๔. อุปจิกาวคฺโค
๑. อุปจิกงฺคปโญฺห
๑. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘อุปจิกาย เอกํ องฺคํ คเหตพฺพ’นฺติ ยํ วเทสิ, กตมํ ตํ เอกํ องฺคํ คเหตพฺพ’’นฺติ? ‘‘ยถา, มหาราช, อุปจิกา อุปริ ฉทนํ กตฺวา อตฺตานํ ปิทหิตฺวา โคจราย จรติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน สีลสํวรฉทนํ กตฺวา มานสํ ปิทหิตฺวา ปิณฺฑาย จริตพฺพํ, สีลสํวรฉทเนน โข, มหาราช, โยคี โยคาวจโร สพฺพภยสมติกฺกนฺโต โหติ. อิทํ, มหาราช, อุปจิกาย เอกํ องฺคํ คเหตพฺพํ, ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, เถเรน อุปเสเนน วงฺคนฺตปุตฺเตน –
‘‘‘สีลสํวรฉทนํ, โยคี กตฺวาน มานสํ;
อนุปลิตฺโต โลเกน, ภยา จ ปริมุจฺจตี’’’ติ.
อุปจิกงฺคปโญฺห ปฐโม.
๒. พิฬารงฺคปโญฺห
๒. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘พิฬารสฺส เทฺว องฺคานิ คเหตพฺพานี’ติ ยํ วเทสิ, กตมานิ ตานิ เทฺว องฺคานิ คเหตพฺพานี’’ติ? ‘‘ยถา, มหาราช, พิฬาโร คุหาคโตปิ สุสิรคโตปิ หมฺมิยนฺตรคโตปิ อุนฺทูรํ เยว ปริเยสติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน คามคเตนาปิ อรญฺญคเตนาปิ รุกฺขมูลคเตนาปิ สุญฺญาคารคเตนาปิ สตตํ สมิตํ อปฺปมตฺเตน กายคตาสติโภชนํ เยว ปริเยสิตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, พิฬารสฺส ปฐมํ องฺคํ คเหตพฺพํ.
‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, พิฬาโร อาสนฺเน เยว โคจรํ ปริเยสติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน อิเมสุ เยว ปญฺจสุ อุปาทานกฺขนฺเธสุ อุทยพฺพยานุปสฺสินา วิหริตพฺพํ ‘อิติ รูปํ อิติ รูปสฺส สมุทโย อิติ รูปสฺส อตฺถงฺคโม, อิติ เวทนา อิติ เวทนาย สมุทโย อิติ เวทนาย อตฺถงฺคโม, อิติ สญฺญา อิติ สญฺญาย สมุทโย อิติ สญฺญาย อตฺถงฺคโม, อิติ สงฺขารา อิติ สงฺขารานํ สมุทโย อิติ สงฺขารานํ อตฺถงฺคโม, อิติ วิญฺญาณํ อิติ วิญฺญาณสฺส สมุทโย อิติ วิญฺญาณสฺส อตฺถงฺคโม’ติ. อิทํ, มหาราช, พิฬารสฺส ทุติยํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา เทวาติเทเวน –
‘‘‘น อิโต ทูเร ภวิตพฺพํ, ภวคฺคํ กึ กริสฺสติ;
ปจฺจุปฺปนฺนมฺหิ โวหาเร, สเก กายมฺหิ วินฺทถา’’’ติ.
พิฬารงฺคปโญฺห ทุติโย.
๓. อุนฺทูรงฺคปโญฺห
๓. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘อุนฺทูรสฺส [อุนฺทุรสฺส (สฺยา. ก.)] เอกํ องฺคํ คเหตพฺพ’นฺติ ยํ วเทสิ, กตมํ ตํ เอกํ องฺคํ คเหตพฺพ’’นฺติ? ‘‘ยถา, มหาราช, อุนฺทูโร อิโตจิโต จ วิจรนฺโต อาหารูปาสีสโก เยว จรติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน อิโตจิโต จ วิจรนฺเตน โยนิโส มนสิการูปาสีสเกเนว ภวิตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, อุนฺทูรสฺส เอกํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, เถเรน อุปเสเนน วงฺคนฺตปุตฺเตน –
‘‘‘ธมฺมาสีสํ [ธมฺมสีสํ (สี. ปี.)] กริตฺวาน, วิหรนฺโต วิปสฺสโก;
อโนลีโน วิหรติ, อุปสนฺโต สทา สโต’’’ติ.
