(๑๔) ๑. ปฐมเอตทคฺควคฺโค

เอตทคฺคปทวณฺณนา

๑๘๘. เอตทคฺเคสุ ปฐมวคฺคสฺส ปฐเม อาทิมฺหิ ทิสฺสตีติ เอตฺถ อคฺคสทฺโทติ อาเนตฺวา โยเชตพฺพํ. อชฺชตคฺเคติ อชฺชทิวสํ อาทึ กตฺวาติ อตฺโถ. องฺคุลคฺเคนาติ องฺคุลิโกฏิยา. อมฺพิลคฺคนฺติ อมฺพิลโกฏฺฐาโส. โกฏิภูตาติ ปรมโกฏิภูตา ตสฺมึ ฐาเน ตาทิสานํ อญฺเญสํ อภาวโต. ตโต เอว เสฏฺฐภูตาติปิ อคฺคา. เอตทคฺคสนฺนิกฺเขโปติ เอตทคฺเค ฐปนํ อฏฺฐุปฺปตฺติอาทีหิ จตูหิปิ การเณหิ. มหาปญฺญตาย เถเรน เอตทคฺคฏฺฐานสฺส ลทฺธภาวํ วิตฺถารโต ทสฺเสตุํ – ‘‘กถ’’นฺติอาทิมาห. เทฺว ปทนฺตรานีติ กณฺฑมฺพมูเล ยุคนฺธรปพฺพเตติ ทฺวีสุ ฐาเนสุ เทฺว ปทานิ ทสฺเสตฺวา. มุณฺฑปีฐกนฺติ ยํ สตฺตงฺคํ ปญฺจงฺคํ วา น โหติ, เกวลํ มุณฺฑกปีฐํ, ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. อวตฺถริตฺวา นิสีทีติ พุทฺธานุภาเวน อชฺโฌตฺถริตฺวา นิสีทิ. เตนาห – ‘‘เอวํ นิสีทนฺโต’’ติอาทิ. กายสกฺขึ กตฺวาติ นามกาเยน เทสนาย สมฺปฏิจฺฉนวเสน สกฺขิภูตํ กตฺวา. กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา อพฺยากตา ธมฺมาติ อิติ-สทฺโท อาทฺยตฺโถ, เตน สพฺพํ อภิธมฺมเทสนํ สงฺคณฺหาติ.

ปาฏิหาริยฏฺฐาเนติ ยมกปาฏิหาริยสฺส กตฏฺฐาเน. ปสฺสถาติ เตสํ พหุภาวํ สนฺธาย วุตฺตํ. อสฺสาติ มนุสฺสสมูหสฺส เอกภาวํ. อากปฺปนฺติ อาการํ. มหาชโนติ สเทวเก โลเก สพฺโพ มหาชโน. ยถา นิรยทสฺสนํ สํเวคชนนตฺถํ, เอวํ เทวโลกทสฺสนมฺปิ สํเวคชนนตฺถเมว ‘‘อนุปุพฺพิกถายํ สคฺคกถา วิย เอวํ สพฺพสมฺปตฺติสมุเปโตปิ สคฺโค อนิจฺโจ อทฺธุโว จวนธมฺโม’’ติ. สชฺเชตฺวาติ สมปณฺณาสาย มุจฺฉนาหิ ยถา กาเมน นิวาเทตุํ สกฺกา, เอวํ สชฺเชตฺวา.

ปุถุชฺชนปญฺจกํ ปญฺหนฺติ ปุถุชฺชนปญฺหํ อาทึ กตฺวา ปวตฺติตํ ขีณาสวปญฺหปริยนฺตํ ปญฺหปญฺจกํ. ปฐมํ…เป… ปุจฺฉีติ ปุถุชฺชนวิสเย ปญฺหํ ปุจฺฉิ. ปฏิสมฺภิทา ยถาภินีหารํ ยถาสกํ วิปสฺสนาภินีหาเรน ปฐมภูมิยาทโย วิย ปวตฺติตวิสยาติ วุตฺตํ – ‘‘เต อตฺตโน อตฺตโน ปฏิสมฺภิทาวิสเย ฐตฺวา กถยึสู’’ติ. พุทฺธวิสเย ปญฺหํ ปุจฺฉีติ –

‘‘เย จ สงฺขาตธมฺมาเส, เย จ เสขา ปุถู อิธ;

เตสํ เม นิปโก อิริยํ, ปุฏฺโฐ ปพฺรูหิ มาริสา’’ติ. (สุ. นิ. ๑๐๔๔) –

อิทํ ปญฺหํ ปุจฺฉิ. ตตฺถ สงฺขาตธมฺมาติ สงฺขาตา ญาตา จตุสจฺจธมฺมา, เย จ สงฺขาตธมฺมา จตูหิ มคฺเคหิ ปฏิวิทฺธจตุสจฺจธมฺมาติ อตฺโถ. อิมินา อเสกฺขา กถิตา. ปุถุ-สทฺโท อุภยตฺถปิ โยเชตพฺโพ ‘‘เย ปุถู สงฺขาตธมฺมา, เย จ ปุถู เสขา’’ติ. เตสนฺติ เตสํ ทฺวินฺนํ เสกฺขาเสกฺขปุคฺคลานํ เม ปุฏฺโฐติ โยเชตพฺพํ, มยา ปุฏฺโฐติ อตฺโถ. อิริยนฺติ เสกฺขาเสกฺขภูมิยา อาคมนปฺปฏิปทํ. อิริยติ คจฺฉติ เสกฺขภูมึ อเสกฺขภูมิญฺจ เอตายาติ อิริยา, ตํ เตสํ อิริยํ อาคมนปฺปฏิปทํ มยา ปุฏฺโฐ ปพฺรูหิ กเถหีติ อตฺโถ. เอวํ ภควา พุทฺธวิสเย ปญฺหํ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมสฺส นุ โข, สาริปุตฺต, สํขิตฺเตน ภาสิตสฺส กถํ วิตฺถาเรน อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ’’ติ อาห. เถโร ปญฺหํ โอโลเกตฺวา ‘‘สตฺถา มํ เสกฺขาเสกฺขานํ ภิกฺขูนํ อาคมนปฺปฏิปทํ ปุจฺฉตี’’ติ ปเญฺห นิกฺกงฺโข หุตฺวา ‘‘อาคมนปฺปฏิปทา นาม ขนฺธาทิวเสน พหูหิปิ มุเขหิ สกฺกา กเถตุํ, กตรากาเรน นุ โข กเถนฺโต สตฺถุ อชฺฌาสยํ คณฺหิตุํ สกฺขิสฺสามี’’ติ อชฺฌาสเย กงฺขิ, ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ – ‘‘ธมฺมเสนาปติ…เป… น สกฺโกตี’’ติ. ปุจฺฉิตปญฺหํ วิสฺสชฺเชตุํ ปฏิภาเน อสติ ทิสาวิโลกนํ สตฺตานํ สภาโวติ ทสฺเสนฺโต, ‘‘ปุรตฺถิม…เป... นาสกฺขี’’ติ อาห. ตตฺถ ปญฺหุปฺปตฺติฏฺฐานนฺติ ปญฺหุปฺปตฺติการณํ.

เถรสฺส กิลมนภาวํ ชานิตฺวาติ ‘‘สาริปุตฺโต ปเญฺห นิกฺกงฺโข, อชฺฌาสเย เม กงฺขมาโน กิลมตี’’ติ เถรสฺส กิลมนภาวํ ญตฺวา. จตุมหาภูติกกายปริคฺคหนฺติ เอเตน ขนฺธมุเขน นามรูปปริคฺคโห วุตฺโต. ‘‘ภูตมิทนฺติ, สาริปุตฺต, สมนุปสฺสสี’’ติ หิ วทนฺเตน ภควตา ขนฺธวเสน นามรูปปริคฺคโห ทสฺสิโต. เอวํ กิรสฺส ภควโต อโหสิ ‘‘สาริปุตฺโต มยา นเย อทินฺเน กเถตุํ น สกฺขิสฺสติ, ทินฺเน ปน นเย มมชฺฌาสยํ คเหตฺวา ขนฺธวเสน กเถสฺสตี’’ติ. เถรสฺส สห นยทาเนน โส ปโญฺห นยสเตน นยสหสฺเสน อุปฏฺฐาสิ. เตนาห – ‘‘อญฺญาตํ ภควา, อญฺญาตํ สุคตา’’ติ.

อรูปาวจเร ปฏิสนฺธิ นาม น โหตีติ โพธิสมฺภารสมฺภรณสฺส อโนกาสภาวโต วุตฺตํ. เตนาห – ‘‘อภพฺพฏฺฐานตฺตา’’ติ, ลทฺธพฺยากรณานํ โพธิสตฺตานํ อุปฺปตฺติยา อภพฺพเทสตฺตาติ อตฺโถ. รูปาวจเร นิพฺพตฺตีติ กมฺมวสิตาสมฺภวโต อรูปาวจเร อนิพฺพตฺติตฺวา รูปาวจเร นิพฺพตฺติ.

