๒. ธมฺมุทฺธจฺจวารนิทฺเทโส
๖. กถํ ธมฺมุทฺธจฺจวิคฺคหิตํ มานสํ โหติ? อนิจฺจโต มนสิกโรโต โอภาโส อุปฺปชฺชติ, โอภาโส ธมฺโมติ โอภาสํ อาวชฺชติ, ตโต วิกฺเขโป อุทฺธจฺจํ. เตน อุทฺธจฺเจน วิคฺคหิตมานโส อนิจฺจโต อุปฏฺฐานํ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ, ทุกฺขโต อุปฏฺฐานํ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ, อนตฺตโต อุปฏฺฐานํ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ. เตน วุจฺจติ – ‘‘ธมฺมุทฺธจฺจวิคฺคหิตมานโส โหติ โส สมโย, ยํ ตํ จิตฺตํ อชฺฌตฺตเมว สนฺติฏฺฐติ สนฺนิสีทติ เอโกทิ โหติ สมาธิยติ. ตสฺส มคฺโค สญฺชายตี’’ติ กถํ มคฺโค สญฺชายติ…เป… เอวํ มคฺโค สญฺชายติ, เอวํ สญฺโญชนานิ ปหียนฺติ, อนุสยา พฺยนฺตีโหนฺติ.
อนิจฺจโต มนสิกโรโต ญาณํ อุปฺปชฺชติ, ปีติ อุปฺปชฺชติ, ปสฺสทฺธิ อุปฺปชฺชติ, สุขํ อุปฺปชฺชติ, อธิโมกฺโข อุปฺปชฺชติ, ปคฺคโห อุปฺปชฺชติ, อุปฏฺฐานํ อุปฺปชฺชติ, อุเปกฺขา อุปฺปชฺชติ, นิกนฺติ อุปฺปชฺชติ, ‘นิกนฺติ ธมฺโม’ติ นิกนฺตึ อาวชฺชติ. ตโต วิกฺเขโป อุทฺธจฺจํ. เตน อุทฺธจฺเจน วิคฺคหิตมานโส อนิจฺจโต อุปฏฺฐานํ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ, ทุกฺขโต อุปฏฺฐานํ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ, อนตฺตโต อุปฏฺฐานํ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ. เตน วุจฺจติ – ‘‘ธมฺมุทฺธจฺจวิคฺคหิตมานโส โหติ โส สมโย, ยํ ตํ จิตฺตํ อชฺฌตฺตเมว สนฺติฏฺฐติ สนฺนิสีทติ เอโกทิ โหติ สมาธิยติ. ตสฺส มคฺโค สญฺชายตี’’ติ. กถํ มคฺโค สญฺชายติ…เป… เอวํ มคฺโค สญฺชายติ, เอวํ สญฺโญชนานิ ปหียนฺติ, อนุสยา พฺยนฺตีโหนฺติ.
ทุกฺขโต มนสิกโรโต…เป… อนตฺตโต มนสิกโรโต โอภาโส อุปฺปชฺชติ…เป… ญาณํ อุปฺปชฺชติ, ปีติ อุปฺปชฺชติ, ปสฺสทฺธิ อุปฺปชฺชติ, สุขํ อุปฺปชฺชติ, อธิโมกฺโข อุปฺปชฺชติ, ปคฺคโห อุปฺปชฺชติ, อุปฏฺฐานํ อุปฺปชฺชติ, อุเปกฺขา อุปฺปชฺชติ, นิกนฺติ อุปฺปชฺชติ, ‘นิกนฺติ ธมฺโม’ติ นิกนฺตึ อาวชฺชติ. ตโต วิกฺเขโป อุทฺธจฺจํ. เตน อุทฺธจฺเจน วิคฺคหิตมานโส อนตฺตโต อุปฏฺฐานํ, อนิจฺจโต อุปฏฺฐานํ, ทุกฺขโต อุปฏฺฐานํ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ. เตน วุจฺจติ – ‘‘ธมฺมุทฺธจฺจวิคฺคหิตมานโส…เป… เอวํ สญฺโญชนานิ ปหียนฺติ, อนุสยา พฺยนฺตีโหนฺติ’’.
