๕. สีหวคฺโค

๑. สีหงฺคปโญฺห

๑. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘สีหสฺส สตฺต องฺคานิ คเหตพฺพานี’ติ ยํ วเทสิ, กตมานิ ตานิ สตฺต องฺคานิ คเหตพฺพานี’’ติ? ‘‘ยถา, มหาราช, สีโห นาม เสตวิมลปริสุทฺธปณฺฑโร, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน เสตวิมลปริสุทฺธปณฺฑรจิตฺเตน พฺยปคตกุกฺกุจฺเจน ภวิตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, สีหสฺส ปฐมํ องฺคํ คเหตพฺพํ.

‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, สีโห จตุจรโณ วิกฺกนฺตจารี, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน จตุริทฺธิปาทจรเณน ภวิตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, สีหสฺส ทุติยํ องฺคํ คเหตพฺพํ.

‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, สีโห อภิรูปรุจิรเกสรี, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน อภิรูปรุจิรสีลเกสรินา ภวิตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, สีหสฺส ตติยํ องฺคํ คเหตพฺพํ.

‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, สีโห ชีวิตปริยาทาเนปิ น กสฺสจิ โอนมติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารปริยาทาเนปิ น กสฺสจิ โอนมิตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, สีหสฺส จตุตฺถํ องฺคํ คเหตพฺพํ.

‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, สีโห สปทานภกฺโข ยสฺมึ โอกาเส นิปตติ, ตตฺเถว ยาวทตฺถํ ภกฺขยติ, น วรมํสํ วิจินาติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน สปทานภกฺเขน ภวิตพฺพํ, น กุลานิ วิจินิตพฺพานิ, น ปุพฺพเคหํ หิตฺวา กุลานิ อุปสงฺกมิตพฺพานิ, น โภชนํ วิจินิตพฺพํ, ยสฺมึ โอกาเส กพฬํ อาทียติ, ตสฺมึ เยว โอกาเส ภุญฺชิตพฺพํ สรีรยาปนตฺถํ [สรีรยาปนมตฺตํ (สี. ปี.)], น วรโภชนํ วิจินิตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, สีหสฺส ปญฺจมํ องฺคํ คเหตพฺพํ.

‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, สีโห อสนฺนิธิภกฺโข, สกึ โคจรํ ภกฺขยิตฺวา น ปุน ตํ อุปคจฺฉติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน อสนฺนิธิการปริโภคินา ภวิตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, สีหสฺส ฉฏฺฐํ องฺคํ คเหตพฺพํ.

‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, สีโห โภชนํ อลทฺธา น ปริตสฺสติ, ลทฺธาปิ โภชนํ อคธิโต [อคถิโต (สี.)] อมุจฺฉิโต อนชฺโฌสนฺโน ปริภุญฺชติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน โภชนํ อลทฺธา น ปริตสฺสิตพฺพํ, ลทฺธาปิ โภชนํ อคธิเตน อมุจฺฉิเตน อนชฺโฌสนฺเนน อาทีนวทสฺสาวินา นิสฺสรณปญฺเญน ปริภุญฺชิตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, สีหสฺส สตฺตมํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา เทวาติเทเวน สํยุตฺตนิกายวเร เถรํ มหากสฺสปํ ปริกิตฺตยมาเนน –

‘สนฺตุฏฺโฐยํ, ภิกฺขเว, กสฺสโป อิตรีตเรน ปิณฺฑปาเตน, อิตรีตรปิณฺฑปาตสนฺตุฏฺฐิยา จ วณฺณวาที, น จ ปิณฺฑปาตเหตุ อเนสนํ อปฺปติรูปํ อาปชฺชติ, อลทฺธา จ ปิณฺฑปาตํ น ปริตสฺสติ, ลทฺธา จ ปิณฺฑปาตํ อคธิโต อมุจฺฉิโต อนชฺโฌสนฺโน อาทีนวทสฺสาวี นิสฺสรณปญฺโญ ปริภุญฺชตี’’’ติ.

สีหงฺคปโญฺห ปฐโม.

