๒. นิปฺปปญฺจวคฺโค

๑. นิปฺปปญฺจปโญฺห

๑. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ ภควตา ‘นิปฺปปญฺจารามา, ภิกฺขเว, วิหรถ นิปฺปปญฺจรติโน’ติ, กตมํ ตํ นิปฺปปญฺจ’’นฺติ? ‘‘โสตาปตฺติผลํ, มหาราช, นิปฺปปญฺจํ, สกทาคามิผลํ นิปฺปปญฺจํ, อนาคามิผลํ นิปฺปปญฺจํ, อรหตฺตผลํ นิปฺปปญฺจ’’นฺติ.

‘‘ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, โสตาปตฺติผลํ นิปฺปปญฺจํ, สกทาคามิอนาคามิอรหตฺตผลํ นิปฺปปญฺจํ, กิสฺส ปน อิเม ภิกฺขู อุทฺทิสนฺติ ปริปุจฺฉนฺติ สุตฺตํ เคยฺยํ เวยฺยากรณํ คาถํ อุทานํ อิติวุตฺตกํ ชาตกํ อพฺภุตธมฺมํ เวทลฺลํ, นวกมฺเมน ปลิพุชฺฌนฺติ ทาเนน จ ปูชาย จ, นนุ เต ชินปฺปฏิกฺขิตฺตํ กมฺมํ กโรตี’’ติ?

‘‘เย เต, มหาราช, ภิกฺขู อุทฺทิสนฺติ ปริปุจฺฉนฺติ สุตฺตํ เคยฺยํ เวยฺยากรณํ คาถํ อุทานํ อิติวุตฺตกํ ชาตกํ อพฺภุตธมฺมํ เวทลฺลํ, นวกมฺเมน ปลิพุชฺฌนฺติ ทาเนน จ ปูชาย จ, สพฺเพ เต นิปฺปปญฺจสฺส ปตฺติยา กโรนฺติ. เย เต, มหาราช, สภาวปริสุทฺธา ปุพฺเพ วาสิตวาสนา, เต เอกจิตฺตกฺขเณน นิปฺปปจ โหนฺติ. เย ปน เต ภิกฺขู มหารชกฺขา, เต อิเมหิ ปโยเคหิ นิปฺปปญฺจา โหนฺติ.

‘‘ยถา, มหาราช, เอโก ปุริโส เขตฺเต พีชํ โรเปตฺวา อตฺตโน ยถาพลวีริเยน วินา ปาการวติยา ธญฺญํ อุทฺธเรยฺย, เอโก ปุริโส เขตฺเต พีชํ โรเปตฺวา วนํ ปวิสิตฺวา กฏฺฐญฺจ สาขญฺจ ฉินฺทิตฺวา วติปาการํ กตฺวา ธญฺญํ อุทฺธเรยฺย. ยา ตตฺถ ตสฺส วติปาการปริเยสนา, สา ธญฺญตฺถาย. เอวเมว โข, มหาราช, เย เต สภาวปริสุทฺธา ปุพฺเพ วาสิตวาสนา, เต เอกจิตฺตกฺขเณน นิปฺปปญฺจา โหนฺติ, วินา วติปาการํ ปุริโส วิย ธญฺญุทฺธาโร. เย ปน เต ภิกฺขู มหารชกฺขา, เต อิเมหิ ปโยเคหิ นิปฺปปญฺจา โหนฺติ, วติปาการํ กตฺวา ปุริโส วิย ธญฺญุทฺธาโร.

‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, ปุริโส มหติมหนฺเต อมฺพรุกฺขมตฺถเก ผลปิณฺฑิ ภเวยฺย, อถ ตตฺถ โย โกจิ อิทฺธิมา อาคนฺตฺวา ตสฺส ผลํ หเรยฺย, โย ปน ตตฺถ อนิทฺธิมา, โส กฏฺฐญฺจ วลฺลิญฺจ ฉินฺทิตฺวา นิสฺเสณึ พนฺธิตฺวา ตาย ตํ รุกฺขํ อภิรุหิตฺวา ผลํ หเรยฺย. ยา ตตฺถ ตสฺส นิสฺเสณิปริเยสนา, สา ผลตฺถาย. เอวเมว โข, มหาราช, เย เต สภาวปริสุทฺธา ปุพฺเพ วาสิตวาสนา, เต เอกจิตฺตกฺขเณน นิปฺปปญฺจา โหนฺติ, อิทฺธิมา วิย รุกฺขผลํ หรนฺโต. เย ปน เต ภิกฺขู มหารชกฺขา, เต อิมินา ปโยเคน สจฺจานิ อภิสเมนฺติ, นิสฺเสณิยา วิย ปุริโส รุกฺขผลํ หรนฺโต.

‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, เอโก ปุริโส อตฺถกรณิโก เอกโก เยว สามิกํ อุปคนฺตฺวา อตฺถํ สาเธติ. เอโก ธนวา ธนวเสน ปริสํ วฑฺเฒตฺวา ปริสาย อตฺถํ สาเธติ. ยา ตตฺถ ตสฺส ปริสปริเยสนา, สา อตฺถตฺถาย. เอวเมว โข, มหาราช, เย เต สภาวปริสุทฺธา ปุพฺเพ วาสิตวาสนา, เต เอกจิตฺตกฺขเณน ฉสุ อภิญฺญาสุ วสิภาวํ ปาปุณนฺติ, ปุริโส วิย เอกโก อตฺถสิทฺธึ กโรนฺโต. เย ปน เต ภิกฺขู มหารชกฺขา, เต อิเมหิ ปโยเคหิ สามญฺญตฺถมภิสาเธนฺติ, ปริสาย วิย ปุริโส อตฺถสิทฺธึ กโรนฺโต.