ปโรสหสฺสนฺติอาทินา ปโรสหสฺสชาตกํ ทสฺเสติ. ตตฺถ ปโรสหสฺสมฺปีติ อติเรกสหสฺสมฺปิ. สมาคตานนฺติ สนฺนิปติตานํ ภาสิตสฺส อตฺถํ ชานิตุํ อสกฺโกนฺตานํ พาลานํ. กนฺเทยฺยุํ เต วสฺสสตํ อปญฺญาติ เต เอวํ สมาคตา อปญฺญา อิเม พาลตฺตา สสา วิย วสฺสสตมฺปิ วสฺสสหสฺสมฺปิ โรเทยฺยุํ ปริเทเวยฺยุํ. โรทมานาปิ ปน อตฺถํ วา การณํ วา เนว ชาเนยฺยุนฺติ ทีเปติ. เอโกว เสยฺโย ปุริโส สปญฺโญติ เอวรูปานํ พาลานํ ปโรสหสฺสโตปิ เอโก ปณฺฑิตปุริโสว เสยฺโย วรตโรติ อตฺโถ. กีทิโส สปญฺโญติ อาห – ‘‘โย ภาสิตสฺส วิชานาติ อตฺถ’’นฺติ, อยํ เชฏฺฐนฺเตวาสิโก วิย โย ภาสิตสฺส อตฺถํ ชานาติ, โส ตาทิโส สปญฺโญ วรตโรติ อตฺโถ. ทุติเย ปโรสตชาตเก ฌาเยยฺยุนฺติ ยาถาวโต อตฺถํ ชานิตุํ สมาหิตา หุตฺวา จินฺเตยฺยุํ. เสสเมตฺถ วุตฺตนยเมว.

ตติยชาตเก เย สญฺญิโนติ ฐเปตฺวา เนวสญฺญานาสญฺญายตนลาภิโน อวเสสจิตฺตกสตฺเต ทสฺเสติ. เตปิ ทุคฺคตาติ ตสฺสา เนวสญฺญานาสญฺญายตนสมาปตฺติยา อลาภโต เตปิ ทุคฺคตา ทุกฺขํ อุปคตา สญฺญีภเว. ‘‘สญฺญา โรโค สญฺญา คณฺโฑ สญฺญา สลฺล’’นฺติ (ม. นิ. ๓.๒๔) หิ เต สญฺญาย อาทีนวทสฺสิโน. เยปิ อสญฺญิโนติ อสญฺญีภเว นิพฺพตฺเต อจิตฺตกสตฺเต ทสฺเสติ. เตปิ อิมิสฺสาเยว สมาปตฺติยา อลาภโต ทุคฺคตาเยว. ฌานสุขํ อนงฺคณํ นิทฺโทสํ ยถาวุตฺตโทสาภาวโต. พลวจิตฺเตกคฺคตาสภาเวนปิ ตํ อนงฺคณํ นาม ชาตํ. เนวสญฺญี นาสญฺญีติ อาหาติ อตีเต กิร พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต อรญฺญายตเน กาลํ กโรนฺโต อนฺเตวาสิเกหิ ปุฏฺโฐ ‘‘เนวสญฺญี นาสญฺญี’’ติ อาห. ปุริมชาตเก วุตฺตนเยเนว ตาปสา เชฏฺฐนฺเตวาสิกสฺส กถํ น คณฺหึสุ. โพธิสตฺโต อาภสฺสรโต อาคนฺตฺวา อากาเส ฐตฺวา อิมํ คาถมาห. เตน วุตฺตํ – ‘‘เสสํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพ’’นฺติ.

จตุตฺถชาตเก (ชา. ๑.๑.๑๓๕) จนฺทสฺส วิย อาภา เอตสฺสาติ จนฺทาภํ, โอทาตกสิณํ. สูริยาภนฺติ สูริยสฺส วิย อาภา เอตสฺสาติ สูริยาภํ, ปีตกสิณํ. โยธ ปญฺญาย คาธตีติ โย ปุคฺคโล อิธ สตฺตโลเก อิทํ กสิณทฺวยํ ปญฺญาย คาธติ, อารมฺมณํ กตฺวา อนุปฺปวิสติ, ตตฺถ วา ปติฏฺฐหติ. อวิตกฺเกน ทุติยชฺฌาเนน อาภสฺสรูปโค โหตีติ โส ปุคฺคโล ตถา กตฺวา ปฏิลทฺเธน ทุติเยน ฌาเนน อาภสฺสรพฺรหฺมโลกูปโค โหติ. เสสํ ปุริมนเยเนว เวทิตพฺพนฺติ อิมินา อิมํ ทสฺเสติ (ชา. อฏฺฐ. ๑.๑.๑๓๕ จนฺทาภชาตกวณฺณนา) – อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต อรญฺญายตเน กาลํ กโรนฺโต อนฺเตวาสิเกหิ ปุจฺฉิโต ‘‘จนฺทาภํ สูริยาภ’’นฺติ วตฺวา อาภสฺสเร นิพฺพตฺโต. ตาปสา เชฏฺฐนฺเตวาสิกสฺส น สทฺทหึสุ. โพธิสตฺโต อาคนฺตฺวา อากาเส ฐิโต อิมํ คาถํ อภาสิ.

ปญฺจมชาตเก อาสีเสเถวาติ อาสาจฺเฉทํ อกตฺวา อตฺตโน กมฺเมสุ อาสํ กเรยฺเยว. น นิพฺพินฺเทยฺยาติ น นิพฺเพทํ อุปฺปาเทยฺย, น อุกฺกณฺเฐยฺยาติ อตฺโถ. โวติ นิปาตมตฺตํ. ยถา อิจฺฉินฺติ อหญฺหิ สฏฺฐิหตฺถา นรกา อุฏฺฐานํ อิจฺฉึ, โสมฺหิ ตเถว ชาโต, ตโต อุฏฺฐิโตเยวาติ ทีเปติ.

อตีเต (ชา. อฏฺฐ. ๔.๑๓.สรภมิคชาตกวณฺณนา) กิร พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต สรภมิคโยนิยํ นิพฺพตฺติตฺวา อรญฺเญ ปฏิวสติ. ราชา มิควิตฺตโก อโหสิ ถามสมฺปนฺโน. เอกทิวสํ คนฺตฺวา อมจฺเจ อาห – ‘‘ยสฺส ปสฺเสน มิโค ปลายติ, เตเนว โส ทาตพฺโพ’’ติ. อเถกทิวสํ สรภมิโค อุฏฺฐาย รญฺโญ ฐิตฏฺฐาเนน ปลายิ. อถ นํ อมจฺจา อุปฺปณฺเฑสุํ. ราชา จินฺเตสิ – ‘‘อิเม มํ ปริหาสนฺติ, มม ปมาณํ น ชานนฺตี’’ติ คาฬฺหํ นิวาเสตฺวา ปตฺติโกว ขคฺคํ อาทาย ‘‘สรภํ คณฺหิสฺสามี’’ติ เวเคน ปกฺขนฺทิ. อถ นํ ทิสฺวา ตีณิ โยชนานิ อนุพนฺธิ. สรโภ อรญฺญํ ปาวิสิ. ราชาปิ ปาวิสิเยว. ตตฺถ สรภมิคสฺส คมนมคฺเค สฏฺฐิหตฺถมตฺโต มหาปูติปาตนรกอาวาโฏ อตฺถิ, โส ตึสหตฺถมตฺตํ อุทเกน ปุณฺโณ ติเณหิ จ ปฏิจฺฉนฺโน. สรโภ อุทกคนฺธํ ฆายิตฺวาว อาวาฏภาวํ ญตฺวา โถกํ โอสกฺกิตฺวา คโต. ราชา ปน อุชุกเมว อาคจฺฉนฺโต ตสฺมึ ปติ.

สรโภ ตสฺส ปทสทฺทํ อสุณนฺโต นิวตฺติตฺวา ตํ อปสฺสนฺโต ‘‘นรกอาวาเฏ ปติโต ภวิสฺสตี’’ติ ญตฺวา อาคนฺตฺวา โอโลเกนฺโต ตํ คมฺภีเร อุทเก อปฺปติฏฺเฐ กิลมนฺตํ ทิสฺวา เตน กตาปราธํ หทเย อกตฺวา สญฺชาตการุญฺโญ ‘‘มา มยิ ปสฺสนฺเต วราโก นสฺสตุ, อิมมฺหา ตํ ทุกฺขา โมเจสฺสามี’’ติ อาวาฏตีเร ฐิโต ‘‘มา ภายิ, มหาราช, อหํ ตํ ทุกฺขา โมเจสฺสามี’’ติ วตฺวา อตฺตโน ปิยปุตฺตํ อุทฺธริตุํ อุสฺสาหํ กโรนฺโต วิย ตสฺสุทฺธรณตฺถาย สิลาย โยคฺคํ กตฺวา ‘‘วิชฺฌิสฺสามี’’ติ อาคตํ ราชานํ สฏฺฐิหตฺถา นรกา อุทฺธริตฺวา อสฺสาเสตฺวา ปิฏฺฐึ อาโรเปตฺวา อรญฺญา นีหริตฺวา เสนาย อวิทูเร โอตาเรตฺวา โอวาทมสฺส ทตฺวา ปญฺจสุ สีเลสุ ปติฏฺฐาเปสิ. ราชา เสนงฺคปริวุโต นครํ คนฺตฺวา ‘‘อิโต ปฏฺฐาย สกลรฏฺฐวาสิโน ปญฺจ สีลานิ รกฺขนฺตู’’ติ ธมฺมเภรึ จราเปสิ. มหาสตฺเตน ปน อตฺตโน กตคุณํ กสฺสจิ อกเถตฺวา สายํ นานคฺครสโภชนํ ภุญฺชิตฺวา อลงฺกตสยเน สยิตฺวา ปจฺจูสกาเล มหาสตฺตสฺส คุณํ สริตฺวา อุฏฺฐาย สยนปิฏฺเฐ ปลฺลงฺเกน นิสีทิตฺวา ปีติปุณฺเณน หทเยน อุทานํ อุทาเนนฺโต ‘‘อาสีเสเถว ปุริโส’’ติอาทินา อิมา ฉ คาถา อภาสิ.

