๔. มหาวคฺโค

๑. อมฺพสกฺกรเปตวตฺถุ

๕๑๗. เวสาลี นาม นครตฺถิ วชฺชีนํ, ตตฺถ อหุ ลิจฺฉวิ อมฺพสกฺกโร [อมฺพสกฺขโร (สี. สฺยา.), อปฺปสกฺกโร (ก.)];

ทิสฺวาน เปตํ นครสฺส พาหิรํ, ตตฺเถว ปุจฺฉิตฺถ ตํ การณตฺถิโก.

๕๑๘. ‘‘เสยฺยา นิสชฺชา นยิมสฺส อตฺถิ, อภิกฺกโม นตฺถิ ปฏิกฺกโม จ;

อสิตปีตขายิตวตฺถโภคา, ปริจาริกา [ปริจารณา (สี. ปี.)] สาปิ อิมสฺส นตฺถิ.

๕๑๙. ‘‘เย ญาตกา ทิฏฺฐสุตา สุหชฺชา, อนุกมฺปกา ยสฺส อเหสุํ ปุพฺเพ;

ทฏฺฐุมฺปิ เต ทานิ น ตํ ลภนฺติ, วิราชิตตฺโต [วิราธิตตฺโต (สี. ปี.)] หิ ชเนน เตน.

๕๒๐. ‘‘น โอคฺคตตฺตสฺส ภวนฺติ มิตฺตา, ชหนฺติ มิตฺตา วิกลํ วิทิตฺวา;

อตฺถญฺจ ทิสฺวา ปริวารยนฺติ, พหู มิตฺตา อุคฺคตตฺตสฺส โหนฺติ.

๕๒๑. ‘‘นิหีนตฺโต สพฺพโภเคหิ กิจฺโฉ, สมฺมกฺขิโต สมฺปริภินฺนคตฺโต;

อุสฺสาวพินฺทูว ปลิมฺปมาโน, อชฺช สุเว ชีวิตสฺสูปโรโธ.

๕๒๒. ‘‘เอตาทิสํ อุตฺตมกิจฺฉปฺปตฺตํ, อุตฺตาสิตํ ปุจิมนฺทสฺส สูเล;

‘อถ ตฺวํ เกน วณฺเณน วเทสิ ยกฺข, ชีว โภ ชีวิตเมว เสยฺโย’’’ติ.

๕๒๓. ‘‘สาโลหิโต เอส อโหสิ มยฺหํ, อหํ สรามิ ปุริมาย ชาติยา;

ทิสฺวา จ เม การุญฺญมโหสิ ราช, มา ปาปธมฺโม นิรยํ ปตายํ [ปติ + อยํ = ปตายํ].

๕๒๔. ‘‘อิโต จุโต ลิจฺฉวิ เอส โปโส, สตฺตุสฺสทํ นิรยํ โฆรรูปํ;

อุปปชฺชติ ทุกฺกฏกมฺมการี, มหาภิตาปํ กฏุกํ ภยานกํ.

๕๒๕. ‘‘อเนกภาเคน คุเณน เสยฺโย, อยเมว สูโล นิรเยน เตน;

เอกนฺตทุกฺขํ กฏุกํ ภยานกํ, เอกนฺตติพฺพํ นิรยํ ปตายํ [ปเต + อยํ = ปตายํ].

๕๒๖. ‘‘อิทญฺจ สุตฺวา วจนํ มเมโส, ทุกฺขูปนีโต วิชเหยฺย ปาณํ;

ตสฺมา อหํ สนฺติเก น ภณามิ, มา เม กโต ชีวิตสฺสูปโรโธ’’.

๕๒๗. ‘‘อญฺญาโต เอโส [อชฺฌิโต เอส (ก.)] ปุริสสฺส อตฺโถ, อญฺญมฺปิ อิจฺฉามเส ปุจฺฉิตุํ ตุวํ;

โอกาสกมฺมํ สเจ โน กโรสิ, ปุจฺฉาม ตํ โน น จ กุชฺฌิตพฺพ’’นฺติ.

๕๒๘. ‘‘อทฺธา ปฏิญฺญา เม ตทา อหุ [ปฏิญฺญาตเมตํ ตทาหุ (ก.), ปฏิญฺญา น เมเต ตทา อหุ (?)], นาจิกฺขนา อปฺปสนฺนสฺส โหติ;

อกามา สทฺเธยฺยวโจติ กตฺวา, ปุจฺฉสฺสุ มํ กามํ ยถา วิสยฺห’’นฺติ [วิสยํ (ก.)].