๒. จกฺกวากงฺคปโญฺห

๒. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘จกฺกวากสฺส ตีณิ องฺคานิ คเหตพฺพานี’ติ ยํ วเทสิ, กตมานิ ตานิ ตีณิ องฺคานิ คเหตพฺพานีติ’’? ‘‘ยถา, มหาราช, จกฺกวาโก ยาว ชีวิตปริยาทานา ทุติยิกํ น วิชหติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน ยาว ชีวิตปริยาทานา โยนิโส มนสิกาโร น วิชหิตพฺโพ. อิทํ, มหาราช, จกฺกวากสฺส ปฐมํ องฺคํ คเหตพฺพํ.

‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, จกฺกวาโก เสวาลปณกภกฺโข, เตน จ สนฺตุฏฺฐึ อาปชฺชติ, ตาย จ สนฺตุฏฺฐิยา พเลน จ วณฺเณน จ น ปริหายติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน ยถาลาภสนฺโตโส กรณีโย, ยถาลาภสนฺตุฏฺโฐ โข, มหาราช, โยคี โยคาวจโร น ปริหายติ สีเลน, น ปริหายติ สมาธินา, น ปริหายติ ปญฺญาย, น ปริหายติ วิมุตฺติยา, น ปริหายติ วิมุตฺติญาณทสฺสเนน, น ปริหายติ สพฺเพหิ กุสเลหิ ธมฺเมหิ. อิทํ, มหาราช, จกฺกวากสฺส ทุติยํ องฺคํ คเหตพฺพํ.

‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, จกฺกวาโก ปาเณ น วิเหฐยติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน นิหิตทณฺเฑน นิหิตสตฺเถน ลชฺชินา ทยาปนฺเนน สพฺพปาณภูตหิตานุกมฺปินา ภวิตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, จกฺกวากสฺส ตติยํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา เทวาติเทเวน จกฺกวากชาตเก –

‘‘‘โย น หนฺติ น ฆาเตติ, น ชินาติ น ชาปเย;

เมตฺตํโส [อหึสา (สี. ปี.)] สพฺพภูเตสุ, เวรํ ตสฺส น เกนจี’’’ติ.

จกฺกวากงฺคปโญฺห ทุติโย.

๓. เปณาหิกงฺคปโญฺห

๓. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘เปณาหิกาย เทฺว องฺคานิ คเหตพฺพานี’ติ ยํ วเทสิ, กตมานิ ตานิ เทฺว องฺคานิ คเหตพฺพานี’’ติ? ‘‘ยถา, มหาราช, เปณาหิกา สกปติมฺหิ อุสูยาย ฉาปเก น โปสยติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน สกมเน [สกมโน (ก.)] กิเลเส อุปฺปนฺเน อุสูยายิตพฺพํ, สติปฏฺฐาเนน สมฺมาสํวรสุสิเร ปกฺขิปิตฺวา มโนทฺวาเร กายคตาสติ ภาเวตพฺพา. อิทํ, มหาราช, เปณาหิกาย ปฐมํ องฺคํ คเหตพฺพํ.

‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, เปณาหิกา ปวเน ทิวสํ โคจรํ จริตฺวา สายํ ปกฺขิคณํ อุเปติ อตฺตโน คุตฺติยา, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน เอกเกน ปวิเวกํ เสวิตพฺพํ สํโยชนปริมุตฺติยา, ตตฺร รตึ อลภมาเนน อุปวาทภยปริรกฺขณาย สงฺฆํ โอสริตฺวา สงฺฆรกฺขิเตน วสิตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, เปณาหิกาย ทุติยํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, พฺรหฺมุนา สหมฺปตินา ภควโต สนฺติเก –

‘‘‘เสเวถ ปนฺตานิ เสนาสนานิ, จเรยฺย สํโยชนวิปฺปโมกฺขา;

สเจ รตึ นาธิคจฺเฉยฺย ตตฺถ, สงฺเฆ วเส รกฺขิตตฺโต สตีมา’’’ติ.

เปณาหิกงฺคปโญฺห ตติโย.

