วิปสฺสนากมฺมฏฺฐานํ

วิสุทฺธิเภทวณฺณนา

๔๓. อนิจฺจาทิวเสน วิวิธากาเรน ปสฺสตีติ วิปสฺสนา, อนิจฺจานุปสฺสนาทิกา ภาวนาปญฺญา. ตสฺสา กมฺมฏฺฐานํ, สาเยว วา กมฺมฏฺฐานนฺติ วิปสฺสนากมฺมฏฺฐานํ. ตสฺมึ วิปสฺสนากมฺมฏฺฐาเน สตฺตวิเธน วิสุทฺธิสงฺคโหติ สมฺพนฺโธ.

๔๔. อนิจฺจตาเยว ลกฺขณํ ลกฺขิตพฺพํ, ลกฺขียติ อเนนาติ วา อนิจฺจลกฺขณํ. อุทยวยปฏิปีฬนสงฺขาตทุกฺขภาโว ว ลกฺขณนฺติ ทุกฺขลกฺขณํ. ปรปริกปฺปิตสฺส อตฺตโน อภาโว อนตฺตตา, ตเทว ลกฺขณนฺติ อนตฺตลกฺขณํ.

๔๕. ติณฺณํ ลกฺขณานํ อนุ อนุ ปสฺสนา อนิจฺจานุปสฺสนาทิกา.

๔๖. ขนฺธาทีนํ กลาปโต สมฺมสนวสปฺปวตฺตํ ญาณํ สมฺมสนญาณํ. อุปฺปาทภงฺคานุปสฺสนาวสปฺปวตฺตญาณํ อุทยพฺพยญาณํ. อุทยํ มุจฺจิตฺวา วเย ปวตฺตํ ญาณํ ภงฺคญาณํ. สงฺขารานํ ภยโต อนุปสฺสนาวเสน ปวตฺตํ ญาณํ ภยญาณํ, ทิฏฺฐภยานํ อาทีนวโต เปกฺขณวเสน ปวตฺตํ ญาณํ อาทีนวญาณํ, ทิฏฺฐาทีนเวสุ นิพฺพินฺทนวสปฺปวตฺตํ ญาณํ นิพฺพิทาญาณํ. นิพฺพินฺทิตฺวา สงฺขาเรหิ มุจฺจิตุกมฺยตาวเสน ปวตฺตํ ญาณํ มุจฺจิตุกมฺยตาญาณํ. มุจฺจนสฺส อุปายสมฺปฏิปาทนตฺถํ ปุน สงฺขารานํ ปริคฺคหวสปฺปวตฺตํ ญาณํ ปฏิสงฺขาญาณํ. ปฏิสงฺขาตธมฺเมสุ ภยนนฺทีวิวชฺชนวเสน อชฺฌุเปกฺขิตฺวา ปวตฺตํ ญาณํ สงฺขารุเปกฺขาญาณํ. ปุริมานํ นวนฺนํ กิจฺจนิปฺผตฺติยา, อุปริ จ สตฺตตึสาย โพธิปกฺขิยธมฺมานํ อนุกูลํ ญาณํ อนุโลมญาณํ.

๔๗. อตฺตสุญฺญตาย สุญฺญโต. สํโยชนาทีหิ วิมุจฺจนฏฺเฐน วิโมกฺโข. นิจฺจนิมิตฺตาทิโน อภาวโต อนิมิตฺโต. ปณิหิตสฺส ตณฺหาปณิธิสฺส อภาวโต อปฺปณิหิโต.

๔๙. โย นํ ปาติ, ตํ โมกฺเขติ อปายาทีหิ ทุกฺเขหีติ ปาติโมกฺขํ, ตเทว กายทุจฺจริตาทีหิ สํวรณโต สํวโร, สมาธาโนปธารณฏฺเฐน สีลญฺจาติ ปาติโมกฺขสํวรสีลํ. มนจฺฉฏฺฐานํ อินฺทฺริยานํ รูปาทีสุ สํวรณวเสน ปวตฺตํ สีลํ อินฺทฺริยสํวรสีลํ. มิจฺฉาชีว วิวชฺชเนน อาชีวสฺส ปริสุทฺธิวสปฺปวตฺตํ อาชีวปาริสุทฺธิสีลํ. ปจฺจเย สนฺนิสฺสิตํ เตสํ อิทมตฺถิกตาย ปจฺจเวกฺขณสีลํ ปจฺจยสนฺนิสฺสิตสีลํ. จตุพฺพิธตฺตา เทสนาสํวรปริเยฏฺฐิปจฺจเวกฺขณวเสน, ปริสุทฺธตฺตา จ จตุปาริสุทฺธิสีลํ นาม.