๕๒๙. ‘‘ยํ กิญฺจหํ จกฺขุนา ปสฺสิสฺสามิ [ปสฺสามิ (ก.)], สพฺพมฺปิ ตาหํ อภิสทฺทเหยฺยํ;

ทิสฺวาว ตํ โนปิ เจ สทฺทเหยฺยํ, กเรยฺยาสิ [กโรหิ (กตฺถจิ)] เม ยกฺข นิยสฺสกมฺม’’นฺติ.

๕๓๐. ‘‘สจฺจปฺปฏิญฺญา ตว เมสา โหตุ, สุตฺวาน ธมฺมํ ลภ สุปฺปสาทํ;

อญฺญตฺถิโก โน จ ปทุฏฺฐจิตฺโต, ยํ เต สุตํ อสุตญฺจาปิ ธมฺมํ;

สพฺพมฺปิ อกฺขิสฺสํ [สพฺพํ อาจิกฺขิสฺสํ (สี.)] ยถา ปชานนฺติ.

๕๓๑. ‘‘เสเตน อสฺเสน อลงฺกเตน, อุปยาสิ สูลาวุตกสฺส สนฺติเก;

ยานํ อิทํ อพฺภุตํ ทสฺสเนยฺยํ, กิสฺเสตํ กมฺมสฺส อยํ วิปาโก’’ติ.

๕๓๒. ‘‘เวสาลิยา นครสฺส [ตสฺส นครสฺส (สี. สฺยา. ปี.)] มชฺเฌ, จิกฺขลฺลมคฺเค นรกํ อโหสิ;

โคสีสเมกาหํ ปสนฺนจิตฺโต, เสตํ [เสตุํ (สฺยา. ก.)] คเหตฺวา นรกสฺมึ นิกฺขิปึ.

๕๓๓. ‘‘เอตสฺมึ ปาทานิ ปติฏฺฐเปตฺวา, มยญฺจ อญฺเญ จ อติกฺกมิมฺหา;

ยานํ อิทํ อพฺภุตํ ทสฺสเนยฺยํ, ตสฺเสว กมฺมสฺส อยํ วิปาโก’’ติ.

๕๓๔. ‘‘วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสติ, คนฺโธ จ เต สพฺพทิสา ปวายติ;

ยกฺขิทฺธิปตฺโตสิ มหานุภาโว, นคฺโค จาสิ กิสฺส อยํ วิปาโก’’ติ.

๕๓๕. ‘‘อกฺโกธโน นิจฺจปสนฺนจิตฺโต, สณฺหาหิ วาจาหิ ชนํ อุเปมิ;

ตสฺเสว กมฺมสฺส อยํ วิปาโก, ทิพฺโพ เม วณฺโณ สตตํ ปภาสติ.

๕๓๖. ‘‘ยสญฺจ กิตฺติญฺจ ธมฺเม ฐิตานํ, ทิสฺวาน มนฺเตมิ [ทิสฺวา สมนฺเตมิ (ก.)] ปสนฺนจิตฺโต;

ตสฺเสว กมฺมสฺส อยํ วิปาโก, ทิพฺโพ เม คนฺโธ สตตํ ปวายติ.

๕๓๗. ‘‘สหายานํ ติตฺถสฺมึ นฺหายนฺตานํ, ถเล คเหตฺวา นิทหิสฺส ทุสฺสํ;

ขิฑฺฑตฺถิโก โน จ ปทุฏฺฐจิตฺโต, เตนมฺหิ นคฺโค กสิรา จ วุตฺตี’’ติ.

๕๓๘. ‘‘โย กีฬมาโน ปกโรติ ปาปํ, ตสฺเสทิสํ กมฺมวิปากมาหุ;

อกีฬมาโน ปน โย กโรติ, กึ ตสฺส กมฺมสฺส วิปากมาหู’’ติ.

๕๓๙. ‘‘เย ทุฏฺฐสงฺกปฺปมนา มนุสฺสา, กาเยน วาจาย จ สงฺกิลิฏฺฐา;

กายสฺส เภทา อภิสมฺปรายํ, อสํสยํ เต นิรยํ อุเปนฺติ.

