๑๐. เสรีสกวิมานวตฺถุ

๑๒๒๘. [เป. ว. ๖๐๔] สุโณถ ยกฺขสฺส จ วาณิชาน จ, สมาคโม ยตฺถ ตทา อโหสิ;

ยถา กถํ อิตริตเรน จาปิ, สุภาสิตํ ตญฺจ สุณาถ สพฺเพ.

๑๒๒๙. ‘‘โย โส อหุ ราชา ปายาสิ นาม [นาโม (สี.)], ภุมฺมานํ สหพฺยคโต ยสสฺสี;

โส โมทมาโนว สเก วิมาเน, อมานุโส มานุเส อชฺฌภาสีติ.

๑๒๓๐. ‘‘วงฺเก อรญฺเญ อมนุสฺสฏฺฐาเน, กนฺตาเร อปฺโปทเก อปฺปภกฺเข;

สุทุคฺคเม วณฺณุปถสฺส มชฺเฌ, วงฺกํ ภยา [ธงฺกํภยา (ก.)] นฏฺฐมนา มนุสฺสา.

๑๒๓๑. ‘‘นยิธ ผลา มูลมยา จ สนฺติ, อุปาทานํ นตฺถิ กุโตธ ภกฺโข;

อญฺญตฺร ปํสูหิ จ วาลุกาหิ จ, ตตาหิ อุณฺหาหิ จ ทารุณาหิ จ.

๑๒๓๒. ‘‘อุชฺชงฺคลํ ตตฺตมิวํ กปาลํ, อนายสํ ปรโลเกน ตุลฺยํ;

ลุทฺทานมาวาสมิทํ ปุราณํ, ภูมิปฺปเทโส อภิสตฺตรูโป.

๑๒๓๓. ‘‘อถ ตุเมฺห เกน [เกน นุ (สฺยา. ก.)] วณฺเณน, กิมาสมานา อิมํ ปเทสํ หิ;

อนุปวิฏฺฐา สหสา สเมจฺจ, โลภา ภยา อถ วา สมฺปมูฬฺหา’’ติ.

๑๒๓๔. ‘‘มคเธสุ องฺเคสุ จ สตฺถวาหา, อาโรปยิตฺวา ปณิยํ ปุถุตฺตํ;

เต ยามเส สินฺธุโสวีรภูมึ, ธนตฺถิกา อุทฺทยํ ปตฺถยานา.

๑๒๓๕. ‘‘ทิวา ปิปาสํ นธิวาสยนฺตา, โยคฺคานุกมฺปญฺจ สเมกฺขมานา,

เอเตน เวเคน อายาม สพฺเพ [สพฺเพ เต (ก.)], รตฺตึ มคฺคํ ปฏิปนฺนา วิกาเล.

๑๒๓๖. ‘‘เต ทุปฺปยาตา อปรทฺธมคฺคา, อนฺธากุลา วิปฺปนฏฺฐา อรญฺเญ;

สุทุคฺคเม วณฺณุปถสฺส มชฺเฌ, ทิสํ น ชานาม ปมูฬฺหจิตฺตา.

๑๒๓๗. ‘‘อิทญฺจ ทิสฺวาน อทิฏฺฐปุพฺพํ, วิมานเสฏฺฐญฺจ ตวญฺจ ยกฺข;

ตตุตฺตรึ ชีวิตมาสมานา, ทิสฺวา ปตีตา สุมนา อุทคฺคา’’ติ.

๑๒๓๘. ‘‘ปารํ สมุทฺทสฺส อิมญฺจ วณฺณุํ [วนํ (สฺยา.), วณฺณํ (ก.)], เวตฺตาจรํ [เวตฺตํ ปรํ (สฺยา.), เวตฺตาจารํ (ก.)] สงฺกุปถญฺจ มคฺคํ;

นทิโย ปน ปพฺพตานญฺจ ทุคฺคา, ปุถุทฺทิสา คจฺฉถ โภคเหตุ.

