๕. อาทิตฺตวคฺโค
๑. อาทิตฺตสุตฺตํ
๔๑. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. อถ โข อญฺญตรา เทวตา อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺณา เกวลกปฺปํ เชตวนํ โอภาเสตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. เอกมนฺตํ ฐิตา โข สา เทวตา ภควโต สนฺติเก อิมา คาถาโย อภาสิ –
‘‘อาทิตฺตสฺมึ อคารสฺมึ, ยํ นีหรติ ภาชนํ;
ตํ ตสฺส โหติ อตฺถาย, โน จ ยํ ตตฺถ ฑยฺหติ.
‘‘เอวํ อาทิตฺตโก โลโก, ชราย มรเณน จ;
นีหเรเถว ทาเนน, ทินฺนํ โหติ สุนีหตํ.
‘‘ทินฺนํ สุขผลํ โหติ, นาทินฺนํ โหติ ตํ ตถา;
โจรา หรนฺติ ราชาโน, อคฺคิ ฑหติ นสฺสติ.
‘‘อถ อนฺเตน ชหติ, สรีรํ สปริคฺคหํ;
เอตทญฺญาย เมธาวี, ภุญฺเชถ จ ทเทถ จ;
ทตฺวา จ ภุตฺวา จ ยถานุภาวํ;
อนินฺทิโต สคฺคมุเปติ ฐาน’’นฺติ.
๒. กึททสุตฺตํ
๔๒. ‘‘กึทโท พลโท โหติ, กึทโท โหติ วณฺณโท;
กึทโท สุขโท โหติ, กึทโท โหติ จกฺขุโท;
โก จ สพฺพทโท โหติ, ตํ เม อกฺขาหิ ปุจฺฉิโต’’ติ.
‘‘อนฺนโท พลโท โหติ, วตฺถโท โหติ วณฺณโท;
ยานโท สุขโท โหติ, ทีปโท โหติ จกฺขุโท.
‘‘โส จ สพฺพทโท โหติ, โย ททาติ อุปสฺสยํ;
อมตํ ทโท จ โส โหติ, โย ธมฺมมนุสาสตี’’ติ.
๓. อนฺนสุตฺตํ
๔๓. ‘‘อนฺนเมวาภินนฺทนฺติ, อุภเย เทวมานุสา;
อถ โก นาม โส ยกฺโข, ยํ อนฺนํ นาภินนฺทตี’’ติ.
‘‘เย นํ ททนฺติ สทฺธาย, วิปฺปสนฺเนน เจตสา;
ตเมว อนฺนํ ภชติ, อสฺมึ โลเก ปรมฺหิ จ.
‘‘ตสฺมา วิเนยฺย มจฺเฉรํ, ทชฺชา ทานํ มลาภิภู;
ปุญฺญานิ ปรโลกสฺมึ, ปติฏฺฐา โหนฺติ ปาณิน’’นฺติ.
๔. เอกมูลสุตฺตํ
๔๔. ‘‘เอกมูลํ ทฺวิราวฏฺฏํ, ติมลํ ปญฺจปตฺถรํ;
สมุทฺทํ ทฺวาทสาวฏฺฏํ, ปาตาลํ อตรี อิสี’’ติ.
๕. อโนมสุตฺตํ
๔๕. ‘‘อโนมนามํ นิปุณตฺถทสฺสึ, ปญฺญาททํ กามาลเย อสตฺตํ;
ตํ ปสฺสถ สพฺพวิทุํ สุเมธํ, อริเย ปเถ กมมานํ มเหสิ’’นฺติ.
๖. อจฺฉราสุตฺตํ
๔๖. ‘‘อจฺฉราคณสงฺฆุฏฺฐํ, ปิสาจคณเสวิตํ;
วนนฺตํ โมหนํ นาม, กถํ ยาตฺรา ภวิสฺสตี’’ติ.
‘‘อุชุโก นาม โส มคฺโค, อภยา นาม สา ทิสา;
รโถ อกูชโน นาม, ธมฺมจกฺเกหิ สํยุโต.
‘‘หิรี ตสฺส อปาลมฺโพ, สตฺยสฺส ปริวารณํ;
ธมฺมาหํ สารถึ พฺรูมิ, สมฺมาทิฏฺฐิปุเรชวํ.