๕๐. จิตฺตวิสุทฺธิ นาม จิตฺตสฺส วินีวรณภาวาปาทนวเสน วิโสธนโต, จิตฺตสีเสน นิทฺทิฏฺฐตฺตา, วิสุทฺธตฺตา จาติ วา กตฺวา.

๕๑. ‘‘ธมฺมานํ สามญฺญสภาโว ลกฺขณํ, กิจฺจสมฺปตฺติโย รโส, อุปฏฺฐานากาโร, ผลญฺจ ปจฺจุปฏฺฐาน’’นฺติ เอวํ วุตฺตานํ ลกฺขณาทีนํ ‘‘ผุสนลกฺขโณ ผสฺโส, กกฺขฬลกฺขณา ปถวี’’ตฺยาทินา วิตฺถารโต, ‘‘นมนลกฺขณํ นามํ, รุปฺปนลกฺขณํ รูป’’นฺตฺยาทินา สงฺเขปโต จ ปริคฺคโห ปจฺจตฺตลกฺขณาทิวเสน ปริจฺฉิชฺช คหณํ ทุกฺขสจฺจววตฺถานํ ทิฏฺฐิวิสุทฺธิ นาม ‘‘นามรูปโต อตฺตา นตฺถี’’ติ ทสฺสนโต ทิฏฺฐิ จ อตฺตทิฏฺฐิมลวิโสธนโต วิสุทฺธิ จาติ กตฺวา.

๕๒. ปจฺจยปริคฺคโหติ นามญฺจ รูปญฺจ ปฏิสนฺธิยํ ตาว อวิชฺชาตณฺหาอุปาทานกมฺมเหตุวเสน นิพฺพตฺตติ. ปวตฺติยญฺจ รูปํ กมฺมจิตฺตอุตุอาหารปจฺจยวเสน, นามญฺจ จกฺขุรูปาทินิสฺสยารมฺมณาทิปจฺจยวเสน, วิเสสโต จ โยนิโสมนสิการาทิจตุจกฺกสมฺปตฺติยา กุสลํ, ตพฺพิปริยาเยน อกุสลํ, กุสลากุสลวเสน วิปาโก ภวงฺคาทิวเสน อาวชฺชนํ, ขีณาสวสนฺตานวเสน กิริยชวนํ, อาวชฺชนญฺจ อุปฺปชฺชตีติ เอวํ สาธารณาสาธารณวเสน ตีสุ อทฺธาสุ นามรูปปฺปวตฺติยา ปจฺจกฺขาทิสิทฺธสฺส กมฺมาทิปจฺจยสฺส ปริคฺคณฺหนํ สมุทยสจฺจสฺส ววตฺถานํ กงฺขาวิตรณวิสุทฺธิ นาม ‘‘อโหสึ นุ โข อหมตีตมทฺธาน’’นฺตฺยาทิกาย (ม. นิ. ๑.๑๘; สํ. นิ. ๒.๒๐) โสฬสวิธาย, ‘‘สตฺถริกงฺขตี’’ตฺยาทิกาย (ธ. ส. ๑๑๒๓; วิภ. ๙๑๕) อฏฺฐวิธาย จ กงฺขาย วิตรณโต อติกฺกมนโต กงฺขาวิตรณา, อเหตุกวิสมเหตุทิฏฺฐิมลวิโสธนโต วิสุทฺธิ จาติ กตฺวา.

