๑. คทฺรภวคฺโค

๑. คทฺรภงฺคปโญฺห

๑. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘คทฺรภสฺส เอกํ องฺคํ คเหตพฺพ’นฺติ ยํ วเทสิ, กตมํ ตํ เอกํ องฺคํ คเหตพฺพ’’นฺติ? ‘‘ยถา, มหาราช, คทฺรโภ นาม สงฺการกูเฏปิ จตุกฺเกปิ สิงฺฆาฏเกปิ คามทฺวาเรปิ ถุสราสิมฺหิปิ ยตฺถ กตฺถจิ สยติ, น สยนพหุโล โหติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน ติณสนฺถาเรปิ ปณฺณสนฺถาเรปิ กฏฺฐมญฺจเกปิ ฉมายปิ ยตฺถ กตฺถจิ จมฺมขณฺฑํ ปตฺถริตฺวา ยตฺถ กตฺถจิ สยิตพฺพํ, น สยนพหุเลน ภวิตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, คทฺรภสฺส เอกํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา เทวาติเทเวน ‘กลิงฺครูปธานา, ภิกฺขเว, เอตรหิ มม สาวกา วิหรนฺติ อปฺปมตฺตา อาตาปิโน ปธานสฺมิ’นฺติ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, เถเรน สาริปุตฺเตน ธมฺมเสนาปตินาปิ –

‘‘‘ปลฺลงฺเกน นิสินฺนสฺส, ชณฺณุเกนาภิวสฺสติ;

อลํ ผาสุวิหาราย, ปหิตตฺตสฺส ภิกฺขุโน’’’ติ.

คทฺรภงฺคปโญฺห ปฐโม.

๒. กุกฺกุฏงฺคปโญฺห

๒. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘กุกฺกุฏสฺส ปญฺจ องฺคานิ คเหตพฺพานี’ติ ยํ วเทสิ, กตมานิ ตานิ ปญฺจ องฺคานิ คเหตพฺพานี’’ติ? ‘‘ยถา, มหาราช, กุกฺกุโฏ กาเลน สมเยน ปฏิสลฺลียติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน กาเลน สมเยเนว เจติยงฺคณํ สมฺมชฺชิตฺวา ปานียํ ปริโภชนียํ อุปฏฺฐเปตฺวา สรีรํ ปฏิชคฺคิตฺวา นหายิตฺวา เจติยํ วนฺทิตฺวา วุฑฺฒานํ ภิกฺขูนํ ทสฺสนาย คนฺตฺวา กาเลน สมเยน สุญฺญาคารํ ปวิสิตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, กุกฺกุฏสฺส ปฐมํ องฺคํ คเหตพฺพํ.

‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, กุกฺกุโฏ กาเลน สมเยเนว วุฏฺฐาติ. เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน กาเลน สมเยเนว วุฏฺฐหิตฺวา เจติยงฺคณํ สมฺมชฺชิตฺวา ปานียํ ปริโภชนียํ อุปฏฺฐเปตฺวา สรีรํ ปฏิชคฺคิตฺวา เจติยํ วนฺทิตฺวา ปุนเทว สุญฺญาคารํ ปวิสิตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, กุกฺกุฏสฺส ทุติยํ องฺคํ คเหตพฺพํ.

‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, กุกฺกุโฏ ปถวึ ขณิตฺวา ขณิตฺวา อชฺโฌหารํ อชฺโฌหรติ. เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปจฺจเวกฺขิตฺวา อชฺโฌหารํ อชฺโฌหริตพฺพํ ‘เนว ทวาย น มทาย น มณฺฑนาย น วิภูสนาย, ยาวเทว อิมสฺส กายสฺส ฐิติยา ยาปนาย วิหึสูปรติยา พฺรหฺมจริยานุคฺคหาย, อิติ ปุราณญฺจ เวทนํ ปฏิหงฺขามิ นวญฺจ เวทนํ น อุปฺปาเทสฺสามิ, ยาตฺรา จ เม ภวิสฺสติ อนวชฺชตา จ ผาสุวิหาโร จา’ติ. อิทํ, มหาราช, กุกฺกุฏสฺส ตติยํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา เทวาติเทเวน –

‘‘‘กนฺตาเร ปุตฺตมํสํว, อกฺขสฺสพฺภญฺชนํ ยถา;

เอวํ อาหริ อาหารํ, ยาปนตฺถมมุจฺฉิโต’ติ.

‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, กุกฺกุโฏ สจกฺขุโกปิ รตฺตึ อนฺโธ โหติ. เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน อนนฺเธเนว อนฺเธน วิย ภวิตพฺพํ, อรญฺเญปิ โคจรคาเม ปิณฺฑาย จรนฺเตนปิ รชนีเยสุ รูปสทฺทคนฺธรสโผฏฺฐพฺพธมฺเมสุ อนฺเธน พธิเรน มูเคน วิย ภวิตพฺพํ, น นิมิตฺตํ คเหตพฺพํ, นานุพฺยญฺชนํ คเหตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, กุกฺกุฏสฺส จตุตฺถํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, เถเรน มหากจฺจายเนน –

‘จกฺขุมาสฺส ยถา อนฺโธ, โสตวา พธิโร ยถา;

ปญฺญวาสฺส [ชิวฺหาวสฺส (สี. ปี.)] ยถา มูโค, พลวา ทุพฺพโลริว;

อตฺตอตฺเถ [อถ อตฺเถ (สี. ปี.)] สมุปฺปนฺเน, สเยถ มตสายิก’นฺติ.

‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, กุกฺกุโฏ เลฑฺฑุทณฺฑลคุฬมุคฺคเรหิ ปริปาติยนฺโตปิ สกํ เคหํ น วิชหติ. เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน จีวรกมฺมํ กโรนฺเตนปิ นวกมฺมํ กโรนฺเตนปิ วตฺตปฺปฏิวตฺตํ กโรนฺเตนปิ อุทฺทิสนฺเตนปิ อุทฺทิสาเปนฺเตนปิ โยนิโส มนสิกาโร น วิชหิตพฺโพ, สกํ โข ปเนตํ, มหาราช, โยคิโน เคหํ, ยทิทํ โยนิโส มนสิกาโร. อิทํ, มหาราช, กุกฺกุฏสฺส ปญฺจมํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา เทวาติเทเวน ‘โก จ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน โคจโร สโก เปตฺติโก วิสโย? ยทิทํ จตฺตาโร สติปฏฺฐานา’ติ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, เถเรน สาริปุตฺเตน ธมฺมเสนาปตินาปิ –

‘‘‘ยถา สุทนฺโต มาตงฺโค, สกํ โสณฺฑํ น มทฺทติ;

ภกฺขาภกฺขํ วิชานาติ, อตฺตโน วุตฺติกปฺปนํ.

‘‘‘ตเถว พุทฺธปุตฺเตน, อปฺปมตฺเตน วา ปน;

ชินวจนํ น มทฺทิตพฺพํ, มนสิการวรุตฺตม’’’นฺติ.

กุกฺกุฏงฺคปโญฺห ทุติโย.

๓. กลนฺทกงฺคปโญฺห

๓. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘กลนฺทกสฺส เอกํ องฺคํ คเหตพฺพ’นฺติ ยํ วเทสิ, กตมํ ตํ เอกํ องฺคํ คเหตพฺพ’’นฺติ? ‘‘ยถา, มหาราช, กลนฺทโก ปฏิสตฺตุมฺหิ โอปตนฺเต นงฺคุฏฺฐํ ปปฺโผเฏตฺวา มหนฺตํ กตฺวา เตเนว นงฺคุฏฺฐลคุเฬน ปฏิสตฺตุํ ปฏิพาหติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน กิเลสสตฺตุมฺหิ โอปตนฺเต สติปฏฺฐานลคุฬํ ปปฺโผเฏตฺวา มหนฺตํ กตฺวา เตเนว สติปฏฺฐานลคุเฬน สพฺพกิเลสา ปฏิพาหิตพฺพา. อิทํ, มหาราช, กลนฺทกสฺส เอกํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, เถเรน จูฬปนฺถเกน –

‘ยทา กิเลสา โอปตนฺติ, สามญฺญคุณธํสนา;

สติปฏฺฐานลคุเฬน, หนฺตพฺพา เต ปุนปฺปุน’’’นฺติ.