‘‘ยสฺส เอตาทิสํ ยานํ, อิตฺถิยา ปุริสสฺส วา;
ส เว เอเตน ยาเนน, นิพฺพานสฺเสว สนฺติเก’’ติ.
๗. วนโรปสุตฺตํ
๔๗. ‘‘เกสํ ทิวา จ รตฺโต จ, สทา ปุญฺญํ ปวฑฺฒติ;
ธมฺมฏฺฐา สีลสมฺปนฺนา, เก ชนา สคฺคคามิโน’’ติ.
‘‘อารามโรปา วนโรปา, เย ชนา เสตุการกา;
ปปญฺจ อุทปานญฺจ, เย ททนฺติ อุปสฺสยํ.
‘‘เตสํ ทิวา จ รตฺโต จ, สทา ปุญฺญํ ปวฑฺฒติ;
ธมฺมฏฺฐา สีลสมฺปนฺนา, เต ชนา สคฺคคามิโน’’ติ.
๘. เชตวนสุตฺตํ
๔๘. ‘‘อิทญฺหิ ตํ เชตวนํ, อิสิสงฺฆนิเสวิตํ;
อาวุตฺถํ [อาวุฏฺฐํ (ก.)] ธมฺมราเชน, ปีติสญฺชนนํ มม.
‘‘กมฺมํ วิชฺชา จ ธมฺโม จ, สีลํ ชีวิตมุตฺตมํ;
เอเตน มจฺจา สุชฺฌนฺติ, น โคตฺเตน ธเนน วา.
‘‘ตสฺมา หิ ปณฺฑิโต โปโส, สมฺปสฺสํ อตฺถมตฺตโน;
โยนิโส วิจิเน ธมฺมํ, เอวํ ตตฺถ วิสุชฺฌติ.
‘‘สาริปุตฺโตว ปญฺญาย, สีเลน อุปสเมน จ;
โยปิ ปารงฺคโต ภิกฺขุ, เอตาวปรโม สิยา’’ติ.
๙. มจฺฉริสุตฺตํ
๔๙. ‘‘เยธ มจฺฉริโน โลเก, กทริยา ปริภาสกา;
อญฺเญสํ ททมานานํ, อนฺตรายกรา นรา.
‘‘กีทิโส เตสํ วิปาโก, สมฺปราโย จ กีทิโส;
ภควนฺตํ ปุฏฺฐุมาคมฺม, กถํ ชาเนมุ ตํ มย’’นฺติ.
‘‘เยธ มจฺฉริโน โลเก, กทริยา ปริภาสกา;
อญฺเญสํ ททมานานํ, อนฺตรายกรา นรา.
‘‘นิรยํ ติรจฺฉานโยนึ, ยมโลกํ อุปปชฺชเร;
สเจ เอนฺติ มนุสฺสตฺตํ, ทลิทฺเท ชายเร กุเล.
‘‘โจฬํ ปิณฺโฑ รตี ขิฑฺฑา, ยตฺถ กิจฺเฉน ลพฺภติ;
ปรโต อาสีสเร [อาสึสเร (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] พาลา, ตมฺปิ เตสํ น ลพฺภติ;
ทิฏฺเฐ ธมฺเมส วิปาโก, สมฺปราเย [สมฺปราโย (สฺยา. กํ. ปี.)] จ ทุคฺคตี’’ติ.
‘‘อิติเหตํ วิชานาม, อญฺญํ ปุจฺฉาม โคตม;
เยธ ลทฺธา มนุสฺสตฺตํ, วทญฺญู วีตมจฺฉรา.
‘‘พุทฺเธ ปสนฺนา ธมฺเม จ, สงฺเฆ จ ติพฺพคารวา;
กีทิโส เตสํ วิปาโก, สมฺปราโย จ กีทิโส;
ภควนฺตํ ปุฏฺฐุมาคมฺม, กถํ ชาเนมุ ตํ มย’’นฺติ.
‘‘เยธ ลทฺธา มนุสฺสตฺตํ, วทญฺญู วีตมจฺฉรา;
พุทฺเธ ปสนฺนา ธมฺเม จ, สงฺเฆ จ ติพฺพคารวา;
เอเต สคฺคา [สคฺเค (สี. สฺยา. กํ.)] ปกาสนฺติ, ยตฺถ เต อุปปชฺชเร.
