๓. เปณาหิกงฺคปโญฺห

๓. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘เปณาหิกาย เทฺว องฺคานิ คเหตพฺพานี’ติ ยํ วเทสิ, กตมานิ ตานิ เทฺว องฺคานิ คเหตพฺพานี’’ติ? ‘‘ยถา, มหาราช, เปณาหิกา สกปติมฺหิ อุสูยาย ฉาปเก น โปสยติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน สกมเน [สกมโน (ก.)] กิเลเส อุปฺปนฺเน อุสูยายิตพฺพํ, สติปฏฺฐาเนน สมฺมาสํวรสุสิเร ปกฺขิปิตฺวา มโนทฺวาเร กายคตาสติ ภาเวตพฺพา. อิทํ, มหาราช, เปณาหิกาย ปฐมํ องฺคํ คเหตพฺพํ.

‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, เปณาหิกา ปวเน ทิวสํ โคจรํ จริตฺวา สายํ ปกฺขิคณํ อุเปติ อตฺตโน คุตฺติยา, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน เอกเกน ปวิเวกํ เสวิตพฺพํ สํโยชนปริมุตฺติยา, ตตฺร รตึ อลภมาเนน อุปวาทภยปริรกฺขณาย สงฺฆํ โอสริตฺวา สงฺฆรกฺขิเตน วสิตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, เปณาหิกาย ทุติยํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, พฺรหฺมุนา สหมฺปตินา ภควโต สนฺติเก –

‘‘‘เสเวถ ปนฺตานิ เสนาสนานิ, จเรยฺย สํโยชนวิปฺปโมกฺขา;

สเจ รตึ นาธิคจฺเฉยฺย ตตฺถ, สงฺเฆ วเส รกฺขิตตฺโต สตีมา’’’ติ.

เปณาหิกงฺคปโญฺห ตติโย.