๕๔๐. ‘‘อปเร ปน สุคติมาสมานา, ทาเน รตา สงฺคหิตตฺตภาวา;

กายสฺส เภทา อภิสมฺปรายํ, อสํสยํ เต สุคตึ อุเปนฺตี’’ติ.

๕๔๑. ‘‘ตํ กินฺติ ชาเนยฺยมหํ อเวจฺจ, กลฺยาณปาปสฺส อยํ วิปาโก;

กึ วาหํ ทิสฺวา อภิสทฺทเหยฺยํ, โก วาปิ มํ สทฺทหาเปยฺย เอต’’นฺติ.

๕๔๒. ‘‘ทิสฺวา จ สุตฺวา อภิสทฺทหสฺสุ, กลฺยาณปาปสฺส อยํ วิปาโก;

กลฺยาณปาเป อุภเย อสนฺเต, สิยา นุ สตฺตา สุคตา ทุคฺคตา วา.

๕๔๓. ‘‘โน เจตฺถ กมฺมานิ กเรยฺยุํ มจฺจา, กลฺยาณปาปานิ มนุสฺสโลเก;

นาเหสุํ สตฺตา สุคตา ทุคฺคตา วา, หีนา ปณีตา จ มนุสฺสโลเก.

๕๔๔. ‘‘ยสฺมา จ กมฺมานิ กโรนฺติ มจฺจา, กลฺยาณปาปานิ มนุสฺสโลเก;

ตสฺมา หิ สตฺตา สุคตา ทุคฺคตา วา, หีนา ปณีตา จ มนุสฺสโลเก.

๕๔๕. ‘‘ทฺวยชฺช กมฺมานํ วิปากมาหุ, สุขสฺส ทุกฺขสฺส จ เวทนียํ;

ตา เทวตาโย ปริจารยนฺติ, ปจฺจนฺติ พาลา ทฺวยตํ อปสฺสิโน.

๕๔๖. ‘‘น มตฺถิ กมฺมานิ สยํกตานิ, ทตฺวาปิ เม นตฺถิ โย [โส (สพฺพตฺถ)] อาทิเสยฺย;

อจฺฉาทนํ สยนมถนฺนปานํ, เตนมฺหิ นคฺโค กสิรา จ วุตฺตี’’ติ.

๕๔๗. ‘‘สิยา นุ โข การณํ กิญฺจิ ยกฺข, อจฺฉาทนํ เยน ตุวํ ลเภถ;

อาจิกฺข เม ตฺวํ ยทตฺถิ เหตุ, สทฺธายิกํ [สทฺธายิตํ (สี. ปี.)] เหตุวโจ สุโณมา’’ติ.

๕๔๘. ‘‘กปฺปิตโก [กปฺปินโก (สี.)] นาม อิธตฺถิ ภิกฺขุ, ฌายี สุสีโล อรหา วิมุตฺโต;

คุตฺตินฺทฺริโย สํวุตปาติโมกฺโข, สีติภูโต อุตฺตมทิฏฺฐิปตฺโต.

๕๔๙. ‘‘สขิโล วทญฺญู สุวโจ สุมุโข, สฺวาคโม สุปฺปฏิมุตฺตโก จ;

ปุญฺญสฺส เขตฺตํ อรณวิหารี, เทวมนุสฺสานญฺจ ทกฺขิเณยฺโย.

๕๕๐. ‘‘สนฺโต วิธูโม อนีโฆ นิราโส, มุตฺโต วิสลฺโล อมโม อวงฺโก;

นิรูปธี สพฺพปปญฺจขีโณ, ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺโต ชุติมา.

๕๕๑. ‘‘อปฺปญฺญาโต ทิสฺวาปิ น จ สุชาโน, มุนีติ นํ วชฺชิสุ โวหรนฺติ;

ชานนฺติ ตํ ยกฺขภูตา อเนชํ, กลฺยาณธมฺมํ วิจรนฺตํ โลเก.

๕๕๒. ‘‘ตสฺส ตุวํ เอกยุคํ ทุเว วา, มมุทฺทิสิตฺวาน สเจ ทเทถ;

ปฏิคฺคหีตานิ จ ตานิ อสฺสุ, มมญฺจ ปสฺเสถ สนฺนทฺธทุสฺส’’นฺติ.