ตตฺถ อหิตา หิตา จาติ ทุกฺขผสฺสา สุขผสฺสา จ, มรณผสฺสา, ชีวิตผสฺสาติปิ อตฺโถ. สตฺตานญฺหิ มรณผสฺโส อหิโต, ชีวิตผสฺโส หิโต. เตสํ อจินฺติโต มรณผสฺโส อาคจฺฉตีติ ทสฺเสติ. อจินฺติตมฺปีติ มยา ‘‘อาวาเฏ ปติสฺสามี’’ติ น จินฺติตํ, ‘‘สรภํ มาเรสฺสามี’’ติ จินฺติตํ. อิทานิ ปน เม จินฺติตํ นฏฺฐํ, อจินฺติตเมว ชาตนฺติ อุทานวเสน วทติ. โภคาติ ยสปริวารา, เอเต จินฺตามยา น โหนฺติ. ตสฺมา ญาณวตา วีริยเมว กาตพฺพนฺติ วทติ. วีริยวโต หิ อจินฺติตมฺปิ โหติเยว.

ตสฺเสตํ อุทานํ อุทาเนนฺตสฺเสว อรุณํ อุฏฺฐหิ. ปุโรหิโต ปาโตว สุขเสยฺยปุจฺฉนตฺถํ อาคนฺตฺวา ทฺวาเร ฐิโต ตสฺส อุทานคีตสทฺทํ สุตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘ราชา หิยฺโย มิควํ อคมาสิ, ตตฺถ สรภมิคํ วิทฺโธ ภวิสฺสติ, เตน มญฺเญ อุทานํ อุทาเนตี’’ติ. เอวํ พฺราหฺมณสฺส รญฺโญ ปริปุณฺณพฺยญฺชนํ อุทานํ สุตฺวา สุมชฺชิเต อาทาเส มุขํ โอโลเกนฺตสฺส ฉายา วิย รญฺญา จ สรเภน จ กตการณํ ปากฏํ อโหสิ, โส นขคฺเคน ทฺวารํ อาโกเฏสิ. ราชา ‘‘โก เอโส’’ติ ปุจฺฉิ. อหํ, เทว, ปุโรหิโตติ. อถสฺส ทฺวารํ วิวริตฺวา ‘‘อิโต เอหาจริยา’’ติ อาห. โส ปวิสิตฺวา ราชานํ ชยาเปตฺวา เอกมนฺตํ ฐิโต ‘‘อหํ, มหาราช, ตยา อรญฺเญ กตการณํ ชานามิ, ตฺวํ เอกํ สรภมิคํ อนุพนฺธนฺโต นรเก ปติโต, อถ นํ โส สรโภ สิลาย โยคฺคํ กตฺวา นรกโต อุทฺธริ, โส ตฺวํ ตสฺส คุณํ สริตฺวา อุทานํ อุทาเนสี’’ติ วตฺวา ‘‘สรภํ คิริทุคฺคสฺมิ’’นฺติอาทินา เทฺว คาถา อภาสิ.

ตตฺถ อนุสรีติ อนุพนฺธิ. วิกฺกนฺตนฺติ อุทฺธรณตฺถาย กตปรกฺกมํ. อนุชีวสีติ อุปชีวสิ, ตสฺสานุภาเวน ตยา ชีวิตํ ลทฺธนฺติ อตฺโถ. สมุทฺธรีติ อุทฺธรณํ อกาสิ. สิลาย โยคฺคํ สรโภ กริตฺวาติ สิลาย โสปานสทิสาย นรกโต อุทฺธรณโยคฺคตํ กริตฺวา. อลีนจิตฺตนฺติ สงฺโกจํ อปฺปตฺตจิตฺตํ. ต มิคํ วเทสีติ สุวณฺณสรภมิคํ อิธ สิริสยเน นิปนฺโน วณฺเณสิ. ตํ สุตฺวา ราชา, ‘‘อยํ มยา สทฺธึ น มิควํ อาคโต, สพฺพญฺจ ปวตฺตึ ชานาติ, กถํ นุ โข ชานาติ, ปุจฺฉิสฺสามิ น’’นฺติ จินฺเตตฺวา – ‘‘กึ ตฺวํ นุ ตตฺเถวา’’ติ นวมคาถมาห. ตตฺถ ภึสรูปนฺติ กึ นุ เต ญาณํ พลวชาติกํ, เตเนตํ ชานาสีติ วทติ. พฺราหฺมโณ ‘‘นาหํ สพฺพญฺญุพุทฺโธ, พฺยญฺชนํ อมกฺเขตฺวา ตยา กถิตคาถาย ปน มยฺหํ อตฺโถ อุปฏฺฐาตี’’ติ ทีเปนฺโต ‘‘น เจวห’’นฺติ ทสมคาถมาห. ตตฺถ สุภาสิตานนฺติ พฺยญฺชนํ อมกฺเขตฺวา สุฏฺฐุ ภาสิตานํ. อตฺถํ ตทาเนนฺตีติ โย เตสํ อตฺโถ, ตํ อาเนนฺติ อุปธาเรนฺตีติ อตฺโถ. ตทา ปุโรหิโต ธมฺมเสนาปติ อโหสิ. เตเนวาห – ‘‘อตีเตปี’’ติอาทิ. เสสํ อุตฺตานตฺถเมว.

อญฺญาสิโกณฺฑญฺญตฺเถรวตฺถุ

อญฺญาสิโกณฺฑญฺญตฺเถราทโยติอาทีสุ ปน ยาถาวสรสคุณวเสนาติ ยถาสภาวคุณวเสน. ปพฺพชฺชาวเสน ปฏิเวธวเสน สุจิรํ สุนิปุณํ รตฺตินฺทิวปริจฺเฉทชานนวเสน จ รตฺตญฺญุตา เวทิตพฺพาติ ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ฐเปตฺวา หิ สมฺมาสมฺพุทฺธ’’นฺติอาทิมาห. ปากโฏว โหตีติ สติปญฺญาเวปุลฺลปฺปตฺติโก ปากโฏ วิภูโต โหติ. อญฺญาสิโกณฺฑญฺโญติ สาวเกสุ สพฺพปฐมํ จตฺตาริ อริยสจฺจานิ ญาตโกณฺฑญฺโญ. สพฺเพสุปิ เอตทคฺเคสูติ สพฺเพสุปิ เอตทคฺคสุตฺเตสุ, สพฺเพสุ วา เอตทคฺคฏฺฐปเนสุ.

ธุรปตฺตานีติ ปตฺตานํ ปมุขภูตานิ พาหิรปตฺตานิ. นวุติหตฺถานีติ มชฺฌิมปุริสสฺส หตฺเถน นวุติรตนานิ. ปทุเมเนว ตํ ตํ ปเทสํ อุตฺตรติ อติกฺกมตีติ ปทุมุตฺตโร, ภควา. คนฺธทามมาลาทามาทีหีติ อาทิสทฺเทน ปตฺตทามาทึ สงฺคณฺหาติ. ตตฺถ คนฺธทาเมหิ กตมาลา คนฺธทามํ. ลวงฺคตกฺโกลชาติปุปฺผาทีหิ กตมาลา มาลาทามํ. ตมาลปตฺตาทีหิ กตมาลา ปตฺตทามํ. วงฺคปฏฺเฏติ วงฺคเทเส อุปฺปนฺนฆนสุขุมวตฺเถ. อุตฺตมสุขุมวตฺถนฺติ กาสิกวตฺถมาห.

เตปริวฏฺฏธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนสุตฺตนฺตปริโยสาเนติ เอตฺถ ‘‘อิทํ ทุกฺขํ อริยสจฺจ’’นฺติอาทินา สจฺจวเสน, ‘‘ทุกฺขํ อริยสจฺจํ ปริญฺเญยฺย’’นฺติอาทินา กิจฺจวเสน, ‘‘ทุกฺขํ อริยสจฺจํ ปริญฺญาต’’นฺติอาทินา กตวเสน จ ตีหิ อากาเรหิ ปริวฏฺเฏตฺวา จตุนฺนํ สจฺจานํ เทสิตตฺตา ตโย ปริวฏฺฏา เอตสฺส อตฺถีติ ติปริวฏฺฏํ, ติปริวฏฺฏเมว เตปริวฏฺฏํ, เตปริวฏฺฏญฺจ ตํ ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนญฺจาติ เตปริวฏฺฏธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนํ, ตเทว สุตฺตนฺตํ, ตสฺส ปริโยสาเนติ อตฺโถ.

สาลิคพฺภํ ผาเลตฺวา อาทายาติ สาลิคพฺภํ ผาเลตฺวา ตตฺถ ลพฺภมานํ สาลิขีรรสํ อาทาย. อนุจฺฉวิกนฺติ พุทฺธานํ อนุจฺฉวิกํ ขีรปายสํ ปจาเปม. เวณิโย ปุริสภาววเสน พนฺธิตฺวา กลาปกรเณ กลาปคฺคํ. ขเล กลาปานํ ฐปนทิวเส ขลคฺคํ. มทฺทิตฺวา วีหีนํ ราสิกรณทิวเส ขลภณฺฑคฺคํ. โกฏฺเฐสุ หิ ธญฺญสฺส ปกฺขิปนทิวเส โกฏฺฐคฺคํ.

เทฺว คติโยติ เทฺว เอว นิปฺผตฺติโย, เทฺว นิฏฺฐาติ อตฺโถ. ตสฺมึ กุมาเร สพฺพญฺญุตํ ปตฺเตติ โกณฺฑญฺญมาณวสฺเสว ลทฺธิยํ ฐตฺวา อิตเรปิ ฉ ชนา ปุตฺเต อนุสาสึสุ. โพธิรุกฺขมูเล ปาจีนปสฺสํ อจลฏฺฐานํ นาม, ยํ ‘‘วชิราสน’’นฺติปิ วุจฺจติ. มหตํ มหติโย วหตีติ ‘‘ปาจีนมุโข’’ติ อวตฺวา ‘‘ปาจีนโลกธาตุอภิมุโข’’ติ วุตฺตํ. มํสจกฺขุปิ โลกนาถสฺส อปฺปฏิฆาตํ มหาวิสยญฺจาติ. จตุรงฺคสมนฺนาคตนฺติ ‘‘กามํ ตโจ จ นฺหารุ จ, อฏฺฐิ จ อวสิสฺสตู’’ติอาทินา (ม. นิ. ๒.๑๘๔; สํ. นิ. ๒.๒๒, ๒๓๗; อ. นิ. ๒.๕; มหานิ. ๑๙๖) วุตฺตจตุรงฺคสมนฺนาคตํ.

อิทํ ปน สพฺพเมวาติ ‘‘กสฺส นุ โข อหํ ปฐมํ ธมฺมํ เทเสสฺสามี’’ติอาทินยปฺปวตฺตํ (ม. นิ. ๑.๒๘๔; ๒.๓๔๑; มหาว. ๑๐) สพฺพเมว. ปริวิตกฺกมตฺตเมว ตถา อตฺถสิทฺธิยา อภาวโต. ปุปฺผิตผลิตํ กตฺวาติ อภิญฺญาปฏิสมฺภิทาหิ สพฺพปาลิผุลฺลํ, มคฺคผเลหิ สพฺพโส ผลภารภริตญฺจ กโรนฺโต ปุปฺผิตํ ผลิตํ กตฺวา. อปกฺกมิตุกาโม หุตฺวาติ เทฺวปิ อคฺคสาวเก อตฺตโน นิปจฺจการํ กโรนฺเต ทิสฺวา เตสํ คุณาติเรกตํ พหุ มญฺญนฺโต พุทฺธานํ สนฺติกา อปกฺกมิตุกาโม หุตฺวา. ตตฺเถวาติ ฉทฺทนฺตทหตีเรเยว.

สาริปุตฺต-โมคฺคลฺลานตฺเถรวตฺถุ

๑๘๙-๑๙๐. ทุติยตติเยสุ อิทฺธิมนฺตานนฺติ เอตฺถ มนฺต-สทฺโท อติสยตฺถวิสโยติ เถรสฺส อติสยิกอิทฺธิตํ ทสฺเสตุํ – ‘‘อิทฺธิยา สมฺปนฺนาน’’นฺติ วุตฺตํ. สห ปํสูหิ กีฬึสูติ สหปํสุกีฬิตา. อิธโลกตฺตภาวเมวาติ ทิฏฺฐธมฺมิกอตฺตภาวเมว. โสฬส ปญฺญา ปฏิวิชฺฌิตฺวา ฐิโตติ มชฺฌิมนิกาเย อนุปทสุตฺตนฺตเทสนาย ‘‘มหาปญฺโญ, ภิกฺขเว, สาริปุตฺโต, ปุถุปญฺโญ, ภิกฺขเว, สาริปุตฺโต, หาสปญฺโญ, ภิกฺขเว, สาริปุตฺโต, ชวนปญฺโญ, ภิกฺขเว, สาริปุตฺโต, ติกฺขปญฺโญ, ภิกฺขเว, สาริปุตฺโต, นิพฺเพธิกปญฺโญ, ภิกฺขเว, สาริปุตฺโต’’ติ (ม. นิ. ๓.๙๓) เอวมาคตา มหาปญฺญาทิกา ฉ, ตสฺมึเยว สุตฺเต อาคตา นวานุปุพฺพวิหารสมาปตฺติปญฺญา, อรหตฺตมคฺคปญฺญาติ อิมา โสฬสวิธา ปญฺญา ปฏิวิชฺฌิตฺวา สจฺฉิกตฺวา ฐิโต.

ปญฺหสากจฺฉนฺติ ปญฺหสฺส ปุจฺฉนวเสน วิสฺสชฺชนวเสน จ สากจฺฉํ กโรติ. อตฺถิเกหิ อุปญฺญาตํ มคฺคนฺติ เอตํ อนุพนฺธนสฺส การณวจนํ. อิทญฺหิ วุตฺตํ โหติ – ยํนูนาหํ อิมํ ภิกฺขุํ ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต อนุพนฺเธยฺยํ. กสฺมา? ยสฺมา อิทํ ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต อนุพนฺธนํ นาม อตฺถิเกหิ อุปญฺญาตํ มคฺคํ, ญาโต เจว อุปคโต จ มคฺโคติ อตฺโถ. อถ วา อตฺถิเกหิ อเมฺหหิ มรเณ สติ อมเตนปิ ภวิตพฺพนฺติ เอวํ เกวลํ อตฺถีติ อุปญฺญาตํ, อนุมานญาเณน อุปคนฺตฺวา ญาตํ นิพฺพานํ นาม อตฺถิ, ตํ มคฺคนฺโต ปริเยสนฺโตติ เอวมฺเปตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.

เนสํ ปริสายาติ ทฺวินฺนํ อคฺคสาวกานํ ปริวารภูตปริสาย. เทฺว อคฺคสาวเกติ สาริปุตฺตโมคฺคลฺลาเน เทฺว มหานุภาเว สาวเก. ฐานนฺตเรติ อคฺคสาวกตฺตสญฺญิเต ฐานนฺตเร ฐเปสิ. กสฺมา ปเนตฺถ ‘‘อคฺคสาวเก’’ติ อวตฺวา ‘‘มหาสาวเก’’ติ วุตฺตํ. ยทิ อญฺเญปิ มหาเถรา อภิญฺญาตาทิคุณวิเสสโยเคน ‘‘มหาสาวกา’’ติ วตฺตพฺพตํ ลภนฺติ, อิเมเยว ปน สาวเกสุ อนญฺญสาธารณภูตา วิเสสโต ‘‘มหาสาวกา’’ติ วตฺตพฺพาติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘เทฺวปิ มหาสาวเก’’ติ วุตฺตํ.

มหากสฺสปตฺเถรวตฺถุ

๑๙๑. จตุตฺเถ ยสฺมา ธุตวาทธุตธมฺมธุตงฺคานิ ธุตมูลกานิ, ตสฺมา ‘‘ธุโต เวทิตพฺโพ’’ติ อารทฺธํ, ตตฺถ กิเลเส ธุนิ ธุตวาติ ธุโต, ธุตกิเลโส ปุคฺคโล, กิเลสธุนโน วา ธมฺโม, กิเลสธุนโน ธมฺโมติ จ สปุพฺพภาโค อริยมคฺโค ทฏฺฐพฺโพ. ตํ ธุตสญฺญิตํ กิเลสธุนนธมฺมํ วทติ, ปเร ตตฺถ ปติฏฺฐาเปตีติ ธุตวาโท. จตุกฺกญฺเจตฺถ สมฺภวตีติ ตํ ทสฺเสตุํ – ‘‘เอตฺถ ปนา’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตยิทนฺติ นิปาโต, ตสฺส โส อยนฺติ อตฺโถ. ธุตภูตสฺส ธุตภูตา ธมฺมา ธุตธมฺมา. อปฺปิจฺฉตา สนฺตุฏฺฐิตา เหฏฺฐา วุตฺตา เอว. กิเลเส สมฺมา ลิขติ ตจฺฉตีติ สลฺเลโข, กิเลสเชคุจฺฉี, ตสฺส ภาโว สลฺเลขตา. ทฺวีหิปิ กาเมหิ วิวิจฺจตีติ ปวิเวโก, โยนิโสมนสิการพหุโล ปุคฺคโล, ตสฺส ภาโว ปวิเวกตา. อิมินา สรีรฏฺฐปนมตฺเตน อตฺถีติ อิทมฏฺฐิ ตฺถ-การสฺส ฏฺฐ-การํ กตฺวา, ตสฺส ภาโว อิทมฏฺฐิตา, อิเมหิ วา กุสลธมฺเมหิ อตฺถิ อิทมฏฺฐิ, เยน ญาเณน ‘‘ปพฺพชิเตน นาม ปํสุกูลิกงฺคาทีสุ ปติฏฺฐิเตน ภวิตพฺพ’’นฺติ ยถานุสิฏฺฐํ ธุตคุเณ สมาทิยติ เจว ปริหรติ จ, ตํ ญาณํ อิทมฏฺฐิตา. เตนาห – ‘‘อิทมฏฺฐิตา ญาณเมวา’’ติ. ธุตธมฺมา นามาติ ธุตงฺคเสวนาย ปฏิปกฺขภูตานํ ปาปธมฺมานํ ธุนนวเสน ปวตฺติยา ธุโตติ ลทฺธนามาย ธุตงฺคเจตนาย อุปการกา ธมฺมาติ กตฺวา ธุตธมฺมา นาม. อนุปตนฺตีติ ตทนฺโตคธา ตปฺปริยาปนฺนา โหนฺติ ตทุภยสฺเสว ปวตฺติวิเสสภาวโต. ปฏิกฺเขปวตฺถูสูติ ธุตงฺคเสวนาย ปฏิกฺขิปิตพฺพวตฺถูสุ ปหาตพฺพวตฺถูสุ.

ปํสุกูลิกงฺคํ…เป… เนสชฺชิกงฺคนฺติ อุทฺเทโสปิ เปยฺยาลนเยน ทสฺสิโต. ยเทตฺถ วตฺตพฺพํ, ตํ สพฺพํ วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๒๒ อาทโย) วิตฺถารโต วุตฺตํ. ธุตวาทคฺคหเณเนว เถรสฺส ธุตภาโวปิ คหิโต โหตีติ ‘‘ธุตวาทาน’’นฺเตว วุตฺตํ. อยํ มหาติ อภินีหาราทิมหนฺตตายปิ สาสนสฺส อุปการิตายปิ อยํ เถโร มหา, คุณมหนฺตตาย ปสํสาวจนเมว วา เอตํ เถรสฺส ยทิทํ มหากสฺสโปติ ยถา ‘‘มหาโมคฺคลฺลาโน’’ติ.

สตฺถุ ธมฺมเทสนาย วตฺถุตฺตเย สญฺชาตปฺปสาทตาย อุปาสกภาเว ฐิตตฺตา วุตฺตํ – ‘‘อุโปสถงฺคานิ อธิฏฺฐายา’’ติอาทิ. เอตสฺส อคฺคภาวสฺสาติ โยเชตพฺพํ. สจฺจกาโรติ สจฺจภาวาวโห กาโร, อวิสํวาทนวเสน วา ตทตฺถสาธโนติ อตฺโถ. โกลาหลนฺติ กุตูหลวิปฺผาโร. สตฺถา สตฺตเม สตฺตเม สํวจฺฉเร ธมฺมํ กเถนฺโต สตฺตานํ สวนโยคฺคํ กาลํ สลฺลกฺเขนฺโต ทิวา สายนฺหสมยํ กเถติ, รตฺติยํ สกลยามํ. เตนาห – ‘‘พฺราหฺมโณ พฺราหฺมเณ อาห – ‘โภติ กึ รตฺตึ ธมฺมํ สุณิสฺสสิ ทิวา’’’ติ. วิสฺสาสิโกติ วิสฺสาสิกภาโว. ‘‘ตโต ปฏฺฐาย โส’’ติ วา ปาโฐ.

เทฺว อสงฺเขฺยยฺยานิ ปูริตปารมิสฺสาติ อิทํ สา ปรมฺปราย โสตปติตํ อตฺถํ คเหตฺวา อาห. อทินฺนวิปากสฺสาติ อวิปกฺกวิปากสฺส. ภทฺทเก กาเลติ ยุตฺเต กาเล. นกฺขตฺตนฺติ นกฺขตฺเตน ลกฺขิตํ ฉณํ. ตสฺมึ ตสฺมิญฺหิ นกฺขตฺเต อนุภวิตพฺพฉณานิ นกฺขตฺตานิ นาม, อิตรานิ ปน ฉณานิ นาม. สมฺมาปติตทุกฺขโต วิโมจเนน ตโต นิยฺยานาวหตาย อิจฺฉิตตฺถสฺส ลภาปนโต จ นิยฺยานิกํ. เตสนฺติ สุวณฺณปทุมานํ. โอลมฺพกาติ สุวณฺณรตนวิจิตฺตา รตนทามา. ปุญฺญนิยาเมนาติ ปุญฺญานุภาวสิทฺเธน นิยาเมน. สฺวสฺส พาราณสิรชฺชํ ทาตุํ กโตกาโส. ผุสฺสรถนฺติ มงฺคลรถํ. เสตจฺฉตฺตอุณฺหีสวาลพีชนิขคฺคมณิปาทุกานิ ปญฺจวิธํ ราชกกุธภณฺฑนฺติ วทนฺติ. อิธ ปน เสตจฺฉตฺตํ วิสุํ คหิตนฺติ สีหาสนํ ปญฺจมํ กตฺวา วทนฺติ. ปารุปนกณฺณนฺติ ปารุปนวตฺถสฺส ทสนฺตํ. ทิพฺพวตฺถทายิปุญฺญานุภาวโจทิโต ‘‘นนุ ตาตา ถูล’’นฺติ อาห. อโห ตปสฺสีติ อโห กปโณ อหํ ราชาติ อตฺโถ. พุทฺธานํ สทฺทหิตฺวาติ พุทฺธานํ สาสนํ สทฺทหิตฺวา. จงฺกมนสตานีติ อิติ-สทฺโท อาทฺยตฺโถ. เตน หิ อคฺคิสาลาทีนิ ปพฺพชิตสารุปฺปานิ ฐานานิ สงฺคณฺหาติ.

สาธุกีฬิตนฺติ อริยานํ ปรินิพฺพุตฏฺฐาเน กาตพฺพสกฺการํ วทติ. นปฺปมชฺชิ, นิโรคา อยฺยาติ ปุจฺฉิตาการทสฺสนํ. ปรินิพฺพุตา เทวาติ เทวี ปฏิวจนํ อทาสิ. ปฏิยาเทตฺวาติ นิยฺยาเตตฺวา. สมณกปพฺพชฺชนฺติ สมิตปาเปหิ อริเยหิ อนุฏฺฐาตพฺพปพฺพชฺชํ. โส หิ ราชา ปจฺเจกพุทฺธานํ เวสสฺส ทิฏฺฐตฺตา ‘‘อิทเมว ภทฺทก’’นฺติ ตาทิสํเยว ลิงฺคํ คณฺหิ. ตตฺเถวาติ พฺรหฺมโลเก เอว. วีสติเม วสฺเส สมฺปตฺเตติ อาหริตฺวา สมฺพนฺโธ. พฺรหฺมโลกโต จวิตฺวา นิพฺพตฺตตฺตา, พฺรหฺมจริยาธิการสฺส จ จิรกาลสมฺภูตตฺตา ‘‘เอวรูปํ กถํ มา กเถถา’’ติ อาห. วีสติ ธรณานิ นิกฺขนฺติ วทนฺติ, ปญฺจปลํ นิกฺขนฺติ อปเร. อิตฺถากโรติ อิตฺถิรตนสฺส อุปฺปตฺติฏฺฐานํ. อยฺยธีตาติ อมฺหากํ อยฺยสฺส ธีตา, ภทฺทกาปิลานีติ อตฺโถ. สมานปณฺณนฺติ สทิสปณฺณํ สทิสเลขํ กุมารสฺส กุมาริกาย จ ยุตฺตํ ปณฺณเลขํ. เต ปุริสา สมาคตฏฺฐานโต มคธรฏฺเฐ มหาติตฺถคามํ มทฺทรฏฺเฐ สาคลนครญฺจ อุทฺทิสฺส อปกฺกมนฺตา อญฺญมญฺญํ วิสฺสชฺชนฺตา นาม โหนฺตีติ ‘‘อิโต จ เอตฺโต จ เปเสสุ’’นฺติ วุตฺตา.

