สมถกมฺมฏฺฐานํ

จริตเภทวณฺณนา

๓. ราโค ว จริตา ปกตีติ ราคจริตา. เอวํ โทสจริตาทโยปิ. จริตสงฺคโหติ มูลจริตวเสน ปุคฺคลสงฺคโห, สํสคฺควเสน ปน เตสฏฺฐิ จริตา โหนฺติ. วุตฺตญฺหิ –

‘‘ราคาทิเก ติเก สตฺต, สตฺต สทฺธาทิเก ติเก;

เอกทฺวิติกมูลมฺหิ, มิสฺสโต สตฺตสตฺตก’’นฺติ.

เอตฺถ หิ ราคจริตา โทสจริตา โมหจริตา ราคโทสจริตา ราคโมหจริตา โทสโมหจริตา ราคโทสโมหจริตาติ เอวํ ราคาทิเก ติเก สตฺตกเมกํ. ตถา สทฺธาจริตา พุทฺธิจริตา วิตกฺกจริตา สทฺธาพุทฺธิจริตา สทฺธาพุทฺธิวิตกฺกจริตา พุทฺธิวิตกฺกจริตา สทฺธาพุทฺธิวิตกฺกจริตาติ สทฺธาทิเกปิ ติเก เอกนฺติ เอวํ เทฺว ติเก อมิสฺเสตฺวา จุทฺทส จริตา โหนฺติ. ราคาทิติเก ปน เอกทฺวิติกมูลวเสน สทฺธาทิติเกน สห โยชิเต ราคสทฺธาจริตา ราคพุทฺธิจริตา ราควิตกฺกจริตา ราคสทฺธาพุทฺธิจริตา ราคสทฺธาวิตกฺกจริตา ราคพุทฺธิวิตกฺกจริตา ราคสทฺธาพุทฺธิวิตกฺกจริตาติ ราคมูลนเย เอกํ สตฺตกํ, ตถา ‘‘โทสสทฺธาจริตา โทสพุทฺธิจริตา โทสวิตกฺกจริตา’’ตฺยาทินา โทสมูลนเยปิ เอกํ, ‘‘โมหสทฺธาจริตา’’ตฺยาทินา โมหมูลนเยปิ เอกนฺติ เอวํ เอกมูลนเย สตฺตกตฺตยํ โหติ. ยถา เจตฺถ, เอวํ ทฺวิมูลกนเยปิ ‘‘ราคโทสสทฺธาจริตา ราคโทสพุทฺธิจริตา ราคโทสวิตกฺกจริตา’’ตฺยาทินา สตฺตกตฺตยํ. ติมูลกนเย ปน ‘‘ราคโทสโมหสทฺธาจริตา’’ตฺยาทินา เอกํ สตฺตกนฺติ เอวํ มิสฺสโต สตฺตสตฺตกวเสน เอกูนปญฺญาส จริตา โหนฺติ. อิติ อิมา เอกูนปญฺญาส, ปุริมา จ จุทฺทสาติ เตสฏฺฐิ จริตา ทฏฺฐพฺพา. เกจิ ปน ทิฏฺฐิยา สทฺธึ ‘‘จตุสฏฺฐี’’ติ วณฺเณนฺติ.

จริตเภทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ภาวนาเภทวณฺณนา

๔. ภาวนาย ปฏิสงฺขารกมฺมภูตา, อาทิกมฺมภูตา วา ปุพฺพภาคภาวนา ปริกมฺมภาวนา นาม. นีวรณวิกฺขมฺภนโต ปฏฺฐาย โคตฺรภูปริโยสานา กามาวจรภาวนา อุปจารภาวนา นาม. อปฺปนาย สมีปจาริตฺตา คามูปจาราทโย วิย. มหคฺคตภาวปฺปตฺตา อปฺปนาภาวนา นาม อปฺปนาสงฺขาตวิตกฺกปมุขตฺตา. สมฺปยุตฺตธมฺเมหิ อารมฺมเณ อปฺเปนฺโต วิย ปวตฺตตีติ วิตกฺโก อปฺปนา. ตถา หิ โส ‘‘อปฺปนา พฺยปฺปนา’’ติ (ธ. ส. ๗) นิทฺทิฏฺโฐ. ตปฺปมุขตาวเสน ปน สพฺเพปิ มหคฺคตานุตฺตรฌานธมฺมา ‘‘อปฺปนา’’ติ วุจฺจนฺติ.

ภาวนาเภทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

นิมิตฺตเภทวณฺณนา

๕. ปริกมฺมสฺส นิมิตฺตํ อารมฺมณตฺตาติ ปริกมฺมนิมิตฺตํ, กสิณมณฺฑลาทิ. ตเทว จกฺขุนา ทิฏฺฐํ วิย มนสา อุคฺคเหตพฺพํ นิมิตฺตํ, อุคฺคณฺหนฺตสฺส วา นิมิตฺตนฺติ อุคฺคหนิมิตฺตํ. ตปฺปฏิภาคํ วณฺณาทิกสิณโทสรหิตํ นิมิตฺตํ อุปจารปฺปนานํ อารมฺมณตฺตาติ ปฏิภาคนิมิตฺตํ.

๖. ปถวีเยว กสิณํ เอกเทเส อฏฺฐตฺวา อนนฺตสฺส ผริตพฺพตาย สกลฏฺเฐนาติ ปถวีกสิณํ, กสิณมณฺฑลํ. ปฏิภาคนิมิตฺตํ, ตทารมฺมณญฺจ ฌานํ ‘ปถวีกสิณ’นฺติ วุจฺจติ. ตถา อาโปกสิณาทีสุปิ. ตตฺถ ปถวาทีนิ จตฺตาริ ภูตกสิณานิ. นีลาทีนิ จตฺตาริ วณฺณกสิณานิ, ปริจฺฉินฺนากาโส อากาสกสิณํ, จนฺทาทิอาโลโก อาโลกกสิณนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.

๗. อุทฺธํ ธุมาตํ สูนํ ฉวสรีรํ อุทฺธุมาตํ, ตเทว กุจฺฉิตฏฺเฐนอุทฺธุมาตกํ. เอวํ เสเสสุปิ. เสตรตฺตาทินา วิมิสฺสิตํ เยภุยฺเยน นีลวณฺณํ ฉวสรีรํ วินีลกํ วิเสสโต นีลกนฺติ กตฺวา. วิสฺสวนฺตปุพฺพกํ วิปุพฺพกํ. มชฺเฌ ทฺวิธา ฉินฺนํ วิจฺฉิทฺทกํ. โสณสิงฺคาลาทีหิ วิวิธากาเรน ขายิตํ วิกฺขายิตกํ. โสณสิงฺคาลาทีหิ วิวิเธนากาเรน ขณฺฑิตฺวา ตตฺถ ตตฺถ ขิตฺตํ วิกฺขิตฺตกํ. กากปทาทิอากาเรน สตฺเถน หนิตฺวา วิวิธํ ขิตฺตํ หตวิกฺขิตฺตกํ. โลหิตปคฺฆรณกํ โลหิตกํ. กิมิกุลปคฺฆรณกํ ปุฬวกํ. อนฺตมโส เอกมฺปิ อฏฺฐิ อฏฺฐิกํ.

๘. อนุ อนุ สรณํ อนุสฺสติ, อรหตาทิพุทฺธคุณารมฺมณา อนุสฺสติ พุทฺธานุสฺสติ. สฺวากฺขาตตาทิธมฺมคุณารมฺมณา อนุสฺสติ ธมฺมานุสฺสติ. สุปฺปฏิปนฺนตาทิสํฆคุณารมฺมณา อนุสฺสติ สํฆานุสฺสติ. อขณฺฑตาทินา สุปริสุทฺธสฺส อตฺตโน สีลคุณสฺส อนุสฺสรณํ สีลานุสฺสติ. วิคตมลมจฺเฉรตาทิวเสน อตฺตโน จาคานุสฺสรณํ จาคานุสฺสติ. ‘‘เยหิ สทฺธาทีหิ สมนฺนาคตา เทวา เทวตฺตํ คตา, ตาทิสา คุณา มยิ สนฺตี’’ติ เอวํ เทวตา สกฺขิฏฺฐาเน ฐเปตฺวา อตฺตโน สทฺธาทิคุณานุสฺสรณํ เทวตานุสฺสติ. สพฺพทุกฺขูปสมภูตสฺส นิพฺพานสฺส คุณานุสฺสรณํ อุปสมานุสฺสติ. ชีวิตินฺทฺริยุปจฺเฉทภูตสฺส มรณสฺส อนุสฺสรณํ มรณานุสฺสติ. เกสาทิกายโกฏฺฐาเส คตา ปวตฺตา สติ กายคตาสติ. อานญฺจ อปานญฺจ อานาปานํ, อสฺสาสปสฺสาสา, ตทารมฺมณา สติ อานาปานสฺสติ.