๕๓. ตโต ปจฺจยปริคฺคหโต ปรํ ตถาปริคฺคหิเตสุ ปจฺจตฺตลกฺขณาทิววตฺถานวเสน, ปจฺจยววตฺถานวเสน จ ปริคฺคหิเตสุ โลกุตฺตรวชฺเชสุ ติภูมิปริยาปนฺเนสุ นามรูเปสุ อตีตาทิเภทภินฺเนสุ ขนฺธาทินยมารพฺภ ปญฺจกฺขนฺธฉทฺวารฉฬารมฺมณฉทฺวารปฺปวตฺตธมฺมาทิวเสน อาคตํ ขนฺธาทินยํ อารพฺภ กลาปวเสน ปิณฺฑวเสน สงฺขิปิตฺวา ยํ อตีเต ชาตํ รูปํ, ตํ อตีเตว นิรุทฺธํ. ยํ อนาคเต ภาวิ รูปํ, ตมฺปิ ตตฺเถว นิรุชฺฌิสฺสติ. ยํ ปจฺจุปฺปนฺนํ, ตํ อนาคตํ อปฺปตฺวา เอตฺเถว นิรุชฺฌติ, ตถา อชฺฌตฺตพหิทฺธสุขุมโอฬาริกหีนปณีตรูปาทโย. ตสฺมา ‘‘อนิจฺจํ อตฺตาทิวเสน น อิจฺจํ อนุปคนฺตพฺพํ ขยฏฺเฐน ขยคมนโต, ทุกฺขํ ภยฏฺเฐน ภยกรตฺตา, อนตฺตา อสารกฏฺเฐน อตฺตสาราทิอภาเวนา’’ติ จ ‘‘จกฺขุํ อนิจฺจํ…เป… มโน. รูปํ…เป… ธมฺมา. จกฺขุวิญฺญาณํ…เป… มโนวิญฺญาณํ อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา’’ตฺยาทินา (ปฏิ. ม. ๑.๔๘) อตีตาทิอทฺธาวเสน, อตีตาทิสนฺตานวเสน, อตีตาทิขณวเสน จ สมฺมสนญาเณน หุตฺวาอภาวอุทยพฺพยปฏิปีฬนอวสวตฺตนาการสงฺขาตลกฺขณตฺตยสมฺมสนวสปฺปวตฺเตน กลาปสมฺมสนญาเณน ลกฺขณตฺตยํ สมฺมสนฺตสฺส ปริมชฺชนฺตสฺส.

สมฺมสนญาเณ ปน อุปฺปนฺเน ปุน เตเสฺวว สงฺขาเรสุ ‘‘อวิชฺชาสมุทยา รูปสมุทโย, ตณฺหากมฺมอาหารสมุทยา รูปสมุทโย, ตถา อวิชฺชานิโรธา รูปนิโรโธ, ตณฺหากมฺมอาหารนิโรธา รูปนิโรโธ’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๕๐) เอวํ รูปกฺขนฺเธ เวทนาสญฺญาสงฺขารกฺขนฺเธสุปิ อาหารํ อปเนตฺวา ‘‘ผสฺสสมุทยา ผสฺสนิโรธา’’ติ จ เอวํ ผสฺสํ ปกฺขิปิตฺวา, วิญฺญาณกฺขนฺเธ ‘‘นามรูปสมุทยา นามรูปนิโรธา’’ติ นามรูปํ ปกฺขิปิตฺวา ปจฺจยสมุทยวเสน, ปจฺจยนิโรธวเสน จ, ปจฺจเย อนามสิตฺวา ปจฺจุปฺปนฺนกฺขนฺเธสุ นิพฺพตฺติลกฺขณมตฺตสฺส, วิปริณามลกฺขณมตฺตสฺส จ ทสฺสเนน ขณวเสน จาติ เอเกกสฺมึ ขนฺเธ ปจฺจยวเสน จตุธา, ขณวเสน เอกธา จาติ ปญฺจธา อุทยํ, ปญฺจธา วยนฺติ ทสทสอุทยพฺพยทสฺสนวเสน สมปญฺญาสากาเรหิ อุทยพฺพยญาเณน อุทยพฺพยํ สมนุปสฺสนฺตสฺส อารทฺธวิปสฺสกสฺส โยคิโน วิปสฺสนาจิตฺตสมุฏฺฐาโน สรีรโต นิจฺฉรณกอาโลกสงฺขาโต โอภาโส, วิปสฺสนาจิตฺตสหชาตา ขุทฺทิกาทิปญฺจวิธา (ธ. ส. อฏฺฐ. ๑ ธมฺมุทฺเทสวาร ฌานงฺคราสิวณฺณนา) ปีติ, ตถา กายจิตฺตทรถวูปสมลกฺขณา กายจิตฺตวเสน ทุวิธา ปสฺสทฺธิ, พลวสทฺธินฺทฺริยสงฺขาโต อธิโมกฺโข, สมฺมปฺปธานกิจฺจสาธโก วีริยสมฺโพชฺฌงฺคสงฺขาโต ปคฺคโห, อติปณีตํ สุขํ, อินฺทวิสฺสฏฺฐวชิรสทิสํ ติลกฺขณวิปสฺสนาภูตํ ญาณํ, สติปฏฺฐานภูตา จิรกตาทิอนุสฺสรณสมตฺถา อุปฏฺฐานสงฺขาตา สติ, สมปฺปวตฺตวิปสฺสนาสหชาตา อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺคภูตา ตตฺรมชฺฌตฺตุเปกฺขา, มโนทฺวาเร อาวชฺฌนุเปกฺขา จาติ ทุวิธาปิ อุเปกฺขา, โอภาสาทีสุ อุปฺปนฺเนสุ ‘‘น วต เม อิโต ปุพฺเพ เอวรูโป โอภาโส อุปฺปนฺนปุพฺโพ’’ตฺยาทินา (วิสุทฺธิ. ๒.๗๓๓) นเยน ตตฺถ อาลยํ กุรุมานา สุขุมตณฺหา รูปนิกนฺติจาติ โอภาสาทีสุ ทสสุ วิปสฺสนุปกฺกิเลเสสุ อุปฺปนฺเนสุ ‘‘น วต เม อิโต ปุพฺเพ เอวรูปา โอภาสาทโย อุปฺปนฺนปุพฺพา อทฺธา มคฺคปฺปตฺโตสฺมิ, ผลปฺปตฺโตสฺมี’’ติ (วิสุทฺธิ. ๒.๗๓๓) อคฺคเหตฺวา ‘‘อิเม โอภาสาทโย ตณฺหาทิฏฺฐิมานวตฺถุตาย น มคฺโค, อถ โข วิปสฺสนุปกฺกิเลสา เอว, ตพฺพินิมุตฺตํ ปน วีถิปฏิปนฺนํ วิปสฺสนาญาณํ มคฺโค’’ติ เอวํ มคฺคามคฺคลกฺขณสฺส ววตฺถานํ นิจฺฉยนํ มคฺคามคฺคสฺส ชานนโต, ทสฺสนโต, อมคฺเค มคฺคสญฺญาย วิโสธนโต จ มคฺคามคฺคญาณทสฺสนวิสุทฺธิ นาม.

