๖. นาวาลคฺคนกงฺคปโญฺห

๖. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘นาวาลคฺคนกสฺส เทฺว องฺคานิ คเหตพฺพานี’ติ ยํ วเทสิ, กตมานิ ตานิ เทฺว องฺคานิ คเหตพฺพานี’’ติ? ‘‘ยถา, มหาราช, นาวาลคฺคนกํ พหุอูมิชาลากุลวิกฺโขภิตสลิลตเล มหติมหาสมุทฺเท นาวํ ลคฺเคติ ฐเปติ, น เทติ ทิสาวิทิสํ หริตุํ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน ราคโทสโมหูมิชาเล มหติมหาวิตกฺกสมฺปหาเร จิตฺตํ ลคฺเคตพฺพํ, น ทาตพฺพํ ทิสาวิทิสํ หริตุํ. อิทํ, มหาราช, นาวาลคฺคนกสฺส ปฐมํ องฺคํ คเหตพฺพํ.

‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, นาวาลคฺคนกํ น ปฺลวติ [น ปิลวติ (สี. ปี.)] วิสีทติ, หตฺถสเตปิ อุทเก นาวํ ลคฺเคติ ฐานมุปเนติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน ลาภยสสกฺการมานนวนฺทนปูชนอปจิตีสุ ลาภคฺคยสคฺเคปิ น ปฺลวิตพฺพํ, สรีรยาปนมตฺตเก เยว จิตฺตํ ฐเปตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, นาวาลคฺคนกสฺส ทุติยํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, เถเรน สาริปุตฺเตน ธมฺมเสนาปตินา –

‘‘‘ยถา สมุทฺเท ลคฺคนกํ, น ปฺลวติ วิสีทติ;

ตเถว ลาภสกฺกาเร, มา ปฺลวถ วิสีทถา’’’ติ.

นาวาลคฺคนกงฺคปโญฺห ฉฏฺโฐ.