๙. มิชฺชติ สินิยฺหตีติ เมตฺตา, มิตฺเตสุ ภวาติ วา เมตฺตา, สา สตฺตานํ หิตสุขูปสํหรณลกฺขณา. ปรทุกฺขาปนยนกามตาลกฺขณา กรุณา. ปรสมฺปตฺติปโมทลกฺขณา มุทิตา. อิฏฺฐานิฏฺเฐสุ มชฺฌตฺตาการปฺปวตฺติลกฺขณา อุเปกฺขา. อปฺปมาณสตฺตารมฺมณตฺตา อปฺปมญฺญา. อุตฺตมวิหารภาวโต, อุตฺตมานํ วา วิหารภาวโต พฺรหฺมวิหาโร.

๑๐. คมนปริเยสนปริโภคาทิปจฺจเวกฺขณวเสน กพฬีการาหาเร ปฏิกูลนฺติ ปวตฺตา สญฺญา อาหาเร ปฏิกูลสญฺญา.

๑๑. ปถวีธาตุอาทีนํ จตุนฺนํ ธาตูนํ สลกฺขณโต เกสาทิสสมฺภาราทิโต จ ววตฺถานํ จตุธาตุววตฺถานํ.

๑๒. อรูเป อารมฺมเณ ปวตฺตา อารุปฺปา.

นิมิตฺตเภทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

สปฺปายเภทวณฺณนา

๑๓. อิทานิ ตสฺส ตสฺส ปุคฺคลสฺส จริตานุกูลกมฺมฏฺฐานํ ทสฺเสตุํ ‘‘จริตาสุ ปนา’’ตฺยาทิมาห. ราโค ว จริตํ ปกติ เอตสฺสาติ ราคจริโต, ราคพหุโล ปุคฺคโล, ราคสฺส อุชุวิปจฺจนีกภาวโต อสุภกมฺมฏฺฐานํ ตสฺส สปฺปายํ. อานาปานํ โมหจริตสฺส, วิตกฺกจริตสฺส จ สปฺปายํ พุทฺธิวิสยภาเวน โมหปฺปฏิปกฺขตฺตา, วิตกฺกสนฺธาวนสฺส นิวารกตฺตา จ. ฉ พุทฺธานุสฺสติอาทโย สทฺธาจริตสฺส สปฺปายา สทฺธาวุทฺธิเหตุภาวโต.

๑๗. มรณอุปสมสญฺญาววตฺถานานิ พุทฺธิจริตสฺส สปฺปายานิ คมฺภีรภาวโต พุทฺธิยา เอว วิสยตฺตา.

๑๘. เสสานีติ จตุพฺพิธภูตกสิณอากาสอาโลกกสิณอารุปฺปจตุกฺกวเสน ทสวิธานิ. ตตฺถาปีติ เตสุ ทสสุ กมฺมฏฺฐาเนสุ. ปุถุลํ โมหจริตสฺส สปฺปายํ สมฺพาเธ โอกาเส จิตฺตสฺส ภิยฺโยโสมตฺตาย สมฺมุยฺหนโต. ขุทฺทกํ วิตกฺกจริตสฺส สปฺปายํ มหนฺตารมฺมณสฺส วิตกฺกสนฺธาวนปจฺจยตฺตา. อุชุวิปจฺจนีกโต เจว อติสปฺปายตาย เจตํ วุตฺตํ. ราคาทีนํ ปน อวิกฺขมฺภิกา, สทฺธาทีนํ วา อนุปการิกา กสิณาทิภาวนา นาม นตฺถิ.

สปฺปายเภทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ภาวนาเภทวณฺณนา

๑๙. สพฺพตฺถาปีติ จตฺตาลีสกมฺมฏฺฐาเนสุปิ นตฺถิ อปฺปนา, พุทฺธคุณาทีนํ ปรมตฺถภาวโต, อเนกวิธตฺตา, เอกสฺสปิ คมฺภีรภาวโต จ. พุทฺธานุสฺสติอาทีสุ ทสสุ กมฺมฏฺฐาเนสุ อปฺปนาวเสน สมาธิสฺส ปติฏฺฐาตุํ อสกฺกุเณยฺยตฺตา อปฺปนาภาวํ อปฺปตฺวา สมาธิ อุปจารภาเวน ปติฏฺฐาติ. โลกุตฺตรสมาธิ, ปน ทุติยจตุตฺถารุปฺปสมาธิ จ สภาวธมฺเมปิ ภาวนาวิเสสวเสน อปฺปนํ ปาปุณาติ. วิสุทฺธิภาวนานุกฺกมวเสน หิ โลกุตฺตโร อปฺปนํ ปาปุณาติ. อารมฺมณสมติกฺกมภาวนาวเสน อารุปฺปสมาธิ. อปฺปนาปฺปตฺตสฺเสว หิ จตุตฺถชฺฌานสมาธิโน อารมฺมณสมติกฺกมนมตฺตํ โหติ.

๒๑. ปญฺจปิ ฌานานิ เอเตสมตฺถิ, ตตฺถ นิยุตฺตานีติ วา ปญฺจกชฺฌานิกานิ.

๒๒. อสุภภาวนาย ปฏิกูลารมฺมณตฺตา จณฺฑโสตาย นทิยา อริตฺตพเลน นาวา วิย วิตกฺกพเลเนว ตตฺถ จิตฺตํ ปวตฺตตีติ อสุภกมฺมฏฺฐาเน อวิตกฺกชฺฌานาสมฺภวโต ‘‘ปฐมชฺฌานิกา’’ติ วุตฺตํ.

๒๓. เมตฺตากรุณามุทิตานํ โทมนสฺสสหคตพฺยาปาทวิหึสานภิรตีนํ ปหายกตฺตา โทมนสฺสปฺปฏิปกฺเขน โสมนสฺเสเนว สหคตตา ยุตฺตาติ ‘‘เมตฺตาทโย ตโย จตุกฺกชฺฌานิกา’’ติ วุตฺตา.

๒๔. ‘‘สพฺเพ สตฺตา สุขิตา โหนฺตุ, ทุกฺขา มุจฺจนฺตุ, ลทฺธสุขสมฺปตฺติโต มา วิคจฺฉนฺตู’’ติ เมตฺตาทิวสปฺปวตฺตพฺยาปารตฺตยํ ปหาย กมฺมสฺสกตาทสฺสเนน สตฺเตสุ มชฺฌตฺตาการปฺปวตฺตภาวนานิพฺพตฺตาย ตตฺรมชฺฌตฺตุเปกฺขาย พลวตรตฺตา อุเปกฺขาพฺรหฺมวิหารสฺส สุขสหคตาสมฺภวโต ‘‘อุเปกฺขา ปญฺจมชฺฌานิกา’’ติ วุตฺตา.

ภาวนาเภทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

โคจรเภทวณฺณนา

๒๖. ยถารหนฺติ ตํตํอารมฺมณานุรูปโต. กสฺสจิ อารมฺมณสฺส อปริพฺยตฺตตาย ‘‘ปริยาเยนา’’ติ วุตฺตํ.

๒๗. กสิณาสุภโกฏฺฐาสานาปานสฺสตีเสฺวว หิ ปริพฺยตฺตนิมิตฺตสมฺภโวติ.