๕๔. ยาวานุโลมาติ ยาว สจฺจานุโลมญาณา. นว วิปสฺสนาญาณานีติ (วิสุทฺธิ. ๒.๗๓๗ อาทโย) ขนฺธานํ อุทยญฺจ วยญฺจ ชานนกํ อุทยพฺพยญาณํ, อุทยํ มุญฺจิตฺวา ภงฺคมตฺตานุเปกฺขกํ ภงฺคญาณํ, ภงฺควเสน อุปฏฺฐิตานํ สีหาทีนํ วิย ภายิตพฺพาการานุเปกฺขกํ ภยญาณํ, ตถานุเปกฺขิตานํ อาทิตฺตฆรสฺส วิย อาทีนวาการานุเปกฺขกํ อาทีนวญาณํ, ทิฏฺฐาทีนเวสุ นิพฺพินฺทนวเสน ปวตฺตํ นิพฺพิทาญาณํ, ชาลาทิโต มจฺฉาทิกา วิย เตหิ เตภูมกธมฺเมหิ มุจฺจิตุกามตาวเสน ปวตฺตํ มุจฺจิตุกมฺยตาญาณํ, มุจฺจนุปายสมฺปาทนตฺถํ ทิฏฺฐาทีนเวสุปิ สมุทฺทสกุณี วิย ปุนปฺปุนํ สมฺมสนวสปฺปตฺตํ ปฏิสงฺขานุปสฺสนาญาณํ, จตฺตภริโย ปุริโส วิย ทิฏฺฐาทีนเวสุ เตสุ สงฺขาเรสุ อุเปกฺขนาการปฺปวตฺตํ สงฺขารุเปกฺขาญาณํ, อนิจฺจาทิลกฺขณวิปสฺสนตาย เหฏฺฐา ปวตฺตานํ อฏฺฐนฺนํ วิปสฺสนาญาณานํ, อุทฺธํ มคฺคกฺขเณ อธิคนฺตพฺพานํ สตฺตตึสโพธิปกฺขิยธมฺมานญฺจ อนุโลมโต มคฺควีถิยํ โคตฺรภุโต ปุพฺเพ ปวตฺตํ สจฺจานุโลมิกญาณสงฺขาตํ นวมํ อนุโลมญาณนฺติ อิมานิ นว ญาณานิ ญาณทสฺสนวิสุทฺธิยา ปฏิปทาภาวโต ติลกฺขณชานนฏฺเฐน, ปจฺจกฺขโต ทสฺสนฏฺเฐน, ปฏิปกฺขโต วิสุทฺธตฺตา จ ปฏิปทาญาณทสฺสนวิสุทฺธิ นาม.