‘‘อุทฺเทโสปิ, มหาราช, พหุกาโร, ปริปุจฺฉาปิ พหุการา, นวกมฺมมฺปิ พหุการํ, ทานมฺปิ พหุการํ, ปูชาปิ พหุการา เตสุ เตสุ กรณีเยสุ. ยถา, มหาราช, ปุริโส ราชูปเสวี กตาวี อมจฺจภฏพลโทวาริกอนีกฏฺฐปาริสชฺชชเนหิ, เต ตสฺส กรณีเย อนุปฺปตฺเต สพฺเพปิ อุปการา โหนฺติ. เอวเมว โข, มหาราช, อุทฺเทโสปิ พหุกาโร, ปริปุจฺฉาปิ พหุการา, นวกมฺมมฺปิ พหุการํ, ทานมฺปิ พหุการํ, ปูชาปิ พหุการา เตสุ เตสุ กรณีเยสุ. ยทิ, มหาราช, สพฺเพปิ อภิชาติปริสุทฺธา ภเวยฺยุํ, อนุสาสเนน [อนุสาสเกน (สี. ปี.)] กรณียํ น ภเวยฺย. ยสฺมา จ โข, มหาราช, สวเนน กรณียํ โหติ, เถโร, มหาราช, สาริปุตฺโต อปริมิตมสงฺเขยฺยกปฺปํ อุปาทาย อุปจิตกุสลมูโล ปญฺญาย โกฏึ คโต, โสปิ วินา สวเนน นาสกฺขิ อาสวกฺขยํ ปาปุณิตุํ. ตสฺมา, มหาราช, พหุการํ สวนํ, ตถา อุทฺเทโสปิ ปริปุจฺฉาปิ. ตสฺมา อุทฺเทสปริปุจฺฉาปิ นิปฺปปญฺจา สงฺขตา’’ติ. ‘‘สุนิชฺฌาปิโต, ภนฺเต นาคเสน, ปโญฺห, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.

นิปฺปปญฺจปโญฺห ปฐโม.

๒. ขีณาสวภาวปโญฺห

๒. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ตุเมฺห ภณถ ‘โย คิหี อรหตฺตํ ปตฺโต, เทฺว วาสฺส คติโย ภวนฺติ อนญฺญา, ตสฺมึ เยว ทิวเส ปพฺพชติ วา ปรินิพฺพายติ วา. น โส ทิวโส สกฺกา อติกฺกเมตุ’นฺติ. สเจ โส, ภนฺเต นาคเสน, ตสฺมึ ทิวเส อาจริยํ วา อุปชฺฌายํ วา ปตฺตจีวรํ วา น ลเภถ, อปิ นุ โข โส อรหา สยํ วา ปพฺพเชยฺย ทิวสํ วา อติกฺกเมยฺย, อญฺโญ โกจิ อรหา อิทฺธิมา อาคนฺตฺวา ตํ ปพฺพาเชยฺย วา ปรินิพฺพาเยยฺย วา’’ติ? ‘‘น โส, มหาราช, อรหา สยํ ปพฺพเชยฺย, สยํ ปพฺพชนฺโต เถยฺยํ อาปชฺชติ, น จ ทิวสํ อติกฺกเมยฺย, อญฺญสฺส อรหนฺตสฺส อาคมนํ ภเวยฺย วา น วา ภเวยฺย, ตสฺมึ เยว ทิวเส ปรินิพฺพาเยยฺยา’’ติ. ‘‘เตน หิ, ภนฺเต นาคเสน, อรหตฺตสฺส สนฺตภาโว วิชหิโต โหติ, เยน อธิคตสฺส ชีวิตหาโร ภวตี’’ติ.

‘‘วิสมํ, มหาราช, คิหิลิงฺคํ, วิสเม ลิงฺเค ลิงฺคทุพฺพลตาย อรหตฺตํ ปตฺโต คิหี ตสฺมึ เยว ทิวเส ปพฺพชติ วา ปรินิพฺพายติ วา. เนโส, มหาราช, โทโส อรหตฺตสฺส, คิหิลิงฺคสฺเสเวโส โทโส ยทิทํ ลิงฺคทุพฺพลตา.

‘‘ยถา, มหาราช, โภชนํ สพฺพสตฺตานํ อายุปาลกํ ชีวิตรกฺขกํ วิสมโกฏฺฐสฺส มนฺททุพฺพลคหณิกสฺส อวิปาเกน ชีวิตํ หรติ. เนโส, มหาราช, โทโส โภชนสฺส, โกฏฺฐสฺเสเวโส โทโส ยทิทํ อคฺคิทุพฺพลตา. เอวเมว โข, มหาราช, วิสเม ลิงฺเค ลิงฺคทุพฺพลตาย อรหตฺตํ ปตฺโต คิหี ตสฺมึ เยว ทิวเส ปพฺพชติ วา ปรินิพฺพายติ วา. เนโส, มหาราช, โทโส อรหตฺตสฺส, คิหิลิงฺคสฺเสเวโส โทโส ยทิทํ ลิงฺคทุพฺพลตา.

‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, ปริตฺตํ ติณสลากํ อุปริ ครุเก ปาสาเณ ฐปิเต ทุพฺพลตาย ภิชฺชิตฺวา ปตติ. เอวเมว โข, มหาราช, อรหตฺตํ ปตฺโต คิหี เตน ลิงฺเคน อรหตฺตํ ธาเรตุํ อสกฺโกนฺโต ตสฺมึ เยว ทิวเส ปพฺพชติ วา ปรินิพฺพายติ วา.

‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, ปุริโส อพโล ทุพฺพโล นิหีนชจฺโจ ปริตฺตปุญฺโญ มหติมหารชฺชํ ลภิตฺวา ขเณน ปริปตติ ปริธํสติ โอสกฺกติ, น สกฺโกติ อิสฺสริยํ ธาเรตุํ, เอวเมว โข, มหาราช, อรหตฺตํ ปตฺโต คิหี เตน ลิงฺเคน อรหตฺตํ ธาเรตุํ น สกฺโกติ, เตน การเณน ตสฺมึ เยว ทิวเส ปพฺพชติ วา ปรินิพฺพายติ วา’’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.

ขีณาสวภาวปโญฺห ทุติโย.

๓. ขีณาสวสติสมฺโมสปโญฺห

๓. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, อตฺถิ อรหโต สติสมฺโมโส’’ติ? ‘‘วิคตสติสมฺโมสา โข, มหาราช, อรหนฺโต, นตฺถิ อรหนฺตานํ สติสมฺโมโส’’ติ. ‘‘อาปชฺเชยฺย ปน, ภนฺเต, อรหา อาปตฺติ’’นฺติ? ‘‘อาม, มหาราชา’’ติ. ‘‘กิสฺมึ วตฺถุสฺมิ’’นฺติ? ‘‘กุฏิกาเร, มหาราช, สญฺจริตฺเต, วิกาเล กาลสญฺญาย, ปวาริเต อปฺปวาริตสญฺญาย, อนติริตฺเต อติริตฺตสญฺญายา’’ติ.

‘‘ภนฺเต นาคเสน, ตุเมฺห ภณถ ‘เย อาปตฺตึ อาปชฺชนฺติ, เต ทฺวีหิ การเณหิ อาปชฺชนฺติ อนาทริเยน วา อชานเนน วา’ติ. อปิ นุ โข, ภนฺเต, อรหโต อนาทริยํ โหติ, ยํ อรหา อาปตฺตึ อาปชฺชตี’’ติ? ‘‘น หิ, มหาราชา’’ติ.

‘‘ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, อรหา อาปตฺตึ อาปชฺชติ, นตฺถิ จ อรหโต อนาทริยํ, เตน หิ อตฺถิ อรหโต สติสมฺโมโส’’ติ? ‘‘นตฺถิ, มหาราช, อรหโต สติสมฺโมโส, อาปตฺติญฺจ อรหา อาปชฺชตี’’ติ.

‘‘เตน หิ, ภนฺเต, การเณน มํ สญฺญาเปหิ, กึ ตตฺถ การณ’’นฺติ? ‘‘เทฺวเม, มหาราช, กิเลสา โลกวชฺชํ ปณฺณตฺติวชฺชญฺจาติ. กตมํ, มหาราช, โลกวชฺชํ? ทส อกุสลกมฺมปถา, อิทํ วุจฺจติ โลกวชฺชํ. กตมํ ปณฺณตฺติวชฺชํ? ยํ โลเก อตฺถิ สมณานํ อนนุจฺฉวิกํ อนนุโลมิกํ, คิหีนํ อนวชฺชํ. ตตฺถ ภควา สาวกานํ สิกฺขาปทํ ปญฺญเปติ ‘ยาวชีวํ อนติกฺกมนีย’นฺติ. วิกาลโภชนํ, มหาราช, โลกสฺส อนวชฺชํ, ตํ ชินสาสเน วชฺชํ. ภูตคามวิโกปนํ, มหาราช, โลกสฺส อนวชฺชํ, ตํ ชินสาสเน วชฺชํ. อุทเก หสฺสธมฺมํ, มหาราช, โลกสฺส อนวชฺชํ, ตํ ชินสาสเน วชฺชํ. อิติ เอวรูปานิ เอวรูปานิ, มหาราช, ชินสาสเน วชฺชานิ, อิทํ วุจฺจติ ปณฺณตฺติวชฺชํ.

‘‘โลกวชฺชํ อภพฺโพ ขีณาสโว ตํ อชฺฌาจริตุํ, ยํ กิเลสํ ปณฺณตฺติวชฺชํ, ตํ อชานนฺโต อาปชฺเชยฺย. อวิสโย, มหาราช, เอกจฺจสฺส อรหโต สพฺพํ ชานิตุํ, น หิ ตสฺส พลํ อตฺถิ สพฺพํ ชานิตุํ. อนญฺญาตํ, มหาราช, อรหโต อิตฺถิปุริสานํ นามมฺปิ โคตฺตมฺปิ, มคฺโคปิ ตสฺส มหิยา อนญฺญาโต; วิมุตฺตึ เยว, มหาราช, เอกจฺโจ อรหา ชาเนยฺย; ฉฬภิญฺโญ อรหา สกวิสยํ ชาเนยฺย; สพฺพญฺญู, มหาราช, ตถาคโตว สพฺพํ ชานาตี’’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.

