๑๔. เอตทคฺควคฺโค
(๑๔) ๓. ตติยเอตทคฺควคฺควณฺณนา
ราหุล-รฏฺฐปาลตฺเถรวตฺถุ
๒๐๙-๒๑๐. ตติยสฺส ปฐมทุติเยสุ ติสฺโส สิกฺขาติ อธิสีลอธิจิตฺตอธิปญฺญาสงฺขาตา ติสฺโส สิกฺขา. จุทฺทส ภตฺตจฺเฉเท กตฺวาติ สตฺตาหํ นิราหารตาย เอเกกสฺมึ ทิวเส ทฺวินฺนํ ภตฺตจฺเฉทานํ วเสน จุทฺทส ภตฺตจฺเฉเท กตฺวา.
เตสนฺติ เตสํ ตาปสานํ. ลาพุภาชนาทิปริกฺขารํ สํวิธายาติ ลาพุภาชนาทิตาปสปริกฺขารํ สํวิทหิตฺวา. สปริฬาหกายธาตุโกติ อุสฺสนฺนปิตฺตตาย สปริฬาหกายสภาโว. สตสหสฺสาติ สตสหสฺสปริมาณา. สตสหสฺสํ ปริมาณํ เอเตสนฺติ สตสหสฺสา อุตฺตรปทโลเปน ยถา ‘‘รูปภโว รูป’’นฺติ, อตฺถิอตฺเถ วา อการปจฺจโย ทฏฺฐพฺโพ. ปาณาติปาตาทิอกุสลธมฺมสมุทาจารสงฺขาโต อามคนฺโธ กุณปคนฺโธ นตฺถิ เอเตสนฺติ นิรามคนฺธา, ยถาวุตฺตกิเลสสมุทาจารรหิตาติ อตฺโถ. กิเลสสมุทาจาโร เหตฺถ ‘‘อามคนฺโธ’’ติ วุตฺโต. กึการณา? อมนุญฺญตฺตา, กิเลสอสุจิมิสฺสตฺตา, สพฺภิ ชิคุจฺฉิตตฺตา, ปรมทุคฺคนฺธภาววหตฺตา จ. ตถา หิ เย เย อุสฺสนฺนกิเลสา สตฺตา, เต เต อติทุคฺคนฺธา โหนฺติ. เตเนว นิกฺกิเลสานํ มตสรีรมฺปิ ทุคฺคนฺธํ น โหติ. ทานคฺคปริวหนเกติ ทานคฺคธุรวหนเก. มาปโกติ ทิวเส ทิวเส ปริมิตปริพฺพยทานวเสน ธญฺญมาปโก.
ปาฬิยนฺติ วินยปาฬิยํ. มิคชาตกํ อาหริตฺวา กเถสีติ อตีเต กิร โพธิสตฺโต มิคโยนิยํ นิพฺพตฺติตฺวา มิคคณปริวุโต อรญฺเญ วสติ. อถสฺส ภคินี อตฺตโน ปุตฺตกํ อุปเนตฺวา ‘‘ภาติก อิมํ ภาคิเนยฺยํ มิคมายํ สิกฺขาเปหี’’ติ อาห. โพธิสตฺโต ‘‘สาธู’’ติ ปฏิสฺสุณิตฺวา ‘‘คจฺฉ ตาต, อสุกเวลายํ นาม อาคนฺตฺวา สิกฺเขยฺยาสี’’ติ อาห. โส มาตุเลน วุตฺตเวลํ อนติกฺกมิตฺวา ตํ อุปสงฺกมิตฺวา มิคมายํ สิกฺขิ. โส เอกทิวสํ วเน วิจรนฺโต ปาเสน พทฺโธ พทฺธรวํ วิรวิ. มิคคโณ ปลายิตฺวา ‘‘ปุตฺโต เต ปาเสน พทฺโธ’’ติ ตสฺส มาตุยา อาโรเจสิ. สา ภาตุ สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘ภาติก ภาคิเนยฺโย เต มิคมายํ สิกฺขาปิโต’’ติ ปุจฺฉิ. โพธิสตฺโต ‘‘มา ตฺวํ ปุตฺตสฺส กิญฺจิ ปาปกํ อาสงฺกิ, สุคฺคหิตา เตน มิคมายา, อิทานิ ตํ หาสยมาโน อาคจฺฉิสฺสตี’’ติ วตฺวา ‘‘มิคํ ติปลฺลตฺถ’’นฺติอาทิมาห.
ตตฺถ มิคนฺติ ภาคิเนยฺยมิคํ. ติปลฺลตฺถํ วุจฺจติ สยนํ, อุโภหิ ปสฺเสหิ อุชุกเมว จ นิปนฺนกวเสน ตีหากาเรหิ ปลฺลตฺถํ อสฺส, ตีณิ วา ปลฺลตฺถานิ อสฺสาติ ติปลฺลตฺโถ, ตํ ติปลฺลตฺถํ. อเนกมายนฺติ พหุมายํ พหุวญฺจนํ. อฏฺฐกฺขุรนฺติ เอเกกสฺมึ ปาเท ทฺวินฺนํ ทฺวินฺนํ วเสน อฏฺฐหิ ขุเรหิ สมนฺนาคตํ. อฑฺฒรตฺตาปปายินฺติ ปุริมยามํ อติกฺกมิตฺวา มชฺฌิมยาเม อรญฺญโต อาคมฺม ปานียสฺส ปิวนโต อฑฺฒรตฺเต อาปํ ปิวตีติ อฑฺฒรตฺตาปปายี. ‘‘อฑฺฒรตฺเต อาปปายิ’’นฺติปิ ปาโฐ. มม ภาคิเนยฺยํ มิคํ อหํ สาธุกํ มิคมายํ อุคฺคณฺหาเปสึ. กถํ? ยถา เอเกน โสเตน ฉมายํ อสฺสสนฺโต ฉหิ กลาหิ อติโภติ ภาคิเนยฺโย. อิทํ วุตฺตํ โหติ – อยญฺหิ ตว ปุตฺตํ ตถา อุคฺคณฺหาเปสึ, ยถา เอกสฺมึ อุปริมนาสิกาโสเต วาตํ สนฺนิรุมฺภิตฺวา ปถวิยํ อลฺลีเนน เอเกน เหฏฺฐิมนาสิกาโสเตน ตเถว ฉมายํ อสฺสสนฺโต ฉหิ กลาหิ ลุทฺทกํ อติโภติ, ฉหิ โกฏฺฐาเสหิ อชฺโฌตฺถรติ วญฺเจตีติ อตฺโถ. กตเมหิ ฉหิ? จตฺตาโร ปาเท ปสาเรตฺวา เอเกน ปสฺเสน เสยฺยาย, ขุเรหิ ติณปํสุขณเนน, ชิวฺหานินฺนามเนน, อุทรสฺส อุทฺธุมาตภาวกรเณน, อุจฺจารปสฺสาววิสฺสชฺชเนน, วาตสฺส นิรุมฺภเนนาติ. อถ วา ตถา นํ อุคฺคณฺหาเปสึ, ยถา เอเกน โสเตน ฉมายํ อสฺสสนฺโต. ฉหีติ เหฏฺฐา วุตฺเตหิ ฉหิ การเณหิ. กลาหีติ กลายิสฺสติ, ลุทฺทกํ วญฺเจสฺสตีติ อตฺโถ. โภตีติ ภคินึ อาลปติ. ภาคิเนยฺโยติ เอวํ ฉหิ การเณหิ วญฺจกํ ภาคิเนยฺยํ นิทฺทิสติ.
