๒. ทุติยวคฺโค
๑. ปาสาณสุตฺตํ
๑๔๗. เอกํ สมยํ ภควา ราชคเห วิหรติ คิชฺฌกูเฏ ปพฺพเต. เตน โข ปน สมเยน ภควา รตฺตนฺธการติมิสายํ อพฺโภกาเส นิสินฺโน โหติ, เทโว จ เอกเมกํ ผุสายติ. อถ โข มาโร ปาปิมา ภควโต ภยํ ฉมฺภิตตฺตํ โลมหํสํ อุปฺปาเทตุกาโม เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควโต อวิทูเร มหนฺเต ปาสาเณ ปทาเลสิ.
อถ โข ภควา ‘‘มาโร อยํ ปาปิมา’’ อิติ วิทิตฺวา มารํ ปาปิมนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ –
‘‘สเจปิ เกวลํ สพฺพํ, คิชฺฌกูฏํ จเลสฺสสิ [คเฬยฺยสิ (สฺยา. กํ.), จเลยฺยาสิ (ก.)];
เนว สมฺมาวิมุตฺตานํ, พุทฺธานํ อตฺถิ อิญฺชิต’’นฺติ.
อถ โข มาโร ปาปิมา ‘‘ชานาติ มํ ภควา, ชานาติ มํ สุคโต’’ติ ทุกฺขี ทุมฺมโน ตตฺเถวนฺตรธายีติ.
๒. กินฺนุสีหสุตฺตํ
๑๔๘. เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. เตน โข ปน สมเยน ภควา มหติยา ปริสาย ปริวุโต ธมฺมํ เทเสติ.
อถ โข มารสฺส ปาปิมโต เอตทโหสิ – ‘‘อยํ โข สมโณ โคตโม มหติยา ปริสาย ปริวุโต ธมฺมํ เทเสติ. ยํนูนาหํ เยน สมโณ โคตโม เตนุปสงฺกเมยฺยํ วิจกฺขุกมฺมายา’’ติ. อถ โข มาโร ปาปิมา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ –
‘‘กินฺนุ สีโหว นทสิ, ปริสายํ วิสารโท;
ปฏิมลฺโล หิ เต อตฺถิ, วิชิตาวี นุ มญฺญสี’’ติ.
‘‘นทนฺติ เว มหาวีรา, ปริสาสุ วิสารทา;
ตถาคตา พลปฺปตฺตา, ติณฺณา โลเก วิสตฺติก’’นฺติ.
อถ โข มาโร ปาปิมา ‘‘ชานาติ มํ ภควา, ชานาติ มํ สุคโต’’ติ ทุกฺขี ทุมฺมโน ตตฺเถวนฺตรธายีติ.
๓. สกลิกสุตฺตํ
๑๔๙. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา ราชคเห วิหรติ มทฺทกุจฺฉิสฺมึ มิคทาเย. เตน โข ปน สมเยน ภควโต ปาโท สกลิกาย ขโต โหติ, ภุสา สุทํ ภควโต เวทนา วตฺตนฺติ สารีริกา ทุกฺขา ติพฺพา ขรา กฏุกา อสาตา อมนาปา. ตา สุทํ ภควา สโต สมฺปชาโน อธิวาเสติ อวิหญฺญมาโน. อถ โข ภควา จตุคฺคุณํ สงฺฆาฏึ ปญฺญเปตฺวา ทกฺขิเณน ปสฺเสน สีหเสยฺยํ กปฺเปสิ ปาเท ปาทํ อจฺจาธาย สโต สมฺปชาโน. อถ โข มาโร ปาปิมา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ –
‘‘มนฺทิยา นุ โข เสสิ อุทาหุ กาเวยฺยมตฺโต,
อตฺถา นุ เต สมฺปจุรา น สนฺติ;
เอโก วิวิตฺเต สยนาสนมฺหิ,
นิทฺทามุโข กิมิทํ โสปฺปเส วา’’ติ.
