๗. ฉผสฺสายตนสุตฺตํ

๑๕๓. เอกํ สมยํ ภควา เวสาลิยํ วิหรติ มหาวเน กูฏาคารสาลายํ. เตน โข ปน สมเยน ภควา ฉนฺนํ ผสฺสายตนานํ อุปาทาย ภิกฺขูนํ ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสติ สมาทเปติ สมุตฺเตเชติ สมฺปหํเสติ. เต จ ภิกฺขู อฏฺฐึ กตฺวา มนสิ กตฺวา สพฺพเจตสา สมนฺนาหริตฺวา โอหิตโสตา ธมฺมํ สุณนฺติ.

อถ โข มารสฺส ปาปิมโต เอตทโหสิ – ‘‘อยํ โข สมโณ โคตโม ฉนฺนํ ผสฺสายตนานํ อุปาทาย ภิกฺขูนํ ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสติ สมาทเปติ สมุตฺเตเชติ สปฺปหํเสติ. เต จ ภิกฺขู อฏฺฐึ กตฺวา มนสิ กตฺวา สพฺพเจตสา สมนฺนาหริตฺวา โอหิตโสตา ธมฺมํ สุณนฺติ. ยํนูนาหํ เยน สมโณ โคตโม เตนุปสงฺกเมยฺยํ วิจกฺขุกมฺมายา’’ติ. อถ โข มาโร ปาปิมา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควโต อวิทูเร มหนฺตํ ภยเภรวํ สทฺทมกาสิ, อปิสฺสุทํ ปถวี มญฺเญ อุนฺทฺรียติ [อุทฺรียติ (สี. สฺยา. กํ. ปี) อุ + ทร + ย + ติ = อุทฺรียติ]. อถ โข อญฺญตโร ภิกฺขุ อญฺญตรํ ภิกฺขุํ เอตทโวจ – ‘‘ภิกฺขุ, ภิกฺขุ, เอสา ปถวี มญฺเญ อุนฺทฺรียตี’’ติ. เอวํ วุตฺเต, ภควา ตํ ภิกฺขุํ เอตทโวจ – ‘‘เนสา ภิกฺขุ ปถวี อุนฺทฺรียติ. มาโร เอโส ปาปิมา ตุมฺหากํ วิจกฺขุกมฺมาย อาคโต’’ติ. อถ โข ภควา ‘‘มาโร อยํ ปาปิมา’’ อิติ วิทิตฺวา มารํ ปาปิมนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ –

‘‘รูปา สทฺทา รสา คนฺธา, ผสฺสา ธมฺมา จ เกวลา;

เอตํ โลกามิสํ โฆรํ, เอตฺถ โลโก วิมุจฺฉิโต.

‘‘เอตญฺจ สมติกฺกมฺม, สโต พุทฺธสฺส สาวโก;

มารเธยฺยํ อติกฺกมฺม, อาทิจฺโจว วิโรจตี’’ติ.

อถ โข มาโร ปาปิมา…เป… ตตฺเถวนฺตรธายีติ.