๑. ปฐมวคฺโค
๑. ปฐมกสฺสปสุตฺตํ
๘๒. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. อถ โข กสฺสโป เทวปุตฺโต อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺโณ เกวลกปฺปํ เชตวนํ โอภาเสตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. เอกมนฺตํ ฐิโต โข กสฺสโป เทวปุตฺโต ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘ภิกฺขุํ ภควา ปกาเสสิ, โน จ ภิกฺขุโน อนุสาส’’นฺติ. ‘‘เตน หิ กสฺสป, ตญฺเญเวตฺถ ปฏิภาตู’’ติ.
‘‘สุภาสิตสฺส สิกฺเขถ, สมณูปาสนสฺส จ;
เอกาสนสฺส จ รโห, จิตฺตวูปสมสฺส จา’’ติ.
อิทมโวจ กสฺสโป เทวปุตฺโต; สมนุญฺโญ สตฺถา อโหสิ. อถ โข กสฺสโป เทวปุตฺโต ‘‘สมนุญฺโญ เม สตฺถา’’ติ ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ตตฺเถวนฺตรธายีติ.
๒. ทุติยกสฺสปสุตฺตํ
๘๓. สาวตฺถินิทานํ. เอกมนฺตํ ฐิโต โข กสฺสโป เทวปุตฺโต ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ –
‘‘ภิกฺขุ สิยา ฌายี วิมุตฺตจิตฺโต,
อากงฺเข เจ หทยสฺสานุปตฺตึ;
โลกสฺส ญตฺวา อุทยพฺพยญฺจ,
สุเจตโส อนิสฺสิโต ตทานิสํโส’’ติ.
๓. มาฆสุตฺตํ
๘๔. สาวตฺถินิทานํ. อถ โข มาโฆ เทวปุตฺโต อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺโณ เกวลกปฺปํ เชตวนํ โอภาเสตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. เอกมนฺตํ ฐิโต โข มาโฆ เทวปุตฺโต ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ –
‘‘กึสุ เฉตฺวา สุขํ เสติ, กึสุ เฉตฺวา น โสจติ;
กิสฺสสฺสุ เอกธมฺมสฺส, วธํ โรเจสิ โคตมา’’ติ.
‘‘โกธํ เฉตฺวา สุขํ เสติ, โกธํ เฉตฺวา น โสจติ;
โกธสฺส วิสมูลสฺส, มธุรคฺคสฺส วตฺรภู;
วธํ อริยา ปสํสนฺติ, ตญฺหิ เฉตฺวา น โสจตี’’ติ.
๔. มาคธสุตฺตํ
๘๕. สาวตฺถินิทานํ. เอกมนฺตํ ฐิโต โข มาคโธ เทวปุตฺโต ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ –
‘‘กติ โลกสฺมึ ปชฺโชตา, เยหิ โลโก ปกาสติ;
ภวนฺตํ ปุฏฺฐุมาคมฺม, กถํ ชาเนมุ ตํ มย’’นฺติ.
‘‘จตฺตาโร โลเก ปชฺโชตา, ปญฺจเมตฺถ น วิชฺชติ;
ทิวา ตปติ อาทิจฺโจ, รตฺติมาภาติ จนฺทิมา.
‘‘อถ อคฺคิ ทิวารตฺตึ, ตตฺถ ตตฺถ ปกาสติ;
สมฺพุทฺโธ ตปตํ เสฏฺโฐ, เอสา อาภา อนุตฺตรา’’ติ.
๕. ทามลิสุตฺตํ
๘๖. สาวตฺถินิทานํ. อถ โข ทามลิ เทวปุตฺโต อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺโณ เกวลกปฺปํ เชตวนํ โอภาเสตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. เอกมนฺตํ ฐิโต โข ทามลิ เทวปุตฺโต ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ –
‘‘กรณียเมตํ พฺราหฺมเณน, ปธานํ อกิลาสุนา;
กามานํ วิปฺปหาเนน, น เตนาสีสเต ภว’’นฺติ.
