๓. เวสฺสนฺตรวคฺโค
๑. เวสฺสนฺตรปโญฺห
๑. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, สพฺเพว โพธิสตฺตา ปุตฺตทารํ เทนฺติ, อุทาหุ เวสฺสนฺตเรเนว รญฺญา ปุตฺตทารํ ทินฺน’’นฺติ? ‘‘สพฺเพปิ, มหาราช, โพธิสตฺตา ปุตฺตทารํ เทนฺติ, น เวสฺสนฺตเรเนว รญฺญา ปุตฺตทารํ ทินฺน’’นฺติ. ‘‘อปิ จ โข, ภนฺเต นาคเสน, เตสํ อนุมเตน เทนฺตี’’ติ. ‘‘ภริยา, มหาราช, อนุมตา, ทารกา ปน พาลตาย วิลปึสุ [ลาลปึสุ (สี. ปี.)], ยทิ เต อตฺถโต ชาเนยฺยุํ, เตปิ อนุโมเทยฺยุํ, น เต วิลเปยฺยุ’’นฺติ.
‘‘ทุกฺกรํ, ภนฺเต นาคเสน, โพธิสตฺเตน กตํ, ยํ โส อตฺตโน โอรเส ปิเย ปุตฺเต พฺราหฺมณสฺส ทาสตฺถาย อทาสิ.
‘‘อิทมฺปิ ทุติยํ ทุกฺกรโต ทุกฺกรตรํ, ยํ โส อตฺตโน โอรเส ปิเย ปุตฺเต พาลเก ตรุณเก ลตาย พนฺธิตฺวา เตน พฺราหฺมเณน ลตาย อนุมชฺชียนฺเต ทิสฺวา อชฺฌุเปกฺขิ.
‘‘อิทมฺปิ ตติยํ ทุกฺกรโต ทุกฺกรตรํ, ยํ โส สเกน พเลน พนฺธนา มุจฺจิตฺวา อาคเต ทารเก สารชฺชมุปคเต ปุนเทว ลตาย พนฺธิตฺวา อทาสิ.
‘‘อิทมฺปิ จตุตฺถํ ทุกฺกรโต ทุกฺกรตรํ, ยํ โส ทารเก ‘อยํ โข, ตาต, ยกฺโข ขาทิตุํ เนติ อเมฺห’ติ วิลปนฺเต ‘มา ภายิตฺถา’ติ น อสฺสาเสสิ.
‘‘อิทมฺปิ ปญฺจมํ ทุกฺกรโต ทุกฺกรตรํ, ยํ โส ชาลิสฺส กุมารสฺส รุทมานสฺส ปาเทสุ นิปติตฺวา ‘อลํ, ตาต, กณฺหาชินํ นิวตฺเตหิ, อหเมว คจฺฉามิ ยกฺเขน สห, ขาทตุ มํ ยกฺโข’ติ ยาจมานสฺส เอวํ น สมฺปฏิจฺฉิ.
‘‘อิทมฺปิ ฉฏฺฐํ ทุกฺกรโต ทุกฺกรตรํ, ยํ โส ชาลิสฺส กุมารสฺส ‘ปาสาณสมํ นูน เต, ตาต, หทยํ, ยํ ตฺวํ อมฺหากํ ทุกฺขิตานํ เปกฺขมาโน นิมฺมนุสฺสเก พฺรหารญฺเญ ยกฺเขน นียมาเน น นิวาเรสี’ติ วิลปมานสฺส การุญฺญํ นากาสิ.
‘‘อิทมฺปิ สตฺตมํ ทุกฺกรโต ทุกฺกรตรํ, ยํ ตสฺส รุฬรุฬสฺส ภีมภีมสฺส นีเต ทารเก อทสฺสนํ คมิเต น ผลิ หทยํ สตธา วา สหสฺสธา วา, ปุญฺญกาเมน มนุเชน กึ ปรทุกฺขาปเนน, นนุ นาม สกทานํ ทาตพฺพํ โหตี’’ติ?
‘‘ทุกฺกรสฺส, มหาราช, กตตฺตา โพธิสตฺตสฺส กิตฺติสทฺโท ทสสหสฺสิยา โลกธาตุยา สเทวมนุสฺเสสุ อพฺภุคฺคโต, เทวา เทวภวเน ปกิตฺเตนฺติ, อสุรา อสุรภวเน ปกิตฺเตนฺติ, ครุฬา ครุฬภวเน ปกิตฺเตนฺติ, นาคา นาคภวเน ปกิตฺเตนฺติ, ยกฺขา ยกฺขภวเน ปกิตฺเตนฺติ, อนุปุพฺเพน ตสฺส กิตฺติสทฺโท ปรมฺปราย อชฺเชตรหิ อิธ อมฺหากํ สมยํ อนุปฺปตฺโต, ตํ มยํ ทานํ ปกิตฺเตนฺตา วิโกเปนฺตา นิสินฺนา สุทินฺนํ, อุทาหุ ทุทฺทินฺนนฺติ. โส โข ปนายํ, มหาราช, กิตฺติสทฺโท นิปุณานํ วิญฺญูนํ วิทูนํ วิภาวีนํ โพธิสตฺตานํ ทส คุเณ อนุทสฺสติ. กตเม ทส? อเคธตา นิราลยตา จาโค ปหานํ อปุนราวตฺติตา สุขุมตา มหนฺตตา ทุรนุโพธตา ทุลฺลภตา อสทิสตา พุทฺธธมฺมสฺส, โส โข ปนายํ, มหาราช, กิตฺติสทฺโท นิปุณานํ วิญฺญูนํ วิทูนํ วิภาวีนํ โพธิสตฺตานํ อิเม ทส คุเณ อนุทสฺสตี’’ติ.
‘‘ภนฺเต นาคเสน, โย ปรํ ทุกฺขาเปตฺวา ทานํ เทติ, อปิ นุ ตํ ทานํ สุขวิปากํ โหติ สคฺคสํวตฺตนิก’’นฺติ? ‘‘อาม, มหาราช, กึ วตฺตพฺพ’’นฺติ. ‘‘อิงฺฆ, ภนฺเต นาคเสน, การณํ อุปทสฺเสหี’’ติ. ‘‘อิธ, มหาราช, โกจิ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา สีลวา โหติ กลฺยาณธมฺโม, โส ภเวยฺย ปกฺขหโต วา ปีฐสปฺปี วา อญฺญตรํ วา พฺยาธึ อาปนฺโน, ตเมนํ โย โกจิ ปุญฺญกาโม ยานํ อาโรเปตฺวา ปตฺถิตํ เทสมนุปาเปยฺย, อปิ นุ โข, มหาราช, ตสฺส ปุริสสฺส ตโตนิทานํ กิญฺจิ สุขํ นิพฺพตฺเตยฺย สคฺคสํวตฺตนิกํ ตํ กมฺม’’นฺติ? ‘‘อาม, ภนฺเต, กึ วตฺตพฺพํ? หตฺถิยานํ วา โส, ภนฺเต, ปุริโส ลเภยฺย อสฺสยานํ วา รถยานํ วา, ถเล ถลยานํ ชเล ชลยานํ เทเวสุ เทวยานํ มนุสฺเสสุ มนุสฺสยานํ, ตทนุจฺฉวิกํ ตทนุโลมิกํ ภเว ภเว นิพฺพตฺเตยฺย, ตทนุจฺฉวิกานิ ตทนุโลมิกานิ จสฺส สุขานิ นิพฺพตฺเตยฺยุํ, สุคติโต สุคตึ คจฺเฉยฺย, เตเนว กมฺมาภิสนฺเทน อิทฺธิยานํ อภิรุยฺห ปตฺถิตํ นิพฺพานนครํ ปาปุเณยฺยา’’ติ. ‘‘เตน หิ, มหาราช, ปรทุกฺขาปเนน ทินฺนทานํ สุขวิปากํ โหติ สคฺคสํวตฺตนิกํ, ยํ โส ปุริโส พลีพทฺเท ทุกฺขาเปตฺวา เอวรูปํ สุขํ อนุภวติ.