‘‘น มนฺทิยา สยามิ นาปิ กาเวยฺยมตฺโต,
อตฺถํ สเมจฺจาหมเปตโสโก;
เอโก วิวิตฺเต สยนาสนมฺหิ,
สยามหํ สพฺพภูตานุกมฺปี.
‘‘เยสมฺปิ สลฺลํ อุรสิ ปวิฏฺฐํ,
มุหุํ มุหุํ หทยํ เวธมานํ;
เตปีธ โสปฺปํ ลภเร สสลฺลา,
ตสฺมา อหํ น สุเป วีตสลฺโล.
‘‘ชคฺคํ น สงฺเก นปิ เภมิ โสตฺตุํ,
รตฺตินฺทิวา นานุตปนฺติ มามํ;
หานึ น ปสฺสามิ กุหิญฺจิ โลเก,
ตสฺมา สุเป สพฺพภูตานุกมฺปี’’ติ.
อถ โข มาโร ปาปิมา ‘‘ชานาติ มํ ภควา, ชานาติ มํ สุคโต’’ติ ทุกฺขี ทุมฺมโน ตตฺเถวนฺตรธายีติ.
๔. ปติรูปสุตฺตํ
๑๕๐. เอกํ สมยํ ภควา โกสเลสุ วิหรติ เอกสาลายํ พฺราหฺมณคาเม. เตน โข ปน สมเยน ภควา มหติยา คิหิปริสาย ปริวุโต ธมฺมํ เทเสติ.
อถ โข มารสฺส ปาปิมโต เอตทโหสิ – ‘‘อยํ โข สมโณ โคตโม มหติยา คิหิปริสาย ปริวุโต ธมฺมํ เทเสติ. ยํนูนาหํ เยน สมโณ โคตโม เตนุปสงฺกเมยฺยํ วิจกฺขุกมฺมายา’’ติ. อถ โข มาโร ปาปิมา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ –
‘‘เนตํ ตว ปติรูปํ, ยทญฺญมนุสาสสิ;
อนุโรธวิโรเธสุ, มา สชฺชิตฺโถ ตทาจร’’นฺติ.
‘‘หิตานุกมฺปี สมฺพุทฺโธ, ยทญฺญมนุสาสติ;
อนุโรธวิโรเธหิ, วิปฺปมุตฺโต ตถาคโต’’ติ.
อถ โข มาโร ปาปิมา ‘‘ชานาติ มํ ภควา, ชานาติ มํ สุคโต’’ติ ทุกฺขี ทุมฺมโน ตตฺเถวนฺตรธายีติ.
๕. มานสสุตฺตํ
๑๕๑. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. อถ โข มาโร ปาปิมา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ –
‘‘อนฺตลิกฺขจโร ปาโส, ยฺวายํ จรติ มานโส;
เตน ตํ พาธยิสฺสามิ, น เม สมณ โมกฺขสี’’ติ.
‘‘รูปา สทฺทา รสา คนฺธา, โผฏฺฐพฺพา จ มโนรมา;
เอตฺถ เม วิคโต ฉนฺโท, นิหโต ตฺวมสิ อนฺตกา’’ติ.
อถ โข มาโร ปาปิมา ‘‘ชานาติ มํ ภควา, ชานาติ มํ สุคโต’’ติ ทุกฺขี ทุมฺมโน ตตฺเถวนฺตรธายีติ.
๖. ปตฺตสุตฺตํ
๑๕๒. สาวตฺถินิทานํ. เตน โข ปน สมเยน ภควา ปญฺจนฺนํ อุปาทานกฺขนฺธานํ อุปาทาย ภิกฺขูนํ ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสติ สมาทเปติ [สมาทาเปติ (?)] สมุตฺเตเชติ สมฺปหํเสติ. เต จ ภิกฺขู อฏฺฐึ กตฺวา [อฏฺฐิกตฺวา (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] มนสิ กตฺวา สพฺพเจตสา [สพฺพเจตโส (สี. สฺยา. กํ. ปี.), สพฺพํ เจตสา (ก.)] สมนฺนาหริตฺวา โอหิตโสตา ธมฺมํ สุณนฺติ.