‘‘นตฺถิ กิจฺจํ พฺราหฺมณสฺส (ทามลีติ ภควา),
กตกิจฺโจ หิ พฺราหฺมโณ.
‘‘ยาว น คาธํ ลภติ นทีสุ,
อายูหติ สพฺพคตฺเตภิ ชนฺตุ;
คาธญฺจ ลทฺธาน ถเล ฐิโต โย,
นายูหตี ปารคโต หิ โสว [โสติ (สี. ปี. ก.), โหติ (สฺยา. กํ.), โส (?)].
‘‘เอสูปมา ทามลิ พฺราหฺมณสฺส,
ขีณาสวสฺส นิปกสฺส ฌายิโน;
ปปฺปุยฺย ชาติมรณสฺส อนฺตํ,
นายูหตี ปารคโต หิ โส’’ติ [โหตีติ (สฺยา. กํ.)].
๖. กามทสุตฺตํ
๘๗. สาวตฺถินิทานํ. เอกมนฺตํ ฐิโต โข กามโท เทวปุตฺโต ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘ทุกฺกรํ ภควา, สุทุกฺกรํ ภควา’’ติ.
‘‘ทุกฺกรํ วาปิ กโรนฺติ (กามทาติ ภควา),
เสขา สีลสมาหิตา;
ฐิตตฺตา อนคาริยุเปตสฺส,
ตุฏฺฐิ โหติ สุขาวหา’’ติ.
‘‘ทุลฺลภา ภควา ยทิทํ ตุฏฺฐี’’ติ.
‘‘ทุลฺลภํ วาปิ ลภนฺติ (กามทาติ ภควา),
จิตฺตวูปสเม รตา;
เยสํ ทิวา จ รตฺโต จ,
ภาวนาย รโต มโน’’ติ.
‘‘ทุสฺสมาทหํ ภควา ยทิทํ จิตฺต’’นฺติ.
‘‘ทุสฺสมาทหํ วาปิ สมาทหนฺติ (กามทาติ ภควา),
อินฺทฺริยูปสเม รตา;
เต เฉตฺวา มจฺจุโน ชาลํ,
อริยา คจฺฉนฺติ กามทา’’ติ.
‘‘ทุคฺคโม ภควา วิสโม มคฺโค’’ติ.
‘‘ทุคฺคเม วิสเม วาปิ, อริยา คจฺฉนฺติ กามท;
อนริยา วิสเม มคฺเค, ปปตนฺติ อวํสิรา;
อริยานํ สโม มคฺโค, อริยา หิ วิสเม สมา’’ติ.
๗. ปญฺจาลจณฺฑสุตฺตํ
๘๘. สาวตฺถินิทานํ. เอกมนฺตํ ฐิโต โข ปญฺจาลจณฺโฑ เทวปุตฺโต ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ –
‘‘สมฺพาเธ วต โอกาสํ, อวินฺทิ ภูริเมธโส;
โย ฌานมพุชฺฌิ [ฌานมพุธา (ก. สี.), ฌานมพุทฺธิ (สฺยา. กํ. ปี. ก.)] พุทฺโธ, ปฏิลีนนิสโภ มุนี’’ติ.
‘‘สมฺพาเธ วาปิ วินฺทนฺติ (ปญฺจาลจณฺฑาติ ภควา),
ธมฺมํ นิพฺพานปตฺติยา;
เย สตึ ปจฺจลตฺถํสุ,
สมฺมา เต สุสมาหิตา’’ติ.
๘. ตายนสุตฺตํ
๘๙. สาวตฺถินิทานํ. อถ โข ตายโน เทวปุตฺโต ปุราณติตฺถกโร อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺโณ เกวลกปฺปํ เชตวนํ โอภาเสตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. เอกมนฺตํ ฐิโต โข ตายโน เทวปุตฺโต ภควโต สนฺติเก อิมา คาถาโย อภาสิ –
‘‘ฉินฺท โสตํ ปรกฺกมฺม, กาเม ปนุท พฺราหฺมณ;
นปฺปหาย มุนี กาเม, เนกตฺตมุปปชฺชติ.