‘‘อปรมฺปิ, มหาราช, อุตฺตรึ การณํ สุโณหิ, ยถา ปรทุกฺขาปเนน ทินฺนทานํ สุขวิปากํ โหติ สคฺคสํวตฺตนิกํ. อิธ, มหาราช, โย โกจิ ราชา ชนปทโต ธมฺมิกํ พลึ อุทฺธราเปตฺวา อาณาปวตฺตเนน ทานํ ทเทยฺย, อปิ นุ โข โส, มหาราช, ราชา ตโตนิทานํ กิญฺจิ สุขํ อนุภเวยฺย สคฺคสํวตฺตนิกํ ตํ ทาน’’นฺติ? ‘‘อาม, ภนฺเต, กึ วตฺตพฺพํ, ตโตนิทานํ โส, ภนฺเต, ราชา อุตฺตรึ อเนกสตสหสฺสคุณํ ลเภยฺย. ราชูนํ อติราชา ภเวยฺย, เทวานํ อติเทโว ภเวยฺย, พฺรหฺมานํ อติพฺรหฺมา ภเวยฺย, สมณานํ อติสมโณ ภเวยฺย, พฺราหฺมณานํ อติพฺราหฺมโณ ภเวยฺย, อรหนฺตานํ อติอรหา [อติอรหนฺโต (สฺยา. ก.)] ภเวยฺยา’’ติ. ‘‘เตน หิ, มหาราช, ปรทุกฺขาปเนน ทินฺนทานํ สุขวิปากํ โหติ สคฺคสํวตฺตนิกํ, ยํ โส ราชา พลินา ชนํ ปีเฬตฺวา ทินฺนทาเนน เอวรูปํ อุตฺตรึ ยสสุขํ อนุภวตี’’ติ.
‘‘อติทานํ, ภนฺเต นาคเสน, เวสฺสนฺตเรน รญฺญา ทินฺนํ, ยํ โส สกํ ภริยํ ปรสฺส ภริยตฺถาย อทาสิ, สเก โอรเส ปุตฺเต พฺราหฺมณสฺส ทาสตฺถาย อทาสิ, อติทานํ นาม, ภนฺเต นาคเสน, โลเก วิทูหิ นินฺทิตํ ครหิตํ, ยถา นาม, ภนฺเต นาคเสน, อติภาเรน สกฏสฺส อกฺโข ภิชฺชติ, อติภาเรน นาวา โอสีทติ, อติภุตฺเตน โภชนํ วิสมํ ปริณมติ, อติวสฺเสน ธญฺญํ วินสฺสติ, อติทาเนน โภคกฺขยํ อุเปติ, อติตาเปน ปถวี อุปฑยฺหติ, อติราเคน อุมฺมตฺตโก โหติ, อติโทเสน วชฺโฌ โหติ, อติโมเหน อนยํ อาปชฺชติ, อติโลเภน โจรคฺคหณมุปคจฺฉติ, อติภเยน นิรุชฺฌติ, อติปูเรน นที อุตฺตรติ, อติวาเตน อสนิ ปตติ, อติอคฺคินา โอทนํ อุตฺตรติ, อติสญฺจรเณน น จิรํ ชีวติ. เอวเมว โข, ภนฺเต นาคเสน, อติทานํ นาม โลเก วิทูหิ นินฺทิตํ ครหิตํ, อติทานํ, ภนฺเต นาคเสน, เวสฺสนฺตเรน รญฺญา ทินฺนํ, น ตตฺถ กิญฺจิ ผลํ อิจฺฉิตพฺพ’’นฺติ.
‘‘อติทานํ, มหาราช, โลเก วิทูหิ วณฺณิตํ ถุตํ ปสตฺถํ, เย เกจิ ยาทิสํ กีทิสํ ทานํ เทนฺติ [เกจิ ยาทิสํ ตาทิสํ ทานํ เทนฺติ (สฺยา.)], อติทานทายี โลเก กิตฺตึ ปาปุณาติ. ยถา, มหาราช, อติปวรตาย ทิพฺพํ วนมูลํ คหิตมฺปิ หตฺถปาเส ฐิตานํ ปรชนานํ น ทสฺสยติ, อคโท อติชจฺจตาย [อติอุสภตาย (ก.)] ปีฬาย สมุคฺฆาตโก โรคานํ อนฺตกโร, อคฺคิ อติโชติตาย ฑหติ, อุทกํ อติสีตตาย นิพฺพาเปติ, ปทุมํ ปริสุทฺธตาย น อุปลิมฺปติ วาริกทฺทเมน, มณิ อติคุณตาย กามทโท, วชิรํ อติติขิณตาย วิชฺฌติ มณิมุตฺตาผลิกํ, ปถวี อติมหนฺตตาย นโรรคมิคปกฺขิชลเสลปพฺพตทุเม ธาเรติ, สมุทฺโท อติมหนฺตตาย อปริปูรโณ, สิเนรุ อติภารตาย อจโล, อากาโส อติวิตฺถารตาย อนนฺโต, สูริโย อติปฺปภตาย ติมิรํ ฆาเตติ, สีโห อติชาติตาย วิคตภโย, มลฺโล อติพลวตาย ปฏิมลฺลํ ขิปฺปํ อุกฺขิปติ, ราชา อติปุญฺญตาย อธิปติ, ภิกฺขุ อติสีลวนฺตตาย นาคยกฺขนรมรูหิ นมสฺสนีโย, พุทฺโธ อติอคฺคตาย [อติวิสิฏฺฐตาย (สฺยา.)] อนุปโม. เอวเมว โข, มหาราช, อติทานํ นาม โลเก วิทูหิ วณฺณิตํ ถุตํ ปสตฺถํ, เย เกจิ ยาทิสํ กีทิสํ ทานํ เทนฺติ, อติทานทายี โลเก กิตฺตึ ปาปุณาติ, อติทาเนน เวสฺสนฺตโร ราชา ทสสหสฺสิยา โลกธาตุยา วณฺณิโต ถุโต ปสตฺโถ มหิโต กิตฺติโต, เตเนว อติทาเนน เวสฺสนฺตโร ราชา อชฺเชตรหิ พุทฺโธ ชาโต อคฺโค สเทวเก โลเก.
‘‘อตฺถิ ปน, มหาราช, โลเก ฐปนียํ ทานํ, ยํ ทกฺขิเณยฺเย อนุปฺปตฺเต น ทาตพฺพ’’นฺติ? ‘‘ทส โข ปนิมานิ, ภนฺเต นาคเสน, ทานานิ, ยานิ โลเก อทานสมฺมตานิ, โย ตานิ ทานานิ เทติ, โส อปายคามี โหติ. กตมานิ ทส? มชฺชทานํ, ภนฺเต นาคเสน, โลเก อทานสมฺมตํ, โย ตํ ทานํ เทติ, โส อปายคามี โหติ. สมชฺชทานํ…เป… อิตฺถิทานํ…เป… อุสภทานํ…เป… จิตฺตกมฺมทานํ…เป… สตฺถทานํ …เป… วิสทานํ…เป… สงฺขลิกทานํ…เป… กุกฺกุฏสูกรทานํ…เป… ตุลากูฏมานกูฏทานํ, ภนฺเต นาคเสน, โลเก อทานสมฺมตํ โหติ, โย ตํ ทานํ เทติ, โส อปายคามี โหติ. อิมานิ โข, ภนฺเต นาคเสน, ทส ทานานิ โลเก อทานสมฺมตานิ, โย ตานิ ทานานิ เทติ, โส อปายคามี โหตี’’ติ.
