๒. อนาถปิณฺฑิกวคฺโค
๑. จนฺทิมสสุตฺตํ
๙๒. สาวตฺถินิทานํ. อถ โข จนฺทิมโส [จนฺทิมาโส (ก.)] เทวปุตฺโต อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺโณ เกวลกปฺปํ เชตวนํ โอภาเสตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. เอกมนฺตํ ฐิโต โข จนฺทิมโส เทวปุตฺโต ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ –
‘‘เต หิ โสตฺถึ คมิสฺสนฺติ, กจฺเฉ วามกเส มคา;
ฌานานิ อุปสมฺปชฺช, เอโกทิ นิปกา สตา’’ติ.
‘‘เต หิ ปารํ คมิสฺสนฺติ, เฉตฺวา ชาลํว อมฺพุโช;
ฌานานิ อุปสมฺปชฺช, อปฺปมตฺตา รณญฺชหา’’ติ.
๒. เวณฺฑุสุตฺตํ
๙๓. เอกมนฺตํ ฐิโต โข เวณฺฑุ [เวณฺหุ (สี.)] เทวปุตฺโต ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ –
‘‘สุขิตาว เต [สุขิตา วต เต (สี. สฺยา. กํ.)] มนุชา, สุคตํ ปยิรุปาสิย;
ยุญฺชํ [ยุชฺช (สี.), ยุญฺช (สฺยา. กํ. ปี.)] โคตมสาสเน, อปฺปมตฺตา นุ สิกฺขเร’’ติ.
‘‘เย เม ปวุตฺเต สิฏฺฐิปเท [สตฺถิปเท (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] (เวณฺฑูติ ภควา),
อนุสิกฺขนฺติ ฌายิโน;
กาเล เต อปฺปมชฺชนฺตา,
น มจฺจุวสคา สิยุ’’นฺติ.
๓. ทีฆลฏฺฐิสุตฺตํ
๙๔. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป. อถ โข ทีฆลฏฺฐิ เทวปุตฺโต อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺโณ เกวลกปฺปํ เวฬุวนํ โอภาเสตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. เอกมนฺตํ ฐิโต โข ทีฆลฏฺฐิ เทวปุตฺโต ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ –
‘‘ภิกฺขุ สิยา ฌายี วิมุตฺตจิตฺโต,
อากงฺเข เจ หทยสฺสานุปตฺตึ;
โลกสฺส ญตฺวา อุทยพฺพยญฺจ,
สุเจตโส อนิสฺสิโต ตทานิสํโส’’ติ.
๔. นนฺทนสุตฺตํ
๙๕. เอกมนฺตํ ฐิโต โข นนฺทโน เทวปุตฺโต ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ –
‘‘ปุจฺฉามิ ตํ โคตม ภูริปญฺญ,
อนาวฏํ ภควโต ญาณทสฺสนํ;
กถํวิธํ สีลวนฺตํ วทนฺติ,
กถํวิธํ ปญฺญวนฺตํ วทนฺติ;
กถํวิโธ ทุกฺขมติจฺจ อิริยติ,
กถํวิธํ เทวตา ปูชยนฺตี’’ติ.
‘‘โย สีลวา ปญฺญวา ภาวิตตฺโต,
สมาหิโต ฌานรโต สตีมา;
สพฺพสฺส โสกา วิคตา ปหีนา,
ขีณาสโว อนฺติมเทหธารี.
‘‘ตถาวิธํ สีลวนฺตํ วทนฺติ,
ตถาวิธํ ปญฺญวนฺตํ วทนฺติ;
ตถาวิโธ ทุกฺขมติจฺจ อิริยติ,
ตถาวิธํ เทวตา ปูชยนฺตี’’ติ.
๕. จนฺทนสุตฺตํ
๙๖. เอกมนฺตํ ฐิโต โข จนฺทโน เทวปุตฺโต ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ –
‘‘กถํสุ [โกสุธ (สี.)] ตรติ โอฆํ, รตฺตินฺทิวมตนฺทิโต;
อปฺปติฏฺเฐ อนาลมฺเพ, โก คมฺภีเร น สีทตี’’ติ.
‘‘สพฺพทา สีลสมฺปนฺโน, ปญฺญวา สุสมาหิโต;
อารทฺธวีริโย ปหิตตฺโต, โอฆํ ตรติ ทุตฺตรํ.
‘‘วิรโต กามสญฺญาย, รูปสํโยชนาติโค;
นนฺทีราคปริกฺขีโณ, โส คมฺภีเร น สีทตี’’ติ.
