๔. สตุลฺลปกายิกวคฺโค

๑. สพฺภิสุตฺตํ

๓๑. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. อถ โข สมฺพหุลา สตุลฺลปกายิกา เทวตาโย อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺณา เกวลกปฺปํ เชตวนํ โอภาเสตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐํสุ. เอกมนฺตํ ฐิตา โข เอกา เทวตา ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ –

‘‘สพฺภิเรว สมาเสถ, สพฺภิ กุพฺเพถ [กฺรุพฺเพถ (ก.)] สนฺถวํ;

สตํ สทฺธมฺมมญฺญาย, เสยฺโย โหติ น ปาปิโย’’ติ.

อถ โข อปรา เทวตา ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ –

‘‘สพฺภิเรว สมาเสถ, สพฺภิ กุพฺเพถ สนฺถวํ;

สตํ สทฺธมฺมมญฺญาย, ปญฺญา ลพฺภติ [ปญฺญํ ลภติ (สฺยา. กํ.)] นาญฺญโต’’ติ.

อถ โข อปรา เทวตา ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ –

‘‘สพฺภิเรว สมาเสถ, สพฺภิ กุพฺเพถ สนฺถวํ;

สตํ สทฺธมฺมมญฺญาย, โสกมชฺเฌ น โสจตี’’ติ.

อถ โข อปรา เทวตา ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ –

‘‘สพฺภิเรว สมาเสถ, สพฺภิ กุพฺเพถ สนฺถวํ;

สตํ สทฺธมฺมมญฺญาย, ญาติมชฺเฌ วิโรจตี’’ติ.

อถ โข อปรา เทวตา ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ –

‘‘สพฺภิเรว สมาเสถ, สพฺภิ กุพฺเพถ สนฺถวํ;

สตํ สทฺธมฺมมญฺญาย, สตฺตา คจฺฉนฺติ สุคฺคติ’’นฺติ.

อถ โข อปรา เทวตา ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ –

‘‘สพฺภิเรว สมาเสถ, สพฺภิ กุพฺเพถ สนฺถวํ;

สตํ สทฺธมฺมมญฺญาย, สตฺตา ติฏฺฐนฺติ สาตต’’นฺติ.

อถ โข อปรา เทวตา ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘กสฺส นุ โข, ภควา, สุภาสิต’’นฺติ? สพฺพาสํ โว สุภาสิตํ ปริยาเยน, อปิ จ มมปิ สุณาถ –

‘‘สพฺภิเรว สมาเสถ, สพฺภิ กุพฺเพถ สนฺถวํ;

สตํ สทฺธมฺมมญฺญาย, สพฺพทุกฺขา ปมุจฺจตี’’ติ.

อิทมโวจ ภควา. อตฺตมนา ตา เทวตาโย ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ตตฺเถวนฺตรธายึสูติ.

๒. มจฺฉริสุตฺตํ

๓๒. เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. อถ โข สมฺพหุลา สตุลฺลปกายิกา เทวตาโย อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺณา เกวลกปฺปํ เชตวนํ โอภาเสตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐํสุ. เอกมนฺตํ ฐิตา โข เอกา เทวตา ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ –

‘‘มจฺเฉรา จ ปมาทา จ, เอวํ ทานํ น ทียติ [ทิยฺยติ (ก.)];

ปุญฺญํ อากงฺขมาเนน, เทยฺยํ โหติ วิชานตา’’ติ.

อถ โข อปรา เทวตา ภควโต สนฺติเก อิมา คาถาโย อภาสิ –

‘‘ยสฺเสว ภีโต น ททาติ มจฺฉรี, ตเทวาททโต ภยํ;

ชิฆจฺฉา จ ปิปาสา จ, ยสฺส ภายติ มจฺฉรี;

ตเมว พาลํ ผุสติ, อสฺมึ โลเก ปรมฺหิ จ.

‘‘ตสฺมา วิเนยฺย มจฺเฉรํ, ทชฺชา ทานํ มลาภิภู;

ปุญฺญานิ ปรโลกสฺมึ, ปติฏฺฐา โหนฺติ ปาณิน’’นฺติ.