‘‘สเจ เอนฺติ มนุสฺสตฺตํ, อฑฺเฒ อาชายเร กุเล;
โจฬํ ปิณฺโฑ รตี ขิฑฺฑา, ยตฺถากิจฺเฉน ลพฺภติ.
‘‘ปรสมฺภเตสุ โภเคสุ, วสวตฺตีว โมทเร;
ทิฏฺเฐ ธมฺเมส วิปาโก, สมฺปราเย จ สุคฺคตี’’ติ.
๑๐. ฆฏีการสุตฺตํ
๕๐. ‘‘อวิหํ อุปปนฺนาเส, วิมุตฺตา สตฺต ภิกฺขโว;
ราคโทสปริกฺขีณา, ติณฺณา โลเก วิสตฺติก’’นฺติ.
‘‘เก จ เต อตรุํ ปงฺกํ [สงฺคํ (สี. สฺยา.)], มจฺจุเธยฺยํ สุทุตฺตรํ;
เก หิตฺวา มานุสํ เทหํ, ทิพฺพโยคํ อุปจฺจคุ’’นฺติ.
‘‘อุปโก ปลคณฺโฑ จ, ปุกฺกุสาติ จ เต ตโย;
ภทฺทิโย ขณฺฑเทโว จ, พาหุรคฺคิ จ สิงฺคิโย [พหุทนฺตี จ ปิงฺคโย (สี.)];
เต หิตฺวา มานุสํ เทหํ, ทิพฺพโยคํ อุปจฺจคุ’’นฺติ.
‘‘กุสลี ภาสสี เตสํ, มารปาสปฺปหายินํ;
กสฺส เต ธมฺมมญฺญาย, อจฺฉิทุํ ภวพนฺธน’’นฺติ.
‘‘น อญฺญตฺร ภควตา, นาญฺญตฺร ตว สาสนา;
ยสฺส เต ธมฺมมญฺญาย, อจฺฉิทุํ ภวพนฺธนํ.
‘‘ยตฺถ นามญฺจ รูปญฺจ, อเสสํ อุปรุชฺฌติ;
ตํ เต ธมฺมํ อิธญฺญาย, อจฺฉิทุํ ภวพนฺธน’’นฺติ.
‘‘คมฺภีรํ ภาสสี วาจํ, ทุพฺพิชานํ สุทุพฺพุธํ;
กสฺส ตฺวํ ธมฺมมญฺญาย, วาจํ ภาสสิ อีทิส’’นฺติ.
‘‘กุมฺภกาโร ปุเร อาสึ, เวกฬิงฺเค [เวหฬิงฺเค (สี.), เวภฬิงฺเค (สฺยา. กํ.)] ฆฏีกโร;
มาตาเปตฺติภโร อาสึ, กสฺสปสฺส อุปาสโก.
‘‘วิรโต เมถุนา ธมฺมา, พฺรหฺมจารี นิรามิโส;
อหุวา เต สคาเมยฺโย, อหุวา เต ปุเร สขา.
‘‘โสหเมเต ปชานามิ, วิมุตฺเต สตฺต ภิกฺขโว;
ราคโทสปริกฺขีเณ, ติณฺเณ โลเก วิสตฺติก’’นฺติ.
‘‘เอวเมตํ ตทา อาสิ, ยถา ภาสสิ ภคฺคว;
กุมฺภกาโร ปุเร อาสิ, เวกฬิงฺเค ฆฏีกโร;
มาตาเปตฺติภโร อาสิ, กสฺสปสฺส อุปาสโก.
‘‘วิรโต เมถุนา ธมฺมา, พฺรหฺมจารี นิรามิโส;
อหุวา เม สคาเมยฺโย, อหุวา เม ปุเร สขา’’ติ.
‘‘เอวเมตํ ปุราณานํ, สหายานํ อหุ สงฺคโม;
อุภินฺนํ ภาวิตตฺตานํ, สรีรนฺติมธาริน’’นฺติ.
อาทิตฺตวคฺโค ปญฺจโม.
ตสฺสุทฺทานํ –
อาทิตฺตํ กึททํ อนฺนํ, เอกมูลอโนมิยํ;
อจฺฉราวนโรปเชตํ, มจฺฉเรน ฆฏีกโรติ.