๒๘. ปถวีมณฺฑลาทีสุ นิมิตฺตํ อุคฺคณฺหนฺตสฺสาติ อาทิมฺหิ ตาว จตุปาริสุทฺธิสีลํ วิโสเธตฺวา ทสวิธํ ปลิโพธํ อุปจฺฉินฺทิตฺวา ปิยครุภาวนียาทิคุณสมนฺนาคตํ กลฺยาณมิตฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา อตฺตโน จริยานุกูลํ กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา อฏฺฐารสวิธํ อนนุรูปวิหารํ ปหาย ปญฺจงฺคสมนฺนาคเต อนุรูปวิหาเร วิหรนฺตสฺส เกสนขหรณาทิขุทฺทกปลิโพธุปจฺเฉทํ กตฺวา กสิณมณฺฑลาทีนิ ปุรโต กตฺวา อานาปานโกฏฺฐาสาทีสุ จิตฺตํ ฐเปตฺวา นิสีทิตฺวา ‘‘ปถวี ปถวี’’ตฺยาทินา ตํตํภาวนานุกฺกเมน ปถวีกสิณาทีสุ ตํตทารมฺมเณสุ นิมิตฺตํ อุคฺคณฺหนฺตสฺส. อยเมตฺถ สงฺเขโป. วิตฺถารโต ปน ภาวนา วิสุทฺธิมคฺคโต (วิสุทฺธิ. ๑.๕๔ อาทโย) คเหตพฺพา. ทุวิธมฺปิ หิ ภาวนาวิธานํ อิธ อาจริเยน อติสงฺเขปโต วุตฺตํ, ตทตฺถทสฺสนตฺถญฺจ วิตฺถารนเย อาหริยมาเน อติปฺปปญฺโจ สิยาติ มยมฺปิ ตํ น วิตฺถาเรสฺสาม. ยทา ปน ตํ นิมิตฺตํ จิตฺเตน สมุคฺคหิตนฺติ เอวํ ปวตฺตานุปุพฺพภาวนาวเสน ยทา ตํ ปริกมฺมนิมิตฺตํ จิตฺเตน สมฺมา อุคฺคหิตํ โหติ. มโนทฺวารสฺส อาปาถมาคตนฺติ จกฺขุํ นิมฺมีเลตฺวา, อญฺญตฺถ คนฺตฺวา วา มนสิ กโรนฺตสฺส กสิณมณฺฑลสทิสเมว หุตฺวา มโนทฺวาริกชวนานํ อาปาถํ อาคตํ โหติ.

๒๙. สมาธิยตีติ วิเสสโต จิตฺเตกคฺคตาปตฺติยา สมาหิตา โหติ.

๓๐. จิตฺตสมาธานวเสน ปุคฺคโลปิ สมาหิโตเยวาติ วุตฺตํ ‘‘ตถา สมาหิตสฺสา’’ติ. ตปฺปฏิภาคนฺติ อุคฺคหนิมิตฺตสทิสํ, ตโตเยว หิ ตํ ‘‘ปฏิภาคนิมิตฺต’’นฺติ วุจฺจติ. ตํ ปน อุคฺคหนิมิตฺตโต อติปริสุทฺธํ โหติ. วตฺถุธมฺมวิมุจฺจิตนฺติ ปรมตฺถธมฺมโต วิมุตฺตํ, วตฺถุธมฺมโต วา กสิณมณฺฑลคตกสิณโทสโต วินิมุตฺตํ. ภาวนาย นิพฺพตฺตตฺตา ภาวนามยํ. สมปฺปิตนฺติ สุฏฺฐุ อปฺปิตํ.

๓๑. ตโต ปฏฺฐายาติ ปฏิภาคนิมิตฺตุปฺปตฺติโต ปฏฺฐาย.