‘‘นาหํ ตํ, มหาราช, อทานสมฺมตํ ปุจฺฉามิ, อิมํ ขฺวาหํ, มหาราช, ตํ ปุจฺฉามิ ‘อตฺถิ ปน, มหาราช, โลเก ฐปนียํ ทานํ, ยํ ทกฺขิเณยฺเย อนุปฺปตฺเต น ทาตพฺพ’นฺติ. ‘‘นตฺถิ, ภนฺเต นาคเสน, โลเก ฐปนียํ ทานํ. ยํ ทกฺขิเณยฺเย อนุปฺปตฺเต น ทาตพฺพํ, จิตฺตปฺปสาเท อุปฺปนฺเน เกจิ ทกฺขิเณยฺยานํ โภชนํ เทนฺติ, เกจิ อจฺฉาทนํ, เกจิ สยนํ, เกจิ อาวสถํ, เกจิ อตฺถรณปาวุรณํ, เกจิ ทาสิทาสํ, เกจิ เขตฺตวตฺถุํ, เกจิ ทฺวิปทจตุปฺปทํ, เกจิ สตํ สหสฺสํ สตสหสฺสํ, เกจิ มหารชฺชํ, เกจิ ชีวิตมฺปิ เทนฺตี’’ติ. ‘‘ยทิ ปน, มหาราช, เกจิ ชีวิตมฺปิ เทนฺติ, กึ การณา เวสฺสนฺตรํ ทานปตึ อติพาฬฺหํ ปริปาเตสิ สุทินฺเน ปุตฺเต จ ทาเร จ?
‘‘อปิ นุ โข, มหาราช, อตฺถิ โลกปกติ โลกาจิณฺณํ, ลภติ ปิตา ปุตฺตํ อิณฏฺโฏ วา อาชีวิกปกโต วา อาวปิตุํ วา [อาธาเปตุํ วา (สฺยา.), อาธปิตุํ วา (ก.)] วิกฺกิณิตุํ วา’’ติ? ‘‘อาม, ภนฺเต, ลภติ ปิตา ปุตฺตํ อิณฏฺโฏ วา อาชีวิกปกโต วา อาวปิตุํ วา วิกฺกิณิตุํ วา’’ติ. ‘‘ยทิ, มหาราช, ลภติ ปิตา ปุตฺตํ อิณฏฺโฏ วา อาชีวิกปกโต วา อาวปิตุํ วา วิกฺกิณิตุํ วา, เวสฺสนฺตโรปิ, มหาราช, ราชา อลภมาโน สพฺพญฺญุตญาณํ อุปทฺทุโต ทุกฺขิโต ตสฺส ธมฺมธนสฺส ปฏิลาภาย ปุตฺตทารํ อาวเปสิ จ วิกฺกิณิ จ. อิติ, มหาราช, เวสฺสนฺตเรน รญฺญา อญฺเญสํ ทินฺนํ เยว ทินฺนํ, กตํ เยว กตํ. กิสฺส ปน ตฺวํ, มหาราช, เตน ทาเนน เวสฺสนฺตรํ ทานปตึ อติพาฬฺหํ อปสาเทสี’’ติ?
‘‘นาหํ, ภนฺเต นาคเสน, เวสฺสนฺตรสฺส ทานปติโน ทานํ ครหามิ, อปิ จ ปุตฺตทารํ ยาจนฺเต นิมินิตฺวา อตฺตานํ ทาตพฺพ’’นฺติ. ‘‘เอตํ โข, มหาราช, อสพฺภิการณํ, ยํ ปุตฺตทารํ ยาจนฺเต อตฺตานํ ทเทยฺย, ยํ ยํ หิ ยาจนฺเต ตํ ตเทว ทาตพฺพํ, เอตํ สปฺปุริสานํ กมฺมํ. ยถา, มหาราช, โกจิ ปุริโส ปานียํ อาหราเปยฺย, ตสฺส โย โภชนํ ทเทยฺย, อปิ นุ โส, มหาราช, ปุริโส ตสฺส กิจฺจการี อสฺสา’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, ยํ โส อาหราเปติ, ตเมว ตสฺส เทนฺโต กิจฺจการี อสฺสา’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, เวสฺสนฺตโร ราชา พฺราหฺมเณ ปุตฺตทารํ ยาจนฺเต ปุตฺตทารํ เยว อทาสิ. สเจ, มหาราช, พฺราหฺมโณ เวสฺสนฺตรสฺส สรีรํ ยาเจยฺย, น โส, มหาราช, อตฺตานํ รกฺเขยฺย น กมฺเปยฺย น รชฺเชยฺย, ตสฺส ทินฺนํ ปริจฺจตฺตํ เยว สรีรํ ภเวยฺย. สเจ, มหาราช, โกจิ เวสฺสนฺตรํ ทานปตึ อุปคนฺตฺวา ยาเจยฺย ‘ทาสตฺตํ เม อุเปหี’ติ, ทินฺนํ ปริจฺจตฺตํ เยวสฺส สรีรํ ภเวยฺย, น โส ทตฺวา ตเปยฺย [ฐเปยฺย (สี.)], รญฺโญ, มหาราช, เวสฺสนฺตรสฺส กาโย พหุสาธารโณ.
‘‘ยถา, มหาราช, ปกฺกา มํสเปสิ พหุสาธารณา, เอวเมว โข, มหาราช, รญฺโญ เวสฺสนฺตรสฺส กาโย พหุสาธารโณ. ยถา วา ปน, มหาราช, ผลิโต [ผลิโน (?)] รุกฺโข นานาทิชคณสาธารโณ, เอวเมว โข, มหาราช, รญฺโญ เวสฺสนฺตรสฺส กาโย พหุสาธารโณ. กึ การณา? ‘เอวาหํ ปฏิปชฺชนฺโต สมฺมาสมฺโพธึ ปาปุณิสฺสามี’ติ.
‘‘ยถา, มหาราช, ปุริโส อธโน ธนตฺถิโก ธนปริเยสนํ จรมาโน อชปถํ สงฺกุปถํ เวตฺตปถํ คจฺฉติ, ชลถลวาณิชฺชํ กโรติ, กาเยน วาจาย มนสา ธนํ อาราเธติ, ธนปฺปฏิลาภาย วายมติ. เอวเมว โข, มหาราช, เวสฺสนฺตโร ทานปติ อธโน พุทฺธธเนน สพฺพญฺญุตญาณรตนปฺปฏิลาภาย ยาจกานํ ธนธญฺญํ ทาสิทาสํ ยานวาหนํ สกลสาปเตยฺยํ สกํ ปุตฺตทารํ อตฺตานญฺจ จชิตฺวา สมฺมาสมฺโพธึ เยว ปริเยสติ.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, อมจฺโจ มุทฺทกาโม มุทฺทาธิกรณํ ยํ กิญฺจิ เคเห ธนธญฺญํ หิรญฺญสุวณฺณํ, ตํ สพฺพํ ทตฺวาปิ มุทฺทปฺปฏิลาภาย วายมติ. เอวเมว โข, มหาราช, เวสฺสนฺตโร ทานปติ สพฺพํ ตํ พาหิรพฺภนฺตรธนํ ทตฺวา ชีวิตมฺปิ ปเรสํ ทตฺวา สมฺมาสมฺโพธึ เยว ปริเยสติ.
‘‘อปิ จ, มหาราช, เวสฺสนฺตรสฺส ทานปติโน เอวํ อโหสิ ‘ยํ โส พฺราหฺมโณ ยาจติ, ตเมวาหํ ตสฺส เทนฺโต กิจฺจการี นาม โหมี’ติ, เอวํ โส ตสฺส ปุตฺตทารมทาสิ. น โข, มหาราช, เวสฺสนฺตโร ทานปติ เทสฺสตาย พฺราหฺมณสฺส ปุตฺตทารมทาสิ, น อทสฺสนกามตาย ปุตฺตทารมทาสิ, น อติพหุกา เม ปุตฺตทารา, ‘น สกฺโกมิ เต โปเสตุ’นฺติ ปุตฺตทารมทาสิ, น อุกฺกณฺฐิโต ‘อปฺปิยา เม’ติ นีหริตุกามตาย ปุตฺตทารมทาสิ. อถ โข สพฺพญฺญุตญาณรตนสฺเสว ปิยตฺตา สพฺพญฺญุตญาณสฺส การณา เวสฺสนฺตโร ราชา เอวรูปํ อตุลํ วิปุลมนุตฺตรํ ปิยํ มนาปํ ทยิตํ ปาณสมํ ปุตฺตทารทานวรํ พฺราหฺมณสฺส อทาสิ.
‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา เทวาติเทเวน จริยาปิฏเก –
‘‘‘น เม เทสฺสา อุโภ ปุตฺตา, มทฺที เทวี น เทสฺสิยา;
สพฺพญฺญุตํ ปิยํ มยฺหํ, ตสฺมา ปิเย อทาสห’นฺติ.
‘‘ตสฺมา, มหาราช, เวสฺสตโร ราชา ปุตฺตทานํ [ปุตฺตทารํ (ก.)] ทตฺวา ปณฺณสาลํ ปวิสิตฺวา นิปชฺชิ. ตสฺส อติเปเมน ทุกฺขิตสฺส พลวโสโก อุปฺปชฺชิ, หทยวตฺถุ อุณฺหมโหสิ. นาสิกาย อปฺปโหนฺติยา มุเขน อุเณฺห อสฺสาสปสฺสาเส วิสฺสชฺเชสิ, อสฺสูนิ ปริวตฺติตฺวา โลหิตพินฺทูนิ หุตฺวา เนตฺเตหิ นิกฺขมึสุ. เอวเมว โข, มหาราช, ทุกฺเขน เวสฺสนฺตโร ราชา พฺราหฺมณสฺส ปุตฺตทารมทาสิ ‘มา เม ทานปโถ ปริหายี’ติ.
‘‘อปิ จ, มหาราช, เวสฺสนฺตโร ราชา เทฺว อตฺถวเส ปฏิจฺจ พฺราหฺมณสฺส เทฺว ทารเก อทาสิ. กตเม เทฺว? ทานปโถ จ เม อปริหีโน ภวิสฺสติ, ทุกฺขิเต จ เม ปุตฺตเก วนมูลผเลหิ อิโตนิทานํ อยฺยโก โมเจสฺสตีติ. ชานาติ หิ, มหาราช, เวสฺสนฺตโร ราชา ‘น เม ทารกา สกฺกา เกนจิ ทาสโภเคน ภุญฺชิตุํ, อิเม จ ทารเก อยฺยโก นิกฺกิณิสฺสติ, เอวํ อมฺหากมฺปิ คมนํ ภวิสฺสตี’ติ. อิเม โข, มหาราช, เทฺว อตฺถวเส ปฏิจฺจ พฺราหฺมณสฺส เทฺว ทารเก อทาสิ.
‘‘อปิ จ, มหาราช, เวสฺสนฺตโร ราชา ชานาติ ‘อยํ โข พฺราหฺมโณ ชิณฺโณ วุฑฺโฒ มหลฺลโก ทุพฺพโล ภคฺโค ทณฺฑปรายโณ ขีณายุโก ปริตฺตปุญฺโญ, เนโส สมตฺโถ อิเม ทารเก ทาสโภเคน ภุญฺชิตุ’นฺติ. สกฺกุเณยฺย ปน, มหาราช, ปุริโส ปากติเกน พเลน อิเม จนฺทิมสูริเย เอวํมหิทฺธิเก เอวํมหานุภาเว คเหตฺวา เปฬาย วา สมุคฺเค วา ปกฺขิปิตฺวา นิปฺปเภ กตฺวา ถาลกปริโภเคน [ปทีปปริโภเคน (สฺยา.)] ปริภุญฺชิตุ’’นฺติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, อิมสฺมึ โลเก จนฺทิมสูริยปฺปฏิภาคสฺส เวสฺสนฺตรสฺส ทารกา น สกฺกา เกนจิ ทาสโภเคน ภุญฺชิตุนฺติ.
‘‘อปรมฺปิ, มหาราช, อุตฺตรึ การณํ สุโณหิ, เยน การเณน เวสฺสนฺตรสฺส ทารกา น สกฺกา เกนจิ ทาสโภเคน ภุญฺชิตุํ. ยถา, มหาราช, รญฺโญ จกฺกวตฺติสฺส มณิรตนํ สุภํ ชาติมนฺตํ อฏฺฐํสํ สุปริกมฺมกตํ จตุหตฺถายามํ สกฏนาภิปริณาหํ น สกฺกา เกนจิ ปิโลติกาย เวเฐตฺวา เปฬาย ปกฺขิปิตฺวา สตฺถกนิสานปริโภเคน ปริภุญฺชิตุํ, เอวเมว โข, มหาราช, โลเก จกฺกวตฺติรญฺโญ มณิรตนปฺปฏิภาคสฺส เวสฺสนฺตรสฺส ทารกา น สกฺกา เกนจิ ทาสโภเคน ภุญฺชิตุํ.
‘‘อปรมฺปิ, มหาราช, อุตฺตรึ การณํ สุโณหิ, เยน การเณน เวสฺสนฺตรสฺส ทารกา น สกฺกา เกนจิ ทาสโภเคน ภุญฺชิตุํ. ยถา, มหาราช, ติธา ปภินฺโน สพฺพเสโต สตฺตปฺปติฏฺฐิโต อฏฺฐรตนุพฺเพโธ นวรตนายามปริณาโห ปาสาทิโก ทสฺสนีโย อุโปสโถ นาคราชา น สกฺกา เกนจิ สุปฺเปน วา สราเวน วา ปิทหิตุํ, โควจฺฉโก วิย วจฺฉกสาลาย ปกฺขิปิตฺวา ปริหริตุํ วา, เอวเมว โข, มหาราช, โลเก อุโปสถนาคราชปฺปฏิภาคสฺส เวสฺสนฺตรสฺส ทารกา น สกฺกา เกนจิ ทาสโภเคน ภุญฺชิตุํ.
‘‘อปรมฺปิ, มหาราช, อุตฺตรึ การณํ สุโณหิ, เยน การเณน เวสฺสนฺตรสฺส ทารกา น สกฺกา เกนจิ ทาสโภเคน ภุญฺชิตุํ. ยถา, มหาราช, มหาสมุทฺโท ทีฆปุถุลวิตฺถิณฺโณ คมฺภีโร อปฺปเมยฺโย ทุรุตฺตโร อปริโยคาโฬฺห อนาวโฏ น สกฺกา เกนจิ สพฺพตฺถ ปิทหิตฺวา เอกติตฺเถน ปริโภคํ กาตุํ, เอวเมว โข, มหาราช, โลเก มหาสมุทฺทปฺปฏิภาคสฺส เวสฺสนฺตรสฺส ทารกา น สกฺกา เกนจิ ทาสโภเคน ภุญฺชิตุํ.
‘‘อปรมฺปิ, มหาราช, อุตฺตรึ การณํ สุโณหิ, เยน การเณน เวสฺสนฺตรสฺส ทารกา น สกฺกา เกนจิ ทาสโภเคน ภุญฺชิตุํ. ยถา, มหาราช, หิมวนฺโต ปพฺพตราชา ปญฺจโยชนสตํ อจฺจุคฺคโต นเภ ติสหสฺสโยชนายามวิตฺถาโร จตุราสีติกูฏสหสฺสปฺปฏิมณฺฑิโต ปญฺจนฺนํ มหานทีสตานํ ปภโว มหาภูตคณาลโย นานาวิธคนฺธธโร ทิพฺโพสธสตสมลงฺกโต นเภ วลาหโก วิย อจฺจุคฺคโต ทิสฺสติ, เอวเมว โข, มหาราช, โลเก หิมวนฺตปพฺพตราชปฺปฏิภาคสฺส เวสฺสนฺตรสฺส ทารกา น สกฺกา เกนจิ ทาสโภเคน ภุญฺชิตุํ.