๕๕. วิปสฺสนาย ปริปาโก วิปสฺสนาปริปาโก, สงฺขารุเปกฺขาญาณํ. ตํ อาคมฺม ปฏิจฺจ. อิทานิ อปฺปนาอุปฺปชฺชิสฺสตีติ ‘‘อิทานิ อปฺปนาสงฺขาโต โลกุตฺตรมคฺโค อุปฺปชฺชิสฺสตี’’ติ วตฺตพฺพกฺขเณ. ยํ กิญฺจีติ สงฺขารุเปกฺขาย คหิเตสุ ตีสุ เอกํ ยํ กิญฺจิ.

๕๖. วิปสฺสนาย มตฺถกปฺปตฺติยา สิขาปฺปตฺตา. อนุโลมญาณสหิตตาย สานุโลมา. สา เอว สงฺขาเรสุ อุทาสีนตฺตา สงฺขารุเปกฺขา. ยถานุรูปํ อปายาทิโต, สงฺขารนิมิตฺตโต จ วุฏฺฐหนโต วุฏฺฐานสงฺขาตํ มคฺคํ คจฺฉตีติ วุฏฺฐานคามินี.

๕๗. อภิสมฺโภนฺตนฺติ ปาปุณนฺตํ.

๕๘. ปริชานนฺโตติ ‘‘เอตฺตกํ ทุกฺขํ, น อิโต อูนาธิก’’นฺติ ปริจฺฉิชฺช ชานนฺโต. สจฺฉิกโรนฺโตติ อารมฺมณกรณวเสน ปจฺจกฺขํ กโรนฺโต. มคฺคสจฺจํ ภาวนาวเสนาติ มคฺคสจฺจสงฺขาตสฺส สมฺปยุตฺตมคฺคสงฺขาตสฺส จตุตฺถสจฺจสฺส สหชาตาทิปจฺจโย หุตฺวา วฑฺฒนวเสน. เอกสฺเสว ญาณสฺส จตุกิจฺจสาธนํ ปทีปาทีนํ วฏฺฏิทาหาทิจตุกิจฺจทสฺสนโต, ‘‘โย, ภิกฺขเว, ทุกฺขํ ปสฺสตี’’ตฺยาทิ (สํ. นิ. ๕.๑๑๐๐; วิสุทฺธิ. ๒.๘๓๙) อาคมโต จ สมฺปฏิจฺฉิตพฺพํ.

๕๙. เทฺว ตีณิ ผลจิตฺตานิ ปวตฺติตฺวาติ มคฺคุปฺปตฺติยา อนุรูปโต เทฺว วา ตีณิ วา ผลจิตฺตานิ อปนีตคฺคิมฺหิ ฐาเน อุณฺหตฺตนิพฺพาปนตฺถาย ฆเฏหิ อภิสิญฺจมานมุทกํ วิย สมุจฺฉินฺนกิเลเสปิ สนฺตาเน ทรถปฏิปฺปสฺสมฺภกานิ หุตฺวา ปวตฺติตฺวา, เตสํ ปวตฺติยาติ วุตฺตํ โหติ. ปจฺจเวกฺขณญาณานีติ มคฺคผลาทิวิสยานิ กามาวจรญาณานิ, ยานิ สนฺธาย ‘‘วิมุตฺตสฺมึ วิมุตฺตมิติ ญาณํ โหตี’’ติ (มหาว. ๒๓) วุตฺตํ.

๖๐. อิทานิ ปจฺจเวกฺขณาย ภูมึ ทสฺเสตุํ ‘‘มคฺคํ ผลญฺจา’’ตฺยาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ‘‘อิมินาว วตาหํ มคฺเคน อาคโต’’ติ มคฺคํ ปจฺจเวกฺขติ. ตโต ‘‘อยํ นาม เม อานิสํโส ลทฺโธ’’ติ ตสฺส ผลํ, ตโต ‘‘อยํ นาม เม ธมฺโม อารมฺมณโต สจฺฉิกโต’’ติ นิพฺพานญฺจ ปณฺฑิโต ปจฺจเวกฺขติ. ตโต ‘‘อิเม นาม เม กิเลสา ปหีนา’’ติ ปหีเน กิเลเส, ‘‘อิเม นาม อวสิฏฺฐา’’ติ อวสิฏฺฐกิเลเส ปจฺจเวกฺขติ วา, น วา. โกจิ เสกฺโข ปจฺจเวกฺขติ, โกจิ น ปจฺจเวกฺขติ. ตตฺถ กามจาโรตฺยธิปฺปาโย. ตถา หิ มหานาโม สกฺโก ‘‘โก สุ นาม เม ธมฺโม อชฺฌตฺตํ อปฺปหีโน’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๗๕; วิสุทฺธิ. ๒.๘๑๒) อปฺปหีเน กิเลเส ปุจฺฉิ. อรหโต ปน อวสิฏฺฐกิเลสปจฺจเวกฺขณํ นตฺถิ สพฺพกิเลสานํ ปหีนตฺตา, ตสฺมา ติณฺณํ เสกฺขานํ ปนฺนรส อรหโต จตฺตารีติ เอกูนวีสติ ปจฺจเวกฺขณญาณานีติ ทฏฺฐพฺพํ.