๓๓. ปญฺจสุ ฌานงฺเคสุ เอเกการมฺมเณ อุปฺปนฺนาวชฺชนานนฺตรํ จตุปญฺจชวนกติปยภวงฺคโต ปรํ อคนฺตฺวา อปราปรํ ฌานงฺคาวชฺชนสมตฺถตา อาวชฺชนวสิตา นาม. สมาปชฺชิตุกามตานนฺตรํ กติปยภวงฺคโต ปรํ อคนฺตฺวา อุปฺปนฺนาวชฺชนานนฺตรํ สมาปชฺชิตุํ สมตฺถตา สมาปชฺชนวสิตา นาม. เสตุ วิย สีฆโสตาย นทิยา โอฆํ ภวงฺคเวคํ อุปจฺฉินฺทิตฺวา ยถาปริจฺฉินฺนกาลํ ฌานํ ฐเปตุํ สมตฺถตา ภวงฺคปาตโต รกฺขณโยคฺยตา อธิฏฺฐานวสิตา นาม. ยถา ปริจฺฉินฺนกาลํ อนติกฺกมิตฺวา ฌานโต วุฏฺฐานสมตฺถตา วุฏฺฐานวสิตา นาม. อถ วา ยถาปริจฺฉินฺนกาลโต อุทฺธํ คนฺตุํ อทตฺวา ฐปนสมตฺถตา อธิฏฺฐานวสิตา นาม. ยถาปริจฺฉินฺนกาลโต อนฺโต อวุฏฺฐหิตฺวา ยถากาลวเสเนว วุฏฺฐานสมตฺถตา วุฏฺฐานวสิตา นามาติ อลมติปฺปปญฺเจน. ปจฺจเวกฺขณวสิตา ปน อาวชฺชนวสิตาย เอว สิทฺธา. อาวชฺชนานนฺตรชวนาเนว หิ ปจฺจเวกฺขณชวนานิ นาม. วิตกฺกาทิโอฬาริกงฺคํ ปหานายาติ ทุติยชฺฌานาทีหิ วิตกฺกาทิโอฬาริกงฺคานํ ฌานกฺขเณ อนุปฺปาทาย. ปทหโตติ ปริกมฺมํ กโรนฺตสฺส. ตสฺส ปน อุปจารภาวนา นิปฺผนฺนา นาม โหติ วิตกฺกาทีสุ นิกนฺติวิกฺขมฺภนโต ปฏฺฐายาติ ทฏฺฐพฺพํ. ยถารหนฺติ ตํตํฌานิกกสิณาทิอารมฺมณานุรูปํ.

๓๖. อากาสกสิณสฺส อุคฺฆาเฏตุํ อสกฺกุเณยฺยตฺตา วุตฺตํ ‘‘อากาสวชฺชิเตสู’’ติ. กสิณนฺติ กสิณปฏิภาคนิมิตฺตํ. อุคฺฆาเฏตฺวาติ อมนสิการวเสน อุทฺธริตฺวา. อนนฺตวเสน ปริกมฺมํ กโรนฺตสฺสาติ ‘‘อนนฺตํ อากาสํ, อนนฺตํ อากาส’’นฺติ อากาสํ อารพฺภ ปริกมฺมํ กโรนฺตสฺส, น ปน เกวลํ ‘‘อนนฺตํ อนนฺต’’นฺติ. เอวํ วิญฺญาณญฺจายตเนปิ. ‘‘อนนฺต’’นฺติ อวตฺวาปิ ‘‘อากาโส อากาโส (วิสุทฺธิ. ๑.๒๗๖), วิญฺญาณํ วิญฺญาณ’’นฺติ (วิสุทฺธิ. ๑.๒๘๑) มนสิ กาตุํ วฏฺฏตีติ อาจริยา.

๓๙. ‘‘สนฺตเมตํ, ปณีตเมต’’นฺติ ปริกมฺมํ กโรนฺตสฺสาติ อภาวมตฺตารมฺมณตาย ‘‘เอตํ สนฺตํ, เอตํ ปณีต’’นฺติ ภาเวนฺตสฺส.

๔๐. อวเสเสสุ จาติ กสิณาทีหิ สห อปฺปนาวหกมฺมฏฺฐานโต อวเสเสสุ พุทฺธานุสฺสติอาทีสุ อฏฺฐสุ, สญฺญาววตฺถาเนสุ จาติ ทสสุ กมฺมฏฺฐาเนสุ. ปริกมฺมํ กตฺวาติ ‘‘โส ภควา อิติปิ อรหํ, อิติปิ สมฺมาสมฺพุทฺโธ’’ตฺยาทินา (วิสุทฺธิ. ๑.๑๒๔) วุตฺตวิธาเนน ปริกมฺมํ กตฺวา. สาธุกมุคฺคหิเตติ พุทฺธาทิคุณนินฺนโปณปพฺภารจิตฺตตาวเสน สุฏฺฐุ อุคฺคหิเต. ปริกมฺมญฺจ สมาธิยตีติ ปริกมฺมภาวนา สมาหิตา นิปฺผชฺชติ. อุปจาโร จ สมฺปชฺชตีติ นีวรณานิ วิกฺขมฺเภนฺโต อุปจารสมาธิ จ อุปฺปชฺชติ.

