๙. สูริยตปนปโญฺห

๙. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, อยํ สูริโย สพฺพกาลํ กฐินํ ตปติ, อุทาหุ กิญฺจิกาลํ มนฺทํ ตปตี’’ติ? ‘‘สพฺพกาลํ, มหาราช, สูริโย กฐินํ ตปติ, น กิญฺจิกาลํ มนฺทํ ตปตี’’ติ. ‘‘ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, สูริโย สพฺพกาลํ กฐินํ ตปติ, กิสฺส ปน อปฺเปกทา สูริโย กฐินํ ตปติ, อปฺเปกทา มนฺทํ ตปตี’’ติ? ‘‘จตฺตาโรเม, มหาราช, สูริยสฺส โรคา, เยสํ อญฺญตเรน โรเคน ปฏิปีฬิโต สูริโย มนฺทํ ตปติ. กตเม จตฺตาโร? อพฺภํ, มหาราช, สูริยสฺส โรโค, เตน โรเคน ปฏิปีฬิโต สูริโย มนฺทํ ตปติ. มหิกา, มหาราช, สูริยสฺส โรโค, เตน โรเคน ปฏิปีฬิโต สูริโย มนฺทํ ตปติ. เมโฆ, มหาราช, สูริยสฺส โรโค, เตน โรเคน ปฏิปีฬิโต สูริโย มนฺทํ ตปติ. ราหุ, มหาราช, สูริยสฺส โรโค, เตน โรเคน ปฏิปีฬิโต สูริโย มนฺทํ ตปติ. อิเม โข, มหาราช, จตฺตาโร สูริยสฺส โรคา, เยสํ อญฺญตเรน โรเคน ปฏิปีฬิโต สูริโย มนฺทํ ตปตี’’ติ. ‘‘อจฺฉริยํ, ภนฺเต นาคเสน, อพฺภุตํ, ภนฺเต นาคเสน, สูริยสฺสปิ ตาว เตโชสมฺปนฺนสฺส โรโค อุปฺปชฺชิสฺสติ, กิมงฺคํ ปน อญฺเญสํ สตฺตานํ, นตฺถิ, ภนฺเต, เอสา วิภตฺติ อญฺญสฺส อญฺญตฺร ตวาทิเสน พุทฺธิมตา’’ติ.

สูริยตปนปโญฺห นวโม.