‘‘อปรมฺปิ, มหาราช, อุตฺตรึ การณํ สุโณหิ, เยน การเณน เวสฺสนฺตรสฺส ทารกา น สกฺกา เกนจิ ทาสโภเคน ภุญฺชิตุํ. ยถา, มหาราช, รตฺตนฺธการติมิสายํ อุปริปพฺพตคฺเค ชลมาโน มหาอคฺคิกฺขนฺโธ สุวิทูเรปิ ปญฺญายติ, เอวเมว โข, มหาราช, เวสฺสนฺตโร ราชา ปพฺพตคฺเค ชลมาโน มหาอคฺคิกฺขนฺโธ วิย สุวิทูเรปิ ปากโฏ ปญฺญายติ, ตสฺส ทารกา น สกฺกา เกนจิ ทาสโภเคน ภุญฺชิตุํ.
‘‘อปรมฺปิ, มหาราช, อุตฺตรึ การณํ สุโณหิ, เยน การเณน เวสฺสนฺตรสฺส ทารกา น สกฺกา เกนจิ ทาสโภเคน ภุญฺชิตุํ. ยถา, มหาราช, หิมวนฺเต ปพฺพเต นาคปุปฺผสมเย อุชุวาเต วายนฺเต ทส ทฺวาทส โยชนานิ ปุปฺผคนฺโธ วายติ, เอวเมว โข, มหาราช, เวสฺสนฺตรสฺส รญฺโญ อปิ โยชนสหสฺเสหิปิ ยาว อกนิฏฺฐภวนํ เอตฺถนฺตเร สุราสุรครุฬคนฺธพฺพยกฺขรกฺขสมโหรคกินฺนรอินฺทภวเนสุ กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคโต, สีลวรคนฺโธ จสฺส สมฺปวายติ, เตน ตสฺส ทารกา น สกฺกา เกนจิ ทาสโภเคน ภุญฺชิตุํ. อนุสิฏฺโฐ, มหาราช, ชาลี กุมาโร ปิตรา เวสฺสนฺตเรน รญฺญา ‘อยฺยโก เต, ตาต, ตุเมฺห พฺราหฺมณสฺส ธนํ ทตฺวา นิกฺกิณนฺโต ตํ นิกฺขสหสฺสํ ทตฺวา นิกฺกิณาตุ, กณฺหาชินํ นิกฺกิณนฺโต ทาสสตํ ทาสิสตํ หตฺถิสตํ อสฺสสตํ เธนุสตํ อุสภสตํ นิกฺขสตนฺติ สพฺพสตํ ทตฺวา นิกฺกิณาตุ, ยทิ เต, ตาต, อยฺยโก ตุเมฺห พฺราหฺมณสฺส หตฺถโต อาณาย พลสา มุธา คณฺหาติ, มา ตุเมฺห อยฺยกสฺส วจนํ กริตฺถ, พฺราหฺมณสฺเสว อนุยายิโน โหถา’ติ, เอวมนุสาสิตฺวา ปุตฺเต เปเสสิ, ตโต ชาลีกุมาโร คนฺตฺวา อยฺยเกน ปุฏฺโฐ กเถสิ –
‘‘‘สหสฺสคฺฆํ หิ มํ ตาต, พฺราหฺมณสฺส ปิตา อทา;
อโถ กณฺหาชินํ กญฺญํ, หตฺถีนญฺจ สเตน จา’’’ติ.
‘‘สุนิพฺเพฐิโต, ภนฺเต นาคเสน, ปโญฺห; สุภินฺนํ ทิฏฺฐิชาลํ; สุมทฺทิโต ปรวาโท; สกสมโย สุทีปิโต; พฺยญฺชนํ สุปริโสธิตํ; สุวิภตฺโต อตฺโถ; เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.
เวสฺสนฺตรปโญฺห ปฐโม.
๒. ทุกฺกรการิกปโญฺห
๒. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, สพฺเพว โพธิสตฺตา ทุกฺกรการิกํ กโรนฺติ, อุทาหุ โคตเมเนว โพธิสตฺเตน ทุกฺกรการิกา กตา’’ติ? ‘‘นตฺถิ, มหาราช, สพฺเพสํ โพธิสตฺตานํ ทุกฺกรการิกา, โคตเมเนว โพธิสตฺเตน ทุกฺกรการิกา กตา’’ติ.
‘‘ภนฺเต นาคเสน, ยทิ เอวํ อยุตฺตํ, ยํ โพธิสตฺตานํ โพธิสตฺเตหิ เวมตฺตตา โหตี’’ติ. ‘‘จตูหิ, มหาราช, ฐาเนหิ โพธิสตฺตานํ โพธิสตฺเตหิ เวมตฺตตา โหติ. กตเมหิ จตูหิ? กุลเวมตฺตตา ปธานเวมตฺตตา [อทฺธานเวมตฺตตา (สี. สฺยา. ปี.)] อายุเวมตฺตตา ปมาณเวมตฺตตาติ. อิเมหิ โข, มหาราช, จตูหิ ฐาเนหิ โพธิสตฺตานํ โพธิสตฺเตหิ เวมตฺตตา โหติ. สพฺเพสมฺปิ, มหาราช, พุทฺธานํ รูเป สีเล สมาธิมฺหิ ปญฺญาย วิมุตฺติยา วิมุตฺติญาณทสฺสเน จตุเวสารชฺเช ทสตถาคตพเล ฉอสาธารณญาเณ จุทฺทสพุทฺธญาเณ อฏฺฐารสพุทฺธธมฺเม เกวเล จ พุทฺธคุเณ [พุทฺธธมฺเม (สี. ปี.)] นตฺถิ เวมตฺตตา, สพฺเพปิ พุทฺธา พุทฺธธมฺเมหิ สมสมา’’ติ.
‘‘ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, สพฺเพปิ พุทฺธา พุทฺธธมฺเมหิ สมสมา, เกน การเณน โคตเมเนว โพธิสตฺเตน ทุกฺกรการิกา กตา’’ติ? ‘‘อปริปกฺเก, มหาราช, ญาเณ อปริปกฺกาย โพธิยา โคตโม โพธิสตฺโต เนกฺขมฺมมภินิกฺขนฺโต อปริปกฺกํ ญาณํ ปริปาจยมาเนน ทุกฺกรการิกา กตา’’ติ.
‘‘ภนฺเต นาคเสน, เกน การเณน โพธิสตฺโต อปริปกฺเก ญาเณ อปริปกฺกาย โพธิยา มหาภินิกฺขมนํ นิกฺขนฺโต, นนุ นาม ญาณํ ปริปาเจตฺวา ปริปกฺเก ญาเณ นิกฺขมิตพฺพ’’นฺติ?
‘‘โพธิสตฺโต, มหาราช, วิปรีตํ อิตฺถาคารํ ทิสฺวา วิปฺปฏิสารี อโหสิ, ตสฺส วิปฺปฏิสาริสฺส อรติ อุปฺปชฺชิ, อรติจิตฺตํ อุปฺปนฺนํ ทิสฺวา อญฺญตโร มารกายิโก เทวปุตฺโต ‘อยํ โข กาโล อรติจิตฺตสฺส วิโนทนายา’ติ เวหาเส ฐตฺวา อิทํ วจนมพฺรวิ –
‘‘มาริส, มา โข ตฺวํ อุกฺกณฺฐิโต อโหสิ, อิโต เต สตฺตเม ทิวเส ทิพฺพํ จกฺกรตนํ ปาตุภวิสฺสติ สหสฺสารํ สเนมิกํ สนาภิกํ สพฺพาการปริปูรํ, ปถวิคตานิ จ เต รตนานิ อากาสฏฺฐานิ จ สยเมว อุปคจฺฉิสฺสนฺติ, ทฺวิสหสฺสปริตฺตทีปปริวาเรสุ จตูสุ มหาทีเปสุ เอกมุเขน อาณา ปวตฺติสฺสติ, ปโรสหสฺสญฺจ เต ปุตฺตา ภวิสฺสนฺติ สูรา วีรงฺครูปา ปรเสนปฺปมทฺทนา, เตหิ ปุตฺเตหิ ปริกิณฺโณ สตฺตรตนสมนฺนาคโต จตุทฺทีปมนุสาสิสฺสสี’ติ.