อถ โข มารสฺส ปาปิมโต เอตทโหสิ – ‘‘อยํ โข สมโณ โคตโม ปญฺจนฺนํ อุปาทานกฺขนฺธานํ อุปาทาย ภิกฺขูนํ ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสติ สมาทเปติ สมุตฺเตเชติ สมฺปหํเสติ. เต จ ภิกฺขู อฏฺฐึ กตฺวา มนสิ กตฺวา สพฺพเจตสา สมนฺนาหริตฺวา โอหิตโสตา ธมฺมํ สุณนฺติ. ยํนูนาหํ เยน สมโณ โคตโม เตนุปสงฺกเมยฺยํ วิจกฺขุกมฺมายา’’ติ.
เตน โข ปน สมเยน สมฺพหุลา ปตฺตา อพฺโภกาเส นิกฺขิตฺตา โหนฺติ. อถ โข มาโร ปาปิมา พลีพทฺทวณฺณํ อภินิมฺมินิตฺวา เยน เต ปตฺตา เตนุปสงฺกมิ. อถ โข อญฺญตโร ภิกฺขุ อญฺญตรํ ภิกฺขุํ เอตทโวจ – ‘‘ภิกฺขุ, ภิกฺขุ, เอโส พลีพทฺโท ปตฺเต ภินฺเทยฺยา’’ติ. เอวํ วุตฺเต ภควา ตํ ภิกฺขุํ เอตทโวจ – ‘‘น โส, ภิกฺขุ, พลีพทฺโท. มาโร เอโส ปาปิมา ตุมฺหากํ วิจกฺขุกมฺมาย อาคโต’’ติ. อถ โข ภควา ‘‘มาโร อยํ ปาปิมา’’ อิติ วิทิตฺวา มารํ ปาปิมนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ –
‘‘รูปํ เวทยิตํ สญฺญา, วิญฺญาณํ ยญฺจ สงฺขตํ;
เนโสหมสฺมิ เนตํ เม, เอวํ ตตฺถ วิรชฺชติ.
‘‘เอวํ วิรตฺตํ เขมตฺตํ, สพฺพสํโยชนาติคํ;
อเนฺวสํ สพฺพฏฺฐาเนสุ, มารเสนาปิ นาชฺฌคา’’ติ.
อถ โข มาโร ปาปิมา…เป… ตตฺเถวนฺตรธายีติ.
๗. ฉผสฺสายตนสุตฺตํ
๑๕๓. เอกํ สมยํ ภควา เวสาลิยํ วิหรติ มหาวเน กูฏาคารสาลายํ. เตน โข ปน สมเยน ภควา ฉนฺนํ ผสฺสายตนานํ อุปาทาย ภิกฺขูนํ ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสติ สมาทเปติ สมุตฺเตเชติ สมฺปหํเสติ. เต จ ภิกฺขู อฏฺฐึ กตฺวา มนสิ กตฺวา สพฺพเจตสา สมนฺนาหริตฺวา โอหิตโสตา ธมฺมํ สุณนฺติ.