ขีณาสวสติสมฺโมสปโญฺห ตติโย.

๔. โลเก นตฺถิภาวปโญฺห

๔. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ทิสฺสนฺติ โลเก พุทฺธา, ทิสฺสนฺติ ปจฺเจกพุทฺธา, ทิสฺสนฺติ ตถาคตสฺส สาวกา, ทิสฺสนฺติ จกฺกวตฺติราชาโน, ทิสฺสนฺติ ปเทสราชาโน, ทิสฺสนฺติ เทวมนุสฺสา, ทิสฺสนฺติ สธนา, ทิสฺสนฺติ อธนา, ทิสฺสนฺติ สุคตา, ทิสฺสนฺติ ทุคฺคตา, ทิสฺสติ ปุริสสฺส อิตฺถิลิงฺคํ ปาตุภูตํ, ทิสฺสติ อิตฺถิยา ปุริสลิงฺคํ ปาตุภูตํ, ทิสฺสติ สุกตํ ทุกฺกตํ กมฺมํ, ทิสฺสนฺติ กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ วิปากูปโภคิโน สตฺตา, อตฺถิ โลเก สตฺตา อณฺฑชา ชลาพุชา สํเสทชา โอปปาติกา, อตฺถิ สตฺตา อปทา ทฺวิปทา จตุปฺปทา พหุปฺปทา, อตฺถิ โลเก ยกฺขา รกฺขสา กุมฺภณฺฑา อสุรา ทานวา คนฺธพฺพา เปตา ปิสาจา, อตฺถิ กินฺนรา มโหรคา นาคา สุปณฺณา สิทฺธา วิชฺชาธรา, อตฺถิ หตฺถี อสฺสา คาโว มหึสา [มหิสา (สี. ปี.)] โอฏฺฐา คทฺรภา อชา เอฬกา มิคา สูกรา สีหา พฺยคฺฆา ทีปี อจฺฉา โกกา ตรจฺฉา โสณา สิงฺคาลา, อตฺถิ พหุวิธา สกุณา, อตฺถิ สุวณฺณํ รชตํ มุตฺตา มณิ สงฺโข สิลา ปวาฬํ โลหิตงฺโก มสารคลฺลํ เวฬุริโย วชิรํ ผลิกํ กาฬโลหํ ตมฺพโลหํ วฏฺฏโลหํ กํสโลหํ, อตฺถิ โขมํ โกเสยฺยํ กปฺปาสิกํ สาณํ ภงฺคํ กมฺพลํ, อตฺถิ สาลิ วีหิ ยโว กงฺคุ กุทฺรูโส วรโก โคธูโม มุคฺโค, มาโส ติลํ กุลตฺถํ, อตฺถิ มูลคนฺโธ สารคนฺโธ เผคฺคุคนฺโธ ตจคนฺโธ ปตฺตคนฺโธ ปุปฺผคนฺโธ ผลคนฺโธ สพฺพคนฺโธ, อตฺถิ ติณ ลตา คจฺฉ รุกฺข โอสธิ วนปฺปติ นที ปพฺพต สมุทฺท มจฺฉกจฺฉปา สพฺพํ โลเก อตฺถิ. ยํ, ภนฺเต, โลเก นตฺถิ, ตํ เม กเถหี’’ติ.

‘‘ตีณิมานิ, มหาราช, โลเก นตฺถิ. กตมานิ ตีณิ? สเจตนา วา อเจตนา วา อชรามรา โลเก นตฺถิ, สงฺขารานํ นิจฺจตา นตฺถิ, ปรมตฺเถน สตฺตูปลทฺธิ นตฺถิ, อิมานิ โข, มหาราช, ตีณิ โลเก นตฺถี’’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.

โลเก นตฺถิภาวปโญฺห จตุตฺโถ.

๕. อกมฺมชาทิปโญฺห

๕. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ทิสฺสนฺติ โลเก กมฺมนิพฺพตฺตา, ทิสฺสนฺติ เหตุนิพฺพตฺตา, ทิสฺสนฺติ อุตุนิพฺพตฺตา, ยํ โลเก อกมฺมชํ อเหตุชํ อนุตุชํ, ตํ เม กเถหี’’ติ. ‘‘เทฺวเม, มหาราช, โลกสฺมึ อกมฺมชา อเหตุชา อนุตุชา. กตเม เทฺว? อากาโส, มหาราช, อกมฺมโช อเหตุโช อนุตุโช; นิพฺพานํ, มหาราช, อกมฺมชํ อเหตุชํ อนุตุชํ. อิเม โข, มหาราช, เทฺว อกมฺมชา อเหตุชา อนุตุชา’’ติ.