๕๕๓. ‘‘กสฺมึ ปเทเส สมณํ วสนฺตํ, คนฺตฺวาน ปสฺเสมุ มยํ อิทานิ;

โย มชฺช [ส มชฺช (สี.)] กงฺขํ วิจิกิจฺฉิตญฺจ, ทิฏฺฐีวิสูกานิ วิโนทเยยฺยา’’ติ.

๕๕๔. ‘‘เอโส นิสินฺโน กปินจฺจนายํ, ปริวาริโต เทวตาหิ พหูหิ;

ธมฺมึ กถํ ภาสติ สจฺจนาโม, สกสฺมิมาเจรเก อปฺปมตฺโต’’ติ.

๕๕๕. ‘‘ตถาหํ [ยถาหํ (ก.)] กสฺสามิ คนฺตฺวา อิทานิ, อจฺฉาทยิสฺสํ สมณํ ยุเคน;

ปฏิคฺคหิตานิ จ ตานิ อสฺสุ, ตุวญฺจ ปสฺเสมุ สนฺนทฺธทุสฺส’’นฺติ.

๕๕๖. ‘‘มา อกฺขเณ ปพฺพชิตํ อุปาคมิ, สาธุ โว ลิจฺฉวิ เนส ธมฺโม;

ตโต จ กาเล อุปสงฺกมิตฺวา, ตตฺเถว ปสฺสาหิ รโห นิสินฺน’’นฺติ.

๕๕๗. ตถาติ วตฺวา อคมาสิ ตตฺถ, ปริวาริโต ทาสคเณน ลิจฺฉวิ;

โส ตํ นครํ อุปสงฺกมิตฺวา, วาสูปคจฺฉิตฺถ สเก นิเวสเน.

๕๕๘. ตโต จ กาเล คิหิกิจฺจานิ กตฺวา, นฺหตฺวา ปิวิตฺวา จ ขณํ ลภิตฺวา;

วิเจยฺย เปฬาโต จ ยุคานิ อฏฺฐ, คาหาปยี ทาสคเณน ลิจฺฉวิ.

๕๕๙. โส ตํ ปเทสํ อุปสงฺกมิตฺวา, ตํ อทฺทส สมณํ สนฺตจิตฺตํ;

ปฏิกฺกนฺตํ โคจรโต นิวตฺตํ, สีติภูตํ รุกฺขมูเล นิสินฺนํ.

๕๖๐. ตเมนมโวจ อุปสงฺกมิตฺวา, อปฺปาพาธํ ผาสุวิหารญฺจ ปุจฺฉิ;

‘‘เวสาลิยํ ลิจฺฉวิหํ ภทนฺเต, ชานนฺติ มํ ลิจฺฉวิ อมฺพสกฺกโร.

๕๖๑. ‘‘อิมานิ เม อฏฺฐ ยุคา สุภานิ [ยุคานิ ภนฺเต (สฺยา. ก.)], ปฏิคณฺห ภนฺเต ปททามิ ตุยฺหํ;

เตเนว อตฺเถน อิธาคโตสฺมิ, ยถา อหํ อตฺตมโน ภเวยฺย’’นฺติ.

๕๖๒. ‘‘ทูรโตว สมณพฺราหฺมณา จ, นิเวสนํ เต ปริวชฺชยนฺติ;

ปตฺตานิ ภิชฺชนฺติ จ เต [ภิชฺชนฺติ ตว (สฺยา. ก.)] นิเวสเน, สงฺฆาฏิโย จาปิ วิทาลยนฺติ [วิปาฏยนฺติ (สี.), วิปาตยนฺติ (ก.)].

๕๖๓. ‘‘อถาปเร ปาทกุฐาริกาหิ, อวํสิรา สมณา ปาตยนฺติ;

เอตาทิสํ ปพฺพชิตา วิเหสํ, ตยา กตํ สมณา ปาปุณนฺติ.

๕๖๔. ‘‘ติเณน เตลมฺปิ น ตฺวํ อทาสิ, มูฬฺหสฺส มคฺคมฺปิ น ปาวทาสิ;

อนฺธสฺส ทณฺฑํ สยมาทิยาสิ, เอตาทิโส กทริโย อสํวุโต ตุวํ;

อถ ตฺวํ เกน วณฺเณน กิเมว ทิสฺวา,

อเมฺหหิ สห สํวิภาคํ กโรสี’’ติ.

๕๖๕. ‘‘ปจฺเจมิ ภนฺเต ยํ ตฺวํ วเทสิ, วิเหสยึ สมเณ พฺราหฺมเณ จ;

ขิฑฺฑตฺถิโก โน จ ปทุฏฺฐจิตฺโต, เอตมฺปิ เม ทุกฺกฏเมว ภนฺเต.

๕๖๖. ‘‘ขิฑฺฑาย ยกฺโข ปสวิตฺวา ปาปํ, เวเทติ ทุกฺขํ อสมตฺตโภคี;

ทหโร ยุวา นคฺคนิยสฺส ภาคี, กึ สุ ตโต ทุกฺขตรสฺส โหติ.

๕๖๗. ‘‘ตํ ทิสฺวา สํเวคมลตฺถํ ภนฺเต, ตปฺปจฺจยา วาปิ [ตปฺปจฺจยา ตาหํ (สี.), ตปฺปจฺจยา จาหํ (ปี.)] ททามิ ทานํ;

ปฏิคณฺห ภนฺเต วตฺถยุคานิ อฏฺฐ, ยกฺขสฺสิมา คจฺฉนฺตุ ทกฺขิณาโย’’ติ.

๕๖๘. ‘‘อทฺธา หิ ทานํ พหุธา ปสตฺถํ, ททโต จ เต อกฺขยธมฺมมตฺถุ;

ปฏิคณฺหามิ เต วตฺถยุคานิ อฏฺฐ, ยกฺขสฺสิมา คจฺฉนฺตุ ทกฺขิณาโย’’ติ.

๕๖๙. ตโต หิ โส อาจมยิตฺวา ลิจฺฉวิ, เถรสฺส ทตฺวาน ยุคานิ อฏฺฐ;

‘ปฏิคฺคหิตานิ จ ตานิ อสฺสุ, ยกฺขญฺจ ปสฺเสถ สนฺนทฺธทุสฺสํ’.

๕๗๐. ตมทฺทสา จนฺทนสารลิตฺตํ, อาชญฺญมารูฬฺหมุฬารวณฺณํ;

อลงฺกตํ สาธุนิวตฺถทุสฺสํ, ปริวาริตํ ยกฺขมหิทฺธิปตฺตํ.

๕๗๑. โส ตํ ทิสฺวา อตฺตมนา อุทคฺโค, ปหฏฺฐจิตฺโต จ สุภคฺครูโป;

กมฺมญฺจ ทิสฺวาน มหาวิปากํ, สนฺทิฏฺฐิกํ จกฺขุนา สจฺฉิกตฺวา.

๕๗๒. ตเมนมโวจ อุปสงฺกมิตฺวา, ‘‘ทสฺสามิ ทานํ สมณพฺราหฺมณานํ;

น จาปิ เม กิญฺจิ อเทยฺยมตฺถิ, ตุวญฺจ เม ยกฺข พหูปกาโร’’ติ.

๕๗๓. ‘‘ตุวญฺจ เม ลิจฺฉวิ เอกเทสํ, อทาสิ ทานานิ อโมฆเมตํ;

สฺวาหํ กริสฺสามิ ตยาว สกฺขึ, อมานุโส มานุสเกน สทฺธิ’’นฺติ.

๕๗๔. ‘‘คตี จ พนฺธู จ ปรายณญฺจ [ปรายนญฺจ (สฺยา. ก.)], มิตฺโต มมาสิ อถ เทวตา เม [เทวตาสิ (สี. สฺยา.)];

ยาจามิ ตํ [ยาจามหํ (สี.)] ปญฺชลิโก ภวิตฺวา, อิจฺฉามิ ตํ ยกฺข ปุนาปิ ทฏฺฐุ’’นฺติ.

๕๗๕. ‘‘สเจ ตุวํ อสฺสทฺโธ ภวิสฺสสิ, กทริยรูโป วิปฺปฏิปนฺนจิตฺโต;

ตฺวํ เนว มํ ลจฺฉสิ [เตเนว มํ น ลจฺฉสี (สี.), เตเนว มํ ลิจฺฉวิ (สฺยา.), เตเนว มํ ลจฺฉสิ (ก.)] ทสฺสนาย, ทิสฺวา จ ตํ โนปิ จ อาลปิสฺสํ.

