ปฏิสมฺภิทาวิภงฺคมาติกตฺถวณฺณนา
ปฏิสมฺภิทาวิภงฺคมาติกาย อตฺถโต ตาว – จตสฺโส ปฏิสมฺภิทาติ จตฺตาโร ปเภทา. นิทฺเทเส ปน ‘‘อตฺเถ ญาณํ อตฺถปฺปฏิสมฺภิทา’’ติอาทินา (วิภ. ๗๑๘) ญาณวเสน นิทฺทิฏฺฐตฺตา ญาณสฺเสว, น อญฺญสฺส กสฺสจีติ เวทิตพฺพํ. อตฺถปฏิสมฺภิทาติ อตฺถวิสยญาณปฺปเภทา, อตฺถปฺปเภทสลฺลกฺขณวิภาวนววตฺถานกรณสมตฺถตาวเสน อตฺเถ ปเภทคตํ ญาณนฺติ อตฺโถ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. เอตฺถ จ อตฺโถติ เหตุผลํ. โส หิ เหตุวเสน อรณียโต คนฺตพฺพโต, อุปฺปาเทตพฺพโต จ ‘‘อตฺโถ’’ติ วุจฺจติ. ปเภทโต ปเนโสปิ ปญฺจวิโธ โหติ ยํ กิญฺจิ ปจฺจยุปฺปนฺนํ, นิพฺพานํ, ภาสิตตฺโถ, วิปาโก, กิริยาติ.
ธมฺโมติ ปจฺจโย, โส หิ ผลํ วิทหติ ปวตฺเตติ อุปฺปาเทติ เจว ปาเปติ จาติ ‘‘ธมฺโม’’ติ วุจฺจติ. ปเภทโต ปเนโสปิ ปญฺจวิโธ โหติ โย โกจิ ผลนิพฺพตฺตโก เหตุ, อริยมคฺโค, ภาสิตํ, กุสลํ, อกุสลนฺติ.
นิรุตฺตีติ ยถาวุตฺตานํ ธมฺมานํ, อตฺถานญฺจ วาจโก สภาวนิรุตฺติสงฺขาโต สทฺโท. อิมา ธมฺมตฺถนิรุตฺติโย อารมฺมณํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส ตตฺถ ตตฺถ ปเภทคตํ ญาณํ นิรุตฺติปฏิสมฺภิทา นาม.
เอตฺถ จ นิรุตฺติปฏิสมฺภิทา สทฺทารมฺมณา, น ปญฺญตฺตารมฺมณา, ปฏิสมฺภิทาปตฺโต หิ ‘‘ผสฺโส เวทนา’’ติอาทิกํ สทฺทํ สุตฺวา ‘‘อยํ สภาวนิรุตฺตี’’ติ ชานาติ, ‘‘ผสฺสา เวทโน’’ติอาทิกํ ปน ‘‘น สภาวนิรุตฺตี’’ติ ชานาติ. สภาวนิรุตฺตีติ (วิภ. อฏฺฐ. ๗๑๘) จ มาคธิกา ภาสา, ยาย สมฺมาสมฺพุทฺธา เตปิฏกํ พุทฺธวจนํ ตนฺตึ อาโรเปนฺติ, พฺรหฺมาโน จ อคามเก อรญฺเญ กิญฺจิ วจนํ อสุตฺวา วฑฺฒิตทารกา จ อตฺตโน ธมฺมตาย ภาสนฺติ, ยา จ อปาเยสุ มนุสฺเส เทวโลเก เจว มาคธภาสา อุสฺสนฺนา, ปจฺฉา จ ตโต อนฺธกโยนกทมิฬาทิเทสภาสา เจว สกฺกตาทิอฏฺฐารสมหาภาสา จ นิพฺพตฺตา, สา หิ ยสฺมา อิตราสุ ภาสาสุ ปริวตฺตนฺตาสุปิ น ปริวตฺตติ, สพฺพกาลํ อตฺตโน สภาเว เอว ติฏฺฐติ, ตสฺมา ‘‘สภาวนิรุตฺตี’’ติ วุจฺจติ. ยา พฺรหฺมโวหาโร, อริยโวหาโรติ จ วุจฺจติ, ตาย ปน มาคธภาสาย ตนฺตึ อารุฬฺหสฺส พุทฺธวจนสฺส ปฏิสมฺภิทาปตฺตานํ โสตปถาคมนเมว ปปญฺโจ. โสเต ปน สงฺฆฏฺฏิตมตฺเต เอว