อุนฺทูรงฺคปโญฺห ตติโย.
๔. วิจฺฉิกงฺคปโญฺห
๔. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘วิจฺฉิกสฺส เอกํ องฺคํ คเหตพฺพ’นฺติ ยํ วเทสิ, กตมํ ตํ เอกํ องฺคํ คเหตพฺพ’’นฺติ? ‘‘ยถา, มหาราช, วิจฺฉิโก นงฺคุลาวุโธ นงฺคุลํ อุสฺสาเปตฺวา จรติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน ญาณาวุเธน ภวิตพฺพํ, ญาณํ อุสฺสาเปตฺวา วิหริตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, วิจฺฉิกสฺส เอกํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, เถเรน อุปเสเนน วงฺคนฺตปุตฺเตน –
‘‘‘ญาณขคฺคํ คเหตฺวาน, วิหรนฺโต วิปสฺสโก;
ปริมุจฺจติ สพฺพภยา, ทุปฺปสโห จ โส ภเว’’’ติ.
วิจฺฉิกงฺคปโญฺห จตุตฺโถ.
๕. นกุลงฺคปโญฺห
๕. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘นกุลสฺส เอกํ องฺคํ คเหตพฺพ’นฺติ ยํ วเทสิ, กตมํ ตํ เอกํ องฺคํ คเหตพฺพ’’นฺติ? ‘‘ยถา, มหาราช, นกุโล อุรคมุปคจฺฉนฺโต เภสชฺเชน กายํ ปริภาเวตฺวา อุรคมุปคจฺฉติ คเหตุํ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน โกธาฆาตพหุลํ กลหวิคฺคหวิวาทวิโรธาภิภูตํ โลกมุปคจฺฉนฺเตน เมตฺตาเภสชฺเชน มานสํ อนุลิมฺปิตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, นกุลสฺส เอกํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, เถเรน สาริปุตฺเตน ธมฺมเสนาปตินา –
‘‘‘ตสฺมา สกํ ปเรสมฺปิ, กาตพฺพา เมตฺตภาวนา;
เมตฺตจิตฺเตน ผริตพฺพํ, เอตํ พุทฺธาน สาสน’’’นฺติ.
นกุลงฺคปโญฺห ปญฺจโม.
๖. ชรสิงฺคาลงฺคปโญฺห
๖. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘ชรสิงฺคาลสฺส เทฺว องฺคานิ คเหตพฺพานี’ติ ยํ วเทสิ, กตมานิ ตานิ เทฺว องฺคานิ คเหตพฺพานี’’ติ? ‘‘ยถา, มหาราช, ชรสิงฺคาโล โภชนํ ปฏิลภิตฺวา อชิคุจฺฉมาโน ยาวทตฺถํ อาหรยติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน โภชนํ ปฏิลภิตฺวา อชิคุจฺฉมาเนน สรีรยาปนมตฺตเมว ปริภุญฺชิตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, ชรสิงฺคาลสฺส ปฐมํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, เถเรน มหากสฺสเปน –
‘‘‘เสนาสนมฺหา โอรุยฺห, คามํ ปิณฺฑาย ปาวิสึ;
ภุญฺชนฺตํ ปุริสํ กุฏฺฐึ, สกฺกจฺจ นํ อุปฏฺฐหึ.
‘‘‘โส เม ปกฺเกน หตฺเถน, อาโลปํ อุปนามยิ;
อาโลปํ ปกฺขิปนฺตสฺส, องฺคุลิเปตฺถ ฉิชฺชถ.
‘‘‘กุฏฺฏมูลญฺจ นิสฺสาย, อาโลปํ ตํ อภุญฺชิสํ;
ภุญฺชมาเน วา ภุตฺเต วา, เชคุจฺฉํ เม น วิชฺชตี’ติ.
‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, ชรสิงฺคาโล โภชนํ ปฏิลภิตฺวา น วิจินาติ ลูขํ วา ปณีตํ วาติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน โภชนํ ปฏิลภิตฺวา น วิจินิตพฺพํ ‘ลูขํ วา ปณีตํ วา สมฺปนฺนํ วา อสมฺปนฺนํ วา’ติ, ยถาลทฺเธน สนฺตุสฺสิตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, ชรสิงฺคาลสฺส ทุติยํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, เถเรน อุปเสเนน วงฺคนฺตปุตฺเตน –
‘‘‘ลูเขนปิ จ สนฺตุสฺเส, นาญฺญํ ปตฺเถ รสํ พหุํ;
รเสสุ อนุคิทฺธสฺส, ฌาเน น รมเต [รมตี (สี. ปี.)] มโน;
อิตรีตเรน สนฺตุฏฺโฐ [สนฺตุฏฺเฐ (สี. ปี.)], สามญฺญํ ปริปูรตี’’’ติ.
ชรสิงฺคาลงฺคปโญฺห ฉฏฺโฐ.
๗. มิคงฺคปโญฺห
๗. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘มิคสฺส ตีณิ องฺคานิ คเหตพฺพานี’ติ ยํ วเทสิ, กตมานิ ตานิ ตีณิ องฺคานิ คเหตพฺพานี’’ติ? ‘‘ยถา, มหาราช, มิโค ทิวา อรญฺเญ จรติ, รตฺตึ อพฺโภกาเส, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน ทิวา อรญฺเญ วิหริตพฺพํ, รตฺตึ อพฺโภกาเส. อิทํ, มหาราช, มิคสฺส ปฐมํ องฺคํ คเหตพฺพํ.
‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา เทวาติเทเวน โลมหํสนปริยาเย –
‘โส โข อหํ, สาริปุตฺต, ยา ตา รตฺติโย สีตา เหมนฺติกา อนฺตรฏฺฐกา หิมปาตสมยา [อนฺตรฏฺฐเก หิมปาตสมเย (สี. ปี. ก.)], ตถารูปาสุ รตฺตีสุ รตฺตึ อพฺโภกาเส วิหรามิ, ทิวา วนสณฺเฑ. คิมฺหานํ ปจฺฉิเม มาเส ทิวา อพฺโภกาเส วิหรามิ, รตฺตึ วนสณฺเฑ’ติ.
‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, มิโค สตฺติมฺหิ วา สเร วา โอปตนฺเต วญฺเจติ [วชฺเชติ (ก.)] ปลายติ, น กายมุปเนติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน กิเลเสสุ โอปตนฺเตสุ วญฺจยิตพฺพํ [วชฺชยิตพฺพํ (ก.)] ปลายิตพฺพํ, น จิตฺตมุปเนตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, มิคสฺส ทุติยํ องฺคํ คเหตพฺพํ.
‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, มิโค มนุสฺเส ทิสฺวา เยน วา เตน วา ปลายติ ‘มา มํ เต อทฺทสํสู’ติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน ภณฺฑนกลหวิคฺคหวิวาทสีเล ทุสฺสีเล กุสีเต สงฺคณิการาเม ทิสฺวา เยน วา เตน วา ปลายิตพฺพํ ‘มา มํ เต อทฺทสํสุ, อหญฺจ เต มา อทฺทส’นฺติ. อิทํ, มหาราช, มิคสฺส ตติยํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, เถเรน สาริปุตฺเตน ธมฺมเสนาปตินา –
‘‘‘มา เม กทาจิ ปาปิจฺโฉ, กุสีโต หีนวีริโย;
อปฺปสฺสุโต อนาจาโร, สมฺมโต [สเมโต (สี. ปี.)] อหุ กตฺถจี’’’ติ.
มิคงฺคปโญฺห สตฺตโม.
