๒. สมุทฺทวคฺโค
๑. ลาพุลตงฺคปโญฺห
๑. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘ลาพุลตาย เอกํ องฺคํ คเหตพฺพ’นฺติ ยํ วเทสิ, กตมํ ตํ เอกํ องฺคํ คเหตพฺพ’’นฺติ? ‘‘ยถา, มหาราช, ลาพุลตา ติเณ วา กฏฺเฐ วา ลตาย วา โสณฺฑิกาหิ อาลมฺพิตฺวา ตสฺสูปริ วฑฺฒติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน อรหตฺเต อภิวฑฺฒิตุกาเมน มนสา อารมฺมณํ อาลมฺพิตฺวา อรหตฺเต อภิวฑฺฒิตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, ลาพุลตาย เอกํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, เถเรน สาริปุตฺเตน ธมฺมเสนาปตินา –
‘‘‘ยถา ลาพุลตา นาม, ติเณ กฏฺเฐ ลตาย วา;
อาลมฺพิตฺวา โสณฺฑิกาหิ, ตโต วฑฺฒติ อุปฺปริ.
‘‘‘ตเถว พุทฺธปุตฺเตน, อรหตฺตผลกามินา;
อารมฺมณํ อาลมฺพิตฺวา, วฑฺฒิตพฺพํ อเสกฺขผเล’’’ติ.
ลาพุลตงฺคปโญฺห ปฐโม.
๒. ปทุมงฺคปโญฺห
๒. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘ปทุมสฺส ตีณิ องฺคานิ คเหตพฺพานี’ติ ยํ วเทสิ, กตมานิ ตานิ ตีณิ องฺคานิ คเหตพฺพานี’’ติ? ‘‘ยถา, มหาราช, ปทุมํ อุทเก ชาตํ อุทเก สํวทฺธํ อนุปลิตฺตํ อุทเกน, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน กุเล คเณ ลาเภ ยเส สกฺกาเร สมฺมานนาย ปริโภคปจฺจเยสุ จ สพฺพตฺถ อนุปลิตฺเตน ภวิตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, ปทุมสฺส ปฐมํ องฺคํ คเหตพฺพํ.
‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, ปทุมํ อุทกา อจฺจุคฺคมฺม ฐาติ. เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน สพฺพโลกํ อภิภวิตฺวา อจฺจุคฺคมฺม โลกุตฺตรธมฺเม ฐาตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, ปทุมสฺส ทุติยํ องฺคํ คเหตพฺพํ.
‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, ปทุมํ อปฺปมตฺตเกนปิ อนิเลน เอริตํ จลติ. เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน อปฺปมตฺตเกสุปิ กิเลเสสุ สํยโม กรณีโย, ภยทสฺสาวินา วิหริตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, ปทุมสฺส ตติยํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา เทวาติเทเวน ‘อณุมตฺเตสุ วชฺเชสุ ภยทสฺสาวี สมาทาย สิกฺขติ สิกฺขาปเทสู’ติ.
ปทุมงฺคปโญฺห ทุติโย.
๓. พีชงฺคปโญฺห
๓. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘พีชสฺส เทฺว องฺคานิ คเหตพฺพานี’ติ ยํ วเทสิ, กตมานิ ตานิ เทฺว องฺคานิ คเหตพฺพานี’’ติ? ‘‘ยถา, มหาราช, พีชํ อปฺปกมฺปิ สมานํ ภทฺทเก เขตฺเต วุตฺตํ เทเว สมฺมา ธารํ ปเวจฺฉนฺเต สุพหูนิ ผลานิ อนุทสฺสติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน ยถา ปฏิปาทิตํ สีลํ เกวลํ สามญฺญผลมนุทสฺสติ. เอวํ สมฺมา ปฏิปชฺชิตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, พีชสฺส ปฐมํ องฺคํ คเหตพฺพํ.
‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, พีชํ สุปริโสธิเต เขตฺเต โรปิตํ ขิปฺปเมว สํวิรูหติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน มานสํ สุปริคฺคหิตํ สุญฺญาคาเร ปริโสธิตํ สติปฏฺฐานเขตฺตวเร ขิตฺตํ ขิปฺปเมว วิรูหติ. อิทํ, มหาราช, พีชสฺส ทุติยํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, เถเรน อนุรุทฺเธน –
‘‘‘ยถาปิ เขตฺเต [ยถา เขตฺเต (สี.)] ปริสุทฺเธ, พีชญฺจสฺส ปติฏฺฐิตํ;
วิปุลํ ตสฺส ผลํ โหติ, อปิ โตเสติ กสฺสกํ.
‘‘‘ตเถว โยคิโน จิตฺตํ, สุญฺญาคาเร วิโสธิตํ;
สติปฏฺฐานเขตฺตมฺหิ, ขิปฺปเมว วิรูหตี’’’ติ.
พีชงฺคปโญฺห ตติโย.
๔. สาลกลฺยาณิกงฺคปโญฺห
๔. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘สาลกลฺยาณิกาย เอกํ องฺคํ คเหตพฺพ’นฺติ ยํ วเทสิ, กตมํ ตํ เอกํ องฺคํ คเหตพฺพ’’นฺติ? ‘‘ยถา, มหาราช, สาลกลฺยาณิกา นาม อนฺโตปถวิยํ เยว อภิวฑฺฒติ หตฺถสตมฺปิ ภิยฺโยปิ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน จตฺตาริ สามญฺญผลานิ จตสฺโส ปฏิสมฺภิทา ฉฬภิญฺญาโย เกวลญฺจ สมณธมฺมํ สุญฺญาคาเร เยว ปริปูรยิตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, สาลกลฺยาณิกาย เอกํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, เถเรน ราหุเลน –
‘‘‘สาลกลฺยาณิกา นาม, ปาทโป ธรณีรุโห;
อนฺโตปถวิยํ เยว, สตหตฺโถปิ วฑฺฒติ.
‘‘‘ยถา กาลมฺหิ สมฺปตฺเต, ปริปาเกน โส ทุโม;
อุคฺคญฺฉิตฺวาน เอกาหํ, สตหตฺโถปิ วฑฺฒติ.
‘‘‘เอวเมวาหํ มหาวีร, สาลกลฺยาณิกา วิย;
อพฺภนฺตเร สุญฺญาคาเร, ธมฺมโต อภิวฑฺฒยิ’’’นฺติ.
สาลกลฺยาณิกงฺคปโญฺห จตุตฺโถ.
๕. นาวงฺคปโญฺห
๕. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘นาวาย ตีณิ องฺคานิ คเหตพฺพานี’ติ ยํ วเทสิ, กตมานิ ตานิ ตีณิ องฺคานิ คเหตพฺพานี’’ติ? ‘‘ยถา, มหาราช, นาวา พหุวิธทารุสงฺฆาฏสมวาเยน พหุมฺปิ ชนํ ตารยติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน อาจารสีลคุณวตฺตปฺปฏิวตฺตพหุวิธธมฺมสงฺฆาฏสมวาเยน สเทวโก โลโก ตารยิตพฺโพ. อิทํ, มหาราช, นาวาย ปฐมํ องฺคํ คเหตพฺพํ.
‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, นาวา พหุวิธอูมิตฺถนิตเวควิสฏมาวฏฺฏเวคํ สหติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน พหุวิธกิเลสอูมิเวคํ ลาภสกฺการยสสิโลกปูชนวนฺทนา ปรกุเลสุ นินฺทาปสํสาสุขทุกฺขสมฺมานนวิมานนพหุวิธโทสอูมิเวคญฺจ สหิตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, นาวาย ทุติยํ องฺคํ คเหตพฺพํ.
‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, นาวา อปริมิตมนนฺตมปารมกฺโขภิตคมฺภีเร มหติมหาโฆเส ติมิติมิงฺคลมกรมจฺฉคณากุเล มหติมหาสมุทฺเท จรติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน ติปริวฏฺฏ ทฺวาทสาการ จตุสจฺจาภิสมยปฺปฏิเวเธ มานสํ สญฺจารยิตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, นาวาย ตติยํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา เทวาติเทเวน สํยุตฺตนิกายวเร สจฺจสํยุตฺเต –
‘‘‘วิตกฺเกนฺตา จ โข ตุเมฺห, ภิกฺขเว, ‘‘อิทํ ทุกฺข’’นฺติ วิตกฺเกยฺยาถ, ‘‘อยํ ทุกฺขสมุทโย’’ติ วิตกฺเกยฺยาถ, ‘‘อยํ ทุกฺขนิโรโธ’’ติ วิตกฺเกยฺยาถ, ‘‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’’ติ วิตกฺเกยฺยาถา’’’ติ.