‘‘กยิรา เจ กยิราเถนํ, ทฬฺหเมนํ ปรกฺกเม;
สิถิโล หิ ปริพฺพาโช, ภิยฺโย อากิรเต รชํ.
‘‘อกตํ ทุกฺกฏํ [ทุกฺกตํ (สี. ปี.)] เสยฺโย, ปจฺฉา ตปติ ทุกฺกฏํ;
กตญฺจ สุกตํ เสยฺโย, ยํ กตฺวา นานุตปฺปติ.
‘‘กุโส ยถา ทุคฺคหิโต, หตฺถเมวานุกนฺตติ;
สามญฺญํ ทุปฺปรามฏฺฐํ, นิรยายูปกฑฺฒติ.
‘‘ยํ กิญฺจิ สิถิลํ กมฺมํ, สํกิลิฏฺฐญฺจ ยํ วตํ;
สงฺกสฺสรํ พฺรหฺมจริยํ, น ตํ โหติ มหปฺผล’’นฺติ.
อิทมโวจ ตายโน เทวปุตฺโต; อิทํ วตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ตตฺเถวนฺตรธายีติ.
อถ โข ภควา ตสฺสา รตฺติยา อจฺจเยน ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘อิมํ, ภิกฺขเว, รตฺตึ ตายโน นาม เทวปุตฺโต ปุราณติตฺถกโร อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺโณ เกวลกปฺปํ เชตวนํ โอภาเสตฺวา เยนาหํ เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา มํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. เอกมนฺตํ ฐิโต โข, ภิกฺขเว, ตายโน เทวปุตฺโต มม สนฺติเก อิมา คาถาโย อภาสิ –
‘‘ฉินฺท โสตํ ปรกฺกมฺม, กาเม ปนุท พฺราหฺมณ;
นปฺปหาย มุนี กาเม, เนกตฺตมุปปชฺชติ.
‘‘กยิรา เจ กยิราเถนํ, ทฬฺหเมนํ ปรกฺกเม;
สิถิโล หิ ปริพฺพาโช, ภิยฺโย อากิรเต รชํ.
‘‘อกตํ ทุกฺกฏํ เสยฺโย, ปจฺฉา ตปติ ทุกฺกฏํ;
กตญฺจ สุกตํ เสยฺโย, ยํ กตฺวา นานุตปฺปติ.
‘‘กุโส ยถา ทุคฺคหิโต, หตฺถเมวานุกนฺตติ;
สามญฺญํ ทุปฺปรามฏฺฐํ, นิรยายูปกฑฺฒติ.
‘‘ยํ กิญฺจิ สิถิลํ กมฺมํ, สํกิลิฏฺฐญฺจ ยํ วตํ;
สงฺกสฺสรํ พฺรหฺมจริยํ, น ตํ โหติ มหปฺผล’’นฺติ.
‘‘อิทมโวจ, ภิกฺขเว, ตายโน เทวปุตฺโต, อิทํ วตฺวา มํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ตตฺเถวนฺตรธายิ. อุคฺคณฺหาถ, ภิกฺขเว, ตายนคาถา; ปริยาปุณาถ, ภิกฺขเว, ตายนคาถา; ธาเรถ, ภิกฺขเว, ตายนคาถา. อตฺถสํหิตา, ภิกฺขเว, ตายนคาถา อาทิพฺรหฺมจริยิกา’’ติ.
๙. จนฺทิมสุตฺตํ
๙๐. สาวตฺถินิทานํ. เตน โข ปน สมเยน จนฺทิมา เทวปุตฺโต ราหุนา อสุรินฺเทน คหิโต โหติ. อถ โข จนฺทิมา เทวปุตฺโต ภควนฺตํ อนุสฺสรมาโน ตายํ เวลายํ อิมํ คาถํ อภาสิ –
‘‘นโม เต พุทฺธ วีรตฺถุ, วิปฺปมุตฺโตสิ สพฺพธิ;
สมฺพาธปฏิปนฺโนสฺมิ, ตสฺส เม สรณํ ภวา’’ติ.