เอวํ โพธิสตฺโต ภาคิเนยฺยสฺส มิคมายํ สาธุกํ อุคฺคหิตภาวํ วทนฺโต ภคินึ สมสฺสาเสสิ. โสปิ มิคโปตโก ปาเส พทฺโธ อนิพนฺธิตฺวาเยว ภูมิยํ มหาผาสุกปสฺเสน ปาเท ปสาเรตฺวา นิปนฺโน ปาทานํ อาสนฺนฏฺฐาเน ขุเรหิ เอว ปหริตฺวา ปํสุญฺจ ติณานิ จ อุปฺปาเฏตฺวา อุจฺจารปสฺสาวํ วิสฺสชฺเชตฺวา สีสํ ปาเตตฺวา ชิวฺหํ นินฺนาเมตฺวา สรีรํ เขฬกิลินฺนํ กตฺวา วาตคฺคหเณน อุทรํ อุทฺธุมาตกํ กตฺวา อกฺขีนิ ปริวตฺเตตฺวา เหฏฺฐานาสิกาโสเตน วาตํ สญฺจราเปนฺโต อุปริมนาสิกาโสเตน วาตํ สนฺนิรุมฺภิตฺวา สกลสรีรํ ถทฺธภาวํ คาหาเปตฺวา มตกาการํ ทสฺเสสิ, นีลมกฺขิกาปิ นํ สมฺปริวาเรสุํ, ตสฺมึ ตสฺมึ ฐาเน กากา นิลียึสุ. ลุทฺโท อาคนฺตฺวา อุทเร หตฺเถน ปหริตฺวา ‘‘ปาโตว พทฺโธ ภวิสฺสติ, ปูติโก ชาโต’’ติ ตสฺส พนฺธนรชฺชุํ โมเจตฺวา ‘‘เอตฺเถว ทานิ นํ อุกฺกนฺติตฺวา มํสํ อาทาย คมิสฺสามี’’ติ นิราสงฺโก หุตฺวา สาขาปลาสํ คเหตุํ อารทฺโธ. มิคโปตโกปิ อุฏฺฐาย จตูหิ ปาเทหิ ฐตฺวา กายํ วิธุนิตฺวา คีวํ ปสาเรตฺวา มหาวาเตน ฉินฺนวลาหโก วิย เวเคน มาตุ สนฺติกํ อคมาสิ. สตฺถา ‘‘น, ภิกฺขเว, ราหุโล อิทาเนว สิกฺขากาโม, ปุพฺเพปิ สิกฺขากาโมเยวา’’ติ เอวํ มิคชาตกํ อาหริตฺวา กเถสิ.
อมฺพลฏฺฐิยราหุโลวาทํ เทเสสีติ ‘‘ปสฺสสิ โน ตฺวํ, ราหุล, อิมํ ปริตฺตํ อุทกาวเสสํ อุทกาทาเน ฐปิตนฺติ? เอวํ, ภนฺเต. เอวํ ปริตฺตกํ โข, ราหุล, เตสํ สามญฺญํ, เยสํ นตฺถิ สมฺปชานมุสาวาเท ลชฺชา’’ติ เอวมาทินา อมฺพลฏฺฐิยราหุโลวาทํ (ม. นิ. ๒.๑๐๗ อาทโย) กเถสิ. เคหสิตํ วิตกฺกํ วิตกฺเกนฺตสฺสาติ อายสฺมา กิร ราหุโล ภควโต ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต คจฺฉนฺโตว ปาทตลโต ยาว อุปริ เกสนฺตา ตถาคตํ โอโลเกสิ, โส ภควโต พุทฺธเวสวิลาสํ ทิสฺวา ‘‘โสภติ ภควา ทฺวตฺตึสมหาปุริสลกฺขณวิจิตฺตสรีโร พฺยามปฺปภาปริกฺขิตฺตตาย วิปฺปกิณฺณสุวณฺณจุณฺณมชฺฌคโต วิย วิชฺชุลตาปริกฺขิตฺโต กนกปพฺพโต วิย ยนฺตสมากฑฺฒิตรตนวิจิตฺตสุวณฺณอคฺฆิกํ วิย ปํสุกูลจีวรปฺปฏิจฺฉนฺโนปิ รตฺตกมฺพลปริกฺขิตฺตกนกปพฺพโต วิย ปวาฬลตาปฏิมณฺฑิตสุวณฺณฆฏิกํ วิย จีนปิฏฺฐจุณฺณปูชิตสุวณฺณเจติยํ วิย ลาขารสานุลิตฺโต กนกถูโป วิย รตฺตวลาหกนฺตรคโต ตงฺขณมุคฺคตปุณฺณจนฺโท วิย อโห สมตึสปารมิตานุภาเวน สชฺชิตสฺส อตฺตภาวสฺส สิริสมฺปตฺตี’’ติ จินฺเตสิ. ตโต อตฺตานมฺปิ โอโลเกตฺวา ‘‘อหมฺปิ โสภามิ, สเจ ภควา จตูสุ มหาทีเปสุ จกฺกวตฺติรชฺชํ อกริสฺส, มยฺหํ ปริณายกฏฺฐานนฺตรมทสฺส, เอวํ สนฺเต อติวิย ชมฺพุทีปตลํ อติโสภิสฺสา’’ติ อตฺตภาวํ นิสฺสาย เคหสิตํ ฉนฺทราคํ อุปฺปาเทสิ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ – ‘‘สตฺถุ เจว อตฺตโน จ รูปสมฺปตฺตึ ทิสฺวา เคหสิตํ วิตกฺกํ วิตกฺเกนฺตสฺสา’’ติ.