๔. ฆรกโปตงฺคปโญฺห

๔. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘ฆรกโปตสฺส เอกํ องฺคํ คเหตพฺพ’นฺติ ยํ วเทสิ, กตมํ ตํ เอกํ องฺคํ คเหตพฺพ’’นฺติ? ‘‘ยถา, มหาราช, ฆรกโปโต ปรเคเห วสมาโน น เตสํ กิญฺจิ ภณฺฑสฺส นิมิตฺตํ คณฺหาติ, มชฺฌตฺโต วสติ สญฺญาพหุโล, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน ปรกุลํ อุปคเตน ตสฺมึ กุเล อิตฺถีนํ วา ปุริสานํ วา มญฺเจ วา ปีเฐ วา วตฺเถ วา อลงฺกาเร วา อุปโภเค วา ปริโภเค วา โภชนวิกตีสุ วา น นิมิตฺตํ คเหตพฺพํ, มชฺฌตฺเตน ภวิตพฺพํ, สมณสญฺญา ปจฺจุปฏฺฐเปตพฺพา. อิทํ, มหาราช, ฆรกโปตสฺส เอกํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา เทวาติเทเวน จูฬนารทชาตเก –

‘‘‘ปวิสิตฺวา ปรกุลํ, ปานตฺถํ โภชนาย วา [ปาเนสุ โภชเนสุ วา (สี. ปี.)];

มิตํ ขาเท มิตํ ภุญฺเช, น จ รูเป มนํ กเร’’’ติ.

ฆรกโปตงฺคปโญฺห จตุตฺโถ.

๕. อุลูกงฺคปโญฺห

๕. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘อุลูกสฺส เทฺว องฺคานิ คเหตพฺพานี’ติ ยํ วเทสิ, กตมานิ ตานิ เทฺว องฺคานิ คเหตพฺพานี’’ติ? ‘‘ยถา, มหาราช, อุลูโก กาเกหิ ปฏิวิรุทฺโธ, รตฺตึ กากสงฺฆํ คนฺตฺวา พหูปิ กาเก หนติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน อญฺญาเณน ปฏิวิรุทฺโธ กาตพฺโพ, เอเกน รโห นิสีทิตฺวา อญฺญาณํ สมฺปมทฺทิตพฺพํ, มูลโต ฉินฺทิตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, อุลูกสฺส ปฐมํ คเหตพฺพํ.

‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, อุลูโก สุปฺปฏิสลฺลีโน โหติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน ปฏิสลฺลานาราเมน ภวิตพฺพํ ปฏิสลฺลานรเตน. อิทํ, มหาราช, อุลูกสฺส ทุติยํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา เทวาติเทเวน สํยุตฺตนิกายวเร –

‘‘‘อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ปฏิสลฺลานาราโม ปฏิสลฺลานรโต ‘‘อิทํ ทุกฺข’’นฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ‘‘อยํ ทุกฺขสมุทโย’’ติ ยถา ภูถํ ปชานาติ, ‘‘อยํ ทุกฺขนิโรโธ’’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ‘‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’’ติ ยถาภูตํ ปชานาตี’’’ติ.

อุลูกงฺคปโญฺห ปญฺจโม.

๖. สตปตฺตงฺคปโญฺห

๖. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘สตปตฺตสฺส เอกํ องฺคํ คเหตพฺพ’นฺติ ยํ วเทสิ, กตมํ ตํ เอกํ องฺคํ คเหตพฺพ’’นฺติ? ‘‘ยถา, มหาราช, สตปตฺโต รวิตฺวา ปเรสํ เขมํ วา ภยํ วา อาจิกฺขติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน ปเรสํ ธมฺมํ เทสยมาเนน วินิปาตํ ภยโต ทสฺสยิตพฺพํ, นิพฺพานํ เขมโต ทสฺสยิตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, สตปตฺตสฺส เอกํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, เถเรน ปิณฺโฑลภารทฺวาเชน –

‘‘‘นิรเย ภยสนฺตาสํ, นิพฺพาเน วิปุลํ สุขํ;

อุภยาเนตานตฺถานิ ทสฺเสตพฺพานิ โยคินา’’’ติ.