‘‘ยถา นาม ทิวสสนฺตตฺตํ อโยสูลํ สพฺพตฺถ อุปฑหนฺตํ กณฺณโสตํ ปวิเสยฺย, เอวเมว โข, มหาราช, โพธิสตฺตสฺส ตํ วจนํ กณฺณโสตํ ปวิสิตฺถ, อิติ โส ปกติยาว อุกฺกณฺฐิโต ตสฺสา เทวตาย วจเนน ภิยฺโยโสมตฺตาย อุพฺพิชฺชิ สํวิชฺชิ สํเวคมาปชฺชิ.
‘‘ยถา ปน, มหาราช, มหติมหาอคฺคิกฺขนฺโธ ชลมาโน อญฺเญน กฏฺเฐน อุปฑหิโต ภิยฺโยโสมตฺตาย ชเลยฺย, เอวเมว โข, มหาราช, โพธิสตฺโต ปกติยาว อุกฺกณฺฐิโต ตสฺสา เทวตาย วจเนน ภิยฺโยโสมตฺตาย อุพฺพิชฺชิ สํวิชฺชิ สํเวคมาปชฺชิ.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, มหาปถวี ปกติตินฺตา นิพฺพตฺตหริตสทฺทลา อาสิตฺโตทกา จิกฺขลฺลชาตา ปุนเทว มหาเมเฆ อภิวุฏฺเฐ ภิยฺโยโสมตฺตาย จิกฺขลฺลตรา อสฺส, เอวเมว โข, มหาราช, โพธิสตฺโต ปกติยาว อุกฺกณฺฐิโต ตสฺสา เทวตาย วจเนน ภิยฺโยโสมตฺตาย อุพฺพิชฺชิ สํวิชฺชิ สํเวคมาปชฺชี’’ติ.
‘‘อปิ นุ โข, ภนฺเต นาคเสน, โพธิสตฺตสฺส ยทิ สตฺตเม ทิวเส ทิพฺพํ จกฺกรตนํ นิพฺพตฺเตยฺย, ปฏินิวตฺเตยฺย โพธิสตฺโต ทิพฺเพ จกฺกรตเน นิพฺพตฺเต’’ติ? ‘‘น หิ, มหาราช, สตฺตเม ทิวเส โพธิสตฺตสฺส ทิพฺพํ จกฺกรตนํ นิพฺพตฺเตยฺย, อปิ จ ปโลภนตฺถาย ตาย เทวตาย มุสา ภณิตํ, ยทิปิ, มหาราช, สตฺตเม ทิวเส ทิพฺพํ จกฺกรตนํ นิพฺพตฺเตยฺย, โพธิสตฺโต น นิวตฺเตยฺย. กึ การณํ? ‘อนิจฺจ’นฺติ, มหาราช, โพธิสตฺโต ทฬฺหํ อคฺคเหสิ, ‘ทุกฺขํ อนตฺตา’ติ ทฬฺหํ อคฺคเหสิ, อุปาทานกฺขยํ ปตฺโต.
‘‘ยถา, มหาราช, อโนตตฺตทหโต อุทกํ คงฺคํ นทึ ปวิสติ, คงฺคาย นทิยา มหาสมุทฺทํ ปวิสติ, มหาสมุทฺทโต ปาตาลมุขํ ปวิสติ, อปิ นุ, มหาราช, ตํ อุทกํ ปาตาลมุขคตํ ปฏินิวตฺติตฺวา มหาสมุทฺทํ ปวิเสยฺย, มหาสมุทฺทโต คงฺคํ นทึ ปวิเสยฺย, คงฺคาย นทิยา ปุน อโนตตฺตํ ปวิเสยฺยา’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, โพธิสตฺเตน กปฺปานํ สตสหสฺสํ จตุโร จ อสงฺเขฺยยฺเย กุสลํ ปริปาจิตํ อิมสฺส ภวสฺส การณา, โสยํ อนฺติมภโว อนุปฺปตฺโต ปริปกฺกํ โพธิญาณํ ฉหิ วสฺเสหิ พุทฺโธ ภวิสฺสติ สพฺพญฺญู โลเก อคฺคปุคฺคโล, อปิ นุ โข, มหาราช, โพธิสตฺโต จกฺกรตนการณา [จกฺกรตนสฺส การณา (สี. สฺยา. ปี.)] ปฏินิวตฺเตยฺยา’’ติ [ปรินิวตฺเตยฺยาติ (สี. ปี. ก.)]? ‘‘น หิ, ภนฺเต’’ติ.
‘‘อปิ จ, มหาราช, มหาปถวี ปริวตฺเตยฺย สกานนา สปพฺพตา, นเตฺวว โพธิสตฺโต ปฏินิวตฺเตยฺย อปตฺวา สมฺมาสมฺโพธึ. อาโรเหยฺยปิ เจ, มหาราช, คงฺคาย อุทกํ ปฏิโสตํ, นเตฺวว โพธิสตฺโต ปฏินิวตฺเตยฺย อปตฺวา สมฺมาสมฺโพธึ; วิสุสฺเสยฺยปิ เจ, มหาราช, มหาสมุทฺโท อปริมิตชลธโร โคปเท อุทกํ วิย, นเตฺวว โพธิสตฺโต ปฏินิวตฺเตยฺย อปตฺวา สมฺมาสมฺโพธึ; ผเลยฺยปิ เจ, มหาราช, สิเนรุปพฺพตราชา สตธา วา สหสฺสธา วา, นเตฺวว โพธิสตฺโต ปฏินิวตฺเตยฺย อปตฺวา สมฺมาสมฺโพธึ; ปเตยฺยุมฺปิ เจ, มหาราช, จนฺทิมสูริยา สตารกา เลฑฺฑุ วิย ฉมายํ, นเตฺวว โพธิสตฺโต ปฏินิวตฺเตยฺย อปตฺวา สมฺมาสมฺโพธึ; สํวตฺเตยฺยปิ เจ, มหาราช, อากาโส กิลญฺชมิว, นเตฺวว โพธิสตฺโต ปฏินิวตฺเตยฺย อปตฺวา สมฺมาสมฺโพธึ. กึ การณา? ปทาลิตตฺตา สพฺพพนฺธนาน’’นฺติ.
‘‘ภนฺเต นาคเสน, กติ โลเก พนฺธนานี’’ติ? ‘‘ทส โข ปนิมานิ, มหาราช, โลเก พนฺธนานิ, เยหิ พนฺธเนหิ พทฺธา สตฺตา น นิกฺขมนฺติ, นิกฺขมิตฺวาปิ ปฏินิวตฺตนฺติ. กตมานิ ทส? มาตา, มหาราช, โลเก พนฺธนํ, ปิตา, มหาราช, โลเก พนฺธนํ, ภริยา, มหาราช, โลเก พนฺธนํ, ปุตฺตา, มหาราช, โลเก พนฺธนํ, ญาตี, มหาราช, โลเก พนฺธนํ, มิตฺตํ, มหาราช, โลเก พนฺธนํ, ธนํ, มหาราช, โลเก พนฺธนํ, ลาภสกฺกาโร, มหาราช, โลเก พนฺธนํ, อิสฺสริยํ, มหาราช, โลเก พนฺธนํ, ปญฺจ กามคุณา, มหาราช, โลเก พนฺธนํ, อิมานิ โข มหาราช ทส โลเก พนฺธนานิ, เยหิ พนฺธเนหิ พทฺธา สตฺตา น นิกฺขมนฺติ, นิกฺขมิตฺวาปิ ปฏินิวตฺตนฺติ, ตานิ ทส พนฺธนานิ โพธิสตฺตสฺส ฉินฺนานิ ปทาลิตานิ, ตสฺมา, มหาราช, โพธิสตฺโต น ปฏินิวตฺตตี’’ติ.