๘. โครูปงฺคปโญฺห
๘. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘โครูปสฺส จตฺตาริ องฺคานิ คเหตพฺพานี’ติ ยํ วเทสิ, กตมานิ ตานิ จตฺตาริ องฺคานิ คเหตพฺพานี’’ติ? ‘‘ยถา, มหาราช, โครูโป สกํ เคหํ น วิชหติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน สโก กาโย น วิชหิตพฺโพ ‘อนิจฺจุจฺฉาทนปริมทฺทนเภทนวิกิรณวิทฺธํสนธมฺโม อยํ กาโย’ติ. อิทํ, มหาราช, โครูปสฺส ปฐมํ องฺคํ คเหตพฺพํ.
‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, โครูโป อาทินฺนธุโร สุขทุกฺเขน ธุรํ วหติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน อาทินฺนพฺรหฺมจริเยน สุขทุกฺเขน ยาว ชีวิตปริยาทานา อาปาณโกฏิกํ พฺรหฺมจริยํ จริตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, โครูปสฺส ทุติยํ องฺคํ คเหตพฺพํ.
‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, โครูโป ฉนฺเทน ฆายมาโน ปานียํ ปิวติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน อาจริยุปชฺฌายานํ อนุสิฏฺฐิ ฉนฺเทน เปเมน ปสาเทน ฆายมาเนน ปฏิคฺคเหตพฺพา. อิทํ, มหาราช, โครูปสฺส ตติยํ องฺคํ คเหตพฺพํ.
‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, โครูโป เยน เกนจิ วาหิยมาโน วหติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน เถรนวมชฺฌิมภิกฺขูนมฺปิ คิหิอุปาสกสฺสาปิ โอวาทานุสาสนี สิรสา สมฺปฏิจฺฉิตพฺพา. อิทํ, มหาราช, โครูปสฺส จตุตฺถํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, เถเรน สาริปุตฺเตน ธมฺมเสนาปตินา –
‘‘‘ตทหุ ปพฺพชิโต สนฺโต, ชาติยา สตฺตวสฺสิโก;
โสปิ มํ อนุสาเสยฺย, สมฺปฏิจฺฉามิ มตฺถเก [มุทฺธนา (สี.)].
‘‘‘ติพฺพํ ฉนฺทญฺจ เปมญฺจ, ตสฺมึ ทิสฺวา อุปฏฺฐเป;
ฐเปยฺยาจริยฏฺฐาเน, สกฺกจฺจ นํ ปุนปฺปุน’’’นฺติ.
โครูปงฺคปโญฺห อฏฺฐโม.
๙. วราหงฺคปโญฺห
๙. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘วราหสฺส เทฺว องฺคานิ คเหตพฺพานี’ติ ยํ วเทสิ, กตมานิ ตานิ เทฺว องฺคานิ คเหตพฺพานี’’ติ? ‘‘ยถา, มหาราช, วราโห สนฺตตฺตกฐิเต [สนฺตตฺตกฐิเน (สี. ปี.)] คิมฺหสมเย สมฺปตฺเต อุทกํ อุปคจฺฉติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน โทเสน จิตฺเต อาลุฬิตขลิตวิพฺภนฺตสนฺตตฺเต สีตลามตปณีตเมตฺตาภาวนํ อุปคนฺตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, วราหสฺส ปฐมํ องฺคํ คเหตพฺพํ.
‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, วราโห จิกฺขลฺลมุทกมุปคนฺตฺวา นาสิกาย ปถวึ ขณิตฺวา โทณึ กตฺวา โทณิกาย สยติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน มานเส กายํ นิกฺขิปิตฺวา อารมฺมณนฺตรคเตน สยิตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, วราหสฺส ทุติยํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, เถเรน ปิณฺโฑลภารทฺวาเชน –
‘‘‘กาเย [กาเยน (ก.)] สภาวํ ทิสฺวาน, วิจินิตฺวา วิปสฺสโก;
เอกากิโย อทุติโย, เสติ อารมฺมณนฺตเร’’’ติ.
วราหงฺคปโญฺห นวโม.
