๒. ปทุมงฺคปโญฺห

๒. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘ปทุมสฺส ตีณิ องฺคานิ คเหตพฺพานี’ติ ยํ วเทสิ, กตมานิ ตานิ ตีณิ องฺคานิ คเหตพฺพานี’’ติ? ‘‘ยถา, มหาราช, ปทุมํ อุทเก ชาตํ อุทเก สํวทฺธํ อนุปลิตฺตํ อุทเกน, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน กุเล คเณ ลาเภ ยเส สกฺกาเร สมฺมานนาย ปริโภคปจฺจเยสุ จ สพฺพตฺถ อนุปลิตฺเตน ภวิตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, ปทุมสฺส ปฐมํ องฺคํ คเหตพฺพํ.

‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, ปทุมํ อุทกา อจฺจุคฺคมฺม ฐาติ. เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน สพฺพโลกํ อภิภวิตฺวา อจฺจุคฺคมฺม โลกุตฺตรธมฺเม ฐาตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, ปทุมสฺส ทุติยํ องฺคํ คเหตพฺพํ.

‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, ปทุมํ อปฺปมตฺตเกนปิ อนิเลน เอริตํ จลติ. เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน อปฺปมตฺตเกสุปิ กิเลเสสุ สํยโม กรณีโย, ภยทสฺสาวินา วิหริตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, ปทุมสฺส ตติยํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา เทวาติเทเวน ‘อณุมตฺเตสุ วชฺเชสุ ภยทสฺสาวี สมาทาย สิกฺขติ สิกฺขาปเทสู’ติ.

ปทุมงฺคปโญฺห ทุติโย.