‘‘ภนฺเต นาคเสน, ยทิ โพธิสตฺโต อุปฺปนฺเน อรติจิตฺเต เทวตาย วจเนน อปริปกฺเก ญาเณ อปริปกฺกาย โพธิยา เนกฺขมฺมมภินิกฺขนฺโต, กึ ตสฺส ทุกฺกรการิกาย กตาย, นนุ นาม สพฺพภกฺเขน ภวิตพฺพํ ญาณปริปากํ อาคมยมาเนนา’’ติ?
‘‘ทส โข ปนิเม, มหาราช, ปุคฺคลา โลกสฺมึ โอญฺญาตา อวญฺญาตา หีฬิตา ขีฬิตา ครหิตา ปริภูตา อจิตฺตีกตา. กตเม ทส? อิตฺถี, มหาราช, วิธวา โลกสฺมึ โอญฺญาตา อวญฺญาตา หีฬิตา ขีฬิตา ครหิตา ปริภูตา อจิตฺตีกตา. ทุพฺพโล, มหาราช, ปุคฺคโล…เป… อมิตฺตญาติ, มหาราช, ปุคฺคโล…เป… มหคฺฆโส, มหาราช, ปุคฺคโล…เป… อครุกุลวาสิโก, มหาราช, ปุคฺคโล…เป… ปาปมิตฺโต, มหาราช, ปุคฺคโล…เป… ธนหีโน, มหาราช, ปุคฺคโล…เป… อาจารหีโน, มหาราช, ปุคฺคโล…เป… กมฺมหีโน, มหาราช, ปุคฺคโล…เป… ปโยคหีโน, มหาราช, ปุคฺคโล โลกสฺมึ โอญฺญาโต อวญฺญาโต หีฬิโต ขีฬิโต ครหิโต ปริภูโต อจิตฺตีกโต. อิเม โข, มหาราช, ทส ปุคฺคลา โลกสฺมึ โอญฺญาตา อวญฺญาตา หีฬิตา ขีฬิตา ครหิตา ปริภูตา อจิตฺตีกตา. อิมานิ โข, มหาราช, ทส ฐานานิ อนุสฺสรมานสฺส โพธิสตฺตสฺส เอวํ สญฺญา อุปฺปชฺชิ ‘มาหํ กมฺมหีโน อสฺสํ ปโยคหีโน ครหิโต เทวมนุสฺสานํ, ยํนูนาหํ กมฺมสฺสามี อสฺสํ กมฺมครุ กมฺมาธิปเตยฺโย กมฺมสีโล กมฺมโธรโยฺห กมฺมนิเกตวา อปฺปมตฺโต วิหเรยฺย’นฺติ, เอวํ โข, มหาราช, โพธิสตฺโต ญาณํ ปริปาเจนฺโต ทุกฺกรการิกํ อกาสี’’ติ.
‘‘ภนฺเต นาคเสน, โพธิสตฺโต ทุกฺกรการิกํ กโรนฺโต เอวมาห ‘น โข ปนาหํ อิมาย กฏุกาย ทุกฺกรการิกาย อธิคจฺฉามิ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมํ อลมริยญาณทสฺสนวิเสสํ, สิยา นุ โข อญฺโญ มคฺโค โพธายา’ติ. อปิ นุ ตสฺมึ สมเย โพธิสตฺตสฺส มคฺคํ อารพฺภ สติสมฺโมโส อโหสี’’ติ?
‘‘ปญฺจวีสติ โข ปนิเม, มหาราช, จิตฺตทุพฺพลีกรณา ธมฺมา, เยหิ ทุพฺพลีกตํ จิตฺตํ น สมฺมา สมาธิยติ อาสวานํ ขยาย. กตเม ปญฺจวีสติ? โกโธ, มหาราช, จิตฺตทุพฺพลีกรโณ ธมฺโม, เยน ทุพฺพลีกตํ จิตฺตํ น สมฺมา สมาธิยติ อาสวานํ ขยาย, อุปนาโห…เป… มกฺโข…เป… ปฬาโส…เป… อิสฺสา…เป… มจฺฉริยํ…เป… มายา…เป… สาเฐยฺยํ…เป… ถมฺโภ…เป… สารมฺโภ…เป… มาโน…เป… อติมาโน …เป… มโท…เป… ปมาโท…เป… ถินมิทฺธํ…เป… ตนฺทิ [นนฺที (ปี. ก.)] …เป… อาลสฺยํ…เป… ปาปมิตฺตตา…เป… รูปา…เป… สทฺทา…เป… คนฺธา…เป… รสา…เป… โผฏฺฐพฺพา…เป… ขุทาปิปาสา…เป… อรติ, มหาราช, จิตฺตทุพฺพลีกรโณ ธมฺโม, เยน ทุพฺพลีกตํ จิตฺตํ น สมฺมา สมาธิยติ อาสวานํ ขยาย. อิเม โข, มหาราช, ปญฺจวีสติ จิตฺตทุพฺพลีกรณา ธมฺมา, เยหิ ทุพฺพลีกตํ จิตฺตํ น สมฺมา สมาธิยติ อาสวานํ ขยาย.
โพธิสตฺตสฺส โข, มหาราช, ขุทาปิปาสา [ขุทาปิปาสา (สี. ปี. ก.)] กายํ ปริยาทิยึสุ, กาเย ปริยาทินฺเน จิตฺตํ น สมฺมา สมาธิยติ อาสวานํ ขยาย. สตสหสฺสํ, มหาราช, กปฺปานํ [กปฺเป (ก.)] จตุโร จ อสงฺเขฺยยฺเย กปฺเป โพธิสตฺโต จตุนฺนํ เยว อริยสจฺจานํ อภิสมยํ อเนฺวสิ ตาสุ ตาสุ ชาตีสุ, กึ ปนสฺส ปจฺฉิเม ภเว อภิสมยชาติยํ มคฺคํ อารพฺภ สติสมฺโมโส เหสฺสติ? อปิ จ, มหาราช, โพธิสตฺตสฺส สญฺญามตฺตํ อุปฺปชฺชิ ‘สิยา นุ โข อญฺโญ มคฺโค โพธายา’ติ. ปุพฺเพ โข, มหาราช, โพธิสตฺโต เอกมาสิโก สมาโน ปิตุ สกฺกสฺส กมฺมนฺเต สีตาย ชมฺพุจฺฉายาย สิริสยเน ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา นิสินฺโน วิวิจฺเจว กาเมหิ วิจิจฺจ อกุสเลหิ ธมฺเมหิ สวิตกฺกํ สวิจารํ วิเวกชํ ปีติสุขํ ปฐมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหาสิ…เป… จตุตฺถํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหาสี’’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามิ, ญาณํ ปริปาเจนฺโต โพธิสตฺโต ทุกฺกรการิกํ อกาสี’’ติ.
ทุกฺกรการิกปโญฺห ทุติโย.