กลนฺทกงฺคปโญฺห ตติโย.

๔. ทีปินิยงฺคปโญฺห

๔. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘ทีปินิยา เอกํ องฺคํ คเหตพฺพ’นฺติ ยํ วเทสิ, กตมํ ตํ เอกํ องฺคํ คเหตพฺพ’’นฺติ? ‘‘ยถา, มหาราช, ทีปินี สกึ เยว คพฺภํ คณฺหาติ, น ปุนปฺปุนํ ปุริสํ อุเปติ? เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน อายตึ ปฏิสนฺธึ อุปฺปตฺตึ คพฺภเสยฺยํ จุตึ เภทํ ขยํ วินาสํ สํสารภยํ ทุคฺคตึ วิสมํ สมฺปีฬิตํ ทิสฺวา ‘ปุนพฺภเว นปฺปฏิสนฺทหิสฺสามี’ติ โยนิโส มนสิกาโร กรณีโย. อิทํ, มหาราช, ทีปินิยา เอกํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา เทวาติเทเวน สุตฺตนิปาเต ธนิยโคปาลกสุตฺเต –

‘‘‘อุสโภริว เฉตฺว พนฺธนานิ, นาโค ปูติลตํว ทาลยิตฺวา;

นาหํ ปุนุเปสฺสํ คพฺภเสยฺยํ, อถ เจ ปตฺถยสี ปวสฺส เทวา’’’ติ.

ทีปินิยงฺคปโญฺห จตุตฺโถ.

๕. ทีปิกงฺคปโญฺห

๕. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘ทีปิกสฺส เทฺว องฺคานิ คเหตพฺพานี’ติ ยํ วเทสิ, กตมานิ ตานิ เทฺว องฺคานิ คเหตพฺพานี’’ติ? ‘‘ยถา, มหาราช, ทีปิโก อรญฺเญ ติณคหนํ วา วนคหนํ วา ปพฺพตคหนํ วา นิสฺสาย นิลียิตฺวา มิเค คณฺหาติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน วิเวกํ เสวิตพฺพํ อรญฺญํ รุกฺขมูลํ ปพฺพตํ กนฺทรํ คิริคุหํ สุสานํ วนปตฺถํ อพฺโภกาสํ ปลาลปุญฺชํ อปฺปสทฺทํ อปฺปนิคฺโฆสํ วิชนวาตํ มนุสฺสราหเสยฺยกํ ปฏิสลฺลานสารุปฺปํ; วิเวกํ เสวมาโน หิ, มหาราช, โยคี โยคาวจโร นจิรสฺเสว ฉฬภิญฺญาสุ จ วสิภาวํ ปาปุณาติ. อิทํ, มหาราช, ทีปิกสฺส ปฐมํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, เถเรหิ ธมฺมสงฺคาหเกหิ –

‘‘‘ยถาปิ ทีปิโก นาม, นิลียิตฺวา คณฺหเต [คณฺหตี (สี. ปี.)] มิเค;

ตเถวายํ พุทฺธปุตฺโต, ยุตฺตโยโค วิปสฺสโก;

อรญฺญํ ปวิสิตฺวาน, คณฺหาติ ผลมุตฺตม’นฺติ.

‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, ทีปิโก ยํ กิญฺจิ ปสุํ วธิตฺวา วาเมน ปสฺเสน ปติตํ น ภกฺเขติ. เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน เวฬุทาเนน วา ปตฺตทาเนน วา ปุปฺผทาเนน วา ผลทาเนน วา สินานทาเนน วา มตฺติกาทาเนน วา จุณฺณทาเนน วา ทนฺตกฏฺฐทาเนน วา มุโขทกทาเนน วา จาตุกมฺยตาย วา มุคฺคสุปฺยตาย [มุคฺคสุปฺปตาย (สี. ปี.)] วา ปาริภฏ [ปาริภฏฺฏตาย (สี. ปี.)] ยตาย วา ชงฺฆเปสนีเยน วา เวชฺชกมฺเมน วา ทูตกมฺเมน วา ปหิณคมเนน วา ปิณฺฑปฏิปิณฺเฑน วา ทานานุปฺปทาเนน วา วตฺถุวิชฺชาย วา นกฺขตฺตวิชฺชาย วา องฺควิชฺชาย [นควิชฺชาย (ก.)] วา อญฺญตรญฺญตเรน วา พุทฺธปฺปฏิกุฏฺเฐน มิจฺฉาชีเวน นิปฺผาทิตํ โภชนํ น ภุญฺชิตพฺพํ [ปริภุญฺชิตพฺพํ (สี. ปี.)] วาเมน ปสฺเสน ปติตํ ปสุํ วิย ทีปิโก. อิทํ, มหาราช, ทีปิกสฺส ทุติยํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, เถเรน สาริปุตฺเตน ธมฺมเสนาปตินา –

‘‘‘วจีวิญฺญตฺติวิปฺผารา, อุปฺปนฺนํ มธุปายสํ;

สเจ ภุตฺโต ภเวยฺยาหํ, สาชีโว ครหิโต มม.

‘‘‘ยทิปิ เม อนฺตคุณํ, นิกฺขมิตฺวา พหี จเร;

เนว ภินฺเทยฺยมาชีวํ, จชมาโนปิ ชีวิต’’’นฺติ.

ทีปิกงฺคปโญฺห ปญฺจโม.

๖. กุมฺมงฺคปโญฺห

๖. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘กุมฺมสฺส ปญฺจ องฺคานิ คเหตพฺพานี’ติ ยํ วเทสิ, กตมานิ ตานิ ปญฺจ องฺคานิ คเหตพฺพานี’’ติ? ‘‘ยถา, มหาราช, กุมฺโม อุทกจโร อุทเกเยว วาสํ กปฺเปติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน สพฺพปาณภูตปุคฺคลานํ หิตานุกมฺปินา เมตฺตาสหคเตน เจตสา วิปุเลน มหคฺคเตน อปฺปมาเณน อเวเรน อพฺยาปชฺเชน สพฺพาวนฺตํ โลกํ ผริตฺวา วิหริตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, กุมฺมสฺส ปฐมํ องฺคํ คเหตพฺพํ.

‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, กุมฺโม อุทเก อุปฺปิลวนฺโต สีสํ อุกฺขิปิตฺวา ยทิ โกจิ ปสฺสติ, ตตฺเถว นิมุชฺชติ คาฬฺหโมคาหติ ‘มา มํ เต ปุน ปสฺเสยฺยุ’นฺติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน กิเลเสสุ โอปตนฺเตสุ อารมฺมณสเร นิมุชฺชิตพฺพํ คาฬฺหโมคาหิตพฺพํ ‘มา มํ กิเลสา ปุน ปสฺเสยฺยุ’นฺติ. อิทํ, มหาราช, กุมฺมสฺส ทุติยํ องฺคํ คเหตพฺพํ.

‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, กุมฺโม อุทกโต นิกฺขมิตฺวา กายํ โอตาเปติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน นิสชฺชฏฺฐานสยนจงฺกมโต มานสํ นีหริตฺวา สมฺมปฺปธาเน มานสํ โอตาเปตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, กุมฺมสฺส ตติยํ องฺคํ คเหตพฺพํ.

‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, กุมฺโม ปถวึ ขณิตฺวา วิวิตฺเต วาสํ กปฺเปติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน ลาภสกฺการสิโลกํ ปชหิตฺวา สุญฺญํ วิวิตฺตํ กานนํ วนปตฺถํ ปพฺพตํ กนฺทรํ คิริคุหํ อปฺปสทฺทํ อปฺปนิคฺโฆสํ ปวิวิตฺตโมคาหิตฺวา วิวิตฺเต เยว วาสํ อุปคนฺตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, กุมฺมสฺส จตุตฺถํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, เถเรน อุปเสเนน วงฺคนฺตปุตฺเตน –

‘‘‘วิวิตฺตํ อปฺปนิคฺโฆสํ, วาฬมิคนิเสวิตํ;

เสเว เสนาสนํ ภิกฺขุ, ปฏิสลฺลานการณา’ติ.

‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, กุมฺโม จาริกํ จรมาโน ยทิ กญฺจิ ปสฺสติ วา, สทฺทํ สุณาติ วา, โสณฺฑิปญฺจมานิ องฺคานิ สเก กปาเล นิทหิตฺวา อปฺโปสฺสุกฺโก ตุณฺหีภูโต ติฏฺฐติ กายมนุรกฺขนฺโต, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน สพฺพตฺถ รูปสทฺทคนฺธรสโผฏฺฐพฺพธมฺเมสุ อาปตนฺเตสุ ฉสุ ทฺวาเรสุ สํวรกวาฏํ อนุคฺฆาเฏตฺวา มานสํ สโมทหิตฺวา สํวรํ กตฺวา สเตน สมฺปชาเนน วิหาตพฺพํ สมณธมฺมํ อนุรกฺขมาเนน. อิทํ, มหาราช, กุมฺมสฺส ปญฺจมํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา เทวาติเทเวน สํยุตฺตนิกายวเร กุมฺมูปมสุตฺตนฺเต –

‘‘‘กุมฺโมว องฺคานิ สเก กปาเล, สโมทหํ ภิกฺขุ มโนวิตกฺเก;

อนิสฺสิโต อญฺญมเหฐยาโน, ปรินิพฺพุโตนูปวเทยฺย กญฺจี’’’ติ.

กุมฺมงฺคปโญฺห ฉฏฺโฐ.

๗. วํสงฺคปโญฺห

๗. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘วํสสฺส เอกํ องฺคํ คเหตพฺพ’นฺติ ยํ วเทสิ, กตมํ ตํ เอกํ องฺคํ คเหตพฺพ’’นฺติ? ‘‘ยถา, มหาราช, วํโส ยตฺถ วาโต, ตตฺถ อนุโลเมติ, นาญฺญตฺถมนุธาวติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน ยํ พุทฺเธน ภควตา ภาสิตํ นวงฺคํ สตฺถุ สาสนํ, ตํ อนุโลมยิตฺวา กปฺปิเย อนวชฺเช ฐตฺวา สมณธมฺมํ เยว ปริเยสิตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, วํสสฺส เอกํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ มหาราช เถเรน ราหุเลน –

‘‘‘นวงฺคํ พุทฺธวจนํ, อนุโลเมตฺวาน สพฺพทา;

กปฺปิเย อนวชฺชสฺมึ, ฐตฺวาปายํ สมุตฺตริ’’’นฺติ.

วํสงฺคปโญฺห สตฺตโม.

๘. จาปงฺคปโญฺห

๘. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘จาปสฺส เอกํ องฺคํ คเหตพฺพ’นฺติ ยํ วเทสิ, กตมํ ตํ เอกํ องฺคํ คเหตพฺพ’’นฺติ? ‘‘ยถา, มหาราช, จาโป สุตจฺฉิโต นมิโต [มิโต (สี. ปี. ก.)] ยาวคฺคมูลํ สมกเมว อนุนมติ นปฺปฏิตฺถมฺภติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน เถรนวมชฺฌิมสมเกสุ อนุนมิตพฺพํ นปฺปฏิผริตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, จาปสฺส เอกํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา เทวาติเทเวน วิธุร [ปุณฺณก] ชาตเก –

‘‘‘จาโปวูนุทโร ธีโร, วํโส วาปิ ปกมฺปเย [จาโป วา นุน เม ธีโร, วํโสว อนุโลมยํ (สี. ปี. ก.)];

ปฏิโลมํ น วตฺเตยฺย, ส ราชวสตึ วเส’’’ติ.

จาปงฺคปโญฺห อฏฺฐโม.