๑๒๓๙. ‘‘ปกฺขนฺทิยาน วิชิตํ ปเรสํ, เวรชฺชเก มานุเส เปกฺขมานา;

ยํ โว สุตํ วา อถ วาปิ ทิฏฺฐํ, อจฺเฉรกํ ตํ โว สุโณม ตาตา’’ติ.

๑๒๔๐. ‘‘อิโตปิ อจฺเฉรตรํ กุมาร, น โต สุตํ วา อถ วาปิ ทิฏฺฐํ;

อตีตมานุสฺสกเมว สพฺพํ, ทิสฺวาน ตปฺปาม อโนมวณฺณํ.

๑๒๔๑. ‘‘เวหายสํ โปกฺขรญฺโญ สวนฺติ, ปหูตมลฺยา [ปหูตมาลฺยา (สฺยา.)] พหุปุณฺฑรีกา;

ทุมา จิเม [ทุมา จ เต (สฺยา. ก.)] นิจฺจผลูปปนฺนา, อตีว คนฺธา สุรภึ ปวายนฺติ.

๑๒๔๒. ‘‘เวฬูริยถมฺภา สตมุสฺสิตาเส, สิลาปวาฬสฺส จ อายตํสา;

มสารคลฺลา สหโลหิตงฺคา, ถมฺภา อิเม โชติรสามยาเส.

๑๒๔๓. ‘‘สหสฺสถมฺภํ อตุลานุภาวํ, เตสูปริ สาธุมิทํ วิมานํ;

รตนนฺตรํ กญฺจนเวทิมิสฺสํ, ตปนียปฏฺเฏหิ จ สาธุฉนฺนํ.

๑๒๔๔. ‘‘ชมฺโพนทุตฺตตฺตมิทํ สุมฏฺโฐ, ปาสาทโสปาณผลูปปนฺโน;

ทโฬฺห จ วคฺคุ จ สุสงฺคโต จ [วคฺคุ สุมุโข สุสงฺคโต (สี.)], อตีว นิชฺฌานขโม มนุญฺโญ.

๑๒๔๕. ‘‘รตนนฺตรสฺมึ พหุอนฺนปานํ, ปริวาริโต อจฺฉราสงฺคเณน;

มุรชอาลมฺพรตูริยฆุฏฺโฐ, อภิวนฺทิโตสิ ถุติวนฺทนาย.

๑๒๔๖. ‘‘โส โมทสิ นาริคณปฺปโพธโน, วิมานปาสาทวเร มโนรเม;

อจินฺติโย สพฺพคุณูปปนฺโน, ราชา ยถา เวสฺสวโณ นฬินฺยา [นฬิญฺญํ (ก.)].

๑๒๔๗. ‘‘เทโว นุ อาสิ อุทวาสิ ยกฺโข, อุทาหุ เทวินฺโท มนุสฺสภูโต;

ปุจฺฉนฺติ ตํ วาณิชา สตฺถวาหา, อาจิกฺข โก นาม ตุวํสิ ยกฺโข’’ติ.

๑๒๔๘. ‘‘เสรีสโก [เสริสฺสโก (สี. สฺยา.)] นาม อหมฺหิ ยกฺโข, กนฺตาริโย วณฺณุปถมฺหิ คุตฺโต;

อิมํ ปเทสํ อภิปาลยามิ, วจนกโร เวสฺสวณสฺส รญฺโญ’’ติ.

๑๒๔๙. ‘‘อธิจฺจลทฺธํ ปริณามชํ เต, สยํ กตํ อุทาหุ เทเวหิ ทินฺนํ;

ปุจฺฉนฺติ ตํ วาณิชา สตฺถวาหา, กถํ ตยา ลทฺธมิทํ มนุญฺญ’’นฺติ.