อถ โข อปรา เทวตา ภควโต สนฺติเก อิมา คาถาโย อภาสิ –

‘‘เต มเตสุ น มียนฺติ, ปนฺถานํว สหพฺพชํ;

อปฺปสฺมึ เย ปเวจฺฉนฺติ, เอส ธมฺโม สนนฺตโน.

‘‘อปฺปเสฺมเก ปเวจฺฉนฺติ, พหุเนเก น ทิจฺฉเร;

อปฺปสฺมา ทกฺขิณา ทินฺนา, สหสฺเสน สมํ มิตา’’ติ.

อถ โข อปรา เทวตา ภควโต สนฺติเก อิมา คาถาโย อภาสิ –

‘‘ทุทฺททํ ททมานานํ, ทุกฺกรํ กมฺม กุพฺพตํ;

อสนฺโต นานุกุพฺพนฺติ, สตํ ธมฺโม ทุรนฺวโย [ทุรนฺนโย (สี.)].

‘‘ตสฺมา สตญฺจ อสตํ [อสตญฺจ (สี. สฺยา. กํ.)], นานา โหติ อิโต คติ;

อสนฺโต นิรยํ ยนฺติ, สนฺโต สคฺคปรายนา’’ติ.

อถ โข อปรา เทวตา ภควโต สนฺติเก เอตทโวจ – ‘‘กสฺส นุ โข, ภควา, สุภาสิต’’นฺติ?

‘‘สพฺพาสํ โว สุภาสิตํ ปริยาเยน; อปิ จ มมปิ สุณาถ –

‘‘ธมฺมํ จเร โยปิ สมุญฺชกํ จเร,

ทารญฺจ โปสํ ททมปฺปกสฺมึ;

สตํ สหสฺสานํ สหสฺสยาคินํ,

กลมฺปิ นาคฺฆนฺติ ตถาวิธสฺส เต’’ติ.

อถ โข อปรา เทวตา ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ –

‘‘เกเนส ยญฺโญ วิปุโล มหคฺคโต,

สเมน ทินฺนสฺส น อคฺฆเมติ;

กถํ [อิทํ ปทํ กตฺถจิ สีหฬโปตฺถเก นตฺถิ] สตํ สหสฺสานํ สหสฺสยาคินํ,

กลมฺปิ นาคฺฆนฺติ ตถาวิธสฺส เต’’ติ.

‘‘ททนฺติ เหเก วิสเม นิวิฏฺฐา,

เฉตฺวา วธิตฺวา อถ โสจยิตฺวา;

สา ทกฺขิณา อสฺสุมุขา สทณฺฑา,

สเมน ทินฺนสฺส น อคฺฆเมติ.

‘‘เอวํ สตํ สหสฺสานํ สหสฺสยาคินํ;

กลมฺปิ นาคฺฆนฺติ ตถาวิธสฺส เต’’ติ.

๓. สาธุสุตฺตํ

๓๓. สาวตฺถินิทานํ. อถ โข สมฺพหุลา สตุลฺลปกายิกา เทวตาโย อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺณา เกวลกปฺปํ เชตวนํ โอภาเสตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐํสุ. เอกมนฺตํ ฐิตา โข เอกา เทวตา ภควโต สนฺติเก อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ –

‘‘สาธุ โข, มาริส, ทานํ;

มจฺเฉรา จ ปมาทา จ, เอวํ ทานํ น ทียติ;

ปุญฺญํ อากงฺขมาเนน, เทยฺยํ โหติ วิชานตา’’ติ.

อถ โข อปรา เทวตา ภควโต สนฺติเก อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ –

‘‘สาธุ โข, มาริส, ทานํ;

อปิ จ อปฺปกสฺมิมฺปิ สาหุ ทานํ’’.

‘‘อปฺปเสฺมเก ปเวจฺฉนฺติ, พหุเนเก น ทิจฺฉเร;

อปฺปสฺมา ทกฺขิณา ทินฺนา, สหสฺเสน สมํ มิตา’’ติ.

อถ โข อปรา เทวตา ภควโต สนฺติเก อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ –

‘‘สาธุ โข, มาริส, ทานํ; อปฺปกสฺมิมฺปิ สาหุ ทานํ;

อปิ จ สทฺธายปิ สาหุ ทานํ’’.