ภควาปิ ปุรโต คจฺฉนฺโตว จินฺเตสิ – ‘‘ปริปุณฺณจฺฉวิมํสโลหิโต ทานิ ราหุลสฺส อตฺตภาโว, รชนีเยสุ รูปารมฺมณาทีสุ จิตฺตสฺส ปกฺขนฺทนกาโล ชาโต, นิปฺผลตาย นุ โข ราหุโล วีตินาเมตี’’ติ. อถ สหาวชฺชเนเนว ปสนฺเน อุทเก มจฺฉํ วิย ปริสุทฺเธ อาทาสมณฺฑเล มุขนิมิตฺตํ วิย จ ตสฺส ตํ จิตฺตุปฺปาทํ อทฺทส, ทิสฺวา จ ‘‘อยํ ราหุโล มยฺหํ อตฺรโช หุตฺวา มม ปจฺฉโต อาคจฺฉนฺโต ‘อหํ โสภามิ, มยฺหํ วณฺณายตนํ ปสนฺน’นฺติ อตฺตภาวํ นิสฺสาย เคหสิตํ ฉนฺทราคํ อุปฺปาเทติ, อติตฺเถ ปกฺขนฺโท, อุปฺปถํ ปฏิปนฺโน, อโคจเร จรติ, ทิสามูฬฺหอทฺธิโก วิย อคนฺตพฺพํ ทิสํ คจฺฉติ, อยํ โข ปนสฺส กิเลโส อพฺภนฺตเร วฑฺฒนฺโต อตฺตตฺถมฺปิ ยถาภูตํ ปสฺสิตุํ น ทสฺสิสฺสติ ปรตฺถมฺปิ อุภยตฺถมฺปิ, ตโต นิรเยปิ ปฏิสนฺธึ คณฺหาเปสฺสติ, ติรจฺฉานโยนิยมฺปิ เปตฺติวิสเยปิ อสุรกาเยปิ สมฺพาเธปิ มาตุกุจฺฉิสฺมินฺติ อนมตคฺเค สํสารวฏฺเฏ ปริปาเตสฺสติ. ยถา โข ปน อเนกรตนปูรา มหานาวา ภินฺนผลกนฺตเรน อุทกํ อาทิยมานา มุหุตฺตมฺปิ น อชฺฌุเปกฺขิตพฺพา โหติ, เวเคน เวเคนสฺสา วิวรํ ปิทหิตุํ วฏฺฏติ, เอวเมว อยมฺปิ น อชฺฌุเปกฺขิตพฺโพ. ยาวสฺส อยํ กิเลโส อพฺภนฺตเร สีลรตนาทีนิ น วินาเสติ, ตาวเทว นํ นิคฺคณฺหิสฺสามี’’ติ อชฺฌาสยํ อกาสิ. ตโต ราหุลํ อามนฺเตตฺวา ‘‘ยํ กิญฺจิ, ราหุล, รูปํ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนํ อชฺฌตฺตํ วา พหิทฺธา วา โอฬาริกํ วา สุขุมํ วา หีนํ วา ปณีตํ วา ยํ ทูเร สนฺติเก วา, สพฺพํ รูปํ ‘เนตํ มม, เนโสหมสฺมิ, น เมโส อตฺตา’ติ เอวเมตํ ยถาภูตํ สมฺมปฺปญฺญาย ทฏฺฐพฺพนฺติ. รูปเมว นุ โข ภควา รูปเมว นุ โข สุคตาติ. รูปมฺปิ ราหุล, เวทนาปิ ราหุล, สญฺญาปิ ราหุล, สงฺขาราปิ ราหุล, วิญฺญาณมฺปิ ราหุลา’’ติ มหาราหุโลวาทสุตฺตํ (ม. นิ. ๒.๑๑๓ อาทโย) อภาสิ. ตํ ทสฺเสตุํ – ‘‘ยํ กิญฺจิ ราหุล…เป… กเถสี’’ติ วุตฺตํ.
สํยุตฺตเก ปน ราหุโลวาโทติ ราหุลสํยุตฺเต วุตฺตราหุโลวาทํ สนฺธาย วทนฺติ. ตตฺถ ‘‘สาธุ เม, ภนฺเต, ภควา สํขิตฺเตน ธมฺมํ เทเสตุ, ยมหํ, ภนฺเต, ภควโต ธมฺมํ สุตฺวา เอโก วูปกฏฺโฐ อปฺปมตฺโต อาตาปี ปหิตตฺโต วิหเรยฺย’’นฺติ เถเรน ยาจิโต ‘‘ตํ กึ มญฺญสิ, ราหุล, จกฺขุ นิจฺจํ วา อนิจฺจํ วาติ? อนิจฺจํ, ภนฺเต. ยํ ปนานิจฺจํ, ทุกฺขํ วา ตํ สุขํ วาติ? ทุกฺขํ, ภนฺเต. ยํ ปนานิจฺจํ ทุกฺขํ วิปริณามธมฺมํ, กลฺลํ นุ ตํ สมนุปสฺสิตุํ ‘เอตํ มม, เอโสหมสฺมิ, เอโส เม อตฺตา’’’ติอาทินา ราหุโลวาทํ (สํ. นิ. ๒.๑๘๘ อาทโย) อารภิ. เถรสฺส วิปสฺสนาจาโรเยว, น ปน มหาราหุโลวาโท วิย วิตกฺกูปจฺเฉทาย วุตฺโตติ อธิปฺปาโย.
อถสฺส สตฺถา ญาณปริปากํ ญตฺวาติอาทีสุ ภควโต กิร รโหคตสฺส ปฏิสลฺลีนสฺส เอวํ เจตโส ปริวิตกฺโก อุทปาทิ ‘‘ปริปกฺกา โข ราหุลสฺส วิมุตฺติปริปาจนียา ธมฺมา, ยนฺนูนาหํ ราหุลํ อุตฺตริ อาสวานํ ขเย วิเนยฺย’’นฺติ? อถสฺส ภควา ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย สาวตฺถิยํ ปิณฺฑาย จริตฺวา ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโต อายสฺมนฺตํ ราหุลํ อามนฺเตสิ – ‘‘คณฺหาหิ, ราหุล, นิสีทนํ, เยน อนฺธวนํ เตนุปสงฺกมิสฺสาม ทิวาวิหารายา’’ติ. ‘‘เอวํ, ภนฺเต’’ติ โข อายสฺมา ราหุโล ภควโต ปฏิสฺสุตฺวา นิสีทนํ อาทาย ภควโต ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต อนุพนฺธิ. เตน โข ปน สมเยน อเนกานิ เทวตาสหสฺสานิ ภควนฺตํ อภิวนฺทิตฺวา อนุพนฺธิตา โหนฺติ ‘‘อชฺช ภควา อายสฺมนฺตํ ราหุลํ อุตฺตริ อาสวานํ ขเย วิเนสฺสตี’’ติ. อถ โข ภควา อนฺธวนํ อชฺโฌคาเหตฺวา อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทิ. อายสฺมาปิ ราหุโล ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. อถ อายสฺมนฺตํ ราหุลํ อามนฺเตตฺวา ‘‘ตํ กึ มญฺญสิ, ราหุล, จกฺขุ นิจฺจํ วา อนิจฺจํ วาติ? อนิจฺจํ, ภนฺเต. ยํ ปนานิจฺจํ, ทุกฺขํ วา ตํ สุขํ วาติ? ทุกฺขํ, ภนฺเต. ยํ ปนานิจฺจํ ทุกฺขํ วิปริณามธมฺมํ, กลฺลํ นุ ตํ สมนุปสฺสิตุํ ‘เอตํ มม, เอโสหมสฺมิ, เอโส เม อตฺตา’’’ติอาทินา ราหุโลวาทํ (สํ. นิ. ๔.๑๒๑) อทาสิ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ – ‘‘อนฺธวเน นิสินฺโน จูฬราหุโลวาทํ กเถสี’’ติ.
โกฏิสตสหสฺสเทวตาหีติ อายสฺมตา ราหุเลน ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต ปาทมูเล ปถวินฺธรราชกาเล ปตฺถนํ ฐเปนฺเตน สทฺธึ ปตฺถนํ ฐปิตเทวตาเยเวตา. ตาสุ ปน กาจิ ภูมฏฺฐเทวตา, กาจิ อนฺตลิกฺขฏฺฐกา, กาจิ จาตุมหาราชิกาทิเทวโลเก, กาจิ พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺตา, อิมสฺมึ ปน ทิวเส สพฺพา เอกฏฺฐาเน อนฺธวนสฺมึเยว สนฺนิปติตา.