‘‘มา, ภนฺเต นาคเสน, ชินวจนํ มกฺเขหิ, มา อชานิตฺวา ปญฺหํ พฺยากโรหี’’ติ. ‘‘กึ โข, มหาราช, อหํ วทามิ, ยํ มํ ตฺวํ เอวํ วเทสิ ‘มา, ภนฺเต นาคเสน, ชินวจนํ มกฺเขหิ, มา อชานิตฺวา ปญฺหํ พฺยากโรหี’’’ติ? ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ยุตฺตมิทํ ตาว วตฺตุํ ‘อากาโส อกมฺมโช อเหตุโช อนุตุโช’ติ. อเนกสเตหิ ปน, ภนฺเต นาคเสน, การเณหิ ภควตา สาวกานํ นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยาย มคฺโค อกฺขาโต, อถ จ ปน ตฺวํ เอวํ วเทสิ ‘อเหตุชํ นิพฺพาน’’’นฺติ. ‘‘สจฺจํ, มหาราช, ภควตา อเนกสเตหิ การเณหิ สาวกานํ นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยาย มคฺโค อกฺขาโต, น จ ปน นิพฺพานสฺส อุปฺปาทาย เหตุ อกฺขาโต’’ติ.

‘‘เอตฺถ มยํ, ภนฺเต นาคเสน, อนฺธการโต อนฺธการตรํ ปวิสาม, วนโต วนตรํ ปวิสาม, คหนโต คหนตรํ [คหนนฺตรโต คหนนฺตรํ (ก.)] ปวิสาม, ยตฺร หิ นาม นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยาย เหตุ อตฺถิ, ตสฺส ปน ธมฺมสฺส อุปฺปาทาย เหตุ นตฺถิ. ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยาย เหตุ อตฺถิ, เตน หิ นิพฺพานสฺส อุปฺปาทายปิ เหตุ อิจฺฉิตพฺโพ.

‘‘ยถา ปน, ภนฺเต นาคเสน, ปุตฺตสฺส ปิตา อตฺถิ, เตน การเณน ปิตุโนปิ ปิตา อิจฺฉิตพฺโพ. ยถา อนฺเตวาสิกสฺส อาจริโย อตฺถิ, เตน การเณน อาจริยสฺสปิ อาจริโย อิจฺฉิตพฺโพ. ยถา องฺกุรสฺส พีชํ อตฺถิ, เตน การเณน พีชสฺสปิ พีชํ อิจฺฉิตพฺพํ. เอวเมว โข, ภนฺเต นาคเสน, ยทิ นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยาย เหตุ อตฺถิ, เตน การเณน นิพฺพานสฺส อุปฺปาทายปิ เหตุ อิจฺฉิตพฺโพ.

‘‘ยถา รุกฺขสฺส วา ลตาย วา อคฺเค สติ เตน การเณน มชฺฌมฺปิ อตฺถิ, มูลมฺปิ อตฺถิ. เอวเมว โข, ภนฺเต นาคเสน, ยทิ นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยาย เหตุ อตฺถิ, เตน การเณน นิพฺพานสฺส อุปฺปาทายปิ เหตุ อิจฺฉิตพฺโพ’’’ติ.

‘‘อนุปฺปาทนียํ, มหาราช, นิพฺพานํ, ตสฺมา น นิพฺพานสฺส อุปฺปาทาย เหตุ อกฺขาโต’’ติ. ‘‘อิงฺฆ, ภนฺเต นาคเสน, การณํ ทสฺเสตฺวา การเณน มํ สญฺญาเปหิ, ยถาหํ ชาเนยฺยํ นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยาย เหตุ อตฺถิ, นิพฺพานสฺส อุปฺปาทาย เหตุ นตฺถี’’ติ.

‘‘เตน หิ, มหาราช, สกฺกจฺจํ โสตํ โอทห, สาธุกํ สุโณหิ, วกฺขามิ ตตฺถ การณํ, สกฺกุเณยฺย, มหาราช, ปุริโส ปากติเกน พเลน อิโต หิมวนฺตํ ปพฺพตราชํ อุปคนฺตุ’’นฺติ? ‘‘อาม, ภนฺเต’’ติ. ‘‘สกฺกุเณยฺย ปน โส, มหาราช, ปุริโส ปากติเกน พเลน หิมวนฺตํ ปพฺพตราชํ อิธ อาหริตุ’’นฺติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, สกฺกา นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยาย มคฺโค อกฺขาตุํ, น สกฺกา นิพฺพานสฺส อุปฺปาทาย เหตุ ทสฺเสตุํ.

‘‘สกฺกุเณยฺย, มหาราช, ปุริโส ปากติเกน พเลน มหาสมุทฺทํ นาวาย อุตฺตริตฺวา ปาริมตีรํ คนฺตุ’’นฺติ? ‘‘อาม, ภนฺเต’’ติ? ‘‘สกฺกุเณยฺย ปน โส, มหาราช, ปุริโส ปากติเกน พเลน มหาสมุทฺทสฺส ปาริมตีรํ อิธ อาหริตุ’’นฺติ? ‘‘น หิ ภนฺเต’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, สกฺกา นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยาย มคฺโค อกฺขาตุํ, น สกฺกา นิพฺพานสฺส อุปฺปาทาย เหตุ ทสฺเสตุํ. กึ การณา? อสงฺขตตฺตา ธมฺมสฺสา’’ติ.