๕๗๖. ‘‘สเจ ปน ตฺวํ ภวิสฺสสิ ธมฺมคารโว, ทาเน รโต สงฺคหิตตฺตภาโว;

โอปานภูโต สมณพฺราหฺมณานํ, เอวํ มมํ ลจฺฉสิ ทสฺสนาย.

๕๗๗. ‘‘ทิสฺวา จ ตํ อาลปิสฺสํ ภทนฺเต, อิมญฺจ สูลโต ลหุํ ปมุญฺจ;

ยโต นิทานํ อกริมฺห สกฺขึ, มญฺญามิ สูลาวุตกสฺส การณา.

๕๗๘. ‘‘เต อญฺญมญฺญํ อกริมฺห สกฺขึ, อยญฺจ สูลโต [สูลาวุโต (สี. สฺยา.)] ลหุํ ปมุตฺโต;

สกฺกจฺจ ธมฺมานิ สมาจรนฺโต, มุจฺเจยฺย โส นิรยา จ ตมฺหา;

กมฺมํ สิยา อญฺญตฺร เวทนียํ.

๕๗๙. ‘‘กปฺปิตกญฺจ อุปสงฺกมิตฺวา, เตเนว [เตน (สฺยา. ก.)] สห สํวิภชิตฺวา กาเล;

สยํ มุเขนูปนิสชฺช ปุจฺฉ, โส เต อกฺขิสฺสติ เอตมตฺถํ.

๕๘๐. ‘‘ตเมว ภิกฺขุํ อุปสงฺกมิตฺวา, ปุจฺฉสฺสุ อญฺญตฺถิโก โน จ ปทุฏฺฐจิตฺโต;

โส เต สุตํ อสุตญฺจาปิ ธมฺมํ,

สพฺพมฺปิ อกฺขิสฺสติ ยถา ปชาน’’นฺติ.

๕๘๑. โส ตตฺถ รหสฺสํ สมุลฺลปิตฺวา, สกฺขึ กริตฺวาน อมานุเสน;

ปกฺกามิ โส ลิจฺฉวีนํ สกาสํ, อถ พฺรวิ ปริสํ สนฺนิสินฺนํ.

๕๘๒. ‘‘สุณนฺตุ โภนฺโต มม เอกวากฺยํ, วรํ วริสฺสํ ลภิสฺสามิ อตฺถํ;

สูลาวุโต ปุริโส ลุทฺทกมฺโม, ปณีหิตทณฺโฑ [ปณีตนณฺโฑ (ก.)] อนุสตฺตรูโป [อนุปกฺกรูโป (ก.)].

๕๘๓. ‘‘เอตฺตาวตา วีสติรตฺติมตฺตา, ยโต อาวุโต เนว ชีวติ น มโต;

ตาหํ โมจยิสฺสามิ ทานิ, ยถามตึ อนุชานาตุ สงฺโฆ’’ติ.

๕๘๔. ‘‘เอตญฺจ อญฺญญฺจ ลหุํ ปมุญฺจ, โก ตํ วเทถ [วเทถาติ (ก.), วเทถ จ (สฺยา.)] ตถา กโรนฺตํ;

ยถา ปชานาสิ ตถา กโรหิ, ยถามตึ อนุชานาติ สงฺโฆ’’ติ.

๕๘๕. โส ตํ ปเทสํ อุปสงฺกมิตฺวา, สูลาวุตํ โมจยิ ขิปฺปเมว;

‘มา ภายิ สมฺมา’ติ จ ตํ อโวจ, ติกิจฺฉกานญฺจ อุปฏฺฐเปสิ.

๕๘๖. ‘‘กปฺปิตกญฺจ อุปสงฺกมิตฺวา, เตเนว สห [เตน สมํ (สี.), เตน สห (สฺยา. ก.)] สํวิภชิตฺวา กาเล;

สยํ มุเขนูปนิสชฺช ลิจฺฉวิ, ตเถว ปุจฺฉิตฺถ นํ การณตฺถิโก.

๕๘๗. ‘‘สูลาวุโต ปุริโส ลุทฺทกมฺโม, ปณีตทณฺโฑ อนุสตฺตรูโป;

เอตฺตาวตา วีสติรตฺติมตฺตา, ยโต อาวุโต เนว ชีวติ น มโต.

๕๘๘. ‘‘โส โมจิโต คนฺตฺวา มยา อิทานิ, เอตสฺส ยกฺขสฺส วโจ หิ ภนฺเต;