๒. มจฺฉริสุตฺตํ

๓๒. เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. อถ โข สมฺพหุลา สตุลฺลปกายิกา เทวตาโย อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺณา เกวลกปฺปํ เชตวนํ โอภาเสตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐํสุ. เอกมนฺตํ ฐิตา โข เอกา เทวตา ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ –

‘‘มจฺเฉรา จ ปมาทา จ, เอวํ ทานํ น ทียติ [ทิยฺยติ (ก.)];

ปุญฺญํ อากงฺขมาเนน, เทยฺยํ โหติ วิชานตา’’ติ.

อถ โข อปรา เทวตา ภควโต สนฺติเก อิมา คาถาโย อภาสิ –

‘‘ยสฺเสว ภีโต น ททาติ มจฺฉรี, ตเทวาททโต ภยํ;

ชิฆจฺฉา จ ปิปาสา จ, ยสฺส ภายติ มจฺฉรี;

ตเมว พาลํ ผุสติ, อสฺมึ โลเก ปรมฺหิ จ.

‘‘ตสฺมา วิเนยฺย มจฺเฉรํ, ทชฺชา ทานํ มลาภิภู;

ปุญฺญานิ ปรโลกสฺมึ, ปติฏฺฐา โหนฺติ ปาณิน’’นฺติ.

อถ โข อปรา เทวตา ภควโต สนฺติเก อิมา คาถาโย อภาสิ –

‘‘เต มเตสุ น มียนฺติ, ปนฺถานํว สหพฺพชํ;

อปฺปสฺมึ เย ปเวจฺฉนฺติ, เอส ธมฺโม สนนฺตโน.

‘‘อปฺปเสฺมเก ปเวจฺฉนฺติ, พหุเนเก น ทิจฺฉเร;

อปฺปสฺมา ทกฺขิณา ทินฺนา, สหสฺเสน สมํ มิตา’’ติ.

อถ โข อปรา เทวตา ภควโต สนฺติเก อิมา คาถาโย อภาสิ –

‘‘ทุทฺททํ ททมานานํ, ทุกฺกรํ กมฺม กุพฺพตํ;

อสนฺโต นานุกุพฺพนฺติ, สตํ ธมฺโม ทุรนฺวโย [ทุรนฺนโย (สี.)].

‘‘ตสฺมา สตญฺจ อสตํ [อสตญฺจ (สี. สฺยา. กํ.)], นานา โหติ อิโต คติ;

อสนฺโต นิรยํ ยนฺติ, สนฺโต สคฺคปรายนา’’ติ.

อถ โข อปรา เทวตา ภควโต สนฺติเก เอตทโวจ – ‘‘กสฺส นุ โข, ภควา, สุภาสิต’’นฺติ?

‘‘สพฺพาสํ โว สุภาสิตํ ปริยาเยน; อปิ จ มมปิ สุณาถ –

‘‘ธมฺมํ จเร โยปิ สมุญฺชกํ จเร,

ทารญฺจ โปสํ ททมปฺปกสฺมึ;

สตํ สหสฺสานํ สหสฺสยาคินํ,

กลมฺปิ นาคฺฆนฺติ ตถาวิธสฺส เต’’ติ.

อถ โข อปรา เทวตา ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ –

‘‘เกเนส ยญฺโญ วิปุโล มหคฺคโต,

สเมน ทินฺนสฺส น อคฺฆเมติ;

กถํ [อิทํ ปทํ กตฺถจิ สีหฬโปตฺถเก นตฺถิ] สตํ สหสฺสานํ สหสฺสยาคินํ,

กลมฺปิ นาคฺฆนฺติ ตถาวิธสฺส เต’’ติ.

‘‘ททนฺติ เหเก วิสเม นิวิฏฺฐา,

เฉตฺวา วธิตฺวา อถ โสจยิตฺวา;

สา ทกฺขิณา อสฺสุมุขา สทณฺฑา,

สเมน ทินฺนสฺส น อคฺฆเมติ.

‘‘เอวํ สตํ สหสฺสานํ สหสฺสยาคินํ;

กลมฺปิ นาคฺฆนฺติ ตถาวิธสฺส เต’’ติ.