๑๒๕๐. ‘‘นาธิจฺจลทฺธํ น ปริณามชํ เม, น สยํ กตํ น หิ เทเวหิ ทินฺนํ;

สเกหิ กมฺเมหิ อปาปเกหิ, ปุญฺเญหิ เม ลทฺธมิทํ มนุญฺญ’’นฺติ.

๑๒๕๑. ‘‘กึ เต วตํ กึ ปน พฺรหฺมจริยํ, กิสฺส สุจิณฺณสฺส อยํ วิปาโก;

ปุจฺฉนฺติ ตํ วาณิชา สตฺถวาหา, กถํ ตยา ลทฺธมิทํ วิมาน’’นฺติ.

๑๒๕๒. ‘‘มมํ ปายาสีติ อหุ สมญฺญา, รชฺชํ ยทา การยึ โกสลานํ;

นตฺถิกทิฏฺฐิ กทริโย ปาปธมฺโม, อุจฺเฉทวาที จ ตทา อโหสึ.

๑๒๕๓. ‘‘สมโณ จ โข อาสิ กุมารกสฺสโป, พหุสฺสุโต จิตฺตกถี อุฬาโร;

โส เม ตทา ธมฺมกถํ อภาสิ [อกาสิ (สี.)], ทิฏฺฐิวิสูกานิ วิโนทยี เม.

๑๒๕๔. ‘‘ตาหํ ตสฺส [ตาหํ (ก.)] ธมฺมกถํ สุณิตฺวา, อุปาสกตฺตํ ปฏิเวทยิสฺสํ;

ปาณาติปาตา วิรโต อโหสึ, โลเก อทินฺนํ ปริวชฺชยิสฺสํ;

อมชฺชโป โน จ มุสา อภาณึ, สเกน ทาเรน จ อโหสิ ตุฏฺโฐ.

๑๒๕๕. ‘‘ตํ เม วตํ ตํ ปน พฺรหฺมจริยํ, ตสฺส สุจิณฺณสฺส อยํ วิปาโก;

เตเหว กมฺเมหิ อปาปเกหิ, ปุญฺเญหิ เม ลทฺธมิทํ วิมาน’’นฺติ.

๑๒๕๖. ‘‘สจฺจํ กิราหํสุ นรา สปญฺญา, อนญฺญถา วจนํ ปณฺฑิตานํ;

ยหึ ยหึ คจฺฉติ ปุญฺญกมฺโม, ตหึ ตหึ โมทติ กามกามี.

๑๒๕๗. ‘‘ยหึ ยหึ โสกปริทฺทโว จ, วโธ จ พนฺโธ จ ปริกฺกิเลโส;

ตหึ ตหึ คจฺฉติ ปาปกมฺโม, น มุจฺจติ ทุคฺคติยา กทาจี’’ติ.

๑๒๕๘. ‘‘สมฺมูฬฺหรูโปว ชโน อโหสิ, อสฺมึ มุหุตฺเต กลลีกโตว;

ชนสฺสิมสฺส ตุยฺหญฺจ กุมาร, อปฺปจฺจโย เกน นุ โข อโหสี’’ติ.

๑๒๕๙. ‘‘อิเม จ สิรีสวนา [อิเม สิรีสูปวนา จ (สี.), อิเมปิ สิรีสวนา จ (ปี. ก.)] ตาตา, ทิพฺพา [ทิพฺพา จ (ปี. ก.)] คนฺธา สุรภี [สุรภึ (สี. ก.)] สมฺปวนฺติ [สมฺปวายนฺติ (ก.)];

เต สมฺปวายนฺติ อิมํ วิมานํ, ทิวา จ รตฺโต จ ตมํ นิหนฺตฺวา.

๑๒๖๐. ‘‘อิเมสญฺจ โข วสฺสสตจฺจเยน, สิปาฏิกา ผลติ เอกเมกา;

มานุสฺสกํ วสฺสสตํ อตีตํ, ยทคฺเค กายมฺหิ อิธูปปนฺโน.

