๓. สาธุสุตฺตํ

๓๓. สาวตฺถินิทานํ. อถ โข สมฺพหุลา สตุลฺลปกายิกา เทวตาโย อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺณา เกวลกปฺปํ เชตวนํ โอภาเสตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐํสุ. เอกมนฺตํ ฐิตา โข เอกา เทวตา ภควโต สนฺติเก อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ –

‘‘สาธุ โข, มาริส, ทานํ;

มจฺเฉรา จ ปมาทา จ, เอวํ ทานํ น ทียติ;

ปุญฺญํ อากงฺขมาเนน, เทยฺยํ โหติ วิชานตา’’ติ.

อถ โข อปรา เทวตา ภควโต สนฺติเก อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ –

‘‘สาธุ โข, มาริส, ทานํ;

อปิ จ อปฺปกสฺมิมฺปิ สาหุ ทานํ’’.

‘‘อปฺปเสฺมเก ปเวจฺฉนฺติ, พหุเนเก น ทิจฺฉเร;

อปฺปสฺมา ทกฺขิณา ทินฺนา, สหสฺเสน สมํ มิตา’’ติ.

อถ โข อปรา เทวตา ภควโต สนฺติเก อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ –

‘‘สาธุ โข, มาริส, ทานํ; อปฺปกสฺมิมฺปิ สาหุ ทานํ;

อปิ จ สทฺธายปิ สาหุ ทานํ’’.

‘‘ทานญฺจ ยุทฺธญฺจ สมานมาหุ,

อปฺปาปิ สนฺตา พหุเก ชินนฺติ;

อปฺปมฺปิ เจ สทฺทหาโน ททาติ,

เตเนว โส โหติ สุขี ปรตฺถา’’ติ.

อถ โข อปรา เทวตา ภควโต สนฺติเก อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ –

‘‘สาธุ โข, มาริส, ทานํ; อปฺปกสฺมิมฺปิ สาหุ ทานํ;

สทฺธายปิ สาหุ ทานํ; อปิ จ ธมฺมลทฺธสฺสาปิ สาหุ ทานํ’’.

‘‘โย ธมฺมลทฺธสฺส ททาติ ทานํ,

อุฏฺฐานวีริยาธิคตสฺส ชนฺตุ;

อติกฺกมฺม โส เวตรณึ ยมสฺส,

ทิพฺพานิ ฐานานิ อุเปติ มจฺโจ’’ติ.

อถ โข อปรา เทวตา ภควโต สนฺติเก อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ –

‘‘สาธุ โข, มาริส, ทานํ; อปฺปกสฺมิมฺปิ สาหุ ทานํ;

สทฺธายปิ สาหุ ทานํ; ธมฺมลทฺธสฺสาปิ สาหุ ทานํ;

อปิ จ วิเจยฺย ทานมฺปิ สาหุ ทานํ’’.

‘‘วิเจยฺย ทานํ สุคตปฺปสตฺถํ,

เย ทกฺขิเณยฺยา อิธ ชีวโลเก;

เอเตสุ ทินฺนานิ มหปฺผลานิ,

พีชานิ วุตฺตานิ ยถา สุเขตฺเต’’ติ.

อถ โข อปรา เทวตา ภควโต สนฺติเก อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ –

‘‘สาธุ โข, มาริส, ทานํ; อปฺปกสฺมิมฺปิ สาหุ ทานํ;

สทฺธายปิ สาหุ ทานํ; ธมฺมลทฺธสฺสาปิ สาหุ ทานํ;

วิเจยฺย ทานมฺปิ สาหุ ทานํ; อปิ จ ปาเณสุปิ สาธุ สํยโม’’.

‘‘โย ปาณภูตานิ [ปาณภูเตสุ (สี. ปี.)] อเหฐยํ จรํ,

ปรูปวาทา น กโรนฺติ ปาปํ;

ภีรุํ ปสํสนฺติ น หิ ตตฺถ สูรํ,

ภยา หิ สนฺโต น กโรนฺติ ปาป’’นฺติ.

อถ โข อปรา เทวตา ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘กสฺส นุ โข, ภควา, สุภาสิต’’นฺติ?

‘‘สพฺพาสํ โว สุภาสิตํ ปริยาเยน, อปิ จ มมปิ สุณาถ –

‘‘สทฺธา หิ ทานํ พหุธา ปสตฺถํ,

ทานา จ โข ธมฺมปทํว เสยฺโย;

ปุพฺเพ จ หิ ปุพฺพตเร จ สนฺโต,

นิพฺพานเมวชฺฌคมุํ สปญฺญา’’ติ.