อถ โข ภควา จนฺทิมํ เทวปุตฺตํ อารพฺภ ราหุํ อสุรินฺทํ คาถาย อชฺฌภาสิ –
‘‘ตถาคตํ อรหนฺตํ, จนฺทิมา สรณํ คโต;
ราหุ จนฺทํ ปมุญฺจสฺสุ, พุทฺธา โลกานุกมฺปกา’’ติ.
อถ โข ราหุ อสุรินฺโท จนฺทิมํ เทวปุตฺตํ มุญฺจิตฺวา ตรมานรูโป เยน เวปจิตฺติ อสุรินฺโท เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา สํวิคฺโค โลมหฏฺฐชาโต เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. เอกมนฺตํ ฐิตํ โข ราหุํ อสุรินฺทํ เวปจิตฺติ อสุรินฺโท คาถาย อชฺฌภาสิ –
‘‘กึ นุ สนฺตรมาโนว, ราหุ จนฺทํ ปมุญฺจสิ;
สํวิคฺครูโป อาคมฺม, กึ นุ ภีโตว ติฏฺฐสี’’ติ.
‘‘สตฺตธา เม ผเล มุทฺธา, ชีวนฺโต น สุขํ ลเภ;
พุทฺธคาถาภิคีโตมฺหิ, โน เจ มุญฺเจยฺย จนฺทิม’’นฺติ.
๑๐. สูริยสุตฺตํ
๙๑. สาวตฺถินิทานํ. เตน โข ปน สมเยน สูริโย เทวปุตฺโต ราหุนา อสุรินฺเทน คหิโต โหติ. อถ โข สูริโย เทวปุตฺโต ภควนฺตํ อนุสฺสรมาโน ตายํ เวลายํ อิมํ คาถํ อภาสิ –
‘‘นโม เต พุทฺธ วีรตฺถุ, วิปฺปมุตฺโตสิ สพฺพธิ;
สมฺพาธปฏิปนฺโนสฺมิ, ตสฺส เม สรณํ ภวา’’ติ.
อถ โข ภควา สูริยํ เทวปุตฺตํ อารพฺภ ราหุํ อสุรินฺทํ คาถาหิ อชฺฌภาสิ –
‘‘ตถาคตํ อรหนฺตํ, สูริโย สรณํ คโต;
ราหุ สูริยํ [สุริยํ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] ปมุญฺจสฺสุ, พุทฺธา โลกานุกมฺปกา.
‘‘โย อนฺธกาเร ตมสิ ปภงฺกโร,
เวโรจโน มณฺฑลี อุคฺคเตโช;
มา ราหุ คิลี จรมนฺตลิกฺเข,
ปชํ มมํ ราหุ ปมุญฺจ สูริย’’นฺติ.
อถ โข ราหุ อสุรินฺโท สูริยํ เทวปุตฺตํ มุญฺจิตฺวา ตรมานรูโป เยน เวปจิตฺติ อสุรินฺโท เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา สํวิคฺโค โลมหฏฺฐชาโต เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. เอกมนฺตํ ฐิตํ โข ราหุํ อสุรินฺทํ เวปจิตฺติ อสุรินฺโท คาถาย อชฺฌภาสิ –
‘‘กึ นุ สนฺตรมาโนว, ราหุ สูริยํ ปมุญฺจสิ;
สํวิคฺครูโป อาคมฺม, กึ นุ ภีโตว ติฏฺฐสี’’ติ.
‘‘สตฺตธา เม ผเล มุทฺธา, ชีวนฺโต น สุขํ ลเภ;
พุทฺธคาถาภิคีโตมฺหิ, โน เจ มุญฺเจยฺย สูริย’’นฺติ.
ปฐโม วคฺโค.
ตสฺสุทฺทานํ –
เทฺว กสฺสปา จ มาโฆ จ, มาคโธ ทามลิ กามโท;
ปญฺจาลจณฺโฑ ตายโน, จนฺทิมสูริเยน เต ทสาติ.