ปุปฺผทามนฺติ หตฺถิหตฺถปฺปมาณํ ปุปฺผทามํ. ตานีติ ตานิ อุโภหิ คนฺถาปิตานิ เทฺว ปุปฺผทามานิ. เตติ อุโภ ภทฺทา เจว ปิปฺปลิกุมาโร จ. โลกามิเสนาติ กามสฺสาเทน. อสํสฏฺฐาติ น สํยุตฺตา ฆเฏ ชลนฺเตน วิย ปทีเปน อชฺฌาสเย สมุชฺชลนฺเตน วิโมกฺขพีเชน สมุสฺสาหิตจิตฺตตฺตา. ยนฺตพทฺธานีติ สสฺสสมฺปาทนตฺถํ ตตฺถ ตตฺถ ทฺวารกวาฏโยชนวเสน พทฺธานิ นิกฺขมนตุมฺพานิ. กมฺมนฺโตติ กสิกมฺมกรณฏฺฐานํ. ทาสิกคามาติ ทาสานํ วสนคามา. โอสาเรตฺวาติ ปกฺขิปิตฺวา. อากปฺปกุตฺตวเสนาติ อาการวเสน กิริยาวเสน. อนนุจฺฉวิกนฺติ ปพฺพชิตภาวสฺส อนนุรูปํ. ตสฺส มตฺถเกติ เทฺวธาปถสฺส ทฺวิธาภูตฏฺฐาเน. เอเตสํ สงฺคหํ กาตุํ วฏฺฏตีติ นิสีทตีติ สมฺพนฺโธ. สา ปน ตตฺถ สตฺถุ นิสชฺชา เอทิสีติ ทสฺเสตุํ – ‘‘นิสีทนฺโต ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ยา พุทฺธานํ อปริมิตกาลสมฺภูตาจินฺเตยฺยาปริญฺเญยฺยปุญฺญสมฺภารูปจยนิพฺพตฺตา รูปปฺปภาวพุทฺธคุณวิชฺโชติตา ทฺวตฺตึสมหาปุริสลกฺขณอสีติอนุพฺยญฺชนสมุชฺชลิตา พฺยามปฺปภาเกตุมาลาลงฺกตา สภาวสิทฺธิตาย อกิตฺติมา รูปกายสิรี, ตํเยว มหากสฺสปสฺส อทิฏฺฐปุพฺพปฺปสาทสํวทฺธนตฺถํ อนิคฺคูหิตฺวา นิสินฺโน ภควา ‘‘พุทฺธเวสํ คเหตฺวา…เป… นิสีที’’ติ วุตฺโต. อสีติหตฺถปฺปเทสํ พฺยาเปตฺวา ปวตฺติยา อสีติหตฺถาติ วุตฺตา. สตสาโขติ พหุสาโข อเนกสาโข. สุวณฺณวณฺโณว อโหสิ นิรนฺตรํ พุทฺธรสฺมีหิ สมนฺตโต สโมกิณฺณภาวโต.

ตีสุ ฐาเนสูติ ทูรโต นาติทูเร อาสนฺเนติ ตีสุ ฐาเนสุ. ตีหิ โอวาเทหีติ ‘‘ตสฺมาติห เต, กสฺสป, เอวํ สิกฺขิตพฺพํ ‘ติพฺพํ เม หิโรตฺตปฺปํ ปจฺจุปฏฺฐิตํ ภวิสฺสติ เถเรสุ นเวสุ มชฺฌิเมสู’ติ. เอวญฺหิ เต, กสฺสป, สิกฺขิตพฺพํ. ตสฺมาติห เต, กสฺสป, เอวํ สิกฺขิตพฺพํ ‘ยํ กิญฺจิ ธมฺมํ สุณิสฺสามิ กุสลูปสํหิตํ, สพฺพํ ตํ อฏฺฐึ กตฺวา มนสิ กริตฺวา สพฺพํ เจตสา สมนฺนาหริตฺวา โอหิตโสโต ธมฺมํ สุณิสฺสามี’ติ, เอวญฺหิ เต, กสฺสป, สิกฺขิตพฺพํ. ตสฺมาติห เต, กสฺสป, เอวํ สิกฺขิตพฺพํ ‘สาตสหคตา จ เม กายคตาสติ น วิชหิสฺสตี’ติ, เอวญฺหิ เต, กสฺสป, สิกฺขิตพฺพ’’นฺติ (สํ. นิ. ๒.๑๕๔) อิเมหิ ตีหิ โอวาเทหิ. เอตฺถ หิ ภควา ปฐมํ โอวาทํ เถรสฺส พฺราหฺมณชาติกตฺตา ชาติมานปฺปหานตฺถมภาสิ, ทุติยํ พาหุสจฺจํ นิสฺสาย อุปฺปชฺชนกอหํการปฺปหานตฺถํ, ตติยํ อุปธิสมฺปตฺตึ นิสฺสาย อุปฺปชฺชนกอตฺตสิเนหปฺปหานตฺถํ. มุทุกา โข ตฺยายนฺติ มุทุกา โข เต อยํ. กสฺมา ปน ภควา เอวมาห? เถเรน สห จีวรํ ปริวตฺเตตุกามตาย. กสฺมา ปริวตฺเตตุกาโม ชาโตติ? เถรํ อตฺตโน ฐาเน ฐเปตุกามตาย. กึ สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานา นตฺถีติ? อตฺถิ, เอวํ ปนสฺส อโหสิ ‘‘อิเมน จิรํ ฐสฺสนฺติ, กสฺสโป ปน วีสติวสฺสสตายุโก, โส มยิ ปรินิพฺพุเต สตฺตปณฺณิคุหายํ วสิตฺวา ธมฺมวินยสงฺคหํ กตฺวา มม สาสนํ ปญฺจวสฺสสหสฺสปริมาณกาลปฺปวตฺตนกํ กริสฺสตีติ อตฺตโน ฐาเน ฐเปสิ. เอวํ ภิกฺขู กสฺสปสฺส สุสฺสูสิตพฺพํ มญฺญิสฺสนฺตี’’ติ. ตสฺมา เอวมาห.

จนฺทูปโมติ จนฺทสทิโส หุตฺวา. กึ ปริมณฺฑลตาย? โน, อปิจ โข ยถา จนฺโท คคนตลํ ปกฺขนฺทมาโน น เกนจิ สทฺธึ สนฺถวํ วา สิเนหํ วา อาลยํ วา กโรติ, น จ น โหติ มหาชนสฺส ปิโย มนาโป, อยมฺปิ เอวํ เกนจิ สทฺธึ สนฺถวาทีนํ อกรเณน พหุชนสฺส ปิโย มนาโป จนฺทูปโม หุตฺวา ขตฺติยกุลาทีนิ จตฺตาริ กุลานิ อุปสงฺกมตีติ อตฺโถ. อปกสฺเสว กายํ อปกสฺส จิตฺตนฺติ เตเนว สนฺถวาทีนํ อกรเณน กายญฺจ จิตฺตญฺจ อปกฑฺฒิตฺวา, อปเนตฺวาติ อตฺโถ. นิจฺจํ นโวติ นิจฺจนวโกว, อาคนฺตุกสทิโส หุตฺวาติ อตฺโถ. อาคนฺตุโก หิ ปฏิปาฏิยา สมฺปตฺตเคหํ ปวิสิตฺวา สเจ นํ ฆรสามิกา ทิสฺวา ‘‘อมฺหากมฺปิ ปุตฺตภาตโร วิปฺปวาสํ คนฺตฺวา เอวํ วิจรึสู’’ติ อนุกมฺปมานา นิสีทาเปตฺวา โภเชนฺติ, ภุตฺตมตฺโตเยว ‘‘ตุมฺหากํ ภาชนํ คณฺหถา’’ติ อุฏฺฐาย ปกฺกมติ, น เตหิ สทฺธึ สนฺถวํ วา กโรติ, กิจฺจกรณียานิ วา สํวิทหติ, เอวมยมฺปิ ปฏิปาฏิยา สมฺปตฺตํ ฆรํ ปวิสิตฺวา ยํ อิริยาปเถ ปสนฺนา มนุสฺสา เทนฺติ, ตํ คเหตฺวา ฉินฺนสนฺถโว เตสํ กิจฺจกรณีเย อพฺยาวโฏ หุตฺวา นิกฺขมตีติ ทีเปติ.