๖. วาสุทตฺตสุตฺตํ
๙๗. เอกมนฺตํ ฐิโต โข วาสุทตฺโต เทวปุตฺโต ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ –
‘‘สตฺติยา วิย โอมฏฺโฐ, ฑยฺหมาโนว [ฑยฺหมาเนว (สพฺพตฺถ)] มตฺถเก;
กามราคปฺปหานาย, สโต ภิกฺขุ ปริพฺพเช’’ติ.
‘‘สตฺติยา วิย โอมฏฺโฐ, ฑยฺหมาโนว มตฺถเก;
สกฺกายทิฏฺฐิปฺปหานาย, สโต ภิกฺขุ ปริพฺพเช’’ติ.
๗. สุพฺรหฺมสุตฺตํ
๙๘. เอกมนฺตํ ฐิโต โข สุพฺรหฺมา เทวปุตฺโต ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ –
‘‘นิจฺจํ อุตฺรสฺตมิทํ จิตฺตํ, นิจฺจํ อุพฺพิคฺคมิทํ [อุพฺพิคฺคิทํ (มหาสติปฏฺฐานสุตฺตวณฺณนายํ)] มโน;
อนุปฺปนฺเนสุ กิจฺเฉสุ [กิจฺเจสุ (พหูสุ)], อโถ อุปฺปติเตสุ จ;
สเจ อตฺถิ อนุตฺรสฺตํ, ตํ เม อกฺขาหิ ปุจฺฉิโต’’ติ.
‘‘นาญฺญตฺร โพชฺฌา ตปสา [โพชฺฌงฺคตปสา (สี. สฺยา. กํ. ปี.)], นาญฺญตฺรินฺทฺริยสํวรา;
นาญฺญตฺร สพฺพนิสฺสคฺคา, โสตฺถึ ปสฺสามิ ปาณิน’’นฺติ.
‘‘อิทมโวจ…เป… ตตฺเถวนฺตรธายี’’ติ.
๘. กกุธสุตฺตํ
๙๙. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา สาเกเต วิหรติ อญฺชนวเน มิคทาเย. อถ โข กกุโธ เทวปุตฺโต อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺโณ เกวลกปฺปํ อญฺชนวนํ โอภาเสตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. เอกมนฺตํ ฐิโต โข กกุโธ เทวปุตฺโต ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘นนฺทสิ, สมณา’’ติ? ‘‘กึ ลทฺธา, อาวุโส’’ติ? ‘‘เตน หิ, สมณ, โสจสี’’ติ? ‘‘กึ ชียิตฺถ, อาวุโส’’ติ? ‘‘เตน หิ, สมณ, เนว นนฺทสิ น จ [เนว (สี. สฺยา. กํ.)] โสจสี’’ติ? ‘‘เอวมาวุโส’’ติ.
‘‘กจฺจิ ตฺวํ อนโฆ [อนิโฆ (สพฺพตฺถ)] ภิกฺขุ, กจฺจิ นนฺที [นนฺทิ (สี. สฺยา. กํ.)] น วิชฺชติ;
กจฺจิ ตํ เอกมาสีนํ, อรตี นาภิกีรตี’’ติ.
‘‘อนโฆ เว อหํ ยกฺข, อโถ นนฺที น วิชฺชติ;
อโถ มํ เอกมาสีนํ, อรตี นาภิกีรตี’’ติ.
‘‘กถํ ตฺวํ อนโฆ ภิกฺขุ, กถํ นนฺที น วิชฺชติ;
กถํ ตํ เอกมาสีนํ, อรตี นาภิกีรตี’’ติ.
‘‘อฆชาตสฺส เว นนฺที, นนฺทีชาตสฺส เว อฆํ;
อนนฺที อนโฆ ภิกฺขุ, เอวํ ชานาหิ อาวุโส’’ติ.
‘‘จิรสฺสํ วต ปสฺสามิ, พฺราหฺมณํ ปรินิพฺพุตํ;
อนนฺทึ อนฆํ ภิกฺขุํ, ติณฺณํ โลเก วิสตฺติก’’นฺติ.
๙. อุตฺตรสุตฺตํ
๑๐๐. ราชคหนิทานํ. เอกมนฺตํ ฐิโต โข อุตฺตโร เทวปุตฺโต ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ –
‘‘อุปนียติ ชีวิตมปฺปมายุ,
ชรูปนีตสฺส น สนฺติ ตาณา;
เอตํ ภยํ มรเณ เปกฺขมาโน,
ปุญฺญานิ กยิราถ สุขาวหานี’’ติ.