นาวงฺคปโญฺห ปญฺจโม.
๖. นาวาลคฺคนกงฺคปโญฺห
๖. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘นาวาลคฺคนกสฺส เทฺว องฺคานิ คเหตพฺพานี’ติ ยํ วเทสิ, กตมานิ ตานิ เทฺว องฺคานิ คเหตพฺพานี’’ติ? ‘‘ยถา, มหาราช, นาวาลคฺคนกํ พหุอูมิชาลากุลวิกฺโขภิตสลิลตเล มหติมหาสมุทฺเท นาวํ ลคฺเคติ ฐเปติ, น เทติ ทิสาวิทิสํ หริตุํ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน ราคโทสโมหูมิชาเล มหติมหาวิตกฺกสมฺปหาเร จิตฺตํ ลคฺเคตพฺพํ, น ทาตพฺพํ ทิสาวิทิสํ หริตุํ. อิทํ, มหาราช, นาวาลคฺคนกสฺส ปฐมํ องฺคํ คเหตพฺพํ.
‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, นาวาลคฺคนกํ น ปฺลวติ [น ปิลวติ (สี. ปี.)] วิสีทติ, หตฺถสเตปิ อุทเก นาวํ ลคฺเคติ ฐานมุปเนติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน ลาภยสสกฺการมานนวนฺทนปูชนอปจิตีสุ ลาภคฺคยสคฺเคปิ น ปฺลวิตพฺพํ, สรีรยาปนมตฺตเก เยว จิตฺตํ ฐเปตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, นาวาลคฺคนกสฺส ทุติยํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, เถเรน สาริปุตฺเตน ธมฺมเสนาปตินา –
‘‘‘ยถา สมุทฺเท ลคฺคนกํ, น ปฺลวติ วิสีทติ;
ตเถว ลาภสกฺกาเร, มา ปฺลวถ วิสีทถา’’’ติ.
นาวาลคฺคนกงฺคปโญฺห ฉฏฺโฐ.
๗. กูปงฺคปโญฺห
๗. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘กูปสฺส เอกํ องฺคํ คเหตพฺพ’นฺติ ยํ วเทสิ, กตมํ ตํ เอกํ องฺคํ คเหตพฺพ’’นฺติ? ‘‘ยถา, มหาราช, กูโป รชฺชุญฺจ วรตฺตญฺจ ลงฺการญฺจ ธาเรติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน สติสมฺปชญฺญสมนฺนาคเตน ภวิตพฺพํ, อภิกฺกนฺเต ปฏิกฺกนฺเต อาโลกิเต วิโลกิเต สมิญฺชิเต ปสาริเต สงฺฆาฏิปตฺตจีวรธารเณ อสิเต ปีเต ขายิเต สายิเต อุจฺจารปสฺสาวกมฺเม คเต ฐิเต นิสินฺเน สุตฺเต ชาคริเต ภาสิเต ตุณฺหีภาเว สมฺปชานการินา ภวิตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, กูปสฺส เอกํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา เทวาติเทเวน ‘สโต, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ วิหเรยฺย สมฺปชาโน, อยํ โว อมฺหากํ อนุสาสนี’’’ติ.
กูปงฺคปโญฺห สตฺตโม.