อปฺปคพฺโภติ นปฺปคพฺโภ, อฏฺฐฏฺฐาเนน กายปาคพฺภิเยน, จตุฏฺฐาเนน วจีปาคพฺภิเยน, อเนกฏฺฐาเนน มโนปาคพฺภิเยน จ วิรหิโตติ อตฺโถ. อฏฺฐฏฺฐานํ กายปาคพฺภิยํ นาม สงฺฆคณปุคฺคลโภชนสาลชนฺตาฆรนหานติตฺถภิกฺขาจารมคฺเคสุ อนฺตรฆรปเวสเน จ กาเยน อปฺปติรูปกรณํ. จตุฏฺฐานํ วจีปาคพฺภิยํ นาม สงฺฆคณปุคฺคลอนฺตรฆเรสุ อปฺปติรูปวาจานิจฺฉารณํ. อเนกฏฺฐานํ มโนปาคพฺภิยํ นาม เตสุ เตสุ ฐาเนสุ กายวาจาหิ อชฺฌาจารํ อนาปชฺชิตฺวาปิ มนสา กามวิตกฺกาทีนํ วิตกฺกนํ. สพฺเพสมฺปิ อิเมสํ ปาคพฺภิยานํ อภาเวน อปฺปคพฺโภ หุตฺวา กุลานิ อุปสงฺกมตีติ อตฺโถ. กสฺสปสํยุตฺเตน จ จนฺทูปมปฺปฏิปทาทิเถรสฺส ธุตวาเทสุ อคฺคภาวสฺส โพธิตตฺตา วุตฺตํ ‘‘เอตเทว กสฺสปสํยุตฺตํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ กตฺวา’’ติ.

อนุรุทฺธตฺเถรวตฺถุ

๑๙๒. ปญฺจเม โภชนปปญฺจมตฺตนฺติ โคจรคาเม ปิณฺฑาย จรณาหารปริโภคสญฺญิตํ โภชนปปญฺจมตฺตํ. ทีปรุกฺขานนฺติ โลหทนฺตกฏฺฐมยานํ มหนฺตานํ ทีปรุกฺขานํ. โลหมเยสุปิ หิ เตสุ ทีปาธาเรสุ ทีปรุกฺขกาติ รุฬฺหิเรสา ทฏฺฐพฺพา. โอลมฺพกทีปมณฺฑลทีปสญฺจรณทีปาทิกา เสสทีปา.

อนุปริยายิ ปทกฺขิณกรณวเสน. อหํ เตนาติ เยน ตุยฺหํ อตฺโถ, อหํ เตน ปวาเรมิ, ตสฺมา ตํ อาหราเปตฺวา คณฺหาติ อตฺโถ. สุวณฺณปาติยํเยวสฺส ภตฺตํ อุปฺปชฺชีติ เทวตานุภาเวน อุปฺปชฺชิ, น กิญฺจิ ปจนกิจฺจํ อตฺถิ. สตฺต มหาปุริสวิตกฺเก วิตกฺเกสีติ ‘‘อปฺปิจฺฉสฺสายํ ธมฺโม, นายํ ธมฺโม มหิจฺฉสฺสา’’ติอาทิเก สตฺต มหาปุริสวิตกฺเก วิตกฺเกสิ. อฏฺฐเมติ ‘‘นิปฺปปญฺจารามสฺสายํ ธมฺโม, นายํ ธมฺโม ปปญฺจารามสฺสา’’ติ เอตสฺมึ ปุริสวิตกฺเก.

มม สงฺกปฺปมญฺญายาติ ‘‘อปฺปิจฺฉสฺสายํ ธมฺโม, นายํ ธมฺโม มหิจฺฉสฺสา’’ติอาทินา (ที. นิ. ๓.๓๕๘; อ. นิ. ๘.๓๐) มหาปุริสวิตกฺกวเสน อารทฺธมตฺตํ มตฺถกํ ปาเปตุํ อสมตฺถภาเวน ฐิตํ มม สงฺกปฺปํ ชานิตฺวา. มโนมเยนาติ มโนมเยน วิย มนสา นิมฺมิตสทิเสน, ปริณามิเตนาติ อตฺโถ. อิทฺธิยาติ ‘‘อยํ กาโย อิทํ จิตฺตํ วิย โหตู’’ติ เอวํ ปวตฺตาย อธิฏฺฐานิทฺธิยา.

ยทา เม อหุ สงฺกปฺโปติ ยสฺมึ กาเล มยฺหํ ‘‘กีทิโส นุ โข อฏฺฐโม มหาปุริสวิตกฺโก’’ติ ปริวิตกฺโก อโหสิ, ยทา เม อหุ สงฺกปฺโป, ตโต มม สงฺกปฺปมญฺญาย อิทฺธิยา อุปสงฺกมิ, อุตฺตริ เทสยีติ โยชนา. อุตฺตริ เทสยีติ ‘‘นิปฺปปญฺจารามสฺสายํ ธมฺโม นิปฺปปญฺจรติโน, นายํ ธมฺโม ปปญฺจารามสฺส ปปญฺจรติโน’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๕๘; อ. นิ. ๘.๓๐) อิมํ อฏฺฐมํ มหาปุริสวิตกฺกํ ปูเรนฺโต อุปริ เทสยิ. ตํ ปน เทสิตํ ทสฺเสนฺโต อาห – ‘‘นิปฺปปญฺจรโต พุทฺโธ, นิปฺปปญฺจมเทสยี’’ติ, ปปญฺจา นาม ราคาทโย กิเลสา, เตสํ วูปสมนตาย ตทภาวโต จ โลกุตฺตรธมฺมา นิปฺปปญฺจา นาม. ยถา ตํ ปาปุณาติ, ตถา ธมฺมํ เทเสสิ, สามุกฺกํสิกํ จตุสจฺจเทสนํ อเทสยีติ อตฺโถ.

ตสฺสาหํ ธมฺมมญฺญายาติ ตสฺส สตฺถุ เทสนาธมฺมํ ชานิตฺวา. วิหาสินฺติ ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปชฺชนฺโต วิหรึ. สาสเน รโตติ สิกฺขตฺตยสงฺคเห สาสเน อภิรโต. ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตาติ ปุพฺเพนิวาสญาณํ, ทิพฺพจกฺขุญาณํ, อาสวกฺขยญาณนฺติ อิมา ติสฺโส วิชฺชา มยา อนุปฺปตฺตา สจฺฉิกตา. ตโต เอว กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ, อนุสิฏฺฐิ โอวาโท อนุฏฺฐิโตติ อตฺโถ.

ภทฺทิยตฺเถรวตฺถุ

๑๙๓. ฉฏฺเฐ อุจฺจ-สทฺเทน สมานตฺโถ อุจฺจา-สทฺโทติ อาห – ‘‘อุจฺจากุลิกานนฺติ อุจฺเจ กุเล ชาตาน’’นฺติ. กาฬี สา เทวีติ กาฬวณฺณตาย กาฬี สา เทวี. กุลานุกฺกเมน รชฺชานุปฺปตฺติ มหากุลินสฺเสวาติ วุตฺตํ – ‘‘โสเยว จา’’ติอาทิ.

ลกุณฺฑกภทฺทิยตฺเถรวตฺถุ

๑๙๔. สตฺตเม ริตฺตโกติ เทยฺยวตฺถุรหิโต. คุเณ อาวชฺเชตฺวาติ ภควโต รูปคุเณ เจว อากปฺปสมฺปทาทิคุเณ จ อตฺตโน อธิปฺปายํ ญตฺวา อมฺพปกฺกสฺส ปฏิคฺคหณํ ปริภุญฺชนนฺติ เอวมาทิเก ยถาอุปฏฺฐิเต คุเณ อาวชฺเชตฺวา.

ปิณฺโฑลภารทฺวาชตฺเถรวตฺถุ

๑๙๕. อฏฺฐเม อภีตนาทภาเวน สีหสฺส วิย นาโท สีหนาโท, โส เอเตสํ อตฺถีติ สีหนาทิกา, เตสํ สีหนาทิกานํ. ครหิตพฺพปสํสิตพฺพธมฺเม ยาถาวโต ชานนฺตสฺเสว ครหา ปสํสา จ ยุตฺตรูปาติ อาห – ‘‘พุทฺธา จ นามา’’ติอาทิ. ขีณา ชาตีติอาทีหิ ปจฺจเวกฺขณญาณสฺส ภูมึ ทสฺเสติ. เตน หิ ญาเณน อริยสาวโก ปจฺจเวกฺขนฺโต ‘‘ขีณา ชาตี’’ติอาทึ ปชานาติ. กตมา ปนสฺส ชาติ ขีณา, กถญฺจ ปชานาตีติ? น ตาวสฺส อตีตา ขีณา ปุพฺเพว ขีณตฺตา, น อนาคตา อนาคเต วายามาภาวโต, น ปจฺจุปฺปนฺนา วิชฺชมานตฺตา. ยา ปน มคฺคสฺส อภาวิตตฺตา อุปฺปชฺเชยฺย เอกจตุปญฺจโวการภเวสุ เอกจตุปญฺจกฺขนฺธปฺปเภทา ชาติ, สา มคฺคสฺส ภาวิตตฺตา อนุปฺปาทธมฺมตํ อาปชฺชเนน ขีณา. ตํ โส มคฺคภาวนาย ปหีนกิเลเส ปจฺจเวกฺขิตฺวา ‘‘กิเลสาภาเว วิชฺชมานมฺปิ กมฺมํ อายตึ อปฺปฏิสนฺธิกํ โหตี’’ติ ชานนฺโต ปชานาติ.