‘‘ทานญฺจ ยุทฺธญฺจ สมานมาหุ,

อปฺปาปิ สนฺตา พหุเก ชินนฺติ;

อปฺปมฺปิ เจ สทฺทหาโน ททาติ,

เตเนว โส โหติ สุขี ปรตฺถา’’ติ.

อถ โข อปรา เทวตา ภควโต สนฺติเก อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ –

‘‘สาธุ โข, มาริส, ทานํ; อปฺปกสฺมิมฺปิ สาหุ ทานํ;

สทฺธายปิ สาหุ ทานํ; อปิ จ ธมฺมลทฺธสฺสาปิ สาหุ ทานํ’’.

‘‘โย ธมฺมลทฺธสฺส ททาติ ทานํ,

อุฏฺฐานวีริยาธิคตสฺส ชนฺตุ;

อติกฺกมฺม โส เวตรณึ ยมสฺส,

ทิพฺพานิ ฐานานิ อุเปติ มจฺโจ’’ติ.

อถ โข อปรา เทวตา ภควโต สนฺติเก อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ –

‘‘สาธุ โข, มาริส, ทานํ; อปฺปกสฺมิมฺปิ สาหุ ทานํ;

สทฺธายปิ สาหุ ทานํ; ธมฺมลทฺธสฺสาปิ สาหุ ทานํ;

อปิ จ วิเจยฺย ทานมฺปิ สาหุ ทานํ’’.

‘‘วิเจยฺย ทานํ สุคตปฺปสตฺถํ,

เย ทกฺขิเณยฺยา อิธ ชีวโลเก;

เอเตสุ ทินฺนานิ มหปฺผลานิ,

พีชานิ วุตฺตานิ ยถา สุเขตฺเต’’ติ.

อถ โข อปรา เทวตา ภควโต สนฺติเก อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ –

‘‘สาธุ โข, มาริส, ทานํ; อปฺปกสฺมิมฺปิ สาหุ ทานํ;

สทฺธายปิ สาหุ ทานํ; ธมฺมลทฺธสฺสาปิ สาหุ ทานํ;

วิเจยฺย ทานมฺปิ สาหุ ทานํ; อปิ จ ปาเณสุปิ สาธุ สํยโม’’.

‘‘โย ปาณภูตานิ [ปาณภูเตสุ (สี. ปี.)] อเหฐยํ จรํ,

ปรูปวาทา น กโรนฺติ ปาปํ;

ภีรุํ ปสํสนฺติ น หิ ตตฺถ สูรํ,

ภยา หิ สนฺโต น กโรนฺติ ปาป’’นฺติ.

อถ โข อปรา เทวตา ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘กสฺส นุ โข, ภควา, สุภาสิต’’นฺติ?

‘‘สพฺพาสํ โว สุภาสิตํ ปริยาเยน, อปิ จ มมปิ สุณาถ –

‘‘สทฺธา หิ ทานํ พหุธา ปสตฺถํ,

ทานา จ โข ธมฺมปทํว เสยฺโย;

ปุพฺเพ จ หิ ปุพฺพตเร จ สนฺโต,

นิพฺพานเมวชฺฌคมุํ สปญฺญา’’ติ.

๔. นสนฺติสุตฺตํ

๓๔. เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. อถ โข สมฺพหุลา สตุลฺลปกายิกา เทวตาโย อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺณา เกวลกปฺปํ เชตวนํ โอภาเสตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐํสุ. เอกมนฺตํ ฐิตา โข เอกา เทวตา ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ –

‘‘น สนฺติ กามา มนุเชสุ นิจฺจา,

สนฺตีธ กมนียานิ เยสุ [กาเมสุ (ก.)] พทฺโธ;

เยสุ ปมตฺโต อปุนาคมนํ,

อนาคนฺตา ปุริโส มจฺจุเธยฺยา’’ติ.

‘‘ฉนฺทชํ อฆํ ฉนฺทชํ ทุกฺขํ;

ฉนฺทวินยา อฆวินโย;

อฆวินยา ทุกฺขวินโย’’ติ.

‘‘น เต กามา ยานิ จิตฺรานิ โลเก,

สงฺกปฺปราโค ปุริสสฺส กาโม;

ติฏฺฐนฺติ จิตฺรานิ ตเถว โลเก,

อเถตฺถ ธีรา วินยนฺติ ฉนฺทํ.