อาภิโทสิกนฺติ ปาริวาสิกํ เอกรตฺตาติกฺกนฺตํ ปูติภูตํ. เอกรตฺตาติกฺกนฺตสฺเสว หิ นามสญฺญา เอสา, ยทิทํ อาภิโทสิโกติ. อยํ ปเนตฺถ วจนตฺโถ – ปูติภาวโทเสน อภิภูโตติ อภิโทโส, อภิโทโสเยว อาภิโทสิโก. กุมฺมาสนฺติ ยวกุมฺมาสํ. อธิวาเสตฺวาติ ‘‘เตน หิ, ตาต รฏฺฐปาล, อธิวาเสหิ สฺวาตนาย ภตฺต’’นฺติ ปิตรา นิมนฺติโต สฺวาตนาย ภิกฺขํ อธิวาเสตฺวา. เอตฺถ จ เถโร ปกติยา อุกฺกฏฺฐสปทานจาริโก สฺวาตนาย ภิกฺขํ นาม นาธิวาเสติ, มาตุ อนุคฺคเหน ปน อธิวาเสติ. มาตุ กิรสฺส เถรํ อนุสฺสริตฺวา อนุสฺสริตฺวา มหาโสโก อุปฺปชฺชติ, โรทเนเนว ทุกฺขี วิย ชาตา, ตสฺมา เถโร ‘‘สจาหํ ตํ อปสฺสิตฺวา คมิสฺสามิ, หทยมฺปิสฺสา ผเลยฺยา’’ติ อนุคฺคเหน อธิวาเสสิ. ปณฺฑิตา หิ ภิกฺขู มาตาปิตูนํ อาจริยุปชฺฌายานํ วา กาตพฺพํ อนุคฺคหํ อชฺฌุเปกฺขิตฺวา ธุตงฺคสุทฺธิกา น ภวนฺติ.
อลงฺกตปฏิยตฺเต อิตฺถิชเนติ ปิตรา อุยฺโยชิเต อิตฺถิชเน. ปิตา กิรสฺส ทุติยทิวเส สกนิเวสเน มหนฺตํ หิรญฺญสุวณฺณสฺส ปุญฺชํ การาเปตฺวา กิลญฺเชหิ ปฏิจฺฉาทาเปตฺวา อายสฺมโต รฏฺฐปาลสฺส ปุราณทุติยิกาโย ‘‘เอถ ตุเมฺห วธู, เยน อลงฺกาเรน อลงฺกตา ปุพฺเพ รฏฺฐปาลสฺส กุลปุตฺตสฺส ปิยา โหถ มนาปา, เตน อลงฺกาเรน อลงฺกโรถา’’ติ อาณาเปตฺวา ปณีตํ ขาทนียํ โภชนียํ ปฏิยาทาเปตฺวา กาเล อาโรจิเต อาคนฺตฺวา ปญฺญตฺเต อาสเน นิสินฺนํ ‘‘อิทํ เต, รฏฺฐปาล, มตฺติกํ ธนํ, อญฺญํ เปตฺติกํ, อญฺญํ ปิตามหํ; สกฺกา, ตาต รฏฺฐปาล, โภเค จ ภุญฺชิตุํ, ปุญฺญานิ จ กาตุํ? เอหิ ตฺวํ, ตาต รฏฺฐปาล, สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย หีนายาวตฺติตฺวา โภเค จ ภุญฺชสฺสุ, ปุญฺญานิ จ กโรหี’’ติ ยาจิตฺวา เตน ปฏิกฺขิปิตฺวา ธมฺเม เทสิเต ‘‘อหํ อิมํ อุปฺปพฺพาเชสฺสามี’’ติ อานยึ, โส ‘‘ทานิ เม ธมฺมกถํ กาตุํ อารทฺโธ, อลํ เม วจนํ น กริสฺสตี’’ติ อุฏฺฐาย คนฺตฺวา ตสฺส โอโรธานํ ทฺวารํ วิวราเปตฺวา ‘‘อยํ โว สามิโก, คจฺฉถ, ยํ กิญฺจิ กตฺวาน คณฺหิตุํ วายมถา’’ติ อุยฺโยเชสิ. ตีสุ วเยสุ ฐิตา นาฏกิตฺถิโย เถรํ ปริวารยึสุ. ตาสุ อยํ อสุภสญฺญํ อุปฺปาเทสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อลงฺกตปฏิยตฺเต อิตฺถิชเน อสุภสญฺญํ อุปฺปาเทตฺวา’’ติ.
ฐิตโกว ธมฺมํ เทเสตฺวาติ –
‘‘ปสฺส จิตฺตกตํ พิมฺพํ, อรุกายํ สมุสฺสิตํ;
อาตุรํ พหุสงฺกปฺปํ, ยสฺส นตฺถิ ธุวํ ฐิติ.
‘‘ปสฺส จิตฺตกตํ รูปํ, มณินา กุณฺฑเลน จ;
อฏฺฐึ ตเจน โอนทฺธํ, สห วตฺเถหิ โสภติ.
‘‘อลตฺตกกตา ปาทา, มุขํ จุณฺณกมกฺขิตํ;
อลํ พาลสฺส โมหาย, โน จ ปารคเวสิโน.
‘‘อฏฺฐาปทกตา เกสา, เนตฺตา อญฺชนมกฺขิตา;
อลํ พาลสฺส โมหาย, โน จ ปารคเวสิโน.
‘‘อญฺชนีวณฺณวา จิตฺตา, ปูติกาโย อลงฺกโต;
อลํ พาลสฺส โมหาย, โน จ ปารคเวสิโน.
‘‘โอทหิ มิคโว ปาสํ, นาสทา วาคุรํ มิโค;
ภุตฺวา นิวาปํ คจฺฉามิ, กนฺทนฺเต มิคพนฺธเก’’ติ. (ม. นิ. ๒.๓๐๒; เถรคา. ๗๖๙-๗๗๔) –
อิมาหิ คาถาหิ ธมฺมํ เทเสตฺวา.
อากาสํ อุปฺปติตฺวาติ อากาสํ ปกฺขนฺทิตฺวา. กสฺมา ปน เถโร อากาเสน คโต? ปิตา กิรสฺส เสฏฺฐิ สตฺตสุ ทฺวารโกฏฺฐเกสุ อคฺคฬานิ ทาเปตฺวา มลฺเล อาณาเปสิ ‘‘สเจ นิกฺขมิตฺวา คจฺฉติ, หตฺถปาเทสุ นํ คเหตฺวา กาสายานิ หริตฺวา คิหิเวสํ คณฺหาเปถา’’ติ. ตสฺมา เถโร ‘‘เอเต มาทิสํ มหาขีณาสวํ หตฺเถ วา ปาเท วา คเหตฺวา อปุญฺญํ ปสเวยฺยุํ, ตํ เนสํ มา อโหสี’’ติ จินฺเตตฺวา อากาเสน อคมาสิ. มิคจีรนฺติ เอวํนามกํ อุยฺยานํ. จตุปาริชุญฺญปฏิมณฺฑิตนฺติ ชราปาริชุญฺญํ, พฺยาธิปาริชุญฺญํ, โภคปาริชุญฺญํ, ญาติปาริชุญฺญนฺติ อิเมหิ จตูหิ ปาริชุญฺเญหิ ปฏิมณฺฑิตํ. ปาริชุญฺญนฺติ จ ปริหานีติ อตฺโถ. เสสเมตฺถ สุวิญฺเญยฺยเมว.
กุณฺฑธานตฺเถรวตฺถุ
๒๑๑. ตติเย สลากํ คณฺหนฺตีติ สลากคาหกา. สุนาปรนฺตชนปทํ คจฺฉนฺเตปิ ปฐมเมว สลากํ คณฺหีติ สมฺพนฺโธ. ฉพฺพสฺสนฺตเรติ ฉนฺนํ วสฺสานํ อพฺภนฺตเร. เมตฺตีติ มิตฺตภาโว. เภทเก สตีติ เภทกรเณ สติ. คุมฺพสภาคโตติ คุมฺพสมีปโต, อยเมว วา ปาโฐ. อิตฺถี หุตฺวาติ อิตฺถี วิย หุตฺวา, มนุสฺสิตฺถิวณฺณํ มาเปตฺวาติ อตฺโถ. ทีฆรตฺตานุคโตติ ทีฆกาลํ อนุพนฺโธ. เอตฺตกํ อทฺธานนฺติ เอตฺตกํ กาลํ. หนฺทาวุโสติ คณฺหาวุโส. อตฺถํ คเหตฺวาติ ภูตตฺถํ คเหตฺวา, อยเมว วา ปาโฐ. โกณฺโฑ ชาโตติ ธุตฺโต ชาโต.
มาโวจ ผรุสํ กญฺจีติ กญฺจิ เอกปุคฺคลํ ผรุสํ มา อโวจ. วุตฺตา ปฏิวเทยฺยุ ตนฺติ ตยา ปเร ทุสฺสีลาติ วุตฺตา ตมฺปิ ตเถว ปฏิวเทยฺยุํ. ทุกฺขา หิ สารมฺภกถาติ เอสา การณุตฺตรา ยุคคฺคาหกถา นาม ทุกฺขา. ปฏิทณฺฑา ผุเสยฺยุ ตนฺติ กายทณฺฑาทีหิ ปรํ ปหรนฺตสฺส ตาทิสาว ปฏิทณฺฑา ตว มตฺถเก ปเตยฺยุํ.
สเจ เนเรสิ อตฺตานนฺติ สเจ อตฺตานํ นิจฺจลํ กาตุํ สกฺขิสฺสสิ. กํโส อุปหโต ยถาติ มุขวฏฺฏิยํ ฉินฺทิตฺวา ตลมตฺตํ กตฺวา ฐปิตํ กํสตาลํ วิย. ตาทิสญฺหิ หตฺเถหิ ปาเทหิ ทณฺเฑน วา ปหตมฺปิ สทฺทํ น กโรติ. เอส ปตฺโตสิ นิพฺพานนฺติ สเจ เอวรูโป ภวิตุํ สกฺขิสฺสสิ, อิมํ ปฏิปทํ ปูรยมาโน เอโส ตฺวํ อิทานิ อปฺปตฺโตปิ นิพฺพานํ ปตฺโตสิ นาม. สารมฺโภ เต น วิชฺชตีติ ‘‘เอวญฺจ สติ ตฺวํ ทุสฺสีโล, อหํ สุสีโล’’ติ เอวมาทิโก อุตฺตริกรณวาจาลกฺขโณ สารมฺโภ เต น วิชฺชติ, น ภวิสฺสติเยวาติ อตฺโถ. ปริกฺกิเลเสนาติ สํกิเลสเหตุนา.
วงฺคีสตฺเถรวตฺถุ
๒๑๒. จตุตฺเถ สมฺปนฺนปฏิภานานนฺติ ปริปุณฺณปฏิภานานํ. จุตึ โย เวทิ…เป… สพฺพโสติ โย สตฺตานํ จุติญฺจ ปฏิสนฺธิญฺจ สพฺพากาเรน ปากฏํ กตฺวา ชานาติ, ตํ อหํ อลคฺคนตาย อสตฺตํ, ปฏิปตฺติยา สุฏฺฐุ คตตฺตา สุคตํ, จตุนฺนํ สจฺจานํ สมฺพุทฺธตฺตา พุทฺธํ พฺราหฺมณํ วทามีติ อตฺโถ. ยสฺส คตินฺติ ยสฺเสเต เทวาทโย คตึ น ชานนฺติ, ตมหํ อาสวานํ ขีณตาย ขีณาสวํ, กิเลเสหิ อารกตฺตา อรหนฺตํ พฺราหฺมณํ วทามีติ อตฺโถ.
อุปเสนวงฺคนฺตปุตฺตตฺเถรวตฺถุ
๒๑๓. ปญฺจเม สพฺพปาสาทิกานนฺติ สพฺพโส ปสาทํ ชเนนฺตานํ. กินฺตายนฺติ กึ เต อยํ. อติลหุนฺติ อติสีฆํ. ยสฺส ตสฺมึ อตฺตภาเว อุปฺปชฺชนารหานํ มคฺคผลานํ อุปนิสฺสโย นตฺถิ, ตํ พุทฺธา ‘‘โมฆปุริโส’’ติ วทนฺติ อริฏฺฐลาฬุทายิอาทิเก วิย. อุปนิสฺสเย สติปิ ตสฺมึ ขเณ มคฺเค วา ผเล วา อสติ ‘‘โมฆปุริสา’’ติ วทนฺติเยว ธนิยตฺเถราทิเก วิย. อิมสฺสปิ ตสฺมึ ขเณ มคฺคผลานํ อภาวโต ‘‘โมฆปุริสา’’ติ อาห, ตุจฺฉมนุสฺสาติ อตฺโถ. พาหุลฺลายาติ ปริสพาหุลฺลาย. อเนกปริยาเยนาติ อเนกการเณน.
อิจฺฉามหํ, ภิกฺขเวติ ภควา กิร ตํ อทฺธมาสํ น กญฺจิ โพธเนยฺยสตฺตํ อทฺทส, ตสฺมา เอวมาห, เอวํ สนฺเตปิ ตนฺติวเสน ธมฺมเทสนา กตฺตพฺพา สิยา. ยสฺมา ปนสฺส เอตทโหสิ – ‘‘มยิ โอกาสํ กาเรตฺวา ปฏิสลฺลีเน ภิกฺขู อธมฺมิกํ กติกวตฺตํ กริสฺสนฺติ, ตํ อุปเสโน ภินฺทิสฺสติ, อหํ ตสฺส ปสีทิตฺวา ภิกฺขูนํ ทสฺสนํ อนุชานิสฺสามิ. ตโต มํ ปสฺสิตุกามา พหู ภิกฺขู ธุตงฺคานิ สมาทิยิสฺสนฺติ, อหญฺจ เตหิ อุชฺฌิตสนฺถตปจฺจยา สิกฺขาปทํ ปญฺญเปสฺสามี’’ติ, ตสฺมา เอวมาห. เถรสฺสาติ อุปเสนตฺเถรสฺส. มนาปานิ เต ภิกฺขุ ปํสุกูลานีติ ‘‘ภิกฺขุ ตว อิมานิ ปํสุกูลานิ มนาปานิ อตฺตโน รุจิยา ขนฺติยา คหิตานี’’ติ ปุจฺฉติ. น โข เม, ภนฺเต, มนาปานิ ปํสุกูลานีติ, ภนฺเต, น มยา อตฺตโน รุจิยา ขนฺติยา คหิตานิ, คลคฺคาเหน วิย มตฺถกตาฬเนน วิย จ คาหิโต มยาติ ทสฺเสติ. ปาฬิยํ อาคตเมวาติ วินยปาฬึ สนฺธาย วทติ.