‘‘อุปนียติ ชีวิตมปฺปมายุ,
ชรูปนีตสฺส น สนฺติ ตาณา;
เอตํ ภยํ มรเณ เปกฺขมาโน,
โลกามิสํ ปชเห สนฺติเปกฺโข’’ติ.
๑๐. อนาถปิณฺฑิกสุตฺตํ
๑๐๑. เอกมนฺตํ ฐิโต โข อนาถปิณฺฑิโก เทวปุตฺโต ภควโต สนฺติเก อิมา คาถาโย อภาสิ –
‘‘อิทญฺหิ ตํ เชตวนํ, อิสิสงฺฆนิเสวิตํ;
อาวุตฺถํ ธมฺมราเชน, ปีติสญฺชนนํ มม.
‘‘กมฺมํ วิชฺชา จ ธมฺโม จ, สีลํ ชีวิตมุตฺตมํ;
เอเตน มจฺจา สุชฺฌนฺติ, น โคตฺเตน ธเนน วา.
‘‘ตสฺมา หิ ปณฺฑิโต โปโส, สมฺปสฺสํ อตฺถมตฺตโน;
โยนิโส วิจิเน ธมฺมํ, เอวํ ตตฺถ วิสุชฺฌติ.
‘‘สาริปุตฺโตว ปญฺญาย, สีเลน อุปสเมน จ;
โยปิ ปารงฺคโต ภิกฺขุ, เอตาวปรโม สิยา’’ติ.
อิทมโวจ อนาถปิณฺฑิโก เทวปุตฺโต. อิทํ วตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ตตฺเถวนฺตรธายีติ.
อถ โข ภควา ตสฺสา รตฺติยา อจฺจเยน ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘อิมํ, ภิกฺขเว, รตฺตึ อญฺญตโร เทวปุตฺโต อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺโณ เกวลกปฺปํ เชตวนํ โอภาเสตฺวา เยนาหํ เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา มํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. เอกมนฺตํ ฐิโต โข, ภิกฺขเว, โส เทวปุตฺโต มม สนฺติเก อิมา คาถาโย อภาสิ –
‘‘อิทญฺหิ ตํ เชตวนํ, อิสิสงฺฆนิเสวิตํ;
อาวุตฺถํ ธมฺมราเชน, ปีติสญฺชนนํ มม.
‘‘กมฺมํ วิชฺชา จ ธมฺโม จ, สีลํ ชีวิตมุตฺตมํ;
เอเตน มจฺจา สุชฺฌนฺติ, น โคตฺเตน ธเนน วา.
‘‘ตสฺมา หิ ปณฺฑิโต โปโส, สมฺปสฺสํ อตฺถมตฺตโน;
โยนิโส วิจิเน ธมฺมํ, เอวํ ตตฺถ วิสุชฺฌติ.
‘‘สาริปุตฺโตว ปญฺญาย, สีเลน อุปสเมน จ;
โยปิ ปารงฺคโต ภิกฺขุ, เอตาวปรโม สิยา’’ติ.
‘‘อิทมโวจ, ภิกฺขเว, โส เทวปุตฺโต. อิทํ วตฺวา มํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ตตฺเถวนฺตรธายี’’ติ.
เอวํ วุตฺเต, อายสฺมา อานนฺโท ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘โส หิ นูน, ภนฺเต, อนาถปิณฺฑิโก เทวปุตฺโต ภวิสฺสติ. อนาถปิณฺฑิโก คหปติ อายสฺมนฺเต สาริปุตฺเต อภิปฺปสนฺโน อโหสี’’ติ. ‘‘สาธุ สาธุ, อานนฺท, ยาวตกํ โข, อานนฺท, ตกฺกาย ปตฺตพฺพํ อนุปฺปตฺตํ ตํ ตยา. อนาถปิณฺฑิโก หิ โส, อานนฺท, เทวปุตฺโต’’ติ.
อนาถปิณฺฑิกวคฺโค ทุติโย.
ตสฺสุทฺทานํ –
จนฺทิมโส [จนฺทิมาโส (ปี. ก.)] จ เวณฺฑุ [เวณฺหุ (สี. ก.)] จ, ทีฆลฏฺฐิ จ นนฺทโน;
จนฺทโน วาสุทตฺโต จ, สุพฺรหฺมา กกุเธน จ;
อุตฺตโร นวโม วุตฺโต, ทสโม อนาถปิณฺฑิโกติ.