๑. ยสวตีปมุขอฏฺฐารสภิกฺขุนีสหสฺสอปทานํ

๑. ‘‘ภวา สพฺเพ ปริกฺขีณา, ภวา สนฺติ วิโมจิตา;

สพฺพาสวา จ โน นตฺถิ, อาโรเจม มหามุเน.

๒. ‘‘ปุริมํ กุสลํ กมฺมํ [ปริกมฺมญฺจ กุสลํ (สฺยา.)], ยํ กิญฺจิ สาธุปตฺถิตํ;

ปริโภคมยํ ทินฺนํ, ตุยฺหตฺถาย มหามุเน.

๓. ‘‘พุทฺธปจฺเจกพุทฺธานํ, สาวกานญฺจ ปตฺถิตํ [พุทฺธานํ สาวกานญฺจ (สี. ก.)];

ปริโภคมยํ ทินฺนํ, ตุยฺหตฺถาย มหามุเน.

๔. ‘‘อุจฺจนีจมยํ กมฺมํ, ภิกฺขูนํ สาธุปตฺถิตํ;

อุจฺจากุลปริกมฺมํ, กตเมตํ มหามุเน [กตเมฺหหิ มหามุเน (สฺยา. ปี.)].

๕. ‘‘เตเนว สุกฺกมูเลน, โจทิตา กมฺมสมฺปทา;

มานุสิกมติกฺกนฺตา, ชายึสุ ขตฺติเย กุเล.

๖. ‘‘อุปฺปตฺเต จ กเต กมฺเม, ชาติยา วาปิ เอกโต;

ปจฺฉิเม เอกโต ชาตา, ขตฺติยา กุลสมฺภวา.

๗. ‘‘รูปวตี โภควตี, ลาภสกฺการปูชิตา;

อนฺเตปุเร มหาวีร, เทวานํ วิย นนฺทเน.

๘. ‘‘นิพฺพินฺทิตฺวา อคารมฺหา, ปพฺพชิมฺหนคาริยํ;

กติปาหํ อุปาทาย, สพฺพา ปตฺตามฺห นิพฺพุตึ.

๙. ‘‘จีวรํ ปิณฺฑปาตญฺจ, ปจฺจยํ สยนาสนํ;

อุปเนนฺติ พหู อเมฺห, สทา สกฺกตปูชิตา.

๑๐. ‘‘กิเลสา ฌาปิตา อมฺหํ, ภวา สพฺเพ สมูหตา;

นาคีว พนฺธนํ เฉตฺวา, วิหราม อนาสวา.

๑๑. ‘‘สฺวาคตํ วต โน อาสิ, มม พุทฺธสฺส สนฺติเก;

ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา, กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ.

๑๒. ‘‘ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส, วิโมกฺขาปิ จ อฏฺฐิเม;

ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา, กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ’’.

อิตฺถํ สุทํ ยสวตีปมุขานิ ขตฺติยกญฺญาภิกฺขุนิโย อฏฺฐารสสหสฺสานิ ภควโต สมฺมุขา อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ.

ยสวตีปมุขอฏฺฐารสภิกฺขุนีสหสฺสาปทานํ ปฐมํ.