๑๐. เปสลาเถรีอปทานํ
๒๒๐. ‘‘อิมมฺหิ ภทฺทเก กปฺเป, พฺรหฺมพนฺธุ มหายโส;
กสฺสโป นาม โคตฺเตน, อุปฺปชฺชิ วทตํ วโร.
๒๒๑. ‘‘สาวตฺถิยํ ปุเร วเร, อุปาสกกุเล อหํ;
ปสูตา ตํ [นํ (สฺยา.)] ชินวรํ, ทิสฺวา สุตฺวา จ เทสนํ.
๒๒๒. ‘‘ตํ วีรํ สรณํ คนฺตฺวา, สีลานิ จ สมาทิยึ;
กทาจิ โส มหาวีโร, มหาชนสมาคเม.
๒๒๓. ‘‘อตฺตโน อภิสมฺโพธึ, ปกาเสสิ นราสโภ;
อนนุสฺสุตธมฺเมสุ, ปุพฺเพ ทุกฺขาทิเกสุ จ.
๒๒๔. ‘‘จกฺขุ ญาณญฺจ ปญฺญา จ, วิชฺชาโลโก จ อาสิ เม;
ตํ สุตฺวา อุคฺคเหตฺวาน, ปริปุจฺฉิญฺจ ภิกฺขโว.
๒๒๕. ‘‘เตน กมฺเมน สุกเตน, เจตนาปณิธีหิ จ;
ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ, ตาวตึสมคจฺฉหํ.
๒๒๖. ‘‘ปจฺฉิเม จ ภเว ทานิ, ชาตา เสฏฺฐิมหากุเล;
อุเปจฺจ พุทฺธํ สทฺธมฺมํ, สุตฺวา สจฺจูปสํหิตํ.
๒๒๗. ‘‘ปพฺพชิตฺวาจิเรเนว, สจฺจตฺถานิ [สพฺพตฺถานิ (สฺยา. ก.)] วิจินฺตยํ;
เขเปตฺวา อาสเว สพฺเพ, อรหตฺตมปาปุณึ.
๒๒๘. ‘‘อิทฺธีสุ จ วสี โหมิ, ทิพฺพาย โสตธาตุยา;
เจโตปริยญาณสฺส, วสี โหมิ มหามุเน.
๒๒๙. ‘‘ปุพฺเพนิวาสํ ชานามิ, ทิพฺพจกฺขุ วิโสธิตํ;
สพฺพาสวปริกฺขีณา, นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว.
๒๓๐. ‘‘อตฺถธมฺมนิรุตฺตีสุ, ปฏิภาเน ตเถว จ;
ญาณํ เม วิมลํ สุทฺธํ, พุทฺธเสฏฺฐสฺส วาหสา.
๒๓๑. ‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ, ภวา สพฺเพ สมูหตา;
นาคีว พนฺธนํ เฉตฺวา, วิหรามิ อนาสวา.
๒๓๒. ‘‘สฺวาคตํ วต เม อาสิ, มม พุทฺธสฺส สนฺติเก;
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา, กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ.
๒๓๓. ‘‘ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส, วิโมกฺขาปิ จ อฏฺฐิเม;
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา, กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ’’.
อิตฺถํ สุทํ เปสลา [เสลา (สฺยา. ปี.)] ภิกฺขุนี อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ.
เปสลาเถริยาปทานํ ทสมํ.
ขตฺติยาวคฺโค จตุตฺโถ.