นยสเตน นยสหสฺเสน อตฺโถ อุปฏฺฐาติ. อญฺญาย ปน ภาสาย ตนฺตึ อารุฬฺหํ ตํ เตสํ จิตฺตํ สหสา นาโรหติ, กิจฺเฉน อุคฺคเหตพฺพํ โหติ, ปุถุชฺชนานญฺจ สกลํ พุทฺธวจนํ อุคฺคเหตฺวาปิ ปฏิสมฺภิทาปตฺติ นาม นตฺถิ, อริยสาวโก โน ปฏิสมฺภิทาปตฺโต นาม นตฺถิ, ปฏิสมฺภิทาปตฺโต อญฺญํ สทฺทํ นามาขฺยาโตปสคฺคนิปาตเภทโต ชานาติ, น ชานาตีติ? ยทคฺเคน สทฺทํ สุตฺวา ‘‘อยํ สภาวนิรุตฺติ, อยํ น สภาวนิรุตฺตี’’ติ ชานาติ, ตทคฺเคน เอตมฺปิ ชานิสฺสติ, น เจตํ ปฏิสมฺภิทากิจฺจนฺติ เวทิตพฺพํ.
ปฏิภานนฺติ ธมฺมตฺถาทิวิสยํ สพฺพตฺถกญาณํ, ตํ ญาณํ อารมฺมณํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส ปเภทคตํ ญาณํ ปฏิภานปฏิสมฺภิทา นาม, อิมา จตสฺโสปิ ปฏิสมฺภิทา อธิคเมน ปริยตฺติอุคฺคหเณน สกฺกจฺจธมฺมสฺสวเนน อตฺถปริปุจฺฉาย ปุพฺพโยเคนาติ ปญฺจหิ การเณหิ วิสทา โหนฺติ, เสขภูมิยํ, อเสขภูมิยญฺจาติ ทฺวีสุ ฐาเนสุ ปเภทํ คจฺฉนฺตีติ เวทิตพฺพา. อยํ ตาเวตฺถ ปทตฺโถ.
ธมฺมเภโท ปเนตฺถาปิ วิภงฺคนเย ปากโฏ ภวิสฺสติ. วิภงฺคนเยสุ หิ ตีสุปิ ธมฺมนิรุตฺติปฏิภานปฏิสมฺภิทา ติสฺโสปิ กามาวจรชวนสมฺปยุตฺตญาณานํ วเสน ตพฺพิสยปฺปเภเทน สทฺธึ นานปฺปการโต วิภตฺตา. อตฺถปฏิสมฺภิทา ปน เตสํ ญาณานญฺเจว อฏฺฐโลกุตฺตรจิตฺตสมฺปยุตฺตานญฺจ วเสน ตพฺพิสยปฺปเภเทน สทฺธึ. โลกุตฺตรญาณานิปิ หิ มคฺคปฺปตฺตพฺพตาย อตฺถภูตนิพฺพานารมฺมณตฺตา ‘‘อตฺถปฏิสมฺภิทา’’ติ วุจฺจติ.
ปญฺหาปุจฺฉเก ปน สิยา กุสลา, สิยา อพฺยากตา, ติสฺโส ปฏิสมฺภิทา สิยา วิปากธมฺมธมฺมา, สิยา เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมา, อตฺถปฏิสมฺภิทา ติธาปิ, ติสฺโส ปฏิสมฺภิทา ปริตฺตา, อตฺถปฏิสมฺภิทา สิยา ปริตฺตา, สิยา อปฺปมาณา, นิรุตฺติปฏิสมฺภิทา ปริตฺตารมฺมณา, พหิทฺธารมฺมณา จ, เสสา ติธาปิ, นิรุตฺติปฏิสมฺภิทา ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณาว, อตฺถปฏิสมฺภิทา ติธาปิ น วตฺตพฺพา จ, อนิทสฺสนอปฺปฏิฆา, เหตู, สเหตุกา, ติสฺโส ปฏิสมฺภิทา สอุตฺตรา, อตฺถปฏิสมฺภิทา ทฺวิธาปิ, อรณา จาติ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
ปฏิสมฺภิทาวิภงฺคมาติกตฺถวณฺณนา นิฏฺฐิตา.