ทพฺพตฺเถรวตฺถุ
๒๑๔. ฉฏฺเฐ อฏฺฐารสสุ มหาวิหาเรสูติ ราชคหสฺส สมนฺตโต ฐิเตสุ อฏฺฐารสสุ มหาวิหาเรสุ. อุปวิชญฺญาติ อาสนฺนปสูติกาลา. รโหคโตติ รหสิ คโต. สงฺฆสฺส เวยฺยาวจฺจกรเณ กายํ โยเชตุกาโม จินฺเตสีติ เถโร กิร อตฺตโน กตกิจฺจภาวํ ทิสฺวา ‘‘อหํ อิมํ สรีรํ ธาเรมิ, ตญฺจ โข วาตมุเข ฐิตปทีโป วิย อนิจฺจตามุเข ฐิตํ นจิรสฺเสว นิพฺพายนธมฺมํ ยาว น นิพฺพายติ, ตาว กึ นุ โข อหํ สงฺฆสฺส เวยฺยาวจฺจํ กเรยฺย’’นฺติ จินฺเตนฺโต อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ ‘‘ติโรรฏฺเฐสุ พหู กุลปุตฺตา ภควนฺตํ อทิสฺวาว ปพฺพชนฺติ, เต ‘ภควนฺตํ ปสฺสิสฺสาม เจว วนฺทิสฺสามา’ติ จ ทูรโตปิ อาคจฺฉนฺติ, ตตฺร เยสํ เสนาสนํ นปฺปโหติ, เต สิลาปตฺตเกปิ เสยฺยํ กปฺเปนฺติ. ปโหมิ โข ปนาหํ อตฺตโน อานุภาเวน เตสํ เตสํ กุลปุตฺตานํ อิจฺฉาวเสน ปาสาทวิหารอฑฺฒโยคาทีนิ มญฺจปีฐตฺถรณานิ นิมฺมินิตฺวา ทาตุํ? ปุนทิวเส เจตฺถ เอกจฺเจ อติวิย กิลนฺตรูปา โหนฺติ, เต คารเวน ภิกฺขูนํ ปุรโต ฐตฺวา ภตฺตานิปิ น อุทฺทิสาเปนฺติ, อหํ โข ปน เตสํ ภตฺตานิปิ อุทฺทิสิตุํ ปโหมี’’ติ. อิติ ปฏิสญฺจิกฺขนฺโต ‘‘ยํนูนาหํ สงฺฆสฺส เสนาสนญฺจ ปญฺญเปยฺยํ, ภตฺตานิ จ อุทฺทิเสยฺย’’นฺติ จินฺเตสิ. สภาคสภาคานนฺติ สุตฺตนฺติกาทิคุณวเสน สภาคานํ, น มิตฺตสนฺถววเสน. เถโร หิ ยาวติกา สุตฺตนฺติกา โหนฺติ, เต อุจฺจินิตฺวา อุจฺจินิตฺวา เอกโต เตสํ อนุรูปเมว เสนาสนํ ปญฺญเปติ. เวนยิกาภิธมฺมิกกมฺมฏฺฐานิกกายทฬฺหิพหุเลสุปิ เอเสว นโย. เตเนว ปาฬิยํ (ปารา. ๓๘๐) วุตฺตํ – ‘‘เยเต ภิกฺขู สุตฺตนฺติกา, เตสํ เอกชฺฌํ เสนาสนํ ปญฺญเปตี’’ติอาทิ.
องฺคุลิยา ชลมานายาติ เตโชกสิณจตุตฺถชฺฌานํ สมาปชฺชิตฺวา วุฏฺฐาย อภิญฺญาญาเณน องฺคุลิชลนํ อธิฏฺฐหิตฺวา เตเนว เตโชธาตุสมาปตฺติชนิเตน อคฺคิชาเลน องฺคุลิยา ชลมานาย. อยํ มญฺโจติอาทีสุ ปน เถเร ‘‘อยํ มญฺโจ’’ติอาทึ วทนฺเต นิมฺมิตาปิ อตฺตโน อตฺตโน คตฏฺฐาเน ‘‘อยํ มญฺโจ’’ติอาทึ วทนฺติ. อยญฺหิ นิมฺมิตานํ ธมฺมตา.
‘‘เอกสฺมึ ภาสมานสฺมึ, สพฺเพ ภาสนฺติ นิมฺมิตา;
เอกสฺมึ ตุณฺหิมาสิเน, สพฺเพ ตุณฺหี ภวนฺติ เต’’ติ. (ที. นิ. ๒.๒๘๖);
ยสฺมึ ปน วิหาเร มญฺจปีฐาทีนิ น ปริปูเรนฺติ, ตตฺถ อตฺตโน อานุภาเวน ปูเรนฺติ, เตน นิมฺมิตานํ อวตฺถุกํ วจนํ น โหติ สพฺพตฺถ มญฺจปีฐาทีนํ สพฺภาวโต. สพฺพวิหาเรสุ จ คมนมคฺเค สมปฺปมาเณ กตฺวา อธิฏฺฐาติ. กติกสณฺฐานาทีนํ ปน นานปฺปการตฺตา ตสฺมึ ตสฺมึ วิหาเร กติกวตฺตานิ วิสุํ วิสุํ กถาเปตีติ เวทิตพฺพํ. อนิยเมตฺวา นิมฺมิตานญฺหิ ‘‘เอกสฺมึ ภาสมานสฺมิ’’นฺติอาทิธมฺมตา วุตฺตา. ตถา หิ เย วณฺณวยสรีราวยวปริกฺขารกิริยาวิเสสาทีหิ นิยมํ อกตฺวา นิมฺมิตา โหนฺติ, เต อนิยเมตฺวา นิมฺมิตตฺตา อิทฺธิมตา สทิสาว โหนฺติ. ฐานนิสชฺชาทีสุ ภาสิตตุณฺหีภาวาทีสุ วา ยํ ยํ อิทฺธิมา กโรติ, ตํ ตเทว กโรนฺติ. สเจ ปน นานปฺปกาเร กาตุกาโม โหติ, เกจิ ปฐมวเย, เกจิ มชฺฌิมวเย, เกจิ ปจฺฉิมวเย, ตถา ทีฆเกเส อุปฑฺฒมุณฺเฑ มิสฺสกเกเส อุปฑฺฒรตฺตจีวเร ปณฺฑุกจีวเร, ปทภาณธมฺมกถาสรภญฺญปญฺหปุจฺฉนปญฺหวิสฺสชฺชนรชนปจนจีวรสิพฺพนโธวนาทีนิ กโรนฺเต, อปเรปิ วา นานปฺปกาเร กาตุกาโม โหติ, เตน ปาทกชฺฌานโต วุฏฺฐาย ‘‘เอตฺตกา ภิกฺขู ปฐมวยา โหนฺตู’’ติอาทินา นเยน ปริกมฺมํ กตฺวา ปุน สมาปชฺชิตฺวา วุฏฺฐาย อธิฏฺฐิเต อธิฏฺฐานจิตฺเตน สทฺธึ อิจฺฉิติจฺฉิตปฺปการาเยว โหนฺติ. ปุน อตฺตโน วสนฏฺฐานเมว อาคจฺฉตีติ เตหิ สทฺธึ ชนปทกถํ กเถนฺโต อนิสีทิตฺวา อตฺตโน วสนฏฺฐานํ เวฬุวนเมว ปจฺจาคจฺฉติ. ปาฬิยนฺติ วินยปาฬิยํ.