๑๒๖๑. ‘‘ทิสฺวานหํ วสฺสสตานิ ปญฺจ, อสฺมึ วิมาเน ฐตฺวาน ตาตา;

อายุกฺขยา ปุญฺญกฺขยา จวิสฺสํ, เตเนว โสเกน ปมุจฺฉิโตสฺมี’’ติ [สมุจฺฉิโตสฺมีติ (ปี. ก.)].

๑๒๖๒. ‘‘กถํ นุ โสเจยฺย ตถาวิโธ โส, ลทฺธา วิมานํ อตุลํ จิราย;

เย จาปิ โข อิตฺตรมุปปนฺนา, เต นูน โสเจยฺยุํ ปริตฺตปุญฺญา’’ติ.

๑๒๖๓. ‘‘อนุจฺฉวึ โอวทิยญฺจ เม ตํ, ยํ มํ ตุเมฺห เปยฺยวาจํ วเทถ;

ตุเมฺห จ โข ตาตา มยานุคุตฺตา, เยนิจฺฉกํ เตน ปเลถ โสตฺถิ’’นฺติ.

๑๒๖๔. ‘‘คนฺตฺวา มยํ สินฺธุโสวีรภูมึ, ธนตฺถิกา อุทฺทยํ ปตฺถยานา;

ยถาปโยคา ปริปุณฺณจาคา, กาหาม เสรีสมหํ อุฬาร’’นฺติ.

๑๒๖๕. ‘‘มา เจว เสรีสมหํ อกตฺถ, สพฺพญฺจ โว ภวิสฺสติ ยํ วเทถ;

ปาปานิ กมฺมานิ วิวชฺชยาถ, ธมฺมานุโยคญฺจ อธิฏฺฐหาถ.

๑๒๖๖. ‘‘อุปาสโก อตฺถิ อิมมฺหิ สงฺเฆ, พหุสฺสุโต สีลวตูปปนฺโน;

สทฺโธ จ จาคี จ สุเปสโล จ, วิจกฺขโณ สนฺตุสิโต มุตีมา.

๑๒๖๗. ‘‘สญฺชานมาโน น มุสา ภเณยฺย, ปรูปฆาตาย น เจตเยยฺย;

เวภูติกํ เปสุณํ โน กเรยฺย, สณฺหญฺจ วาจํ สขิลํ ภเณยฺย.

๑๒๖๘. ‘‘สคารโว สปฺปฏิสฺโส วินีโต, อปาปโก อธิสีเล วิสุทฺโธ;

โส มาตรํ ปิตรญฺจาปิ ชนฺตุ, ธมฺเมน โปเสติ อริยวุตฺติ.

๑๒๖๙. ‘‘มญฺเญ โส มาตาปิตูนํ การณา, โภคานิ ปริเยสติ น อตฺตเหตุ;

มาตาปิตูนญฺจ โย [โส (?)] อจฺจเยน, เนกฺขมฺมโปโณ จริสฺสติ พฺรหฺมจริยํ.

๑๒๗๐. ‘‘อุชู อวงฺโก อสโฐ อมาโย, น เลสกปฺเปน จ โวหเรยฺย;

โส ตาทิโส สุกตกมฺมการี, ธมฺเม ฐิโต กินฺติ ลเภถ ทุกฺขํ.

๑๒๗๑. ‘‘ตํ การณา ปาตุกโตมฺหิ อตฺตนา, ตสฺมา ธมฺมํ ปสฺสถ วาณิชาเส;

อญฺญตฺร เตนิห ภสฺมี [ภสฺมิ (สฺยา.), ภสฺม (ก.)] ภเวถ, อนฺธากุลา วิปฺปนฏฺฐา อรญฺเญ;

ตํ ขิปฺปมาเนน ลหุํ ปเรน, สุโข หเว สปฺปุริเสน สงฺคโม’’ติ.

