๑๐. ภิกฺขุสุตฺตํ
๑๗๙. สาวตฺถิยํ วิหรติ…เป… ‘‘โยปิ โส, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อรหํ ขีณาสโว ตสฺสปาหํ ลาภสกฺการสิโลโก อนฺตรายาย วทามี’’ติ. เอวํ วุตฺเต, อายสฺมา อานนฺโท ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘กิสฺส ปน, ภนฺเต, ขีณาสวสฺส ภิกฺขุโน ลาภสกฺการสิโลโก อนฺตรายายา’’ติ? ‘‘ยา หิสฺส สา, อานนฺท, อกุปฺปา เจโตวิมุตฺติ นาหํ ตสฺสา ลาภสกฺการสิโลกํ อนฺตรายาย วทามิ. เย จ ขฺวสฺส, อานนฺท, อปฺปมตฺตสฺส อาตาปิโน ปหิตตฺตสฺส วิหรโต ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารา อธิคตา เตสาหมสฺส ลาภสกฺการสิโลกํ อนฺตรายาย วทามิ. เอวํ ทารุโณ โข, อานนฺท, ลาภสกฺการสิโลโก กฏุโก ผรุโส อนฺตรายิโก อนุตฺตรสฺส โยคกฺเขมสฺส อธิคมาย. ตสฺมาติหานนฺท, เอวํ สิกฺขิตพฺพํ – ‘อุปฺปนฺนํ ลาภสกฺการสิโลกํ ปชหิสฺสาม, น จ โน อุปฺปนฺโน ลาภสกฺการสิโลโก จิตฺตํ ปริยาทาย ฐสฺสตี’ติ. เอวญฺหิ โว, อานนฺท, สิกฺขิตพฺพ’’นฺติ. ทสมํ.
ตติโย วคฺโค.
ตสฺสุทฺทานํ –
มาตุคาโม จ กลฺยาณี, ปุตฺโต จ เอกธีตุ จ;
สมณพฺราหฺมณา ตีณิ, ฉวิ รชฺชุ จ ภิกฺขุนาติ.