วุสิตนฺติ วุฏฺฐํ ปริวุฏฺฐํ, กตํ จริตํ นิฏฺฐิตนฺติ อตฺโถ. พฺรหฺมจริยนฺติ มคฺคพฺรหฺมจริยํ. ปุถุชฺชนกลฺยาณเกน หิ สทฺธึ สตฺต เสกฺขา มคฺคพฺรหฺมจริยํ วสนฺติ นาม, ขีณาสโว วุฏฺฐวาโส. ตสฺมา อริยสาวโก อตฺตโน พฺรหฺมจริยวาสํ ปจฺจเวกฺขนฺโต ‘‘วุสิตํ พฺรหฺมจริย’’นฺติ ปชานาติ. กตํ กรณียนฺติ จตูสุ สจฺเจสุ จตูหิ มคฺเคหิ ปริญฺญาปหานสจฺฉิกิริยาภาวนาภิสมยวเสน โสฬสวิธํ กิจฺจํ นิฏฺฐาปิตนฺติ อตฺโถ. ปุถุชฺชนกลฺยาณกาทโย หิ ตํ กิจฺจํ กโรนฺติ, ขีณาสโว กตกรณีโย. ตสฺมา อริยสาวโก อตฺตโน กรณียํ ปจฺจเวกฺขนฺโต ‘‘กตํ กรณีย’’นฺติ ปชานาติ. นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ อิทานิ ปุน อิตฺถภาวาย เอวํ โสฬสวิธกิจฺจภาวาย, กิเลสกฺขยาย วา มคฺคภาวนาย กิจฺจํ เม นตฺถีติ ปชานาติ. อถ วา อิตฺถตฺตายาติ อิตฺถภาวโต อิมสฺมา เอวํปการา อิทานิ วตฺตมานกฺขนฺธสนฺตานา อปรํ ขนฺธสนฺตานํ มยฺหํ นตฺถิ, อิเม ปน ปญฺจกฺขนฺธา ปริญฺญาตา ติฏฺฐนฺติ ฉินฺนมูลกา รุกฺขา วิย, เต จริมกวิญฺญาณนิโรเธน อนุปาทาโน วิย ชาตเวโท นิพฺพายิสฺสนฺตีติ ปชานาติ.

มนฺตาณิปุตฺตปุณฺณตฺเถรวตฺถุ

๑๙๖. นวเม อฏฺฐารสสุปิ วิชฺชาฏฺฐาเนสุ นิปฺผตฺตึ คตตฺตา ‘‘สพฺพสิปฺเปสุ โกวิโท หุตฺวา’’ติ วุตฺตํ. อภิทยาอพฺภญฺญาวหสฺเสว ธมฺมสฺส ตตฺถ อุปลพฺภนโต ‘‘โมกฺขธมฺมํ อทิสฺวา’’ติ วุตฺตํ. เตนาห – ‘‘อิทํ เวทตฺตยํ นามา’’ติอาทิ. ตถา หิ อเนน ทุคฺคติปริมุจฺจนมฺปิ ทุลฺลภํ, อภิญฺญาปริวารานํ อฏฺฐนฺนํ สมาปตฺตีนํ ลาภิตาย สยํ เอกเทเสน อุปสนฺโต ปรมุกฺกํสคตํ อุตฺตมทมถสมถํ อนญฺญสาธารณํ ภควนฺตํ สมฺภาเวนฺโต ‘‘อยํ ปุริโส’’ติอาทิมาห. ปิฏกานิ คเหตฺวา อาคจฺฉนฺตีติ ผลภาชนานิ คเหตฺวา อสฺสามิกาย อาคจฺฉนฺติ. พุทฺธานนฺติ คารววเสน พหุวจนนิทฺเทโส กโต. ปริภุญฺชีติ เทวตาหิ ปกฺขิตฺตทิพฺโพชํ วนมูลผลาผลํ ปริภุญฺชิ. ปตฺเต ปติฏฺฐาปิตสมนนฺตรเมว หิ เทวตา ตตฺถ ทิพฺโพชํ ปกฺขิปึสุ. สมฺมสิตฺวาติ ปจฺจเวกฺขิตฺวา, ปริวตฺเตตฺวาติ จ วทนฺติ. อรหตฺตํ ปาปุณึสูติ มหาเทวตฺเถรสฺส อนุโมทนกถาย อนุปุพฺพิกถาสกฺขิกาย สุวิโสธิตจิตฺตสนฺตานา อรหตฺตํ ปาปุณึสุ.

ทสหิ กถาวตฺถูหีติ อปฺปิจฺฉกถา สนฺตุฏฺฐิกถา ปวิเวกกถา อสํสคฺคกถา วีริยารมฺภกถา สีลสมฺปทากถา สมาธิสมฺปทากถา ปญฺญาสมฺปทากถา วิมุตฺติสมฺปทากถา วิมุตฺติญาณทสฺสนสมฺปทากถาติ อิเมหิ ทสหิ กถาวตฺถูหิ. ชาติภูมิรฏฺฐวาสิโนติ ชาติภูมิวนฺตเทสวาสิโน, สตฺถุ ชาตเทสวาสิโนติ อตฺโถ. สีสานุโลกิโกติ ปุรโต คจฺฉนฺตสฺส สีสํ อนุ อนุ ปสฺสนฺโต. โอกาสํ สลฺลกฺเขตฺวาติ สากจฺฉาย อวสรํ สลฺลกฺเขตฺวา. สตฺตวิสุทฺธิกฺกมํ ปุจฺฉีติ ‘‘กึ นุ โข, อาวุโส, สีลวิสุทฺธตฺถํ ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตี’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๒๕๗) สตฺต วิสุทฺธิโย ปุจฺฉิ. ธมฺมกถิกานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสิ สวิเสเสน ทสกถาวตฺถุลาภิตาย.

มหากจฺจานตฺเถรวตฺถุ

๑๙๗. ทสเม สํขิตฺเตน กถิตธมฺมสฺสาติ มธุปิณฺฑิกสุตฺตนฺตเทสนาสุ วิย สงฺเขเปน เทสิตธมฺมสฺส. ตํ เทสนํ วิตฺถาเรตฺวาติ ตํ สงฺเขปเทสนํ อายตนาทิวเสน วิตฺถาเรตฺวา. อตฺถํ วิภชมานานนฺติ ตสฺสา สงฺเขปเทสนาย อตฺถํ วิภชิตฺวา กเถนฺตานํ. อตฺถวเสน วาติ ‘‘เอตฺตกา เอตสฺส อตฺถา’’ติ อตฺถวเสน วา เทสนํ ปูเรตุํ สกฺโกนฺติ. พฺยญฺชนวเสน วาติ ‘‘เอตฺตกานิ เอตฺถ พฺยญฺชนานิ เทสนาวเสน วตฺตพฺพานี’’ติ พฺยญฺชนวเสน วา ปูเรตุํ สกฺโกนฺติ. อยํ ปน มหากจฺจานตฺเถโร อุภยวเสนปิ สกฺโกติ ตสฺส สงฺเขเปน อุทฺทิฏฺฐสฺส วิตฺถาเรน สตฺถุ อชฺฌาสยานุรูปํ เทสนโต, ตสฺมา ตตฺถ อคฺโคติ วุตฺโต. วุตฺตนเยเนวาติ ‘‘ปาโตว สุโภชนํ ภุญฺชิตฺวา อุโปสถงฺคานิ อธิฏฺฐายา’’ติอาทินา เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว. อญฺเญหีติ อญฺญาสํ อิตฺถีนํ เกเสหิ อติวิย ทีฆา. น เกวลญฺจ ทีฆา เอว, อถ โข สินิทฺธนีลมุทุกญฺจิกา จ. นิกฺเกสีติ อปฺปเกสี ยถา ‘‘อนุทรา กญฺญา’’ติ.

ปณิยนฺติ วิกฺเกตพฺพภณฺฑํ. อาวชฺเชตฺวาติ อุปนิสฺสยํ เกสานํ ปกติภาวาปตฺติญฺจ อาวชฺเชตฺวา. คารเวนาติ มุณฺฑสีสาปิ เถเร คารเวน เอกวจเนเนว อาคนฺตฺวา. นิมนฺเตตฺวาติ สฺวาตนาย นิมนฺเตตฺวา. อิมิสฺสา อิตฺถิยาติ ยถาวุตฺตเสฏฺฐิธีตรมาห. ทิฏฺฐธมฺมิโกวาติ อวธารณํ อฏฺฐานปยุตฺตํ, ทิฏฺฐธมฺมิโก ยสปฏิลาโภว อโหสีติ อตฺโถ. ยสปฏิลาโภติ จ ภวสมฺปตฺติปฏิลาโภ. สตฺตสุ หิ ชวนเจตนาสุ ปฐมา ทิฏฺฐธมฺมเวทนียผลา, ปจฺฉิมา อุปปชฺชเวทนียผลา, มชฺเฌ ปญฺจ อปราปริยเวทนียผลา, ตสฺมา ปฐมํ เอกํ เจตนํ ฐเปตฺวา เสสา ยถาสกํ ปริปุณฺณผลทายิโน โหนฺติ, ปฐมเจตนาย ปน ทิฏฺฐธมฺมิโก ยสปฏิลาโภว อโหสิ.

ปฐมเอตทคฺควคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.