‘‘อสงฺขตํ, ภนฺเต นาคเสน, นิพฺพาน’’นฺติ? ‘‘อาม, มหาราช, อสงฺขตํ นิพฺพานํ น เกหิจิ กตํ, นิพฺพานํ, มหาราช, น วตฺตพฺพํ อุปฺปนฺนนฺติ วา อนุปฺปนฺนนฺติ วา อุปฺปาทนียนฺติ วา อตีตนฺติ วา อนาคตนฺติ วา ปจฺจุปฺปนฺนนฺติ วา จกฺขุวิญฺเญยฺยนฺติ วา โสตวิญฺเญยฺยนฺติ วา ฆานวิญฺเญยฺยนฺติ วา ชิวฺหาวิญฺเญยฺยนฺติ วา กายวิญฺเญยฺยนฺติ วา’’ติ. ‘‘ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, นิพฺพานํ น อุปฺปนฺนํ น อนุปฺปนฺนํ น อุปฺปาทนียํ น อตีตํ น อนาคตํ น ปจฺจุปฺปนฺนํ น จกฺขุวิญฺเญยฺยํ น โสตวิญฺเญยฺยํ น ฆานวิญฺเญยฺยํ น ชิวฺหาวิญฺเญยฺยํ น กายวิญฺเญยฺยํ, เตน หิ, ภนฺเต นาคเสน, ตุเมฺห นตฺถิธมฺมํ นิพฺพานํ อปทิสถ ‘นตฺถิ นิพฺพาน’นฺติ. ‘‘อตฺถิ, มหาราช, นิพฺพานํ, มโนวิญฺเญยฺยํ นิพฺพานํ, วิสุทฺเธน มานเสน ปณีเตน อุชุเกน อนาวรเณน นิรามิเสน สมฺมาปฏิปนฺโน อริยสาวโก นิพฺพานํ ปสฺสตี’’ติ.

‘‘กีทิสํ ปน ตํ, ภนฺเต, นิพฺพานํ, ยํ ตํ โอปมฺเมหิ อาทีปนียํ การเณหิ มํ สญฺญาเปหิ, ยถา อตฺถิธมฺมํ โอปมฺเมหิ อาทีปนีย’’นฺติ. ‘‘อตฺถิ, มหาราช, วาโต นามา’’ติ? ‘‘อาม, ภนฺเต’’ติ. ‘‘อิงฺฆ, มหาราช, วาตํ ทสฺเสหิ วณฺณโต วา สณฺฐานโต วา อณุํ วา ถูลํ วา ทีฆํ วา รสฺสํ วา’’ติ. ‘‘น สกฺกา, ภนฺเต นาคเสน, วาโต อุปทสฺสยิตุํ, น โส วาโต หตฺถคฺคหณํ วา นิมฺมทฺทนํ วา อุเปติ, อปิ จ อตฺถิ โส วาโต’’ติ. ‘‘ยทิ, มหาราช, น สกฺกา วาโต อุปทสฺสยิตุํ, เตน หิ นตฺถิ วาโต’’ติ? ‘‘ชานามหํ, ภนฺเต นาคเสน, วาโต อตฺถีติ เม หทเย อนุปวิฏฺฐํ, น จาหํ สกฺโกมิ วาตํ อุปทสฺสยิตุ’’นฺติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, อตฺถิ นิพฺพานํ, น จ สกฺกา นิพฺพานํ อุปทสฺสยิตุํ วณฺเณน วา สณฺฐาเนน วา’’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, สูปทสฺสิตํ โอปมฺมํ, สุนิทฺทิฏฺฐํ การณํ, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามิ ‘อตฺถิ นิพฺพาน’’’นฺติ.

อกมฺมชาทิปโญฺห ปญฺจโม.

๖. กมฺมชาทิปโญฺห

๖. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, กตเม เอตฺถ กมฺมชา, กตเม เหตุชา, กตเม อุตุชา, กตเม น กมฺมชา, น เหตุชา, น อุตุชา’’ติ? ‘‘เย เกจิ, มหาราช, สตฺตา สเจตนา, สพฺเพ เต กมฺมชา; อคฺคิ จ สพฺพานิ จ พีชชาตานิ เหตุชานิ; ปถวี จ ปพฺพตา จ อุทกญฺจ วาโต จ, สพฺเพ เต อุตุชา; อากาโส จ นิพฺพานญฺจ อิเม เทฺว อกมฺมชา อเหตุชา อนุตุชา. นิพฺพานํ ปน, มหาราช, น วตฺตพฺพํ กมฺมชนฺติ วา เหตุชนฺติ วา อุตุชนฺติ วา อุปฺปนฺนนฺติ วา อนุปฺปนฺนนฺติ วา อุปฺปาทนียนฺติ วา อตีตนฺติ วา อนาคตนฺติ วา ปจฺจุปฺปนฺนนฺติ วา จกฺขุวิญฺเญยฺยนฺติ วา โสตวิญฺเญยฺยนฺติ วา ฆานวิญฺเญยฺยนฺติ วา ชิวฺหาวิญฺเญยฺยนฺติ วา กายวิญฺเญยฺยนฺติ วา, อปิ จ, มหาราช, มโนวิญฺเญยฺยํ นิพฺพานํ, ยํ โส สมฺมาปฏิปนฺโน อริยสาวโก วิสุทฺเธน ญาเณน ปสฺสตี’’ติ. ‘‘รมณีโย, ภนฺเต นาคเสน, ปโญฺห สุวินิจฺฉิโต นิสฺสํสโย เอกนฺตคโต, วิมติ อุปฺปจฺฉินฺนา, ตฺวํ คณิวรปวรมาสชฺชา’’ติ.