สตปตฺตงฺคปโญฺห ฉฏฺโฐ.

๗. วคฺคุลิงฺคปโญฺห

๗. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘วคฺคุลิสฺส เทฺว องฺคานิ คเหตพฺพานี’ติ ยํ วเทสิ, กตมานิ ตานิ เทฺว องฺคานิ คเหตพฺพานี’’ติ? ‘‘ยถา, มหาราช, วคฺคุลิ เคหํ ปวิสิตฺวา วิจริตฺวา นิกฺขมติ, น ตตฺถ ปลิพุทฺธติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน คามํ ปิณฺฑาย ปวิสิตฺวา สปทานํ วิจริตฺวา ปฏิลทฺธลาเภน ขิปฺปเมว นิกฺขมิตพฺพํ, น ตตฺถ ปลิพุทฺเธน ภวิตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, วคฺคุลิสฺส ปฐมํ องฺคํ คเหตพฺพํ.

‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, วคฺคุลิ ปรเคเห วสมาโน น เตสํ ปริหานึ กโรติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน กุลานิ อุปสงฺกมิตฺวา อติยาจนาย วา วิญฺญตฺติพหุลตาย วา กายโทสพหุลตาย วา อติภาณิตาย วา สมานสุขทุกฺขตาย วา น เตสํ โกจิ วิปฺปฏิสาโร กรณีโย, นปิ เตสํ มูลกมฺมํ ปริหาเปตพฺพํ, สพฺพถา วฑฺฒิ เยว อิจฺฉิตพฺพา. อิทํ, มหาราช, วคฺคุลิสฺส ทุติยํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา เทวาติเทเวน ทีฆนิกายวเร ลกฺขณสุตฺตนฺเต –

‘‘‘สทฺธาย สีเลน สุเตน พุทฺธิยา, จาเคน ธมฺเมน พหูหิ สาธุหิ;

ธเนน ธญฺเญน จ เขตฺตวตฺถุนา, ปุตฺเตหิ ทาเรหิ จตุปฺปเทหิ จ.

‘‘‘ญาตีหิ มิตฺเตหิ จ พนฺธเวหิ, พเลน วณฺเณน สุเขน จูภยํ;

กถํ น หาเยยฺยุํ ปเรติ อิจฺฉติ, อตฺถสมิทฺธิญฺจ ปนาภิกงฺขตี’’’ติ.

วคฺคุลิงฺคปโญฺห สตฺตโม.

๘. ชลูกงฺคปโญฺห

๘. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘ชลูกาย เอกํ องฺคํ คเหตพฺพ’นฺติ ยํ วเทสิ, กตมํ ตํ เอกํ องฺคํ คเหตพฺพ’’นฺติ? ‘‘ยถา, มหาราช, ชลูกา ยตฺถ อลฺลียติ, ตตฺเถว ทฬฺหํ อลฺลียิตฺวา รุหิรํ ปิวติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน ยสฺมึ อารมฺมเณ จิตฺตํ อลฺลียติ, ตํ อารมฺมณํ วณฺณโต จ สณฺฐานโต จ ทิสโต จ โอกาสโต จ ปริจฺเฉทโต จ ลิงฺคโต จ นิมิตฺตโต จ ทฬฺหํ ปติฏฺฐาเปตฺวา เตเนวารมฺมเณน วิมุตฺติรสมเสจนกํ ปาตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, ชลูกาย เอกํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, เถเรน อนุรุทฺเธน –

‘‘‘ปริสุทฺเธน จิตฺเตน, อารมฺมเณ ปติฏฺฐาย;

เตน จิตฺเตน ปาตพฺพํ, วิมุตฺติรสมเสจน’’’นฺติ.

ชลูกงฺคปโญฺห อฏฺฐโม.