๔๑. อภิญฺญาวเสน ปวตฺตมานนฺติ อภิวิเสสโต ชานนฏฺเฐน อภิญฺญาสงฺขาตํ อิทฺธิวิธาทิปญฺจโลกิยาภิญฺญาวเสน ปวตฺตมานํ, อภิญฺญาปาทกปญฺจมชฺฌานา วุฏฺฐหิตฺวาติ กสิณานุโลมาทีหิ จุทฺทสหากาเรหิ (วิสุทฺธิ. ๒.๓๖๕) จิตฺตํ ปริทเมตฺวา อภินีหารกฺขมํ กตฺวา อุเปกฺเขกคฺคตาโยคโต อนุรูปตฺตา จ รูปาวจรปญฺจมชฺฌานเมว อภิญฺญานํ ปาทกํ ปติฏฺฐาภูตํ ปถวาทิกสิณารมฺมณํ ปญฺจมชฺฌานํ, ตํ สมาปชฺชิตฺวา ตโต วุฏฺฐาย. อธิฏฺเฐยฺยาทิกมาวชฺเชตฺวาติ อิทฺธิวิธญาณสฺส ปริกมฺมกาเล อธิฏฺฐาตพฺพํ วิกุพฺพนียํ สตาทิกํ โกมารรูปาทิกํ, ทิพฺพโสตสฺส ปริกมฺมกาเล ถูลสุขุมเภทํ สทฺทํ, เจโตปริยญาณสฺส ปริกมฺมกาเล ปรสฺส หทยงฺคตวณฺณทสฺสเนน สราคาทิเภทํ จิตฺตํ, ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณสฺส ปริกมฺมสมเย ปุริมภเวสุ จุติจิตฺตาทิเภทํ ปุพฺเพ นิวุตฺถกฺขนฺธํ, ทิพฺพจกฺขุสฺส ปริกมฺมสมเย โอภาสผริตฏฺฐานคตํ รูปํ วา อาวชฺเชตฺวา.

ปริกมฺมํ กโรนฺตสฺสาติ ‘‘สตํ โหมิ, สหสฺสํ โหมี’’ตฺยาทินา ปริกมฺมํ กโรนฺตสฺส. รูปาทีสูติ ปริกมฺมวิสยภูเตสุ รูปปาทกชฺฌานสทฺทปรจิตฺตปุพฺเพนิวุตฺถกฺขนฺธาทิเภเทสุ อารมฺมเณสุ. เอตฺถ หิ อิทฺธิวิธญาณสฺส ตาว ปาทกชฺฌานํ, กาโย, รูปาทิอธิฏฺฐาเน รูปาทีนิ จาติ ฉ อารมฺมณานิ. ตตฺถ ปาทกชฺฌานํ อตีตเมว, กาโย ปจฺจุปฺปนฺโน, อิตรํ ปจฺจุปฺปนฺนมนาคตํ วา. ทิพฺพโสตสฺส ปน สทฺโทเยว, โส จ โข ปจฺจุปฺปนฺโน. ปรจิตฺตวิชานนาย ปน อตีเต สตฺตทิวเสสุ, อนาคเต สตฺตทิวเสสุ จ ปวตฺตํ ปริตฺตาทีสุ ยํ กิญฺจิ ติกาลิกํ จิตฺตเมว อารมฺมณํ โหตีติ มหาอฏฺฐกถาจริยา (วิสุทฺธิ. ๒.๔๑๖; ธ. ส. อฏฺฐ. ๑๔๓๔).