กมฺมชาทิปโญฺห ฉฏฺโฐ.

๗. ยกฺขปโญฺห

๗. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, อตฺถิ โลเก ยกฺขา นามา’’ติ? ‘‘อาม, มหาราช, อตฺถิ โลเก ยกฺขา นามา’’ติ. ‘‘จวนฺติ ปน เต, ภนฺเต, ยกฺขา ตมฺหา โยนิยา’’ติ? ‘‘อาม, มหาราช, จวนฺติ เต ยกฺขา ตมฺหา โยนิยา’’ติ. ‘‘กิสฺส ปน, ภนฺเต นาคเสน, เตสํ มตานํ ยกฺขานํ สรีรํ น ทิสฺสติ, กุณปคนฺโธปิ น วายตี’’ติ? ‘‘ทิสฺสติ, มหาราช, มตานํ ยกฺขานํ สรีรํ, กุณปคนฺโธปิ เตสํ วายติ, มตานํ, มหาราช, ยกฺขานํ สรีรํ กีฏวณฺเณน วา ทิสฺสติ, กิมิวณฺเณน วา ทิสฺสติ, กิปิลฺลิกวณฺเณน วา ทิสฺสติ, ปฏงฺควณฺเณน วา ทิสฺสติ, อหิวณฺเณน วา ทิสฺสติ, วิจฺฉิกวณฺเณน วา ทิสฺสติ, สตปทิวณฺเณน วา ทิสฺสติ, ทิชวณฺเณน วา ทิสฺสติ, มิควณฺเณน วา ทิสฺสตี’’ติ. ‘‘โก หิ, ภนฺเต นาคเสน, อญฺโญ อิทํ ปญฺหํ ปุฏฺโฐ วิสชฺเชยฺย อญฺญตฺร ตวาทิเสน พุทฺธิมตา’’ติ.

ยกฺขปโญฺห สตฺตโม.

๘. อนวเสสสิกฺขาปทปโญฺห

๘. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, เย เต อเหสุํ ติกิจฺฉกานํ ปุพฺพกา อาจริยา เสยฺยถิทํ, นารโท ธมฺมนฺตรี [ธนฺวนฺตรี (?)] องฺคิรโส กปิโล กณฺฑรคฺคิ สาโม อตุโล ปุพฺพกจฺจายโน, สพฺเพเปเต อาจริยา สกึ เยว โรคุปฺปตฺติญฺจ นิทานญฺจ สภาวญฺจ สมุฏฺฐานญฺจ ติกิจฺฉญฺจ กิริยญฺจ สิทฺธาสิทฺธญฺจ สพฺพํ ตํ [สนฺตํ (ก.)] นิรวเสสํ ชานิตฺวา ‘อิมสฺมึ กาเย เอตฺตกา โรคา อุปฺปชฺชิสฺสนฺตี’ติ เอกปฺปหาเรน กลาปคฺคาหํ กริตฺวา สุตฺตํ พนฺธึสุ, อสพฺพญฺญุโน เอเต สพฺเพ, กิสฺส ปน ตถาคโต สพฺพญฺญู สมาโน อนาคตํ กิริยํ พุทฺธญาเณน ชานิตฺวา ‘เอตฺตเก นาม วตฺถุสฺมึ เอตฺตกํ นาม สิกฺขาปทํ ปญฺญเปตพฺพํ ภวิสฺสตี’ติ ปริจฺฉินฺทิตฺวา อนวเสสโต สิกฺขาปทํ น ปญฺญเปสิ, อุปฺปนฺนุปฺปนฺเน วตฺถุสฺมึ อยเส ปากเฏ โทเส วิตฺถาริเก ปุถุคเต อุชฺฌายนฺเตสุ มนุสฺเสสุ ตสฺมึ ตสฺมึ กาเล สาวกานํ สิกฺขาปทํ ปญฺญเปสี’’ติ?

‘‘ญาตเมตํ, มหาราช, ตถาคตสฺส ‘อิมสฺมึ สมเย อิเมสุ มนุสฺเสสุ สาธิกํ ทิยฑฺฒสิกฺขาปทสตํ ปญฺญเปตพฺพํ ภวิสฺสตี’ติ, อปิ จ ตถาคตสฺส เอวํ อโหสิ ‘สเจ โข อหํ สาธิกํ ทิยฑฺฒสิกฺขาปทสตํ เอกปฺปหารํ ปญฺญเปสฺสามิ, มหาชโน สนฺตาสมาปชฺชิสฺสติ ‘พหุกํ อิธ รกฺขิตพฺพํ, ทุกฺกรํ วต โภ สมณสฺส โคตมสฺส สาสเน ปพฺพชิตุ’นฺติ, ปพฺพชิตุกามาปิ น ปพฺพชิสฺสนฺติ, วจนญฺจ เม น สทฺทหิสฺสนฺติ, อสทฺทหนฺตา เต มนุสฺสา อปายคามิโน ภวิสฺสนฺน-ติ อุปฺปนฺนุปฺปนฺเน วตฺถุสฺมึ ธมฺมเทสนาย วิญฺญาเปตฺวา ปากเฏ โทเส สิกฺขาปทํ ปญฺญเปสฺสามี’’’ติ. ‘‘อจฺฉริยํ, ภนฺเต นาคเสน, พุทฺธานํ, อพฺภุตํ, ภนฺเต นาคเสน, พุทฺธานํ, ยาว มหนฺตํ ตถาคตสฺส สพฺพญฺญุตญาณํ, เอวเมตํ, ภนฺเต นาคเสน, สุนิทฺทิฏฺโฐ เอโส อตฺโถ ตถาคเตน, ‘พหุกํ อิธ สิกฺขิตพฺพ’นฺติ สุตฺวา สตฺตานํ สนฺตาโส อุปฺปชฺเชยฺย, เอโกปิ ชินสาสเน น ปพฺพเชยฺย, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.