๑๐. หตฺถิงฺคปโญฺห
๑๐. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘หตฺถิสฺส ปญฺจ องฺคานิ คเหตพฺพานี’ติ ยํ วเทสิ, กตมานิ ตานิ ปญฺจ องฺคานิ คเหตพฺพานี’’ติ? ‘‘ยถา, มหาราช, หตฺถี นาม จรนฺโต เยว ปถวึ ทาเลติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน กายํ สมฺมสมาเนเนว สพฺเพ กิเลสา ทาเลตพฺพา. อิทํ, มหาราช, หตฺถิสฺส ปฐมํ องฺคํ คเหตพฺพํ.
‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, หตฺถี สพฺพกาเยเนว อปโลเกติ, อุชุกํ เยว เปกฺขติ, น ทิสาวิทิสา วิโลเกติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน สพฺพกาเยน อปโลกินา ภวิตพฺพํ, น ทิสาวิทิสา วิโลเกตพฺพา, น อุทฺธํ อุลฺโลเกตพฺพํ, น อโธ โอโลเกตพฺพํ, ยุคมตฺตเปกฺขินา ภวิตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, หตฺถิสฺส ทุติยํ องฺคํ คเหตพฺพํ.
‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, หตฺถี อนิพทฺธสยโน โคจรายมนุคนฺตฺวา น ตเมว เทสํ วาสตฺถมุปคจฺฉติ, น ธุวปฺปติฏฺฐาลโย, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน อนิพทฺธสยเนน ภวิตพฺพํ, นิราลเยน ปิณฺฑาย คนฺตพฺพํ, ยทิ ปสฺสติ วิปสฺสโก มนุญฺญํ ปติรูปํ รุจิรเทเส ภวํ มณฺฑปํ วา รุกฺขมูลํ วา คุหํ วา ปพฺภารํ วา, ตตฺเถว วาสมุปคนฺตพฺพํ, ธุวปฺปติฏฺฐาลโย น กาตพฺโพ. อิทํ, มหาราช, หตฺถิสฺส ตติยํ องฺคํ คเหตพฺพํ.
‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, หตฺถี อุทกํ โอคาหิตฺวา สุจิวิมลสีตลสลิลปริปุณฺณํ กุมุทุปฺปลปทุมปุณฺฑรีกสญฺฉนฺนํ มหติมหนฺตํ ปทุมสรํ โอคาหิตฺวา กีฬติ คชวรกีฬํ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน สุจิวิมลวิปฺปสนฺนมนาวิลธมฺมวรวาริปุณฺณํ วิมุตฺติกุสุมสญฺฉนฺนํ มหาสติปฏฺฐานโปกฺขรณึ โอคาหิตฺวา ญาเณน สงฺขารา โอธุนิตพฺพา วิธุนิตพฺพา, โยคาวจรกีฬา กีฬิตพฺพา. อิทํ, มหาราช, หตฺถิสฺส จตุตฺถํ องฺคํ คเหตพฺพํ.
‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, หตฺถี สโต ปาทํ อุทฺธรติ, สโต ปาทํ นิกฺขิปติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน สเตน สมฺปชาเนน ปาทํ อุทฺธริตพฺพํ, สเตน สมฺปชาเนน ปาทํ นิกฺขิปิตพฺพํ, อภิกฺกมปฏิกฺกเม สมิญฺชนปสารเณ สพฺพตฺถ สเตน สมฺปชาเนน ภวิตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, หตฺถิสฺส ปญฺจมํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา เทวาติเทเวน สํยุตฺตนิกายวเร –
‘‘‘กาเยน สํวโร สาธุ, สาธุ วาจาย สํวโร;
มนสา สํวโร สาธุ, สาธุ สพฺพตฺถ สํวโร;
สพฺพตฺถ สํวุโต ลชฺชี, รกฺขิโตติ ปวุจฺจตี’’’ติ.
หตฺถิงฺคปโญฺห ทสโม.อุปจิกาวคฺโค จตุตฺโถ.
ตสฺสุทฺทานํ –
อุปจิกา พิฬาโร จ, อุนฺทูโร วิจฺฉิเกน จ;
นกุโล สิงฺคาโล มิโค,
โครูโป วราโห หตฺถินา ทสาติ.