อถ โข มารสฺส ปาปิมโต เอตทโหสิ – ‘‘อยํ โข สมโณ โคตโม ฉนฺนํ ผสฺสายตนานํ อุปาทาย ภิกฺขูนํ ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสติ สมาทเปติ สมุตฺเตเชติ สปฺปหํเสติ. เต จ ภิกฺขู อฏฺฐึ กตฺวา มนสิ กตฺวา สพฺพเจตสา สมนฺนาหริตฺวา โอหิตโสตา ธมฺมํ สุณนฺติ. ยํนูนาหํ เยน สมโณ โคตโม เตนุปสงฺกเมยฺยํ วิจกฺขุกมฺมายา’’ติ. อถ โข มาโร ปาปิมา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควโต อวิทูเร มหนฺตํ ภยเภรวํ สทฺทมกาสิ, อปิสฺสุทํ ปถวี มญฺเญ อุนฺทฺรียติ [อุทฺรียติ (สี. สฺยา. กํ. ปี) อุ + ทร + ย + ติ = อุทฺรียติ]. อถ โข อญฺญตโร ภิกฺขุ อญฺญตรํ ภิกฺขุํ เอตทโวจ – ‘‘ภิกฺขุ, ภิกฺขุ, เอสา ปถวี มญฺเญ อุนฺทฺรียตี’’ติ. เอวํ วุตฺเต, ภควา ตํ ภิกฺขุํ เอตทโวจ – ‘‘เนสา ภิกฺขุ ปถวี อุนฺทฺรียติ. มาโร เอโส ปาปิมา ตุมฺหากํ วิจกฺขุกมฺมาย อาคโต’’ติ. อถ โข ภควา ‘‘มาโร อยํ ปาปิมา’’ อิติ วิทิตฺวา มารํ ปาปิมนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ –
‘‘รูปา สทฺทา รสา คนฺธา, ผสฺสา ธมฺมา จ เกวลา;
เอตํ โลกามิสํ โฆรํ, เอตฺถ โลโก วิมุจฺฉิโต.
‘‘เอตญฺจ สมติกฺกมฺม, สโต พุทฺธสฺส สาวโก;
มารเธยฺยํ อติกฺกมฺม, อาทิจฺโจว วิโรจตี’’ติ.
อถ โข มาโร ปาปิมา…เป… ตตฺเถวนฺตรธายีติ.
๘. ปิณฺฑสุตฺตํ
๑๕๔. เอกํ สมยํ ภควา มคเธสุ วิหรติ ปญฺจสาลายํ พฺราหฺมณคาเม. เตน โข ปน สมเยน ปญฺจสาลายํ พฺราหฺมณคาเม กุมาริกานํ ปาหุนกานิ ภวนฺติ. อถ โข ภควา ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย ปญฺจสาลํ พฺราหฺมณคามํ ปิณฺฑาย ปาวิสิ. เตน โข ปน สมเยน ปญฺจสาเลยฺยกา พฺราหฺมณคหปติกา มาเรน ปาปิมตา อนฺวาวิฏฺฐา ภวนฺติ – มา สมโณ โคตโม ปิณฺฑมลตฺถาติ.
อถ โข ภควา ยถาโธเตน ปตฺเตน ปญฺจสาลํ พฺราหฺมณคามํ ปิณฺฑาย ปาวิสิ ตถาโธเตน [ยถาโธเตน (?)] ปตฺเตน ปฏิกฺกมิ. อถ โข มาโร ปาปิมา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘อปิ ตฺวํ, สมณ, ปิณฺฑมลตฺถา’’ติ? ‘‘ตถา นุ ตฺวํ, ปาปิม, อกาสิ ยถาหํ ปิณฺฑํ น ลเภยฺย’’นฺติ. ‘‘เตน หิ, ภนฺเต, ภควา ทุติยมฺปิ ปญฺจสาลํ พฺราหฺมณคามํ ปิณฺฑาย ปวิสตุ. ตถาหํ กริสฺสามิ ยถา ภควา ปิณฺฑํ ลจฺฉตี’’ติ.
‘‘อปุญฺญํ ปสวิ มาโร, อาสชฺช นํ ตถาคตํ;
กึ นุ มญฺญสิ ปาปิม, น เม ปาปํ วิปจฺจติ.
‘‘สุสุขํ วต ชีวาม, เยสํ โน นตฺถิ กิญฺจนํ;
ปีติภกฺขา ภวิสฺสาม, เทวา อาภสฺสรา ยถา’’ติ.
อถ โข มาโร ปาปิมา ‘‘ชานาติ มํ ภควา, ชานาติ มํ สุคโต’’ติ ทุกฺขี ทุมฺมโน ตตฺเถวนฺตรธายีติ.
๙. กสฺสกสุตฺตํ
๑๕๕. สาวตฺถินิทานํ. เตน โข ปน สมเยน ภควา ภิกฺขูนํ นิพฺพานปฏิสํยุตฺตาย ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสติ สมาทเปติ สมุตฺเตเชติ สมฺปหํเสติ. เต จ ภิกฺขู อฏฺฐึ กตฺวา มนสิ กตฺวา สพฺพเจตสา สมนฺนาหริตฺวา โอหิตโสตา ธมฺมํ สุณนฺติ.
อถ โข มารสฺส ปาปิมโต เอตทโหสิ – ‘‘อยํ โข สมโณ โคตโม ภิกฺขูนํ นิพฺพานปฏิสํยุตฺตาย ธมฺมิยา กถาย…เป… ยํนูนาหํ เยน สมโณ โคตโม เตนุปสงฺกเมยฺยํ วิจกฺขุกมฺมายา’’ติ. อถ โข มาโร ปาปิมา กสฺสกวณฺณํ อภินิมฺมินิตฺวา มหนฺตํ นงฺคลํ ขนฺเธ กริตฺวา ทีฆปาจนยฏฺฐึ คเหตฺวา หฏหฏเกโส สาณสาฏินิวตฺโถ กทฺทมมกฺขิเตหิ ปาเทหิ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘อปิ, สมณ, พลีพทฺเท อทฺทสา’’ติ? ‘‘กึ ปน, ปาปิม, เต พลีพทฺเทหี’’ติ? ‘‘มเมว, สมณ, จกฺขุ, มม รูปา, มม จกฺขุสมฺผสฺสวิญฺญาณายตนํ. กุหึ เม, สมณ, คนฺตฺวา โมกฺขสิ? มเมว, สมณ, โสตํ, มม สทฺทา…เป… มเมว, สมณ, ฆานํ, มม คนฺธา; มเมว, สมณ, ชิวฺหา, มม รสา; มเมว, สมณ, กาโย, มม โผฏฺฐพฺพา; มเมว, สมณ, มโน, มม ธมฺมา, มม มโนสมฺผสฺสวิญฺญาณายตนํ. กุหึ เม, สมณ, คนฺตฺวา โมกฺขสี’’ติ?
‘‘ตเวว, ปาปิม, จกฺขุ, ตว รูปา, ตว จกฺขุสมฺผสฺสวิญฺญาณายตนํ. ยตฺถ จ โข, ปาปิม, นตฺถิ จกฺขุ, นตฺถิ รูปา, นตฺถิ จกฺขุสมฺผสฺสวิญฺญาณายตนํ, อคติ ตว ตตฺถ, ปาปิม. ตเวว, ปาปิม, โสตํ, ตว สทฺทา, ตว โสตสมฺผสฺสวิญฺญาณายตนํ. ยตฺถ จ โข, ปาปิม, นตฺถิ โสตํ, นตฺถิ สทฺทา, นตฺถิ โสตสมฺผสฺสวิญฺญาณายตนํ, อคติ ตว ตตฺถ, ปาปิม. ตเวว, ปาปิม, ฆานํ, ตว คนฺธา, ตว ฆานสมฺผสฺสวิญฺญาณายตนํ. ยตฺถ จ โข, ปาปิม, นตฺถิ ฆานํ, นตฺถิ คนฺธา, นตฺถิ ฆานสมฺผสฺสวิญฺญาณายตนํ, อคติ ตว ตตฺถ, ปาปิม. ตเวว, ปาปิม, ชิวฺหา, ตว รสา, ตว ชิวฺหาสมฺผสฺสวิญฺญาณายตนํ…เป… ตเวว, ปาปิม, กาโย, ตว โผฏฺฐพฺพา, ตว กายสมฺผสฺสวิญฺญาณายตนํ…เป… ตเวว, ปาปิม, มโน, ตว ธมฺมา, ตว มโนสมฺผสฺสวิญฺญาณายตนํ. ยตฺถ จ โข, ปาปิม, นตฺถิ มโน, นตฺถิ ธมฺมา, นตฺถิ มโนสมฺผสฺสวิญฺญาณายตนํ, อคติ ตว ตตฺถ, ปาปิมา’’ติ.
