๗. กุมฺภวคฺโค
๑. กุมฺภงฺคปโญฺห
๑. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘กุมฺภสฺส เอกํ องฺคํ คเหตพฺพ’นฺติ ยํ วเทสิ, กตมํ ตํ เอกํ องฺคํ คเหตพฺพ’’นฺติ? ‘‘ยถา, มหาราช, กุมฺโภ สมฺปุณฺโณ น สณติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน อาคเม อธิคเม ปริยตฺติยํ สามญฺเญ ปารมึ ปตฺวา น สณิตพฺพํ, น เตน มาโน กรณีโย, น ทพฺโพ [ทปฺโป (สี.)] ทสฺเสตพฺโพ, นิหตมาเนน นิหตทพฺเพน ภวิตพฺพํ, อุชุเกน อมุขเรน อวิกตฺถินา. อิทํ, มหาราช, กุมฺภสฺส เอกํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา เทวาติเทเวน สุตฺตนิปาเต –
‘‘‘ยทูนกํ ตํ สณติ, ยํ ปูรํ สนฺตเมว ตํ;
อฑฺฒกุมฺภูปโม [ริตฺตกุมฺภูปโม (สี.)] พาโล, รหโท ปูโรว ปณฺฑิโต’’’ติ.
กุมฺภงฺคปโญฺห ปฐโม.
๒. กาฬายสงฺคปโญฺห
๒. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘กาฬายสสฺส [กาฬหํสสฺส (ก.)] เทฺว องฺคานิ คเหตพฺพานี’ติ ยํ วเทสิ, กตมานิ ตานิ เทฺว องฺคานิ คเหตพฺพานี’’ติ? ‘‘ยถา, มหาราช, กาฬายโส สุปีโต [สุถิโต (ก.)] วมติ [วหติ (สฺยา. ก.)], เอวเมว โข, มหาราช, โยคิโน โยคาวจรสฺส มานสํ โยนิโส มนสิกาเรน [โยนิโส มนสิกาเร (สี. สฺยา. ก.)] อปีตํ วมติ. อิทํ, มหาราช, กาฬายสสฺส ปฐมํ องฺคํ คเหตพฺพํ.
‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, กาฬายโส สกึ ปีตํ อุทกํ น วมติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน โย สกึ อุปฺปนฺโน ปสาโท, น ปุน โส วมิตพฺโพ ‘อุฬาโร โส ภควา สมฺมาสมฺพุทฺโธ, สฺวากฺขาโต ธมฺโม, สุปฺปฏิปนฺโน สงฺโฆ’ติ. ‘รูปํ อนิจฺจํ, เวทนา อนิจฺจา, สญฺญา อนิจฺจา, สงฺขารา อนิจฺจา, วิญฺญาณํ อนิจฺจนฺติ ยํ สกึ อุปฺปนฺนํ ญาณํ, น ปุน ตํ วมิตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, กาฬายสสฺส ทุติยํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา เทวาติเทเวน –
‘‘‘ทสฺสนมฺหิ ปริโสธิโต [ปริโสธิเก (สี. ก.)] นโร, อริยธมฺเม นิยโต วิเสสคู;
นปฺปเวธติ อเนกภาคโส, สพฺพโส จ มุขภาวเมว โส’’’ติ.
กาฬายสงฺคปโญฺห ทุติโย.
๓. ฉตฺตงฺคปโญฺห
๓. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘ฉตฺตสฺส ตีณิ องฺคานิ คเหตพฺพานี’ติ ยํ วเทสิ, กตมานิ ตานิ ตีณิ องฺคานิ คเหตพฺพานี’’ติ? ‘‘ยถา, มหาราช, ฉตฺตํ อุปริ มุทฺธนิ จรติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน กิเลสานํ อุปริ มุทฺธนิ จเรน ภวิตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, ฉตฺตสฺส ปฐมํ องฺคํ คเหตพฺพํ.
‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, ฉตฺตํ มุทฺธนุปตฺถมฺภํ โหติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน โยนิโส มนสิการุปตฺถมฺเภน ภวิตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, ฉตฺตสฺส ทุติยํ องฺคํ คเหตพฺพํ.
‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, ฉตฺตํ วาตาตปเมฆวุฏฺฐิโย ปฏิหนติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน นานาวิธทิฏฺฐิปุถุสมณพฺราหฺมณานํ [มหาวาต (ก.)] มตวาตติวิธคฺคิสนฺตาปกิเลสวุฏฺฐิโย ปฏิหนฺตพฺพา. อิทํ, มหาราช, ฉตฺตสฺส ตติยํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, เถเรน สาริปุตฺเตน ธมฺมเสนาปตินา –
‘‘‘ยถาปิ ฉตฺตํ วิปุลํ, อจฺฉิทฺทํ ถิรสํหิตํ;
วาตาตปํ นิวาเรติ, มหตี เมฆวุฏฺฐิโย.
‘‘‘ตเถว พุทฺธปุตฺโตปิ, สีลฉตฺตธโร สุจิ;
กิเลสวุฏฺฐึ วาเรติ, สนฺตาปติวิธคฺคโย’’’ติ.
ฉตฺตงฺคปโญฺห ตติโย.
๔. เขตฺตงฺคปโญฺห
๔. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘เขตฺตสฺส ตีณิ องฺคานิ คเหตพฺพานี’ติ ยํ วเทสิ, กตมานิ ตานิ ตีณิ องฺคานิ คเหตพฺพานี’’ติ? ‘‘ยถา, มหาราช, เขตฺตํ มาติกาสมฺปนฺนํ โหติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน สุจริตวตฺตปฺปฏิวตฺตมาติกาสมฺปนฺเนน ภวิตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, เขตฺตสฺส ปฐมํ องฺคํ คเหตพฺพํ.
‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, เขตฺตํ มริยาทาสมฺปนฺนํ โหติ, ตาย จ มริยาทาย อุทกํ รกฺขิตฺวา ธญฺญํ ปริปาเจติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน สีลหิริมริยาทาสมฺปนฺเนน ภวิตพฺพํ, ตาย จ สีลหิริมริยาทาย สามญฺญํ รกฺขิตฺวา จตฺตาริ สามญฺญผลานิ คเหตพฺพานิ. อิทํ, มหาราช, เขตฺตสฺส ทุติยํ องฺคํ คเหตพฺพํ.
‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, เขตฺตํ อุฏฺฐานสมฺปนฺนํ โหติ, กสฺสกสฺส หาสชนกํ อปฺปมฺปิ พีชํ วุตฺตํ พหุ โหติ, พหุ วุตฺตํ พหุตรํ โหติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน อุฏฺฐานสมฺปนฺเนน วิปุลผลทายินา ภวิตพฺพํ, ทายกานํ หาสชนเกน ภวิตพฺพํ, ยถา อปฺปํ ทินฺนํ พหุ โหติ, พหุ ทินฺนํ พหุตรํ โหติ. อิทํ, มหาราช, เขตฺตสฺส ตติยํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, เถเรน อุปาลินา วินยธเรน –
‘‘‘เขตฺตูปเมน ภวิตพฺพํ, อุฏฺฐานวิปุลทายินา;
เอส เขตฺตวโร นาม, โย ททาติ วิปุลํ ผล’’’นฺติ.
เขตฺตงฺคปโญฺห จตุตฺโถ.
๕. อคทงฺคปโญฺห
๕. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘อคทสฺส เทฺว องฺคานิ คเหตพฺพานี’ติ ยํ วเทสิ, กตมานิ ตานิ เทฺว องฺคานิ คเหตพฺพานี’’ติ. ‘‘ยถา, มหาราช, อคเท กิมี น สณฺฐหนฺติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน มานเส กิเลสา น สณฺฐเปตพฺพา. อิทํ, มหาราช, อคทสฺส ปฐมํ องฺคํ คเหตพฺพํ.
‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, อคโท ทฏฺฐผุฏฺฐทิฏฺฐอสิตปีตขายิตสายิตํ สพฺพํ วิสํ ปฏิหนติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน ราคโทสโมหมานทิฏฺฐิวิสํ สพฺพํ ปฏิหนิตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, อคทสฺส ทุติยํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา เทวาติเทเวน –
‘‘‘สงฺขารานํ สภาวตฺถํ, ทฏฺฐุกาเมน โยคินา;
อคเทเนว โหตพฺพํ, กิเลสวิสนาสเน’’’ติ.
อคทงฺคปโญฺห ปญฺจโม.
๖. โภชนงฺคปโญฺห
๖. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘โภชนสฺส ตีณิ องฺคานิ คเหตพฺพานี’ติ ยํ วเทสิ, กตมานิ ตานิ ตีณิ องฺคานิ คเหตพฺพานี’’ติ? ‘‘ยถา, มหาราช, โภชนํ สพฺพสตฺตานํ อุปตฺถมฺโภ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน สพฺพสตฺตานํ มคฺคุปตฺถมฺเภน ภวิตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, โภชนสฺส ปฐมํ องฺคํ คเหตพฺพํ.
‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, โภชนํ สพฺพสตฺตานํ พลํ วฑฺเฒติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน ปุญฺญวฑฺฒิยา วฑฺฒิตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, โภชนสฺส ทุติยํ องฺคํ คเหตพฺพํ.
‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, โภชนํ สพฺพสตฺตานํ อภิปตฺถิตํ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน สพฺพโลกาภิปตฺถิเตน ภวิตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, โภชนสฺส ตติยํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, เถเรน มหาโมคฺคลฺลาเนน –
‘‘‘สํยเมน นิยเมน, สีเลน ปฏิปตฺติยา;
ปตฺถิเตน ภวิตพฺพํ, สพฺพโลกสฺส โยคินา’’’ติ.
โภชนงฺคปโญฺห ฉฏฺโฐ.
๗. อิสฺสาสงฺคปโญฺห
๗. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘อิสฺสาสสฺส จตฺตาริ องฺคานิ คเหตพฺพานี’ติ ยํ วเทสิ, กตมานิ ตานิ จตฺตาริ องฺคานิ คเหตพฺพานี’’ติ? ‘‘ยถา, มหาราช, อิสฺสาโส สเร ปาตยนฺโต อุโภ ปาเท ปถวิยํ ทฬฺหํ ปติฏฺฐาเปติ, ชณฺณุอเวกลฺลํ กโรติ, สรกลาปํ กฏิสนฺธิมฺหิ ฐเปติ, กายํ อุปตฺถทฺธํ กโรติ, เทฺว หตฺเถ สนฺธิฏฺฐานํ อาโรเปติ, มุฏฺฐึ ปีฬยติ, องฺคุลิโย นิรนฺตรํ กโรติ, คีวํ ปคฺคณฺหาติ, จกฺขูนิ มุขญฺจ ปิทหติ, นิมิตฺตํ อุชุํ กโรติ, หาสมุปฺปาเทติ ‘วิชฺฌิสฺสามี’ติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน สีลปถวิยํ วีริยปาเท ปติฏฺฐาเปตพฺพํ, ขนฺติโสรจฺจํ อเวกลฺลํ กาตพฺพํ, สํวเร จิตฺตํ ฐเปตพฺพํ, สํยมนิยเม อตฺตา อุปเนตพฺโพ, อิจฺฉา มุจฺฉา ปีฬยิตพฺพา, โยนิโส มนสิกาเร จิตฺตํ นิรนฺตรํ กาตพฺพํ, วีริยํ ปคฺคเหตพฺพํ, ฉ ทฺวารา ปิทหิตพฺพา, สติ อุปฏฺฐเปตพฺพา, หาสมุปฺปาเทตพฺพํ ‘สพฺพกิเลเส ญาณนาราเจน วิชฺฌิสฺสามี’ติ. อิทํ, มหาราช, อิสฺสาสสฺส ปฐมํ องฺคํ คเหตพฺพํ.
‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, อิสฺสาโส อาฬกํ ปริหรติ วงฺกชิมฺหกุฏิลนาราจสฺส อุชุกรณาย. เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน อิมสฺมึ กาเย สติปฏฺฐานอาฬกํ ปริหริตพฺพํ วงฺกชิมฺหกุฏิลจิตฺตสฺส อุชุกรณาย. อิทํ, มหาราช, อิสฺสาสสฺส ทุติยํ องฺคํ คเหตพฺพํ.
‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, อิสฺสาโส ลกฺเข อุปาเสติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน อิมสฺมึ กาเย อุปาสิตพฺพํ. กถํ มหาราช โยคินา โยคาวจเรน อิมสฺมึ กาเย อุปาสิตพฺพํ? อนิจฺจโต อุปาสิตพฺพํ, ทุกฺขโต อุปาสิตพฺพํ, อนตฺตโต อุปาสิตพฺพํ, โรคโต…เป… คณฺฑโต…เป… สลฺลโต…เป… อฆโต…เป… อาพาธโต…เป… ปรโต…เป… ปโลกโต…เป… อีติโต…เป… อุปทฺทวโต…เป… ภยโต…เป… อุปสคฺคโต…เป… จลโต…เป… ปภงฺคุโต…เป… อทฺธุวโต…เป… อตาณโต…เป… อเลณโต…เป… อสรณโต…เป… ริตฺตโต…เป… ตุจฺฉโต…เป… สุญฺญโต…เป… อาทีนวโต…เป… วิปริณามธมฺมโต…เป… อสารโต …เป… อฆมูลโต…เป… วธกโต…เป… วิภวโต…เป… สาสวโต…เป… สงฺขตโต…เป… มารามิสโต…เป… ชาติธมฺมโต…เป… ชราธมฺมโต…เป… พฺยาธิธมฺมโต…เป… มรณธมฺมโต…เป… โสกธมฺมโต…เป… ปริเทวธมฺมโต…เป… อุปายาสธมฺมโต…เป… สํกิเลสธมฺมโต…เป… เอวํ โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน อิมสฺมึ กาเย อุปาสิตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, อิสฺสาสสฺส ตติยํ องฺคํ คเหตพฺพํ.
‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, อิสฺสาโส สายํ ปาตํ อุปาสติ. เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน สายํ ปาตํ อารมฺมเณ อุปาสิตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, อิสฺสาสสฺส จตุตฺถํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, เถเรน สาริปุตฺเตน ธมฺมเสนาปตินา –
‘‘‘ยถา อิสฺสาสโก นาม, สายํ ปาตํ อุปาสติ;
อุปาสนํ อริญฺจนฺโต [น ริจฺฉนฺโต (สี. ก.)], ลภเต ภตฺตเวตนํ.
‘‘‘ตเถว พุทฺธปุตฺโตปิ, กโรติ กายุปาสนํ;
กายุปาสนํ อริญฺจนฺโต, อรหตฺตมธิคจฺฉตี’’’ติ.
อิสฺสาสงฺคปโญฺห สตฺตโม.
กุมฺภวคฺโค สตฺตโม [อิโต ปรํ ราชงฺคปญฺหาทิกา อฏฺฐตึส ปญฺหา วินฏฺฐา, เยหิ ตา ทิฏฺฐา,§เตหิ โน อาโรเจตพฺพา ปุน มุทฺทาปนกาเล ปกฺขิปนตฺถายาติ (น, พุ, ส)].
ตสฺสุทฺทานํ –
กุมฺโภ จ กาฬายโส จ, ฉตฺตํ เขตฺตญฺจ อคโท;
โภชเนน จ อิสฺสาโส, วุตฺตํ ทานิ วิทูหีติ.
โอปมฺมกถาปโญฺห นิฏฺฐิโต.