รูปํ อนิจฺจโต มนสิกโรโต…เป… รูปํ ทุกฺขโต มนสิกโรโต… รูปํ อนตฺตโต มนสิกโรโต… เวทนํ…เป… สญฺญํ… สงฺขาเร… วิญฺญาณํ… จกฺขุํ…เป… ชรามรณํ อนิจฺจโต มนสิกโรโต…เป… ชรามรณํ ทุกฺขโต มนสิกโรโต, ชรามรณํ อนตฺตโต มนสิกโรโต โอภาโส อุปฺปชฺชติ…เป… ญาณํ อุปฺปชฺชติ, ปีติ อุปฺปชฺชติ, ปสฺสทฺธิ อุปฺปชฺชติ, สุขํ อุปฺปชฺชติ, อธิโมกฺโข อุปฺปชฺชติ, ปคฺคโห อุปฺปชฺชติ, อุปฏฺฐานํ อุปฺปชฺชติ, อุเปกฺขา อุปฺปชฺชติ, นิกนฺติ อุปฺปชฺชติ, ‘นิกนฺติ ธมฺโม’ติ นิกนฺตึ อาวชฺชติ. ตโต วิกฺเขโป อุทฺธจฺจํ. เตน อุทฺธจฺเจน วิคฺคหิตมานโส. ชรามรณํ อนตฺตโต อุปฏฺฐานํ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ. ชรามรณํ อนิจฺจโต อุปฏฺฐานํ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ, ชรามรณํ ทุกฺขโต อุปฏฺฐานํ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ. เตน วุจฺจติ – ‘‘ธมฺมุทฺธจฺจวิคฺคหิตมานโส โหติ. โส สมโย, ยํ ตํ จิตฺตํ อชฺฌตฺตเมว สนฺติฏฺฐติ สนฺนิสีทติ เอโกทิ โหติ สมาธิยติ. ตสฺส มคฺโค สญฺชายตี’’ติ. กถํ มคฺโค สญฺชายติ…เป… เอวํ มคฺโค สญฺชายติ. เอวํ สญฺโญชนานิ ปหียนฺติ, อนุสยา พฺยนฺตีโหนฺติ. เอวํ ธมฺมุทฺธจฺจวิคฺคหิตํ มานสํ โหติ.
๗. โอภาเส เจว ญาเณ จ, ปีติยา จ วิกมฺปติ;
ปสฺสทฺธิยา สุเข เจว, เยหิ จิตฺตํ ปเวธติ.
อธิโมกฺเข จ ปคฺคาเห, อุปฏฺฐาเน จ กมฺปติ;
อุเปกฺขาวชฺชนาย เจว, อุเปกฺขาย จ นิกนฺติยา.
อิมานิ ทส ฐานานิ, ปญฺญา ยสฺส ปริจฺจิตา;
ธมฺมุทฺธจฺจกุสโล โหติ, น จ สมฺโมห คจฺฉติ.
วิกฺขิปติ เจว กิลิสฺสติ จ, จวติ จิตฺตภาวนา;
วิกฺขิปติ น กิลิสฺสติ, ภาวนา ปริหายติ.
วิกฺขิปติ น กิลิสฺสติ, ภาวนา น ปริหายติ;
น จ วิกฺขิปเต จิตฺตํ น กิลิสฺสติ, น จวติ จิตฺตภาวนา.
อิเมหิ จตูหิ ฐาเนหิ จิตฺตสฺส สงฺเขปวิกฺเขปวิคฺคหิตํ [สงฺเขปํ วิกฺเขปํ วิคฺคหิตํ (สฺยา.)] ทส ฐาเน สมฺปชานาตีติ.
ยุคนทฺธกถา นิฏฺฐิตา.