‘‘โกธํ ชเห วิปฺปชเหยฺย มานํ,

สํโยชนํ สพฺพมติกฺกเมยฺย;

ตํ นามรูปสฺมิมสชฺชมานํ,

อกิญฺจนํ นานุปตนฺติ ทุกฺขา.

‘‘ปหาสิ สงฺขํ น วิมานมชฺฌคา [น จ มานมชฺฌคา (ก. สี.), น วิมานมาคา (สฺยา. กํ.)],

อจฺเฉจฺฉิ ตณฺหํ อิธ นามรูเป;

ตํ ฉินฺนคนฺถํ อนิฆํ นิราสํ,

ปริเยสมานา นาชฺฌคมุํ;

เทวา มนุสฺสา อิธ วา หุรํ วา,

สคฺเคสุ วา สพฺพนิเวสเนสู’’ติ.

‘‘ตํ เจ หิ นาทฺทกฺขุํ ตถาวิมุตฺตํ (อิจฺจายสฺมา โมฆราชา),

เทวา มนุสฺสา อิธ วา หุรํ วา;

นรุตฺตมํ อตฺถจรํ นรานํ,

เย ตํ นมสฺสนฺติ ปสํสิยา เต’’ติ.

‘‘ปสํสิยา เตปิ ภวนฺติ ภิกฺขู (โมฆราชาติ ภควา),

เย ตํ นมสฺสนฺติ ตถาวิมุตฺตํ;

อญฺญาย ธมฺมํ วิจิกิจฺฉํ ปหาย,

สงฺคาติคา เตปิ ภวนฺติ ภิกฺขู’’ติ.

๕. อุชฺฌานสญฺญิสุตฺตํ

๓๕. เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. อถ โข สมฺพหุลา อุชฺฌานสญฺญิกา เทวตาโย อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺณา เกวลกปฺปํ เชตวนํ โอภาเสตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ; อุปสงฺกมิตฺวา เวหาสํ อฏฺฐํสุ. เวหาสํ ฐิตา โข เอกา เทวตา ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ –

‘‘อญฺญถา สนฺตมตฺตานํ, อญฺญถา โย ปเวทเย;

นิกจฺจ กิตวสฺเสว, ภุตฺตํ เถยฺเยน ตสฺส ตํ.

‘‘ยญฺหิ กยิรา ตญฺหิ วเท, ยํ น กยิรา น ตํ วเท;

อกโรนฺตํ ภาสมานานํ, ปริชานนฺติ ปณฺฑิตา’’ติ.

‘‘น ยิทํ ภาสิตมตฺเตน, เอกนฺตสวเนน วา;

อนุกฺกมิตเว สกฺกา, ยายํ ปฏิปทา ทฬฺหา;

ยาย ธีรา ปมุจฺจนฺติ, ฌายิโน มารพนฺธนา.

‘‘น เว ธีรา ปกุพฺพนฺติ, วิทิตฺวา โลกปริยายํ;

อญฺญาย นิพฺพุตา ธีรา, ติณฺณา โลเก วิสตฺติก’’นฺติ.

อถ โข ตา เทวตาโย ปถวิยํ ปติฏฺฐหิตฺวา ภควโต ปาเทสุ สิรสา นิปติตฺวา ภควนฺตํ เอตทโวจุํ – ‘‘อจฺจโย โน, ภนฺเต, อจฺจคมา ยถาพาลํ ยถามูฬฺหํ ยถาอกุสลํ [ยถาพาลา ยถามูฬฺหา ยถาอกุสลา (สพฺพตฺถ)], ยา มยํ ภควนฺตํ อาสาเทตพฺพํ อมญฺญิมฺหา. ตาสํ โน, ภนฺเต, ภควา อจฺจยํ อจฺจยโต ปฏิคฺคณฺหาตุ อายตึ สํวรายา’’ติ. อถ โข ภควา สิตํ ปาตฺวากาสิ. อถ โข ตา เทวตาโย ภิยฺโยโสมตฺตาย อุชฺฌายนฺติโย เวหาสํ อพฺภุคฺคญฺฉุํ. เอกา เทวตา ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ –