๓. ฉตฺตงฺคปโญฺห
๓. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘ฉตฺตสฺส ตีณิ องฺคานิ คเหตพฺพานี’ติ ยํ วเทสิ, กตมานิ ตานิ ตีณิ องฺคานิ คเหตพฺพานี’’ติ? ‘‘ยถา, มหาราช, ฉตฺตํ อุปริ มุทฺธนิ จรติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน กิเลสานํ อุปริ มุทฺธนิ จเรน ภวิตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, ฉตฺตสฺส ปฐมํ องฺคํ คเหตพฺพํ.
‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, ฉตฺตํ มุทฺธนุปตฺถมฺภํ โหติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน โยนิโส มนสิการุปตฺถมฺเภน ภวิตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, ฉตฺตสฺส ทุติยํ องฺคํ คเหตพฺพํ.
‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, ฉตฺตํ วาตาตปเมฆวุฏฺฐิโย ปฏิหนติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน นานาวิธทิฏฺฐิปุถุสมณพฺราหฺมณานํ [มหาวาต (ก.)] มตวาตติวิธคฺคิสนฺตาปกิเลสวุฏฺฐิโย ปฏิหนฺตพฺพา. อิทํ, มหาราช, ฉตฺตสฺส ตติยํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, เถเรน สาริปุตฺเตน ธมฺมเสนาปตินา –
‘‘‘ยถาปิ ฉตฺตํ วิปุลํ, อจฺฉิทฺทํ ถิรสํหิตํ;
วาตาตปํ นิวาเรติ, มหตี เมฆวุฏฺฐิโย.
‘‘‘ตเถว พุทฺธปุตฺโตปิ, สีลฉตฺตธโร สุจิ;
กิเลสวุฏฺฐึ วาเรติ, สนฺตาปติวิธคฺคโย’’’ติ.
ฉตฺตงฺคปโญฺห ตติโย.