๔. จตุตฺถวคฺโค

๑. ภินฺทิสุตฺตํ

๑๘๐. สาวตฺถิยํ วิหรติ…เป… ‘‘ทารุโณ, ภิกฺขเว, ลาภสกฺการสิโลโก. ลาภสกฺการสิโลเกน อภิภูโต ปริยาทิณฺณจิตฺโต, ภิกฺขเว, เทวทตฺโต สงฺฆํ ภินฺทิ. เอวํ ทารุโณ โข, ภิกฺขเว, ลาภสกฺการสิโลโก…เป… สิกฺขิตพฺพ’’นฺติ. ปฐมํ.

๒. กุสลมูลสุตฺตํ

๑๘๑. สาวตฺถิยํ วิหรติ…เป… ‘‘ทารุโณ, ภิกฺขเว, ลาภสกฺการสิโลโก. ลาภสกฺการสิโลเกน อภิภูตสฺส ปริยาทิณฺณจิตฺตสฺส, ภิกฺขเว, เทวทตฺตสฺส กุสลมูลํ สมุจฺเฉทมคมา. เอวํ ทารุโณ โข, ภิกฺขเว, ลาภสกฺการสิโลโก…เป… สิกฺขิตพฺพ’’นฺติ. ทุติยํ.

๓. กุสลธมฺมสุตฺตํ

๑๘๒. สาวตฺถิยํ วิหรติ…เป… ‘‘ทารุโณ, ภิกฺขเว, ลาภสกฺการสิโลโก. ลาภสกฺการสิโลเกน อภิภูตสฺส ปริยาทิณฺณจิตฺตสฺส, ภิกฺขเว, เทวทตฺตสฺส กุสโล ธมฺโม สมุจฺเฉทมคมา. เอวํ ทารุโณ โข, ภิกฺขเว, ลาภสกฺการสิโลโก…เป… สิกฺขิตพฺพ’’นฺติ. ตติยํ.

๔. สุกฺกธมฺมสุตฺตํ

๑๘๓. สาวตฺถิยํ วิหรติ…เป… ‘‘ทารุโณ, ภิกฺขเว, ลาภสกฺการสิโลโก. ลาภสกฺการสิโลเกน อภิภูตสฺส ปริยาทิณฺณจิตฺตสฺส, ภิกฺขเว, เทวทตฺตสฺส สุกฺโก ธมฺโม สมุจฺเฉทมคมา. เอวํ ทารุโณ โข, ภิกฺขเว, ลาภสกฺการสิโลโก…เป… สิกฺขิตพฺพ’’นฺติ. จตุตฺถํ.

๕. อจิรปกฺกนฺตสุตฺตํ

๑๘๔. เอกํ สมยํ ภควา ราชคเห วิหรติ คิชฺฌกูเฏ ปพฺพเต อจิรปกฺกนฺเต เทวทตฺเต. ตตฺร โข ภควา เทวทตฺตํ อารพฺภ ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘อตฺตวธาย, ภิกฺขเว, เทวทตฺตสฺส ลาภสกฺการสิโลโก อุทปาทิ, ปราภวาย เทวทตฺตสฺส ลาภสกฺการสิโลโก อุทปาทิ’’.

‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, กทลี อตฺตวธาย ผลํ เทติ, ปราภวาย ผลํ เทติ; เอวเมว โข, ภิกฺขเว, อตฺตวธาย เทวทตฺตสฺส ลาภสกฺการสิโลโก อุทปาทิ, ปราภวาย เทวทตฺตสฺส ลาภสกฺการสิโลโก อุทปาทิ.

‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, เวฬุ อตฺตวธาย ผลํ เทติ, ปราภวาย ผลํ เทติ; เอวเมว โข, ภิกฺขเว, อตฺตวธาย เทวทตฺตสฺส ลาภสกฺการสิโลโก อุทปาทิ, ปราภวาย เทวทตฺตสฺส ลาภสกฺการสิโลโก อุทปาทิ.

‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, นโฬ อตฺตวธาย ผลํ เทติ, ปราภวาย ผลํ เทติ; เอวเมว โข, ภิกฺขเว, อตฺตวธาย เทวทตฺตสฺส ลาภสกฺการสิโลโก อุทปาทิ, ปราภวาย เทวทตฺตสฺส ลาภสกฺการสิโลโก อุทปาทิ.

‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, อสฺสตรี อตฺตวธาย คพฺภํ คณฺหาติ, ปราภวาย คพฺภํ คณฺหาติ; เอวเมว โข, ภิกฺขเว, อตฺตวธาย เทวทตฺตสฺส ลาภสกฺการสิโลโก อุทปาทิ, ปราภวาย เทวทตฺตสฺส ลาภสกฺการสิโลโก อุทปาทิ. เอวํ ทารุโณ โข, ภิกฺขเว, ลาภสกฺการสิโลโก. เอวญฺหิ โว, ภิกฺขเว, สิกฺขิตพฺพ’’นฺติ.

อิทมโวจ ภควา. อิทํ วตฺวาน สุคโต อถาปรํ เอตทโวจ สตฺถา –

‘‘ผลํ เว กทลึ หนฺติ, ผลํ เวฬุํ ผลํ นฬํ;

สกฺกาโร กาปุริสํ หนฺติ, คพฺโภ อสฺสตรึ ยถาติ’’. ปญฺจมํ;

๖. ปญฺจรถสตสุตฺตํ

๑๘๕. ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป. เตน โข ปน สมเยน เทวทตฺตสฺส อชาตสตฺตุกุมาโร ปญฺจหิ รถสเตหิ สายํ ปาตํ อุปฏฺฐานํ คจฺฉติ, ปญฺจ จ ถาลิปากสตานิ ภตฺตาภิหาโร อภิหรียติ. อถ โข สมฺพหุลา ภิกฺขู เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ. เอกมนฺตํ นิสินฺนา โข เต ภิกฺขู ภควนฺตํ เอตทโวจุํ – ‘‘เทวทตฺตสฺส, ภนฺเต, อชาตสตฺตุกุมาโร ปญฺจหิ รถสเตหิ สายํ ปาตํ อุปฏฺฐานํ คจฺฉติ, ปญฺจ จ ถาลิปากสตานิ ภตฺตาภิหาโร อภิหรียตี’’ติ. ‘‘มา, ภิกฺขเว, เทวทตฺตสฺส ลาภสกฺการสิโลกํ ปิหยิตฺถ. ยาวกีวญฺจ, ภิกฺขเว, เทวทตฺตสฺส อชาตสตฺตุกุมาโร ปญฺจหิ รถสเตหิ สายํ ปาตํ อุปฏฺฐานํ คมิสฺสติ, ปญฺจ จ ถาลิปากสตานิ ภตฺตาภิหาโร อาหรียิสฺสติ, หานิเยว, ภิกฺขเว, เทวทตฺตสฺส ปาฏิกงฺขา กุสเลสุ ธมฺเมสุ, โน วุทฺธิ’’.

‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, จณฺฑสฺส กุกฺกุรสฺส นาสาย ปิตฺตํ ภินฺเทยฺยุํ, เอวญฺหิ โส, ภิกฺขเว, กุกฺกุโร ภิยฺโยโสมตฺตาย จณฺฑตโร อสฺส; เอวเมว, ภิกฺขเว, ยาวกีวญฺจ เทวทตฺตสฺส อชาตสตฺตุกุมาโร ปญฺจหิ รถสเตหิ สายํ ปาตํ อุปฏฺฐานํ คมิสฺสติ, ปญฺจ จ ถาลิปากสตานิ ภตฺตาภิหาโร อาหรียิสฺสติ, หานิเยว, ภิกฺขเว, เทวทตฺตสฺส ปาฏิกงฺขา กุสเลสุ ธมฺเมสุ, โน วุทฺธิ. เอวํ ทารุโณ โข, ภิกฺขเว, ลาภสกฺการสิโลโก…เป… เอวญฺหิ โว, ภิกฺขเว, สิกฺขิตพฺพ’’นฺติ. ฉฏฺฐํ.

๗. มาตุสุตฺตํ

๑๘๖. สาวตฺถิยํ วิหรติ…เป… ‘‘ทารุโณ, ภิกฺขเว, ลาภสกฺการสิโลโก กฏุโก ผรุโส อนฺตรายิโก อนุตฺตรสฺส โยคกฺเขมสฺส อธิคมาย. อิธาหํ, ภิกฺขเว, เอกจฺจํ ปุคฺคลํ เอวํ เจตสา เจโต ปริจฺจ ปชานามิ – ‘น จายมายสฺมา มาตุปิ เหตุ สมฺปชานมุสา ภาเสยฺยา’ติ. ตเมนํ ปสฺสามิ อปเรน สมเยน ลาภสกฺการสิโลเกน อภิภูตํ ปริยาทิณฺณจิตฺตํ สมฺปชานมุสา ภาสนฺตํ. เอวํ ทารุโณ โข, ภิกฺขเว, ลาภสกฺการสิโลโก กฏุโก ผรุโส อนฺตรายิโก อนุตฺตรสฺส โยคกฺเขมสฺส อธิคมาย. ตสฺมาติห, ภิกฺขเว, เอวํ สิกฺขิตพฺพํ – ‘อุปฺปนฺนํ ลาภสกฺการสิโลกํ ปชหิสฺสาม. น จ โน อุปฺปนฺโน ลาภสกฺการสิโลโก จิตฺตํ ปริยาทาย ฐสฺสตี’ติ. เอวญฺหิ โว, ภิกฺขเว, สิกฺขิตพฺพ’’นฺติ. สตฺตมํ.

๘-๑๓. ปิตุสุตฺตาทิฉกฺกํ

๑๘๗. สาวตฺถิยํ วิหรติ…เป… ‘‘ทารุโณ, ภิกฺขเว, ลาภสกฺการสิโลโก กฏุโก ผรุโส อนฺตรายิโก อนุตฺตรสฺส โยคกฺเขมสฺส อธิคมาย. อิธาหํ, ภิกฺขเว, เอกจฺจํ ปุคฺคลํ เอวํ เจตสา เจโต ปริจฺจ ปชานามิ – ‘น จายมายสฺมา ปิตุปิ เหตุ…เป… ภาตุปิ เหตุ… ภคินิยาปิ เหตุ… ปุตฺตสฺสปิ เหตุ… ธีตุยาปิ เหตุ… ปชาปติยาปิ เหตุ สมฺปชานมุสา ภาเสยฺยา’ติ. ตเมนํ ปสฺสามิ อปเรน สมเยน ลาภสกฺการสิโลเกน อภิภูตํ ปริยาทิณฺณจิตฺตํ สมฺปชานมุสา ภาสนฺตํ. เอวํ ทารุโณ โข, ภิกฺขเว, ลาภสกฺการสิโลโก กฏุโก ผรุโส อนฺตรายิโก อนุตฺตรสฺส โยคกฺเขมสฺส อธิคมาย. ตสฺมาติห, ภิกฺขเว, เอวํ สิกฺขิตพฺพํ – ‘อุปฺปนฺนํ ลาภสกฺการสิโลกํ ปชหิสฺสาม, น จ โน อุปฺปนฺโน ลาภสกฺการสิโลโก จิตฺตํ ปริยาทาย ฐสฺสตี’ติ. เอวญฺหิ โว, ภิกฺขเว, สิกฺขิตพฺพ’’นฺติ. เตรสมํ.

จตุตฺโถ วคฺโค.

ตสฺสุทฺทานํ –

ภินฺทิ มูลํ ทุเว ธมฺมา, ปกฺกนฺตํ รถ มาตริ;

ปิตา ภาตา จ ภคินี, ปุตฺโต ธีตา ปชาปตีติ.

ลาภสกฺการสํยุตฺตํ สมตฺตํ.