อนวเสสสิกฺขาปทปโญฺห อฏฺฐโม.

๙. สูริยตปนปโญฺห

๙. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, อยํ สูริโย สพฺพกาลํ กฐินํ ตปติ, อุทาหุ กิญฺจิกาลํ มนฺทํ ตปตี’’ติ? ‘‘สพฺพกาลํ, มหาราช, สูริโย กฐินํ ตปติ, น กิญฺจิกาลํ มนฺทํ ตปตี’’ติ. ‘‘ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, สูริโย สพฺพกาลํ กฐินํ ตปติ, กิสฺส ปน อปฺเปกทา สูริโย กฐินํ ตปติ, อปฺเปกทา มนฺทํ ตปตี’’ติ? ‘‘จตฺตาโรเม, มหาราช, สูริยสฺส โรคา, เยสํ อญฺญตเรน โรเคน ปฏิปีฬิโต สูริโย มนฺทํ ตปติ. กตเม จตฺตาโร? อพฺภํ, มหาราช, สูริยสฺส โรโค, เตน โรเคน ปฏิปีฬิโต สูริโย มนฺทํ ตปติ. มหิกา, มหาราช, สูริยสฺส โรโค, เตน โรเคน ปฏิปีฬิโต สูริโย มนฺทํ ตปติ. เมโฆ, มหาราช, สูริยสฺส โรโค, เตน โรเคน ปฏิปีฬิโต สูริโย มนฺทํ ตปติ. ราหุ, มหาราช, สูริยสฺส โรโค, เตน โรเคน ปฏิปีฬิโต สูริโย มนฺทํ ตปติ. อิเม โข, มหาราช, จตฺตาโร สูริยสฺส โรคา, เยสํ อญฺญตเรน โรเคน ปฏิปีฬิโต สูริโย มนฺทํ ตปตี’’ติ. ‘‘อจฺฉริยํ, ภนฺเต นาคเสน, อพฺภุตํ, ภนฺเต นาคเสน, สูริยสฺสปิ ตาว เตโชสมฺปนฺนสฺส โรโค อุปฺปชฺชิสฺสติ, กิมงฺคํ ปน อญฺเญสํ สตฺตานํ, นตฺถิ, ภนฺเต, เอสา วิภตฺติ อญฺญสฺส อญฺญตฺร ตวาทิเสน พุทฺธิมตา’’ติ.

สูริยตปนปโญฺห นวโม.

๑๐. กฐินตปนปโญฺห

๑๐. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, กิสฺส เหมนฺเต สูริโย กฐินํ ตปติ, โน ตถา คิเมฺห’’ติ? ‘‘คิเมฺห, มหาราช, อนุปหตํ โหติ รโชชลฺลํ, วาตกฺขุภิตา เรณู คคนานุคตา โหนฺติ, อากาเสปิ อพฺภา สุพหลา โหนฺติ, มหาวาโต จ อธิมตฺตํ วายติ, เต สพฺเพ นานากุลา สมายุตา สูริยรํสิโย ปิทหนฺติ, เตน คิเมฺห สูริโย มนฺทํ ตปติ.

‘‘เหมนฺเต ปน, มหาราช, เหฏฺฐา ปถวี นิพฺพุตา โหติ, อุปริ มหาเมโฆ อุปฏฺฐิโต โหติ, อุปสนฺตํ โหติ รโชชลฺลํ, เรณุ จ สนฺตสนฺตํ คคเน จรติ, วิคตวลาหโก จ โหติ อากาโส, วาโต จ มนฺทมนฺทํ วายติ, เอเตสํ อุปรติยา วิสุทฺธา [วิสทา (สี. ปี.)] โหนฺติ สูริยรํสิโย, อุปฆาตวิมุตฺตสฺส สูริยสฺส ตาโป อติ วิย ตปติ. อิทเมตฺถ, มหาราช, การณํ, เยน การเณน สูริโย เหมนฺเต กฐินํ ตปติ, โน ตถา คิเมฺห’’ติ. ‘‘สพฺพีติมุตฺโต, ภนฺเต, สูริโย กฐินํ ตปติ, เมฆาทิสหคโต กฐินํ น ตปตี’’ติ.

กฐินตปนปโญฺห ทสโม.

นิปฺปปญฺจวคฺโค ทุติโย.

อิมสฺมึ วคฺเค ทส ปญฺหา.