สงฺคหการา ปน ‘‘จตฺตาโรปิ ขนฺธา’’ติ (ธ. ส. อฏฺฐ. ๑๔๓๔) วทนฺติ, กถํ ปนสฺสา ปจฺจุปฺปนฺนจิตฺตารมฺมณตา, นนุ จ อาวชฺชนาย คหิตเมว อิทฺธิจิตฺตสฺส อารมฺมณํ โหติ, อาวชฺชนาย จ ปจฺจุปฺปนฺนจิตฺตมารมฺมณํ กตฺวา นิรุชฺฌมานาย ตํสมกาลเมว ปรสฺส จิตฺตมฺปิ นิรุชฺฌตีติ อาวชฺชนชวนานํ กาลวเสน เอการมฺมณตา น สิยา, มคฺคผลวีถิโต อญฺญตฺถ อาวชฺชนชวนานํ กถญฺจ นานารมฺมณตา น อธิปฺเปตาติ? อฏฺฐกถายํ (วิสุทฺธิ. ๒.๔๑๖; ธ. ส. อฏฺฐ. ๑๔๓๔) ตาว สนฺตติอทฺธาปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณตา โยชิตา. อานนฺทาจริโย (ธ. ส. มูลฏี. ๑๔๓๔ โถก วิสทิสํ) ปน ภณติ ‘‘ปาทกชฺฌานโต วุฏฺฐาย ปจฺจุปฺปนฺนาทิวิภาคํ อกตฺวา เกวลํ ‘อิมสฺส จิตฺตํ ชานามิ’จฺเจว ปริกมฺมํ กตฺวา ปุนปิ ปาทกชฺฌานํ สมาปชฺชิตฺวา วุฏฺฐาย อวิเสเสเนว จิตฺตํ อาวชฺเชตฺวา ติณฺณํ, จตุนฺนํ วา ปริกมฺมานํ อนนฺตรํ เจโตปริยญาเณน ปรสฺส จิตฺตํ ปฏิวิชฺฌติ รูปํ วิย ทิพฺพจกฺขุนา. ปจฺฉา กามาวจรจิตฺเตน สราคาทิววตฺถานมฺปิ กโรติ นีลาทิววตฺถานํ วิย. ตานิ จ สพฺพานิ อภิมุขีภูตจิตฺตารมฺมณาเนว, อนิฏฺเฐ จ ฐาเน นานารมฺมณตาโทโส นตฺถิ อภินฺนาการปฺปวตฺติโต’’ติ. ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณสฺส ปุพฺเพ นิวุตฺถกฺขนฺธา, ขนฺธปฺปฏิพทฺธานิ จ นามโคตฺตานิ, นิพฺพานญฺจ อารมฺมณํ โหติ, ทิพฺพจกฺขุสฺส ปน รูปเมว ปจฺจุปฺปนฺนนฺติ อยเมเตสํ อารมฺมณวิภาโค. ยถารหมปฺเปตีติ ตํตํปริกมฺมานุรูปโต อปฺเปติ.

๔๒. อิทานิ อารมฺมณานํ เภเทน อภิญฺญาเภทํ ทสฺเสตุํ ‘‘อิทฺธิวิธา’’ตฺยาทิมาห. อธิฏฺฐานาทิ อิทฺธิปฺปเภโท เอติสฺสาติ อิทฺธิวิธา. ทิพฺพานํ โสตสทิสตาย, ทิพฺพวิหารสนฺนิสฺสิตตาย จ ทิพฺพญฺจ ตํ โสตญฺจาติ ทิพฺพโสตํ. ปเรสํ จิตฺตํ วิญฺญายติ เอตายาติ ปรจิตฺตวิชานนา. อตฺตโน สนฺตาเน นิวุตฺถวเสน เจว โคจรนิวาสวเสน จ ปุพฺเพ อตีตภเวสุ ขนฺธาทีนํ อนุสฺสรณํ ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติ. วุตฺตนเยน ทิพฺพญฺจ ตํ จกฺขุ จาติ ทิพฺพจกฺขุ. ‘จุตูปปาตญาณ’นฺติ ปน ทิพฺพจกฺขุเมว วุจฺจติ. ยถากมฺมูปคญาณอนาคตํสญาณานิปิ ทิพฺพจกฺขุวเสเนว อิชฺฌนฺติ. น หิ เตสํ วิสุํ ปริกมฺมํ อตฺถิ. ตตฺถ อนาคตํสญาณสฺส ตาว อนาคเต สตฺตทิวสโต ปรํ ปวตฺตนกํ จิตฺตเจตสิกํ ทุติยทิวสโต ปฏฺฐาย ปวตฺตนกญฺจ ยํ กิญฺจิ อารมฺมณํ โหติ. ตญฺหิ สวิสเย สพฺพญฺญุตญฺญาณคติกนฺติ. ยถา กมฺมูปคญาณสฺส ปน กุสลากุสลสงฺขาตา เจตนา, จตฺตาโรปิ วา ขนฺธา อารมฺมณนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.

โคจรวเสน เภโท โคจรเภโท.

โคจรเภทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

สมถกมฺมฏฺฐานวณฺณนา นิฏฺฐิตา.