๒. พิฬารงฺคปโญฺห

๒. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘พิฬารสฺส เทฺว องฺคานิ คเหตพฺพานี’ติ ยํ วเทสิ, กตมานิ ตานิ เทฺว องฺคานิ คเหตพฺพานี’’ติ? ‘‘ยถา, มหาราช, พิฬาโร คุหาคโตปิ สุสิรคโตปิ หมฺมิยนฺตรคโตปิ อุนฺทูรํ เยว ปริเยสติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน คามคเตนาปิ อรญฺญคเตนาปิ รุกฺขมูลคเตนาปิ สุญฺญาคารคเตนาปิ สตตํ สมิตํ อปฺปมตฺเตน กายคตาสติโภชนํ เยว ปริเยสิตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, พิฬารสฺส ปฐมํ องฺคํ คเหตพฺพํ.

‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, พิฬาโร อาสนฺเน เยว โคจรํ ปริเยสติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน อิเมสุ เยว ปญฺจสุ อุปาทานกฺขนฺเธสุ อุทยพฺพยานุปสฺสินา วิหริตพฺพํ ‘อิติ รูปํ อิติ รูปสฺส สมุทโย อิติ รูปสฺส อตฺถงฺคโม, อิติ เวทนา อิติ เวทนาย สมุทโย อิติ เวทนาย อตฺถงฺคโม, อิติ สญฺญา อิติ สญฺญาย สมุทโย อิติ สญฺญาย อตฺถงฺคโม, อิติ สงฺขารา อิติ สงฺขารานํ สมุทโย อิติ สงฺขารานํ อตฺถงฺคโม, อิติ วิญฺญาณํ อิติ วิญฺญาณสฺส สมุทโย อิติ วิญฺญาณสฺส อตฺถงฺคโม’ติ. อิทํ, มหาราช, พิฬารสฺส ทุติยํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา เทวาติเทเวน –

‘‘‘น อิโต ทูเร ภวิตพฺพํ, ภวคฺคํ กึ กริสฺสติ;

ปจฺจุปฺปนฺนมฺหิ โวหาเร, สเก กายมฺหิ วินฺทถา’’’ติ.

พิฬารงฺคปโญฺห ทุติโย.