๘. นิยามกงฺคปโญฺห
๘. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘นิยามกสฺส ตีณิ องฺคานิ คเหตพฺพานี’ติ ยํ วเทสิ, กตมานิ ตานิ ตีณิ องฺคานิ คเหตพฺพานี’’ติ? ‘‘ยถา, มหาราช, นิยามโก รตฺตินฺทิวํ สตตํ สมิตํ อปฺปมตฺโต ยตฺตปฺปยตฺโต นาวํ สาเรติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน จิตฺตํ นิยามยมาเนน รตฺตินฺทิวํ สตตํ สมิตํ อปฺปมตฺเตน ยตฺตปฺปยตฺเตน โยนิโส มนสิกาเรน จิตฺตํ นิยาเมตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, นิยามกสฺส ปฐมํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา เทวาติเทเวน ธมฺมปเท –
‘‘‘อปฺปมาทรตา โหถ, สจิตฺตมนุรกฺขถ;
ทุคฺคา อุทฺธรถตฺตานํ, ปงฺเก สนฺโนว [สตฺโตว (สี. ปี.)] กุญฺชโร’ติ.
‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, นิยามกสฺส ยํ กิญฺจิ มหาสมุทฺเท กลฺยาณํ วา ปาปกํ วา, สพฺพํ ตํ วิทิตํ โหติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน กุสลากุสลํ สาวชฺชานวชฺชํ หีนปฺปณีตํ กณฺหสุกฺกสปฺปฏิภาคํ วิชานิตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, นิยามกสฺส ทุติยํ องฺคํ คเหตพฺพํ.
‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, นิยามโก ยนฺเต มุทฺทิกํ เทติ ‘มา โกจิ ยนฺตํ อามสิตฺถา’ติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน จิตฺเต สํวรมุทฺทิกา ทาตพฺพา ‘มา กิญฺจิ ปาปกํ อกุสลวิตกฺกํ วิตกฺเกสี’ติ, อิทํ, มหาราช, นิยามกสฺส ตติยํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา เทวาติเทเวน สํยุตฺตนิกายวเร ‘มา, ภิกฺขเว, ปาปเก อกุสเล วิตกฺเก วิตกฺเกยฺยาถ, เสยฺยถีทํ, กามวิตกฺกํ พฺยาปาทวิตกฺกํ วิหึสาวิตกฺก’’’นฺติ.
นิยามกงฺคปโญฺห อฏฺฐโม.
๙. กมฺมการงฺคปโญฺห
๙. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘กมฺมการสฺส เอกํ องฺคํ คเหตพฺพ’นฺติ ยํ วเทสิ, กตมํ ตํ เอกํ องฺคํ คเหตพฺพ’’นฺติ? ‘‘ยถา, มหาราช, กมฺมกาโร เอวํ จินฺตยติ ‘ภตโก อหํ อิมาย นาวาย กมฺมํ กโรมิ, อิมายาหํ นาวาย วาหสา ภตฺตเวตนํ ลภามิ, น เม ปมาโท กรณีโย, อปฺปมาเทน เม อยํ นาวา วาเหตพฺพา’ติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน เอวํ จินฺตยิตพฺพํ ‘อิมํ โข อหํ จาตุมหาภูติกํ กายํ สมฺมสนฺโต สตตํ สมิตํ อปฺปมตฺโต อุปฏฺฐิตสฺสติ สโต สมฺปชาโน สมาหิโต เอกคฺคจิตฺโต ชาติชราพฺยาธิมรณโสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาเสหิ ปริมุจฺจิสฺสามีติ อปฺปมาโท เม กรณีโย’ติ, อิทํ, มหาราช, กมฺมการสฺส เอกํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, เถเรน สาริปุตฺเตน ธมฺมเสนาปตินา –
‘‘‘กายํ อิมํ สมฺมสถ, ปริชานาถ ปุนปฺปุนํ;
กาเย สภาวํ ทิสฺวาน, ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสถา’ติ.
กมฺมการงฺคปโญฺห นวโม.
๑๐. สมุทฺทงฺคปโญฺห
๑๐. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘สมุทฺทสฺส ปญฺจ องฺคานิ คเหตพฺพานี’ติ ยํ วเทสิ, กตมานิ ตานิ ปญฺจ องฺคานิ คเหตพฺพานี’’ติ? ‘‘ยถา, มหาราช, มหาสมุทฺโท มเตน กุณเปน สทฺธึ น สํวสติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน ราคโทสโมหมานทิฏฺฐิมกฺขปฬาสอิสฺสามจฺฉริยมายาสาเฐยฺยกุฏิลวิสมทุจฺจริตกิเลสมเลหิ สทฺธึ น สํวสิตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, สมุทฺทสฺส ปฐมํ องฺคํ คเหตพฺพํ.
‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, มหาสมุทฺโท มุตฺตามณิเวฬุริยสงฺขสิลาปวาฬผลิกมณิวิวิธรตนนิจยํ ธาเรนฺโต ปิทหติ, น พหิ วิกิรติ. เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน มคฺคผลฌานวิโมกฺขสมาธิสมาปตฺติวิปสฺสนาภิญฺญาวิวิธคุณรตนานิ อธิคนฺตฺวา ปิทหิตพฺพานิ, น พหิ นีหริตพฺพานิ. อิทํ, มหาราช, สมุทฺทสฺส ทุติยํ องฺคํ คเหตพฺพํ.
‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, มหาสมุทฺโท มหนฺเตหิ มหาภูเตหิ สทฺธึ สํวสติ. เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน อปฺปิจฺฉํ สนฺตุฏฺฐํ ธุตวาทํ สลฺเลขวุตฺตึ อาจารสมฺปนฺนํ ลชฺชึ เปสลํ ครุํ ภาวนียํ วตฺตารํ วจนกฺขมํ โจทกํ ปาปครหึ โอวาทกํ อนุสาสกํ วิญฺญาปกํ สนฺทสฺสกํ สมาทปกํ สมุตฺเตชกํ สมฺปหํสกํ กลฺยาณมิตฺตํ สพฺรหฺมจารึ นิสฺสาย วสิตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, มหาสมุทฺทสฺส ตติยํ องฺคํ คเหตพฺพํ.
‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, มหาสมุทฺโท นวสลิลสมฺปุณฺณาหิ คงฺคายมุนาอจิรวตีสรภูมหีอาทีหิ นทีสตสหสฺเสหิ อนฺตลิกฺเข สลิลธาราหิ จ ปูริโตปิ สกํ เวลํ นาติวตฺตติ. เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน ลาภสกฺการสิโลกวนฺทนมานนปูชนการณา ชีวิตเหตุปิ สญฺจิจฺจ สิกฺขาปทวีติกฺกโม น กรณีโย. อิทํ, มหาราช, มหาสมุทฺทสฺส จตุตฺถํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา เทวาติเทเวน –
‘เสยฺยถาปิ, มหาราช [ปหาราธ (สี. ปี.)], มหาสมุทฺโท ฐิตธมฺโม เวลํ นาติกฺกมติ, เอวเมว โข, มหาราช, ยํ มหา สาวกานํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ, ตํ มม สาวกา ชีวิตเหตุปิ นาติกฺกมนฺตี’ติ.
‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, มหาสมุทฺโท สพฺพสวนฺตีหิ คงฺคายมุนาอจิรวตีสรภูมหีหิ อนฺตลิกฺเข อุทกธาราหิปิ น ปริปูรติ. เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน อุทฺเทสปริปุจฺฉาสวนธารณวินิจฺฉยอภิธมฺมวินยคาฬฺหสุตฺตนฺตวิคฺคหปทนิกฺเขปปทสนฺธิ ปทวิภตฺตินวงฺคชินสาสนวรํ สุณนฺเตนาปิ น ตปฺปิตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, มหาสมุทฺทสฺส ปญฺจมํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา เทวาติเทเวน สุตโสมชาตเก –
‘‘‘อคฺคิ ยถา ติณกฏฺฐํ ทหนฺโต, น ตปฺปติ สาคโร วา นทีหิ;
เอวมฺปิ เจ [เอวมฺปิ เว (สฺยา.), เอวํ หิ เม (ก.) ชา. ๑ อสีตินิปาเต] ปณฺฑิตา ราชเสฏฺฐ, สุตฺวา น ตปฺปนฺติ สุภาสิเตนา’’’ติ.
สมุทฺทงฺคปโญฺห ทสโม.สมุทฺทวคฺโค ทุติโย.
ตสฺสุทฺทานํ –
ลาพุลตา จ ปทุมํ, พีชํ สาลกลฺยาณิกา;
นาวา จ นาวาลคฺคนํ, กูโป นิยามโก ตถา;
กมฺมกาโร สมุทฺโท จ, วคฺโค เตน ปวุจฺจตีติ.