๙. อมฺพปาลิเถรีอปทานํ
๒๐๔. ‘‘โย รํสิผุสิตาเวโฬ, ผุสฺโส นาม มหามุนิ;
ตสฺสาหํ ภคินี อาสึ, อชายึ ขตฺติเย กุเล.
๒๐๕. ‘‘ตสฺส ธมฺมํ สุณิตฺวาหํ, วิปฺปสนฺเนน เจตสา;
มหาทานํ ททิตฺวาน, ปตฺถยึ รูปสมฺปทํ.
๒๐๖. ‘‘เอกตึเส อิโต กปฺเป, สิขี โลกคฺคนายโก;
อุปฺปนฺโน โลกปชฺโชโต, ติโลกสรโณ ชิโน.
๒๐๗. ‘‘ตทารุณปุเร รมฺเม, พฺราหฺมญฺญกุลสมฺภวา;
วิมุตฺตจิตฺตํ กุปิตา, ภิกฺขุนึ อภิสาปยึ.
๒๐๘. ‘‘เวสิกาว อนาจารา, ชินสาสนทูสิกา;
เอวํ อกฺโกสยิตฺวาน, เตน ปาเปน กมฺมุนา.
๒๐๙. ‘‘ทารุณํ นิรยํ คนฺตฺวา, มหาทุกฺขสมปฺปิตา;
ตโต จุตา มนุสฺเสสุ, อุปปนฺนา ตปสฺสินี.
๒๑๐. ‘‘ทสชาติสหสฺสานิ, คณิกตฺตมการยึ;
ตมฺหา ปาปา น มุจฺจิสฺสํ, ภุตฺวา ทุฏฺฐวิสํ ยถา.
๒๑๑. ‘‘พฺรหฺมจริยมเสวิสฺสํ [พฺรหฺมเวสมเสวิสฺสํ (สฺยา.), พฺรหฺมเจรมเสวิสฺสํ (ปี.)], กสฺสเป ชินสาสเน;
เตน กมฺมวิปาเกน, อชายึ ติทเส ปุเร.
๒๑๒. ‘‘ปจฺฉิเม ภเว สมฺปตฺเต, อโหสึ โอปปาติกา;
อมฺพสาขนฺตเร ชาตา, อมฺพปาลีติ เตนหํ.
๒๑๓. ‘‘ปริวุตา ปาณโกฏีหิ, ปพฺพชึ ชินสาสเน;
ปตฺตาหํ อจลํ ฐานํ, ธีตา พุทฺธสฺส โอรสา.
๒๑๔. ‘‘อิทฺธีสุ จ วสี โหมิ, โสตธาตุวิสุทฺธิยา;
เจโตปริยญาณสฺส, วสี โหมิ มหามุเน.
๒๑๕. ‘‘ปุพฺเพนิวาสํ ชานามิ, ทิพฺพจกฺขุ วิโสธิตํ;
สพฺพาสวปริกฺขีณา, นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว.
๒๑๖. ‘‘อตฺถธมฺมนิรุตฺตีสุ, ปฏิภาเน ตเถว จ;
ญาณํ เม วิมลํ สุทฺธํ, พุทฺธเสฏฺฐสฺส วาหสา.
๒๑๗. ‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… วิหรามิ อนาสวา.
๒๑๘. ‘‘สฺวาคตํ วต เม อาสิ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ.
๒๑๙. ‘‘ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ’’.
อิตฺถํ สุทํ อมฺพปาลิ ภิกฺขุนี อิมา คาถาโย
อภาสิตฺถาติ.
อมฺพปาลิเถริยาปทานํ นวมํ.