๙. สปฺปงฺคปโญฺห

๙. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘สปฺปสฺส ตีณิ องฺคานิ คเหตพฺพานี’ติ ยํ วเทสิ, กตมานิ ตานิ ตีณิ องฺคานิ คเหตพฺพานี’’ติ? ‘‘ยถา, มหาราช, สปฺโป อุเรน คจฺฉติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน ปญฺญาย จริตพฺพํ, ปญฺญาย จรมานสฺส โข, มหาราช, โยคิโน จิตฺตํ ญาเย จรติ, วิลกฺขณํ วิวชฺเชติ, สลกฺขณํ ภาเวติ. อิทํ, มหาราช, สปฺปสฺส ปฐมํ องฺคํ คเหตพฺพํ.

‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, สปฺโป จรมาโน โอสธํ ปริวชฺเชนฺโต จรติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน ทุจฺจริตํ ปริวชฺเชนฺเตน จริตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, สปฺปสฺส ทุติยํ องฺคํ คเหตพฺพํ.

‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, สปฺโป มนุสฺเส ทิสฺวา ตปฺปติ [มนุสฺสํ ทิสฺวา กมฺปติ (ก.)] โสจติ จินฺตยติ, เอวเมว โข มหาราช โยคินา โยคาวจเรน กุวิตกฺเก, วิตกฺเกตฺวา อรตึ อุปฺปาทยิตฺวา ตปฺปิตพฺพํ โสจิตพฺพํ จินฺตยิตพฺพํ ‘ปมาเทน เม ทิวโส วีตินามิโต, น โส ปุน สกฺกา ลทฺธุ’นฺติ. อิทํ, มหาราช, สปฺปสฺส ตติยํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา ภลฺลาฏิยชาตเก ทฺวินฺนํ กินฺนรานํ –

‘‘‘มเยกรตฺตํ [ยเมกรตฺตึ (สี. ปี.)] วิปฺปวสิมฺห ลุทฺท, อกามกา อญฺญมญฺญํ สรนฺตา;

ตเมกรตฺตํ [ตเมกรตฺตึ (สี. ปี.)] อนุตปฺปมานา, โสจาม ‘สา รตฺติ ปุน นเหสฺสตี’’’ติ.

สปฺปงฺคปโญฺห นวโม.

๑๐. อชครงฺคปโญฺห

๑๐. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘อชครสฺส เอกํ องฺคํ คเหตพฺพ’นฺติ ยํ วเทสิ, กตมํ ตํ เอกํ องฺคํ คเหตพฺพ’’นฺติ? ‘‘ยถา, มหาราช, อชคโร มหติมหากาโย พหูปิ ทิวเส อูนูทโร ทีนตโร กุจฺฉิปูรํ อาหารํ น ลภติ, อปริปุณฺโณ เยว ยาวเทว สรีรยาปนมตฺตเกน ยาเปติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคิโน โยคาวจรสฺส ภิกฺขาจริยปฺปสุตสฺส ปรปิณฺฑมุปคตสฺส ปรทินฺนปฺปาฏิกงฺขิสฺส สยํคาหปฺปฏิวิรตสฺส ทุลฺลภํ อุทรปริปูรํ อาหารํ, อปิ จ อตฺถวสิเกน กุลปุตฺเตน จตฺตาโร ปญฺจ อาโลเป อภุญฺชิตฺวา อวเสสํ อุทเกน ปริปูเรตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, อชครสฺส เอกํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, เถเรน สาริปุตฺเตน ธมฺมเสนาปตินา –

‘‘‘อลฺลํ สุกฺขํ วา ภุญฺชนฺโต, น พาฬฺหํ สุหิโต สิยา;

อูนูทโร มิตาหาโร, สโต ภิกฺขุ ปริพฺพเช.

‘‘‘จตฺตาโร ปญฺจ อาโลเป, อภุตฺวา อุทกํ ปิเว;

อลํ ผาสุ วิหาราย, ปหิตตฺตสฺส ภิกฺขุโน’’’ติ.

อชครงฺคปโญฺห ทสโม.

สีหวคฺโค ปญฺจโม.

ตสฺสุทฺทานํ –

เกสรี จกฺกวาโก จ, เปณาหิ ฆรกโปตโก;

อุลูโก สตปตฺโต จ, วคฺคุลิ จ ชลูปิกา;

สปฺโป อชคโร เจว, วคฺโค เตน ปวุจฺจตีติ.