โคตมโคตฺตํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ‘‘สตฺถา, น สตฺถา’’ติ มา วิมตึ อกาสิ, เอกนฺตพฺยวสิโต หุตฺวาว เอหิ ปสฺสาม โคตมนฺติ.
เอวํ วุตฺเต เหมวโต ‘‘อยํ สาตาคิโร ‘อโนมนามํ สตฺถาร’นฺติ ภณนฺโต ตสฺส สพฺพญฺญุตํ ปกาเสติ, สพฺพญฺญุโน จ ทุลฺลภา โลเก, สพฺพญฺญุปฏิญฺเญหิ ปูรณาทิสทิเสเหว โลโก อุปทฺทุโต. โส ปน ยทิ สพฺพญฺญู, อทฺธา ตาทิลกฺขณํ ปตฺโต ภวิสฺสติ, เตน เอวํ คเหสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา ตาทิลกฺขณํ ปุจฺฉนฺโต อาห – ‘‘กจฺจิ มโน’’ติอาทิ. ตตฺถ กจฺจีติ ปุจฺฉา. มโนติ จิตฺตํ. สุปณิหิโตติ สุฏฺฐุ ฐปิโต อจโล อสมฺปเวธี. สพฺเพสุ ภูเตสุ สพฺพภูเตสุ. ตาทิโนติ ตาทิลกฺขณํ ปตฺตสฺเสว สโต. ปุจฺฉา เอว วา อยํ ‘‘โส ตว สตฺถา สพฺพภูเตสุ ตาที, อุทาหุ โน’’ติ. อิฏฺเฐ อนิฏฺเฐจาติ เอวรูเป อารมฺมเณ. สงฺกปฺปาติ วิตกฺกา. วสีกตาติ วสํ คมิตา. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยํ ตํ สตฺถารํ วทสิ, ตสฺส เต สตฺถุโน กจฺจิ ตาทิลกฺขณํ สมฺปตฺตสฺส สโต สพฺพภูเตสุ มโน สุปณิหิโต, อุทาหุ ยาว ปจฺจยํ น ลภติ, ตาว สุปณิหิโต วิย ขายติ. โส วา เต สตฺถา กจฺจิ สพฺพภูเตสุ สตฺเตสุ ตาที, อุทาหุ โน, เย จ อิฏฺฐานิฏฺเฐสุ อารมฺมเณสุ ราคโทสวเสน สงฺกปฺปา อุปฺปชฺเชยฺยุํ, ตฺยาสฺส กจฺจิ วสีกตา, อุทาหุ กทาจิ เตสมฺปิ วเสน วตฺตตีติ.
ตีณิ วสฺสานีติ โสณสฺส ปพฺพชิตทิวสโต ปฏฺฐาย ตีณิ วสฺสานิ. ตทา กิร ภิกฺขู เยภุยฺเยน มชฺฌิมเทเสเยว วสึสุ, ตสฺมา ตตฺถ กติปยา เอว อเหสุํ. เต จ เอกสฺมึ นิคเม เอโก เทฺวติ เอวํ วิสุํ วิสุํ วสึสุ, เถรานญฺจ กติปเย ภิกฺขู อาเนตฺวา อญฺเญสุ อานียมาเนสุ ปุพฺพํ อานีตา เกนจิเทว กรณีเยน ปกฺกมึสุ, กญฺจิ กาลํ อาคเมตฺวา ปุน เตสุ อานียมาเนสุ อิตเร ปกฺกมึสุ, เอวํ ปุนปฺปุนํ อานยเนน สนฺนิปาโต จิเรเนว อโหสิ, เถโร จ ตทา เอกวิหารี อโหสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘ตีณิ วสฺสานิ คณํ ปริเยสิตฺวา’’ติ. ตีณิ วสฺสานีติ จ อจฺจนฺตสํโยเค อุปโยควจนํ. สตฺถุ อธิปฺปายํ ญตฺวาติ อตฺตโน อาณาปเนเนว ‘‘อิมินา สทฺธึ เอกคนฺธกุฏิยํ วสิตุกาโม ภควา’’ติ สตฺถุ อธิปฺปายํ ชานิตฺวา. ภควา กิร เยน สทฺธึ เอกคนฺธกุฏิยํ วสิตุกาโม, ตสฺส เสนาสนปญฺญตฺติยํ อานนฺทตฺเถรํ อาณาเปติ.