ปิลินฺทวจฺฉตฺเถรวตฺถุ
๒๑๕. สตฺตเม ปิยานนฺติ ปิยายิตพฺพานํ. มนาปานนฺติ มนวฑฺฒนกานํ. ปิลินฺโทติ ปนสฺส โคตฺตํ, วจฺโฉติ นามนฺติ เอตฺถ วุตฺตวิปริยาเยนปิ วทนฺติ ‘‘ปิลินฺโทติ นามํ, วจฺโฉติ โคตฺต’’นฺติ. เตเนว อาจริยธมฺมปาลตฺเถเรน เถรคาถาสํวณฺณนาย (เถรคา. อฏฺฐ. ๑.๘ ปิลินฺทวจฺฉตฺเถรคาถาวณฺณนา) วุตฺตํ – ‘‘ปิลินฺโทติสฺส นามํ อกํสุ, วจฺโฉติ ปน โคตฺตํ. เตน โส อปรภาเค ปิลินฺทวจฺโฉติ ปญฺญายิตฺถา’’ติ. สํสนฺเทตฺวาติ เอกโต กตฺวา.
สตฺถุ ธมฺมเทสนํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวาติ อิทํ องฺคุตฺตรภาณกานํ กถามคฺเคน วุตฺตํ. อปเร ปน ภณนฺติ – อนุปฺปนฺเนเยว อมฺหากํ ภควติ สาวตฺถิยํ พฺราหฺมณเคเห นิพฺพตฺติตฺวา ปิลินฺทวจฺโฉติ ปญฺญาโต สํสาเร สํเวคพหุลตาย ปริพฺพาชกปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา จูฬคนฺธารํ นาม วิชฺชํ สาเธตฺวา อากาสจารี ปรจิตฺตวิทู จ หุตฺวา ราชคเห ลาภคฺคยสคฺคปฺปตฺโต ปฏิวสติ. อถ ยทา อมฺหากํ ภควา อภิสมฺพุทฺโธ หุตฺวา อนุกฺกเมน ราชคหํ อุปคโต, ตโต ปฏฺฐาย พุทฺธานุภาเวน ตสฺส สา วิชฺชา น สมฺปชฺชติ, อตฺถกิจฺจํ น สาเธติ. โส จินฺเตสิ – ‘‘สุตํ โข ปน เมตํ ‘อาจริยปาจริยานํ ภาสมานานํ ยตฺถ มหาคนฺธารวิชฺชา ธรติ, ตตฺถ จูฬคนฺธารวิชฺชา น สมฺปชฺชตี’ติ. สมณสฺส ปน โคตมสฺส อาคตกาลโต ปฏฺฐาย นายํ มม วิชฺชา สมฺปชฺชติ, นิสฺสํสยํ สมโณ โคตโม มหาคนฺธารวิชฺชํ ชานาติ, ยนฺนูนาหํ ตํ ปยิรุปาสิตฺวา ตสฺส สนฺติเก วิชฺชํ ปริยาปุเณยฺย’’นฺติ. โส ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา เอตทโวจ – ‘‘อหํ, มหาสมณ, ตว สนฺติเก เอกํ วิชฺชํ ปริยาปุณิตุกาโม, โอกาสํ เม กโรหี’’ติ. ภควา ‘‘เตน หิ ปพฺพชา’’ติ อาห. โส ‘‘วิชฺชาย ปริกมฺมํ ปพฺพชฺชา’’ติ มญฺญมาโน ปพฺพชีติ. ปรวมฺภนวเสนาติ ปเรสํ ครหนวเสน.
อกกฺกสนฺติ อผรุสํ. วิญฺญาปนินฺติ อตฺถวิญฺญาปนึ. สจฺจนฺติ ภูตตฺถํ. นาภิสเชติ ยาย คิราย อญฺญํ กุชฺฌาปนวเสน น ลคาเปยฺย, ขีณาสโว นาม เอวรูปเมว คิรํ น ภาเสยฺย, ตสฺมา ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ วทามีติ อตฺโถ.
อนุวิจินิตฺวาติ อนุวิจาเรตฺวา. จณฺฑิกตํ คจฺฉนฺตนฺติ สีฆคติยา คจฺฉนฺตํ.
พาหิยทารุจีริยตฺเถรวตฺถุ
๒๑๖. อฏฺฐเม เอกรตฺติวาเสน คนฺตฺวาติ เทวตานุภาเวน คนฺตฺวา. ‘‘พุทฺธานุภาเวนา’’ติปิ วทนฺติ. เอวํ คโต จ วิหารํ ปวิสิตฺวา สมฺพหุเล ภิกฺขู ภุตฺตปาตราเส กายาลสิยวิโมจนตฺถาย อพฺโภกาเส จงฺกมนฺเต ทิสฺวา ‘‘กหํ เอตรหิ สตฺถา’’ติ ปุจฺฉิ. ภิกฺขู ‘‘สาวตฺถิยํ ปิณฺฑาย ปวิฏฺโฐ’’ติ วตฺวา ตํ ปุจฺฉึสุ – ‘‘ตฺวํ ปน กุโต อาคโต’’ติ? สุปฺปารกา อาคโตมฺหีติ. กทา นิกฺขนฺโตสีติ? หิยฺโย สายํ นิกฺขนฺโตมฺหีติ. ทูรโต อาคโต, ตว ปาเท โธวิตฺวา เตเลน มกฺเขตฺวา โถกํ วิสฺสมาหิ, อาคตกาเล สตฺถารํ ทกฺขิสฺสตีติ. อหํ, ภนฺเต, สตฺถุ วา อตฺตโน วา ชีวิตนฺตรายํ น ชานามิ, เอกรตฺเตเนวมฺหิ กตฺถจิ อฏฺฐตฺวา อนิสีทิตฺวา วีสโยชนสติกํ มคฺคํ อาคโต, สตฺถารํ ปสฺสิตฺวาว วิสฺสมิสฺสามีติ. โส เอวํ วตฺวา ตรมานรูโป สาวตฺถึ ปวิสิตฺวา ภควนฺตํ อโนปมาย พุทฺธสิริยา ปิณฺฑาย จรนฺตํ ทิสฺวา ‘‘จิรสฺสํ วต เม ทิฏฺโฐ สมฺมาสมฺพุทฺโธ’’ติ ทิฏฺฐฏฺฐานโต ปฏฺฐาย โอณตสรีโร คนฺตฺวา อนฺตรวีถิยเมว ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิตฺวา โคปฺผเกสุ ทฬฺหํ คเหตฺวา เอวมาห – ‘‘เทเสตุ เม, ภนฺเต, ภควา ธมฺมํ, เทเสตุ เม สุคโต ธมฺมํ, ยํ มมสฺส ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขายา’’ติ.