ฉพฺพิสุทฺธิกเมนาติ (วิสุทฺธิ. ๒.๖๖๒ อาทโย) สีลจิตฺตวิสุทฺธีนํ วเสน มูลภูตานํ ทฺวินฺนํ, ทิฏฺฐิวิสุทฺธิอาทีนํ วเสน สรีรภูตานํ จตุนฺนนฺติ เอตาสํ ฉนฺนํ วิสุทฺธีนํ กเมน. จตุนฺนํ สจฺจานํ ชานนตา, ปจฺจกฺขกรณโต, กิเลสมเลหิ วิสุทฺธตฺตา จ ญาณทสฺสนวิสุทฺธิ นาม.

เอตฺถาติ วิปสฺสนากมฺมฏฺฐาเน.

วิสุทฺธิเภทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

วิโมกฺขเภทวณฺณนา

๖๑. ตตฺถ ตสฺมึ อุทฺเทเส. สงฺขาเรสุ ‘‘โย อตฺตาภินิเวโส กมฺมสฺส การโก ผลสฺส จ เวทโก เอโส เม อตฺตา’’ติ เอวํ อภินิเวโส ทฬฺหคฺคาโห, ตํ มุญฺจนฺตี ‘‘อนตฺตา’’ติ ปวตฺตา อนุปสฺสนาว อตฺตสุญฺญตาการานุปสฺสนโต สุญฺญตานุปสฺสนา นาม วิโมกฺขมุขํ ปฏิปกฺขโต วิมุตฺติวเสน วิโมกฺขสงฺขาตสฺส โลกุตฺตรํ มคฺคผลสฺส ทฺวารํ โหติ.

๖๒. สงฺขาเรสุ ‘‘อนิจฺจ’’นฺติ ปวตฺตา อนุปสฺสนา อนิจฺเจ ‘‘นิจฺจ’’นฺติ (อ. นิ. ๔.๔๙; ปฏิ. ม. ๑.๒๓๖; วิภ. ๙๓๙) ปวตฺตํ สญฺญาจิตฺตทิฏฺฐิวิปลฺลาสสงฺขาตํ วิปลฺลาสนิมิตฺตํ มุญฺจนฺตี ปชหนฺตี วิปลฺลาสนิมิตฺตรหิตาการานุปสฺสนโต อนิมิตฺตานุปสฺสนา นาม วิโมกฺขมุขํ โหตีติ สมฺพนฺโธ.

๖๓. ‘‘ทุกฺข’’นฺติ ปวตฺตานุปสฺสนา สงฺขาเรสุ ‘‘เอตํ มม, เอตํ สุข’’นฺตฺยาทินา นเยน ปวตฺตํ กามภวตณฺหาสงฺขาตํ ตณฺหาปณิธึ ตณฺหาปตฺถนํ มุญฺจนฺตี ทุกฺขาการทสฺสเนน ปริจฺจชนฺตี ปณิธิรหิตาการานุปสฺสนโต อปฺปณิหิตานุปสฺสนา นาม.

๖๔. ตสฺมาติ ยสฺมา เอตาสํ ติสฺสนฺนํ เอตานิ ตีณิ นามานิ, ตสฺมา ยทิ วุฏฺฐานคามินิวิปสฺสนา อนตฺตโต วิปสฺสติ. มคฺโค สุญฺญโต นาม วิโมกฺโข โหติ อาคมนวเสน ลทฺธนามตฺตา.

๖๖. วิปสฺสนาคมนวเสนาติ วิปสฺสนาสงฺขาตาคมนวเสน. อาคจฺฉติ เอเตน มคฺโค, ผลญฺจาติ วิปสฺสนามคฺโค อิธ อาคมนํ นาม.