๙. วายสงฺคปโญฺห

๙. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘วายสสฺส เทฺว องฺคานิ คเหตพฺพานี’ติ ยํ วเทสิ, กตมานิ ตานิ เทฺว องฺคานิ คเหตพฺพานี’’ติ? ‘‘ยถา, มหาราช, วายโส อาสงฺกิตปริสงฺกิโต ยตฺตปฺปยตฺโต จรติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน อาสงฺกิตปริสงฺกิเตน ยตฺตปยตฺเตน อุปฏฺฐิตาย สติยา สํวุเตหิ อินฺทฺริเยหิ จริตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, วายสสฺส ปฐมํ องฺคํ คเหตพฺพํ.

‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, วายโส ยํ กิญฺจิ โภชนํ ทิสฺวา ญาตีหิ สํวิภชิตฺวา ภุญฺชติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน เย เต ลาภา ธมฺมิกา ธมฺมลทฺธา อนฺตมโส ปตฺตปริยาปนฺนมตฺตมฺปิ, ตถารูเปหิ ลาเภหิ ปฏิวิภตฺตโภคินา ภวิตพฺพํ สีลวนฺเตหิ สพฺรหฺมจารีหิ. อิทํ, มหาราช, วายสสฺส ทุติยํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, เถเรน สาริปุตฺเตน ธมฺมเสนาปตินา –

‘‘‘สเจ เม อุปนาเมนฺติ, ยถาลทฺธํ ตปสฺสิโน;

สพฺเพ สํวิภชิตฺวาน, ตโต ภุญฺชามิ โภชน’’’นฺติ.

วายสงฺคปโญฺห นวโม.

๑๐. มกฺกฏงฺคปโญฺห

๑๐. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘มกฺกฏสฺส เทฺว องฺคานิ คเหตพฺพานี’ติ ยํ วเทสิ, กตมานิ ตานิ เทฺว องฺคานิ คเหตพฺพานี’’ติ? ‘‘ยถา, มหาราช, มกฺกโฏ วาสมุปคจฺฉนฺโต ตถารูเป โอกาเส มหติมหารุกฺเข ปวิวิตฺเต สพฺพฏฺฐกสาเข [สพฺพตฺถกสาเข (สฺยา.), สพฺพฏฺฐสาเข (ก.)] ภีรุตฺตาเณ วาสมุปคจฺฉติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน ลชฺชึ เปสลํ สีลวนฺตํ กลฺยาณธมฺมํ พหุสฺสุตํ ธมฺมธรํ วินยธรํ ปิยํ ครุภาวนียํ วตฺตารํ วจนกฺขมํ โอวาทกํ วิญฺญาปกํ สนฺทสฺสกํ สมาทปกํ สมุตฺเตชกํ สมฺปหํสกํ เอวรูปํ กลฺยาณมิตฺตํ อาจริยํ นิสฺสาย วิหริตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, มกฺกฏสฺส ปฐมํ องฺคํ คเหตพฺพํ.

‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, มกฺกโฏ รุกฺเข เยว จรติ ติฏฺฐติ นิสีทติ, ยทิ นิทฺทํ โอกฺกมติ, ตตฺเถว รตฺตึ วาสมนุภวติ. เอวเมว โข, มหาราช, โยคินา โยคาวจเรน ปวนาภิมุเขน ภวิตพฺพํ, ปวเน เยว ฐานจงฺกมนิสชฺชาสยนํ นิทฺทํ โอกฺกมิตพฺพํ, ตตฺเถว สติปฏฺฐานมนุภวิตพฺพํ. อิทํ, มหาราช, มกฺกฏสฺส ทุติยํ องฺคํ คเหตพฺพํ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, เถเรน สาริปุตฺเตน ธมฺมเสนาปตินา –

‘‘‘จงฺกมนฺโตปิ ติฏฺฐนฺโต, นิสชฺชาสยเนน วา;

ปวเน โสภเต ภิกฺขุ, ปวนนฺตํว วณฺณิต’’’นฺติ.

มกฺกฏงฺคปโญฺห ทสโม.

คทฺรภวคฺโค ปฐโม.

ตสฺสุทฺทานํ –

คทฺรโภ เจว [โฆรสฺสโร จ (สี. สฺยา. ปี.)] กุกฺกุโฏ, กลนฺโท ทีปินิ ทีปิโก;

กุมฺโม วํโส จ จาโป จ, วายโส อถ มกฺกโฏติ.