๕. อุจฺฉุเปตวตฺถุ

๗๓๗. ‘‘อิทํ มม อุจฺฉุวนํ มหนฺตํ, นิพฺพตฺตติ ปุญฺญผลํ อนปฺปกํ;

ตํ ทานิ เม น [น ทานิ เม ตํ (สี. ก.)] ปริโภคเมติ, อาจิกฺข ภนฺเต กิสฺส อยํ วิปาโก.

๗๓๘. ‘‘หญฺญามิ [วิหญฺญามิ (ก.)] ขชฺชามิ จ วายมามิ, ปริสกฺกามิ ปริภุญฺชิตุํ กิญฺจิ;

สฺวาหํ ฉินฺนถาโม กปโณ ลาลปามิ, กิสฺส [กิสฺสสฺส (สี.), กิสฺสสฺสุ (?)] กมฺมสฺส อยํ วิปาโก.

๗๓๙. ‘‘วิฆาโต จาหํ ปริปตามิ ฉมายํ, ปริวตฺตามิ วาริจโรว ฆมฺเม;

รุทโต จ เม [ทูรโต จ เม (สฺยา. ก.)] อสฺสุกา นิคฺคลนฺติ, อาจิกฺข ภนฺเต กิสฺส อยํ วิปาโก.

๗๔๐. ‘‘ฉาโต กิลนฺโต จ ปิปาสิโต จ, สนฺตสฺสิโต สาตสุขํ น วินฺเท;

ปุจฺฉามิ ตํ เอตมตฺถํ ภทนฺเต, กถํ นุ อุจฺฉุปริโภคํ ลเภยฺย’’นฺติ.

๗๔๑. ‘‘ปุเร ตุวํ กมฺมมกาสิ อตฺตนา, มนุสฺสภูโต ปุริมาย ชาติยา;

อหญฺจ ตํ เอตมตฺถํ วทามิ, สุตฺวาน ตฺวํ เอตมตฺถํ วิชาน.

๗๔๒. ‘‘อุจฺฉุํ ตุวํ ขาทมาโน ปยาโต, ปุริโส จ เต ปิฏฺฐิโต อนฺวคจฺฉิ;

โส จ ตํ ปจฺจาสนฺโต กเถสิ, ตสฺส ตุวํ น กิญฺจิ อาลปิตฺถ.

๗๔๓. ‘‘โส จ ตํ อภณนฺตํ อยาจิ, ‘เทหยฺย อุจฺฉุ’นฺติ จ ตํ อโวจ;

ตสฺส ตุวํ ปิฏฺฐิโต อุจฺฉุํ อทาสิ, ตสฺเสตํ กมฺมสฺส อยํ วิปาโก.

๗๔๔. ‘‘อิงฺฆ ตฺวํ คนฺตฺวาน ปิฏฺฐิโต คเณฺหยฺยาสิ [อิงฺฆ ตฺวํ ปิฏฺฐิโต คณฺห อุจฺฉุํ (สี.)], คเหตฺวาน ตํ ขาทสฺสุ ยาวทตฺถํ;

เตเนว ตฺวํ อตฺตมโน ภวิสฺสสิ, หฏฺโฐ จุทคฺโค จ ปโมทิโต จา’’ติ.

๗๔๕. คนฺตฺวาน โส ปิฏฺฐิโต อคฺคเหสิ, คเหตฺวาน ตํ ขาทิ ยาวทตฺถํ;

เตเนว โส อตฺตมโน อโหสิ, หฏฺโฐ จุทคฺโค จ ปโมทิโต จาติ.

อุจฺฉุเปตวตฺถุ ปญฺจมํ.