อถ นํ สตฺถา ‘‘อกาโล โข ตาว, พาหิย, อนฺตรฆรํ ปวิฏฺโฐมฺหิ ปิณฺฑายา’’ติ ปฏิกฺขิปิ. ตํ สุตฺวา พาหิโย, ‘‘ภนฺเต, สํสาเร สํสรนฺเตน กพฬีการาหาโร น โน ลทฺธปุพฺโพ, ตุมฺหากํ วา มยฺหํ วา ชีวิตนฺตรายํ น ชานามิ, เทเสถ เม ธมฺม’’นฺติ. สตฺถา ทุติยมฺปิ ปฏิกฺขิปิเยว. เอวํ กิรสฺส อโหสิ ‘‘อิมสฺส มํ ทิฏฺฐกาลโต ปฏฺฐาย สกลสรีรํ ปีติยา นิรนฺตรํ อชฺโฌตฺถฏํ โหติ, พลวปีติเวเคน ธมฺมํ สุตฺวาปิ น สกฺขิสฺสติ ปฏิวิชฺฌิตุํ, มชฺฌตฺตุเปกฺขา ตาว ติฏฺฐตุ, เอกรตฺเตเนว วีสโยชนสตํ มคฺคํ อาคตตฺตา ทรโถปิสฺส พลวา, โสปิ ตาว ปฏิปฺปสฺสมฺภตู’’ติ. ตสฺมา ทฺวิกฺขตฺตุํ ปฏิกฺขิปิตฺวา ตติยํ ยาจิโต อนฺตรวีถิยํ ฐิโตว ‘‘ตสฺมาติห เต, พาหิย, เอวํ สิกฺขิตพฺพํ ทิฏฺเฐ ทิฏฺฐมตฺตํ ภวิสฺสตี’’ติอาทินา (อุทา. ๑๐) นเยน ธมฺมํ เทเสติ. อิมมตฺถํ สํขิปิตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘สตฺถารํ ปิณฺฑาย ปวิฏฺฐ’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ อนฺตรฆเรติ อนฺตรวีถิยํ.
อปริปุณฺณปตฺตจีวรตาย ปตฺตจีวรํ ปริเยสนฺโตติ โส กิร วีสติวสฺสสหสฺสานิ สมณธมฺมํ กโรนฺโต ‘‘ภิกฺขุนา นาม อตฺตโน ปจฺจเย ลภิตฺวา อญฺญํ อโนโลเกตฺวา สยเมว ภุญฺชิตุํ วฏฺฏตี’’ติ เอกภิกฺขุสฺสปิ ปตฺเตน วา จีวเรน วา สงฺคหํ นากาสิ. เตนสฺส ‘‘อิทฺธิมยปตฺตจีวรํ น อุปฺปชฺชิสฺสตี’’ติ ญตฺวา เอหิภิกฺขุภาเวน ปพฺพชฺชํ น อทาสิ. ตาวเทว จ ปพฺพชฺชํ ยาจิโต ‘‘ปริปุณฺณํ เต ปตฺตจีวร’’นฺติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อปริปุณฺณ’’นฺติ วุตฺเต ‘‘เตน หิ ปตฺตจีวรํ ปริเยสาหี’’ติ วตฺวา ปกฺกามิ. ตสฺมา โส ปตฺตจีวรํ ปริเยสนฺโต สงฺการฏฺฐานโต โจฬขณฺฑานิ สํกฑฺฒติ.
สหสฺสมปีติ ปริจฺเฉทวจนํ. เอกสหสฺสํ เทฺวสหสฺสานีติ เอวํ สหสฺเสน เจ ปริจฺฉินฺนา คาถา โหนฺติ, ตา จ อนตฺถปทสํหิตา อากาสวณฺณปพฺพตวณฺณาทีนิ ปกาสเกหิ อนิพฺพานทีปเกหิ อนตฺถเกหิ ปเทหิ สํหิตา ยาว พหุกา โหนฺติ, ตาว ปาปิกา เอวาติ อตฺโถ. เอกํ คาถาปทํ เสยฺโยติ ‘‘อปฺปมาโท อมตปทํ…เป… ยถา มตา’’ติ (ธ. ป. ๒๑) เอวรูปา เอกคาถาปิ เสยฺโยติ อตฺโถ.
กุมารกสฺสปตฺเถรวตฺถุ
๒๑๗. นวเม เอกํ พุทฺธนฺตรํ สมฺปตฺตึ อนุภวมาโนติ สาวกโพธิยา นิยตตาย ปุญฺญสมฺภารสฺส จ สาติสยตฺตา วินิปาตํ อคนฺตฺวา เอกํ พุทฺธนฺตรํ เทเวสุ จ มนุสฺเสสุ จ สมฺปตฺตึ อนุภวมาโน. ‘‘เอกิสฺสา กุลทาริกาย กุจฺฉิมฺหิ อุปฺปนฺโน’’ติ วตฺวา ตเมวสฺส อุปฺปนฺนภาวํ มูลโต ปฏฺฐาย ทสฺเสตุํ – ‘‘สา จา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ สาติ กุลทาริกา. จ-สทฺโท พฺยติเรกตฺโถ. เตน วุจฺจมานํ วิเสสํ โชตยติ. กุลฆรนฺติ ปติกุลเคหํ. คพฺภนิมิตฺตนฺติ คพฺภสฺส สณฺฐิตภาววิคฺคหํ. สติปิ วิสาขาย สาวตฺถิวาสิกุลปริยาปนฺนตฺเต ตสฺสา ตตฺถ ปธานภาวทสฺสนตฺถํ ‘‘วิสาขญฺจา’’ติอาทิ วุตฺตํ ยถา ‘‘พฺราหฺมณา อาคตา, วาสิฏฺโฐปิ อาคโต’’ติ. ภควตา เอวํ คหิตนามตฺตาติ โยชนา. ยสฺมา ราชปุตฺตา โลเก ‘‘กุมารา’’ติ โวหรียนฺติ, อยญฺจ รญฺโญ กิตฺติมปุตฺโต, ตสฺมา อาห – ‘‘รญฺโญ…เป… สญฺชานึสู’’ติ.
ปญฺจทส ปเญฺห อภิสงฺขริตฺวาติ ‘‘ภิกฺขุ, ภิกฺขุ, อยํ วมฺมิโก รตฺตึ ธูปายติ, ทิวา ปชฺชลตี’’ติอาทินา วมฺมิกสุตฺเต (ม. นิ. ๑.๒๔๙) อาคตนเยน ปญฺจทส ปเญฺห อภิสงฺขริตฺวา. ปายาสิรญฺโญติ ‘‘นตฺถิ ปรโลโก, นตฺถิ สตฺตา โอปปาติกา, นตฺถิ สุกตทุกฺกฏานํ กมฺมานํ ผลํ วิปาโก’’ติ (ที. นิ. ๒.๔๑๐, ๔๑๒) เอวํลทฺธิกสฺส ปายาสิราชสฺส. ราชา หิ ตทา อนภิสิตฺโต หุตฺวา ปเสนทินา โกสเลน ทินฺนเสตพฺยนครํ อชฺฌาวสนฺโต อิมํ ทิฏฺฐึ คณฺหิ. ปญฺจทสหิ ปเญฺหหิ ปฏิมณฺเฑตฺวาติ ‘‘ตํ กึ มญฺญสิ, ราชญฺญ, อิเม จนฺทิมสูริยา อิมสฺมึ วา โลเก ปรสฺมึ วา เทวา วา เต มนุสฺสา’’ติ เอวมาทีหิ (ที. นิ. ๒.๔๑๑) ปญฺจทสหิ ปเญฺหหิ ปฏิมณฺฑิตํ กตฺวา. สุตฺตนฺเตติ ปายาสิสุตฺตนฺเต (ที. นิ. ๒.๔๐๖ อาทโย).
มหาโกฏฺฐิกตฺเถรวตฺถุ
๒๑๘. ทสมํ อุตฺตานตฺถเมว.
ตติยเอตทคฺควคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.