๓. สกลิกสุตฺตํ

๑๔๙. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา ราชคเห วิหรติ มทฺทกุจฺฉิสฺมึ มิคทาเย. เตน โข ปน สมเยน ภควโต ปาโท สกลิกาย ขโต โหติ, ภุสา สุทํ ภควโต เวทนา วตฺตนฺติ สารีริกา ทุกฺขา ติพฺพา ขรา กฏุกา อสาตา อมนาปา. ตา สุทํ ภควา สโต สมฺปชาโน อธิวาเสติ อวิหญฺญมาโน. อถ โข ภควา จตุคฺคุณํ สงฺฆาฏึ ปญฺญเปตฺวา ทกฺขิเณน ปสฺเสน สีหเสยฺยํ กปฺเปสิ ปาเท ปาทํ อจฺจาธาย สโต สมฺปชาโน. อถ โข มาโร ปาปิมา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ –

‘‘มนฺทิยา นุ โข เสสิ อุทาหุ กาเวยฺยมตฺโต,

อตฺถา นุ เต สมฺปจุรา น สนฺติ;

เอโก วิวิตฺเต สยนาสนมฺหิ,

นิทฺทามุโข กิมิทํ โสปฺปเส วา’’ติ.

‘‘น มนฺทิยา สยามิ นาปิ กาเวยฺยมตฺโต,

อตฺถํ สเมจฺจาหมเปตโสโก;

เอโก วิวิตฺเต สยนาสนมฺหิ,

สยามหํ สพฺพภูตานุกมฺปี.

‘‘เยสมฺปิ สลฺลํ อุรสิ ปวิฏฺฐํ,

มุหุํ มุหุํ หทยํ เวธมานํ;

เตปีธ โสปฺปํ ลภเร สสลฺลา,

ตสฺมา อหํ น สุเป วีตสลฺโล.

‘‘ชคฺคํ น สงฺเก นปิ เภมิ โสตฺตุํ,

รตฺตินฺทิวา นานุตปนฺติ มามํ;

หานึ น ปสฺสามิ กุหิญฺจิ โลเก,

ตสฺมา สุเป สพฺพภูตานุกมฺปี’’ติ.

อถ โข มาโร ปาปิมา ‘‘ชานาติ มํ ภควา, ชานาติ มํ สุคโต’’ติ ทุกฺขี ทุมฺมโน ตตฺเถวนฺตรธายีติ.