อชฺโฌกาเส วีตินาเมตฺวาติ อชฺโฌกาเส นิสชฺชาย วีตินาเมตฺวา. ยสฺมา ภควา อายสฺมโต โสณสฺส สมาปตฺติสมาปชฺชเนน ปฏิสนฺถารํ กโรนฺโต สาวกสาธารณา สพฺพา สมาปตฺติโย อนุโลมปฺปฏิโลมํ สมาปชฺชนฺโต พหุเทว รตฺตึ อชฺโฌกาเส นิสชฺชาย วีตินาเมตฺวา ปาเท ปกฺขาเลตฺวา วิหารํ ปาวิสิ, ตสฺมา อายสฺมาปิ โสโณ ภควโต อธิปฺปายํ ญตฺวา ตทนุรูปํ สพฺพา ตา สมาปตฺติโย สมาปชฺชนฺโต พหุเทว รตฺตึ อชฺโฌกาเส นิสชฺชาย วีตินาเมตฺวา ปาเท ปกฺขาเลตฺวา วิหารํ ปาวิสีติ วทนฺติ. ปวิสิตฺวา จ ภควตา อนุญฺญาโต จีวรติโรกรณิยํ กตฺวา ภควโต ปาทปสฺเส นิสชฺชาย วีตินาเมสิ. อชฺเฌสีติ อาณาเปสิ. ปฏิภาตุ ตํ ภิกฺขุ ธมฺโม ภาสิตุนฺติ ภิกฺขุ ตุยฺหํ ธมฺโม ภาสิตุํ อุปฏฺฐาตุ, ญาณมุขํ อาคจฺฉตุ, ยถาสุตํ ยถาปริยตฺตํ ธมฺมํ ภณาหีติ อตฺโถ. อฏฺฐกวคฺคิยานีติ อฏฺฐกวคฺคภูตานิ กามสุตฺตาทิโสฬสสุตฺตานิ (มหานิ. ๑). สุคฺคหิโตติ สมฺมา อุคฺคหิโต. สพฺเพ วเร ยาจีติ วินยธรปญฺจเมน คเณน อุปสมฺปทา ธุวนฺหานํ จมฺมตฺถรณํ คณงฺคณูปาหนํ จีวรวิปฺปวาโสติ อิเม ปญฺจ วเร ยาจิ. สุตฺเต อาคตเมวาติ อุทานปาฬิยํ อาคตสุตฺตํ สนฺธาย วทติ.
สีวลิตฺเถรวตฺถุ
๒๐๗. นวเม สากจฺฉิตฺวา สากจฺฉิตฺวาติ รญฺญา สทฺธึ ปฏิวิรุชฺฌนวเสน ปุนปฺปุนํ สากจฺฉํ กตฺวา. คุฬทธินฺติ ปตฺถินฺนํ คุฬสทิสํ กฐินทธึ. อติอญฺฉิตุนฺติ อติวิย อากฑฺฒิตุํ. กญฺชิยํ วาเหตฺวาติ ทธิมตฺถุํ ปวาเหตฺวา, ปริสฺสาเวตฺวาติ อตฺโถ. ‘‘ทธิโต กญฺชิยํ คเหตฺวา’’ติปิ ปาโฐ. นนฺติ สุปฺปวาสํ. พีชปจฺฉึ ผุสาเปนฺตีติ อิมินา สมฺพนฺโธ. ยาว น อุกฺกฑฺฒนฺตีติ ยาว ทาเน น อุกฺกฑฺฒนฺติ, ทาตุกามาว โหนฺตีติ อธิปฺปาโย มหาทุกฺขํ อนุโภสีติ ปสวนิพนฺธนํ มหนฺตํ ทุกฺขํ อนุโภสิ. สามิกํ อามนฺเตตฺวาติ สตฺตาหํ มูฬฺหคพฺภา ติพฺพาหิ ขราหิ ทุกฺขเวทนาหิ ผุฏฺฐา ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ วต โส ภควา, โย อิมสฺส เอวรูปสฺส ทุกฺขสฺส ปหานาย ธมฺมํ เทเสติ. สุปฺปฏิปนฺโน วต ตสฺส ภควโต สาวกสงฺโฆ, โย อิมสฺส เอวรูปสฺส ทุกฺขสฺส ปหานาย ปฏิปนฺโน. สุสุขํ วต นิพฺพานํ, ยตฺถิทํ เอวรูปํ ทุกฺขํ น สํวิชฺชตี’’ติ (อุทา. ๑๘) อิเมหิ ตีหิ วิตกฺเกหิ ตํ ทุกฺขํ อธิวาเสนฺตี สตฺถุ สนฺติกํ เปเสตุกามตาย สามิกํ อามนฺเตตฺวา. ปุเร มรณาติ มรณโต ปุเรตรเมว. อิงฺคิตนฺติ อาการํ. ชีวิตภตฺตนฺติ ชีวิตสํสเย ทาตพฺพภตฺตํ. สพฺพกมฺมกฺขโม อโหสีติ สตฺตวสฺสิเกหิ ทารเกหิ กาตพฺพํ ยํ กิญฺจิ กมฺมํ กาตุํ สมตฺถตาย สพฺพสฺส กมฺมสฺส ขโม อโหสิ. เตเนว โส สตฺตาหํ มหาทาเน ทียมาเน ชาตทิวสโต ปฏฺฐาย ธมฺมกรณํ อาทาย สงฺฆสฺส อุทกํ ปริสฺสาเวตฺวา อทาสิ.