๖๗. ยถาวุตฺตนเยนาติ ปุพฺเพ วุตฺตอนตฺตานุปสฺสนาทิวเสน. ยถาสกํ ผลมุปฺปชฺชมานมฺปีติ ยถาลทฺธมคฺคสฺส ผลภูตํ อตฺตโน อตฺตโน ผลํ อุปฺปชฺชมานมฺปิ มคฺคาคมนวเสน อลภิตฺวา วิปสฺสนาคมนวเสเนว ตีณิ นามานิ ลภติ ผลสมาปตฺติกาเล ตทา มคฺคปฺปวตฺตาภาเวน ตสฺส ทฺวารภาวาโยคโต. อารมฺมณวเสนาติ สพฺพสงฺขารสุญฺญตตฺตา, สงฺขารนิมิตฺตรหิตตฺตา, ตณฺหาปณิธิรหิตตฺตา จ สุญฺญตอนิมิตฺตอปฺปณิหิตนามวนฺตํ นิพฺพานํ อารพฺภ ปวตฺตตฺตา ตสฺส วเสน. สรสวเสนาติ ราคาทิสุญฺญตตฺตา, รูปนิมิตฺตาทิอารมฺมณรหิตตฺตา, กิเลสปณิธิรหิตตฺตา อตฺตโน คุณวเสน. สพฺพตฺถาติ มคฺควีถิยํ, ผลสมาปตฺติวีถิยญฺจ. สพฺเพสมฺปีติ มคฺคสฺส, ผลสฺสปิ.

วิโมกฺขเภทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ปุคฺคลเภทวณฺณนา

๖๘. สตฺตกฺขตฺตุํ สตฺตสุ วาเรสุ กามสุคติยํ ปฏิสนฺธิคฺคหณํ ปรมํ เอตสฺสาติ สตฺตกฺขตฺตุปรโม น ปน อฏฺฐมาทิกามภวคามีตฺยธิปฺปาโย. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘น เต ภวํ อฏฺฐมมาทิยนฺตี’’ติ (ขุ. ปา. ๖.๙; สุ. นิ. ๒๓๒; เนตฺติ. ๑๑๕). รูปารูปสุคติภวํ ปน สตฺตวารโต ปรมฺปิ คจฺฉตีติ อาจริยา.

๖๙. ราคโทสโมหานนฺติ โมหคฺคหณํ ราคโทเสกฏฺฐโมหํ สนฺธายาติ ทฏฺฐพฺพํ.

๗๐. ขีณา จตฺตาโร อาสวา เอตสฺสาติ ขีณาสโว. ทกฺขิณารเหสุ อคฺคตฺตา อคฺคทกฺขิเณยฺโย.

ปุคฺคลเภทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

สมาปตฺติเภทวณฺณนา

๗๒. สพฺเพสมฺปีติ จตุนฺนมฺปิ อริยปุคฺคลานํ.

๗๓. จิตฺตเจตสิกานํ อปฺปวตฺติสงฺขาตสฺส นิโรธสฺส สมาปตฺติ นิโรธสมาปตฺติ, ทิฏฺเฐว ธมฺเม จิตฺตนิโรธํ ปตฺวา วิหรณํ. อนาคามีนญฺจาติ กามรูปภวฏฺฐานํ อฏฺฐสมาปตฺติลาภีนเมว อนาคามีนํ, ตถา ขีณาสวานญฺจ. ตตฺถาติ นิโรธสมาปตฺติยํ. ยาว อากิญฺจญฺญายตนํ คนฺตฺวาติ เอวํ สมถวิปสฺสนานํ ยุคนทฺธภาวาปาทนวเสน ยาว อากิญฺจญฺญายตนํ, ตาว คนฺตฺวา. อธิฏฺเฐยฺยาทิกนฺติ กายปฏิพทฺธํ ฐเปตฺวา วิสุํ วิสุํ ฐปิตจีวราทิปริกฺขารเคหาทีนํ อคฺคิอาทินา อวินาสนาธิฏฺฐานํ, สํฆปฏิมานนสตฺถุปกฺโกสนานํ ปุเรตรํ วุฏฺฐานํ, สตฺตาหพฺภนฺตเร อายุสงฺขารปฺปวตฺติโอโลกนนฺติ จตุพฺพิธํ อธิฏฺฐานาทิกํ ปุพฺพกิจฺจํ กตฺวา.

สมาปตฺติเภทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

วิปสฺสนากมฺมฏฺฐานวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อุยฺโยชนวณฺณนา

๗๕. ปฏิปตฺติรสสฺสาทนฺติ ฌานสุขผลสุขาทิเภทํ สมถวิปสฺสนาปฏิปตฺติรสสฺสาทํ.

อิติ อภิธมฺมตฺถวิภาวินิยา นาม อภิธมฺมตฺถสงฺคหวณฺณนาย

กมฺมฏฺฐานปริจฺเฉทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

นิคมนวณฺณนา

(ก) จาริตฺเตน กุลาจาเรน โสภิเต วิสาลกุเล อุทโย นิพฺพตฺติ ยสฺส, เตน, กมฺมาทิวิสยาย สทฺธาย อภิวุทฺโธ ปริสุทฺโธ จ ทานสีลาทิคุณานํ อุทโย ยสฺส, เตน, นมฺปวฺหเยน นมฺปนามเกน, ปรานุกมฺปํ สาสเน สุโขตรณปริปาจนลกฺขณํ ปรานุคฺคหํ, ปณิธาย ปตฺเถตฺวา ยํ ปกรณํ ปตฺถิตํ อภิยาจิตํ, ตํ เอตฺตาวตา ปรินิฏฺฐิตนฺติ โยชนา.

(ข) เตน ปกรณปฺปสุเตน วิปุเลน ปุญฺเญน ปญฺญาวทาเตน อริยมคฺคปญฺญาปริสุทฺเธน สีลาทิคุเณน โสภิตา. ตโตเยว ลชฺชิโน ภิกฺขู, ธญฺญานํ อธิวาสภูตํ, อุทิโตทิตํ อจฺจนฺตปฺปสิทฺธํ, มูลโสมํ นาม วิหารํ, ปุญฺญวิภวสฺส อุทยสงฺขาตาย มงฺคลตฺถาย อายุกนฺตํ มญฺญนฺตุ, ตตฺถ นิวาสิโน ภิกฺขู อีทิสา โหนฺตูตฺยธิปฺปาโย.

นิคมนวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

นิฏฺฐิตา จายํ อภิธมฺมตฺถวิภาวินี นาม.

อภิธมฺมตฺถสงฺคหฏีกา.

นิคมนกถา

๑. รมฺเม ปุลตฺถินคเร นคราธิราเช,

รญฺญา ปรกฺกมภุเชน มหาภุเชน;

การาปิเต วสติ เชตวเน วิหาเร;

โย รมฺมหมฺมิยวรูปวนาภิราเม.

๒. สมฺปนฺนสีลทมสํยมโตสิเตหิ,

สมฺมานิโต วสิคเณหิ คุณากเรหิ;

ปตฺโต มุนินฺทวจนาทิสุ เนกคนฺถ-

ชาเตสุ จาจริยตํ มหิตํ วิทูหิ.

๓. ญาณานุภาวมิห ยสฺส จ สูจยนฺตี,

สํวณฺณนา จ วินยฏฺฐกถาทิกานํ;

สารตฺถทีปนิมุขา มธุรตฺถสาร-

สนฺทีปเนน สุชนํ ปริโตสยนฺตี.

๔. ตสฺสานุกมฺปมวลมฺพิย สาริปุตฺต-

ตฺเถรสฺส ถามคตสารคุณากรสฺส;

โย เนกคนฺถวิสยํ ปฏุตํ อลตฺถํ,

ตสฺเสส ญาณวิภโว วิภเวกเหตุ.

๕. โสหเมตสฺส สํสุทฺธ-วายามสฺสานุภาวโต.

อทฺธาสาสนทายาโท, เหสฺสํ เมตฺเตยฺยสตฺถุโน.

๖. โชตยนฺตํ ตทา ตสฺส, สาสนํ สุทฺธมานสํ.

ปสฺเสยฺยํ สกฺกเรยฺยญฺจ, ครุํ เม สาริสมฺภวํ.

๗. ทิเนหิ จตุวีเสหิ, ฏีกายํ นิฏฺฐิตา ยถา.

ตถา กลฺยาณสงฺกปฺปา, สีฆํ สิชฺฌนฺตุ ปาณินนฺติ.

อิติ ภทนฺตสาริปุตฺตมหาเถรสฺส สิสฺเสน รจิตา

อภิธมฺมตฺถวิภาวินี นาม

อภิธมฺมตฺถสงฺคหฏีกา นิฏฺฐิตา.