๑๒๗๒. ‘‘กึ นาม โส กิญฺจ กโรติ กมฺมํ,

กึ นามเธยฺยํ กึ ปน ตสฺส โคตฺตํ;

มยมฺปิ นํ ทฏฺฐุกามมฺห ยกฺข, ยสฺสานุกมฺปาย อิธาคโตสิ;

ลาภา หิ ตสฺส, ยสฺส ตุวํ ปิเหสี’’ติ.

๑๒๗๓. ‘‘โย กปฺปโก สมฺภวนามเธยฺโย,

อุปาสโก โกจฺฉผลูปชีวี;

ชานาถ นํ ตุมฺหากํ เปสิโย โส,

มา โข นํ หีฬิตฺถ สุเปสโล โส’’ติ.

๑๒๗๔. ‘‘ชานามเส ยํ ตฺวํ ปวเทสิ [วเทสิ (สี.)] ยกฺข,

น โข นํ ชานาม ส เอทิโสติ;

มยมฺปิ นํ ปูชยิสฺสาม ยกฺข,

สุตฺวาน ตุยฺหํ วจนํ อุฬาร’’นฺติ.

๑๒๗๕. ‘‘เย เกจิ อิมสฺมึ สตฺเถ มนุสฺสา,

ทหรา มหนฺตา อถวาปิ มชฺฌิมา;

สพฺเพว เต อาลมฺพนฺตุ วิมานํ,

ปสฺสนฺตุ ปุญฺญานํ ผลํ กทริยา’’ติ.

๑๒๗๖. เต ตตฺถ สพฺเพว ‘อหํ ปุเร’ติ,

ตํ กปฺปกํ ตตฺถ ปุรกฺขตฺวา [ปุรกฺขิปิตฺวา (สี.)];

สพฺเพว เต อาลมฺพึสุ วิมานํ,

มสกฺกสารํ วิย วาสวสฺส.

๑๒๗๗. เต ตตฺถ สพฺเพว ‘อหํ ปุเร’ติ, อุปาสกตฺตํ ปฏิเวทยึสุ;

ปาณาติปาตา วิรตา อเหสุํ, โลเก อทินฺนํ ปริวชฺชยึสุ;

อมชฺชปา โน จ มุสา ภณึสุ, สเกน ทาเรน จ อเหสุํ ตุฏฺฐา.

๑๒๗๘. เต ตตฺถ สพฺเพว ‘อหํ ปุเร’ติ, อุปาสกตฺตํ ปฏิเวทยิตฺวา;

ปกฺกามิ สตฺโถ อนุโมทมาโน, ยกฺขิทฺธิยา อนุมโต ปุนปฺปุนํ.

๑๒๗๙. ‘‘คนฺตฺวาน เต สินฺธุโสวีรภูมึ, ธนตฺถิกา อุทฺทยํ [อุทย (ปี. ก.)] ปตฺถยานา;

ยถาปโยคา ปริปุณฺณลาภา, ปจฺจาคมุํ ปาฏลิปุตฺตมกฺขตํ.

๑๒๘๐. ‘‘คนฺตฺวาน เต สงฺฆรํ โสตฺถิวนฺโต,

ปุตฺเตหิ ทาเรหิ สมงฺคิภูตา;

อานนฺที วิตฺตา [อานนฺทจิตฺตา (สฺยา.), อานนฺทีจิตฺตา (ก.)] สุมนา ปตีตา,

อกํสุ เสรีสมหํ อุฬารํ;

เสรีสกํ เต ปริเวณํ มาปยึสุ.

๑๒๘๑. เอตาทิสา สปฺปุริสาน เสวนา,

มหตฺถิกา ธมฺมคุณาน เสวนา;

เอกสฺส อตฺถาย อุปาสกสฺส,

สพฺเพว สตฺตา สุขิตา [สุขิโน (ปี. ก.)] อเหสุนฺติ.

เสรีสกวิมานํ ทสมํ.