๖. สปฺปสุตฺตํ
๑๔๒. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป. เตน โข ปน สมเยน ภควา รตฺตนฺธการติมิสายํ อพฺโภกาเส นิสินฺโน โหติ, เทโว จ เอกเมกํ ผุสายติ.
อถ โข มาโร ปาปิมา ภควโต ภยํ ฉมฺภิตตฺตํ โลมหํสํ อุปฺปาเทตุกาโม มหนฺตํ สปฺปราชวณฺณํ อภินิมฺมินิตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ. เสยฺยถาปิ นาม มหตี เอกรุกฺขิกา นาวา, เอวมสฺส กาโย โหติ. เสยฺยถาปิ นาม มหนฺตํ โสณฺฑิกากิฬญฺชํ, เอวมสฺส ผโณ โหติ. เสยฺยถาปิ นาม มหตี โกสลิกา กํสปาติ, เอวมสฺส อกฺขีนิ ภวนฺติ. เสยฺยถาปิ นาม เทเว คฬคฬายนฺเต วิชฺชุลฺลตา นิจฺฉรนฺติ, เอวมสฺส มุขโต ชิวฺหา นิจฺฉรติ. เสยฺยถาปิ นาม กมฺมารคคฺคริยา ธมมานาย สทฺโท โหติ, เอวมสฺส อสฺสาสปสฺสาสานํ สทฺโท โหติ.
อถ โข ภควา ‘‘มาโร อยํ ปาปิมา’’ อิติ วิทิตฺวา มารํ ปาปิมนฺตํ คาถาหิ อชฺฌภาสิ –
‘‘โย สุญฺญเคหานิ เสวติ,
เสยฺโย โส มุนิ อตฺตสญฺญโต;
โวสฺสชฺช จเรยฺย ตตฺถ โส,
ปติรูปญฺหิ ตถาวิธสฺส ตํ.
‘‘จรกา พหู เภรวา พหู,
อโถ ฑํสสรีสปา [ฑํส สิรึสปา (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] พหู;
โลมมฺปิ น ตตฺถ อิญฺชเย,
สุญฺญาคารคโต มหามุนิ.
‘‘นภํ ผเลยฺย ปถวี จเลยฺย,
สพฺเพปิ ปาณา อุท สนฺตเสยฺยุํ;
สลฺลมฺปิ เจ อุรสิ ปกปฺปเยยฺยุํ,
อุปธีสุ ตาณํ น กโรนฺติ พุทฺธา’’ติ.
อถ โข มาโร ปาปิมา ‘‘ชานาติ มํ ภควา, ชานาติ มํ สุคโต’’ติ ทุกฺขี ทุมฺมโน ตตฺเถวนฺตรธายีติ.