โยมนฺติอาทิคาถาย ‘‘โย ภิกฺขุ อิมํ ราคปลิปถญฺเจว กิเลสทุคฺคญฺจ สํสารวฏฺฏญฺจ จตุนฺนํ สจฺจานํ อปฺปฏิวิชฺฌนกโมหญฺจ อตีโต จตฺตาโร โอเฆ ติณฺโณ หุตฺวา ปารํ อนุปฺปตฺโต, ทุวิเธน ฌาเนน ฌายี, ตณฺหาย อภาเวน อเนโช, กถํกถาย อภาเวน อกถํกถี, อุปาทานานํ อภาเวน อนุปาทิยิตฺวา กิเลสนิพฺพาเนน นิพฺพุโต, ตมหํ พฺราหฺมณํ วทามี’’ติ อตฺโถ.
สพฺเพสํเยว ปน เกสานํ โอโรปนญฺจ อรหตฺตสจฺฉิกิริยา จ อปจฺฉาอปุริมา อโหสีติ อิมินา เถรสฺส ขุรคฺเคเยว อรหตฺตุปฺปตฺติ ทีปิตา. เอกจฺเจ ปน อาจริยา เอวํ วทนฺติ ‘‘เหฏฺฐา วุตฺตนเยน ธมฺมเสนาปตินา โอวาเท ทินฺเน ‘ยํ มยา กาตุํ สกฺกา, ตมหํ ชานิสฺสามี’ติ ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนากมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา ตํ ทิวสํเยว อญฺญตรํ วิจิตฺตํ กุฏิกํ ทิสฺวา ปวิสิตฺวา มาตุกุจฺฉิยํ สตฺต วสฺสานิ อตฺตนา อนุภูตทุกฺขํ อนุสฺสริตฺวา ตทนุสาเรน อตีตานาคเต ญาณํ เนนฺตสฺส อาทิตฺตา วิย ตโย ภวา อุปฏฺฐหึสุ. ญาณสฺส ปริปากํ คตตฺตา วิปสฺสนาวีถึ โอตริตฺวา ตาวเทว มคฺคปฺปฏิปาฏิยา สพฺเพปิ อาสเว เขเปนฺโต อรหตฺตํ ปาปุณี’’ติ. อุภยถาปิ เถรสฺส อรหตฺตุปฺปตฺติเยว ปกาสิตา, เถโร ปน ปภินฺนปฺปฏิสมฺภิโท ฉฬภิญฺโญ อโหสิ.
วกฺกลิตฺเถรวตฺถุ
๒๐๘. ทสเม อาหารกรณเวลนฺติ โภชนกิจฺจเวลํ. อธิคจฺเฉ ปทํ สนฺตนฺติ สงฺขารูปสมํ สุขนฺติ ลทฺธนามํ สนฺตํ ปทํ นิพฺพานํ อธิคจฺเฉยฺย. ปฐมปาเทน ปพฺพเต ฐิโตเยวาติ ปฐเมน ปาเทน คิชฺฌกูเฏ ปพฺพเต ฐิโตเยว. เสสเมตฺถ สุวิญฺเญยฺยเมว.
ทุติยเอตทคฺควคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.