‘‘ยํ วทนฺติ มม ยิทนฺติ, เย วทนฺติ มมนฺติ จ;
เอตฺถ เจ เต มโน อตฺถิ, น เม สมณ โมกฺขสี’’ติ.
‘‘ยํ วทนฺติ น ตํ มยฺหํ, เย วทนฺติ น เต อหํ;
เอวํ ปาปิม ชานาหิ, น เม มคฺคมฺปิ ทกฺขสี’’ติ.
อถ โข มาโร ปาปิมา…เป… ตตฺเถวนฺตรธายีติ.
๑๐. รชฺชสุตฺตํ
๑๕๖. เอกํ สมยํ ภควา โกสเลสุ วิหรติ หิมวนฺตปเทเส [หิมวนฺตปสฺเส (สี.)] อรญฺญกุฏิกายํ. อถ โข ภควโต รโหคตสฺส ปฏิสลฺลีนสฺส เอวํ เจตโส ปริวิตกฺโก อุทปาทิ – ‘‘สกฺกา นุ โข รชฺชํ กาเรตุํ อหนํ อฆาตยํ อชินํ อชาปยํ อโสจํ อโสจาปยํ ธมฺเมนา’’ติ?
อถ โข มาโร ปาปิมา ภควโต เจตสา เจโตปริวิตกฺกมญฺญาย เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘กาเรตุ, ภนฺเต, ภควา รชฺชํ, กาเรตุ, สุคโต, รชฺชํ อหนํ อฆาตยํ อชินํ อชาปยํ อโสจํ อโสจาปยํ ธมฺเมนา’’ติ. ‘‘กึ ปน เม ตฺวํ, ปาปิม, ปสฺสสิ ยํ มํ ตฺวํ เอวํ วเทสิ – ‘กาเรตุ, ภนฺเต, ภควา รชฺชํ, กาเรตุ สุคโต, รชฺชํ อหนํ อฆาตยํ อชินํ อชาปยํ อโสจํ อโสจาปยํ ธมฺเมนา’’’ติ? ‘‘ภควตา โข, ภนฺเต, จตฺตาโร อิทฺธิปาทา ภาวิตา พหุลีกตา ยานีกตา วตฺถุกตา อนุฏฺฐิตา ปริจิตา สุสมารทฺธา. อากงฺขมาโน จ, ภนฺเต, ภควา หิมวนฺตํ ปพฺพตราชํ สุวณฺณํ เตฺวว อธิมุจฺเจยฺย สุวณฺณญฺจ ปนสฺสา’’ติ [สุวณฺณปพฺพตสฺสาติ (สี. สฺยา. กํ.), สุวณฺณญฺจ ปพฺพตสฺสาติ (ปี.)].
‘‘ปพฺพตสฺส สุวณฺณสฺส, ชาตรูปสฺส เกวโล;
ทฺวิตฺตาว นาลเมกสฺส, อิติ วิทฺวา สมญฺจเร.
‘‘โย ทุกฺขมทฺทกฺขิ ยโตนิทานํ,
กาเมสุ โส ชนฺตุ กถํ นเมยฺย;
อุปธึ วิทิตฺวา สงฺโคติ โลเก,
ตสฺเสว ชนฺตุ วินยาย สิกฺเข’’ติ.
อถ โข มาโร ปาปิมา ‘‘ชานาติ มํ ภควา, ชานาติ มํ สุคโต’’ติ ทุกฺขี ทุมฺมโน ตตฺเถวนฺตรธายีติ.
ทุติโย วคฺโค.
ตสฺสุทฺทานํ –
ปาสาโณ สีโห สกลิกํ [สกฺขลิกํ (ก.)], ปติรูปญฺจ มานสํ;
ปตฺตํ อายตนํ ปิณฺฑํ, กสฺสกํ รชฺเชน เต ทสาติ.