๓. กุสลากุสลพลวตรปโญฺห
๓. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, กตมํ อธิมตฺตํ พลวตรํ กุสลํ วา อกุสลํ วา’’ติ? ‘‘กุสลํ, มหาราช, อธิมตฺตํ พลวตรํ, โน ตถา อกุสล’นฺติ. ‘‘นาหํ, ภนฺเต นาคเสน, ตํ วจนํ สมฺปฏิจฺฉามิ ‘กุสลํ อธิมตฺตํ พลวตรํ, โน ตถา อกุสล’นฺติ, ทิสฺสนฺติ, ภนฺเต นาคเสน, อิธ ปาณาติปาติโน อทินฺนาทายิโน กาเมสุมิจฺฉาจาริโน มุสาวาทิโน คามฆาติกา ปนฺถทูสกา เนกติกา วญฺจนิกา, สพฺเพ เต ตาวตเกน ปาเปน ลภนฺติ หตฺถจฺเฉทํ ปาทจฺเฉทํ หตฺถปาทจฺเฉทํ กณฺณจฺเฉทํ นาสจฺเฉทํ กณฺณนาสจฺเฉทํ พิลงฺคถาลิกํ สงฺขมุณฺฑิกํ ราหุมุขํ โชติมาลิกํ หตฺถปชฺโชติกํ เอรกวตฺติกํ จีรกวาสิกํ เอเณยฺยกํ พฬิสมํสิกํ กหาปณิกํ ขาราปตจฺฉิกํ ปลิฆปริวตฺติกํ ปลาลปีฐกํ ตตฺเตนปิ เตเลน โอสิญฺจนํ สุนเขหิปิ ขาทาปนํ ชีวสูลาโรปนํ อสินาปิ สีสจฺเฉทํ, เกจิ รตฺตึ ปาปํ กตฺวา รตฺตึ เยว วิปากํ อนุภวนฺติ, เกจิ รตฺตึ กตฺวา ทิวา เยว อนุภวนฺติ, เกจิ ทิวา กตฺวา ทิวา เยว อนุภวนฺติ, เกจิ ทิวา กตฺวา รตฺตึ เยว อนุภวนฺติ, เกจิ เทฺว ตโย ทิวเส วีติวตฺเต อนุภวนฺติ, สพฺเพปิ เต ทิฏฺเฐว ธมฺเม วิปากํ อนุภวนฺติ. อตฺถิ ปน, ภนฺเต นาคเสน, โกจิ เอกสฺส วา ทฺวินฺนํ วา ติณฺณํ วา จตุนฺนํ วา ปญฺจนฺนํ วา ทสนฺนํ วา สตสฺส วา สหสฺสสฺส วา สตสหสฺสสฺส วา สปริวารํ ทานํ ทตฺวา ทิฏฺฐธมฺมิกํ โภคํ วา ยสํ วา สุขํ วา อนุภวิตา สีเลน วา อุโปสถกมฺเมน วา’’ติ?
‘‘อตฺถิ, มหาราช, จตฺตาโร ปุริสา ทานํ ทตฺวา สีลํ สมาทิยิตฺวา อุโปสถกมฺมํ กตฺวา ทิฏฺเฐว ธมฺเม เตเนว สรีรเทเหน ติทสปุเร สมนุปฺปตฺตา’’ติ [ยสมนุปตฺตาติ (สี. ปี.)]. ‘‘โก จ โก จ ภนฺเต’’ติ? ‘‘มนฺธาตา, มหาราช, ราชา, นิมิ ราชา, สาธีโน ราชา, คุตฺติโล จ คนฺธพฺโพ’’ติ.
‘‘ภนฺเต นาคเสน, อเนเกหิ ตํ ภวสหสฺเสหิ อนฺตริตํ, ทฺวินฺนมฺเปตํ อมฺหากํ [ทีปิตํ, อมฺหากมฺเปตํ (ก.)] ปโรกฺขํ, ยทิ สมตฺโถสิ วตฺตมานเก ภเว ภควโต ธรมานกาเล กเถหี’’ติ? ‘‘วตฺตมานเกปิ, มหาราช, ภเว ปุณฺณโก ทาโส เถรสฺส สาริปุตฺตสฺส โภชนํ ทตฺวา ตทเหว เสฏฺฐิฏฺฐานํ อชฺฌุปคโต, โส เอตรหิ ปุณฺณโก เสฏฺฐีติ ปญฺญายิ, โคปาลมาตา เทวี อตฺตโน เกเส วิกฺกิณิตฺวา ลทฺเธหิ อฏฺฐหิ กหาปเณหิ เถรสฺส มหากจฺจายนสฺส อตฺตฏฺฐมกสฺส ปิณฺฑปาตํ ทตฺวา ตทเหว รญฺโญ จนฺทปชฺโชตสฺส [อุเทนสฺส (สี. ปี.)] อคฺคมเหสิฏฺฐานํ ปตฺตา. สุปฺปิยา อุปาสิกา อญฺญตรสฺส คิลานภิกฺขุโน อตฺตโน อูรุมํเสน ปฏิจฺฉาทนียํ ทตฺวา ทุติยทิวเส เยว รูฬฺหวณา สญฺฉวี [สจฺฉวี (สี. ปี.)] อโรคา ชาตา. มลฺลิกา เทวี ภควโต อาภิโทสิกํ กุมฺมาสปิณฺฑํ ทตฺวา ตทเหว รญฺโญ โกสลสฺส อคฺคมเหสี ชาตา. สุมโน มาลากาโร อฏฺฐหิ สุมนปุปฺผมุฏฺฐีหิ ภควนฺตํ ปูเชตฺวา ตํ ทิวสํ เยว มหาสมฺปตฺตึ ปตฺโต. เอกสาฏโก พฺราหฺมโณ อุตฺตรสาฏเกน ภควนฺตํ ปูเชตฺวา ตํ ทิวสํ เยว สพฺพฏฺฐกํ ลภิ, สพฺเพเปเต, มหาราช, ทิฏฺฐธมฺมิกํ โภคญฺจ ยสญฺจ อนุภวึสู’’ติ.
‘‘ภนฺเต นาคเสน, วิจินิตฺวา ปริเยสิตฺวา ฉ ชเน เยว อทฺทสาสี’’ติ. ‘‘อาม, มหาราชา’’ติ. ‘‘เตน หิ, ภนฺเต นาคเสน, อกุสลํ เยว อธิมตฺตํ พลวตรํ, โน ตถา กุสลํ. อหญฺหิ, ภนฺเต นาคเสน, เอกทิวสํ เยว ทสปิ ปุริเส ปสฺสามิ ปาปสฺส กมฺมสฺส วิปาเกน สูเลสุ อาโรเปนฺเต, วีสมฺปิ ตึสมฺปิ จตฺตาลีสมฺปิ ปญฺญาสมฺปิ ปุริสสตมฺปิ ปุริสสหสฺสมฺปิ ปสฺสามิ ปาปสฺส กมฺมสฺส วิปาเกน สูเลสุ อาโรเปนฺเต. นนฺทกุลสฺส, ภนฺเต นาคเสน, ภทฺทสาโล นาม เสนาปติปุตฺโต อโหสิ. เตน จ รญฺญา จนฺทคุตฺเตน สงฺคาโม สมุปพฺยูโฬฺห อโหสิ. ตสฺมึ โข ปน, ภนฺเต นาคเสน, สงฺคาเม อุภโต พลกาเย อสีติกพนฺธรูปานิ อเหสุํ, เอกสฺมึ กิร สีสกพนฺเธ ปริปาเต [ปริปุณฺเณ (สพฺพตฺถ)] เอกํ กพนฺธรูปํ อุฏฺฐหติ, สพฺเพเปเต ปาปสฺเสว กมฺมสฺส วิปาเกน อนยพฺยสนํ อาปนฺนา. อิมินาปิ, ภนฺเต นาคเสน, การเณน ภณามิ อกุสลํ เยว อธิมตฺตํ พลวตรํ, โน ตถา กุสล’’นฺติ.
‘‘สุยฺยติ, ภนฺเต นาคเสน, อิมสฺมึ พุทฺธสาสเน โกสเลน รญฺญา อสทิสทานํ ทินฺน’’นฺติ? ‘‘อาม, มหาราช, สุยฺยตี’’ติ. ‘‘อปิ นุ โข, ภนฺเต นาคเสน, โกสลราชา ตํ อสทิสํ ทานํ ทตฺวา ตโตนิทานํ กญฺจิ ทิฏฺฐธมฺมิกํ โภคํ วา ยสํ วา สุขํ วา ปฏิลภี’’ติ [ปฏิลภตีติ (ก.)]? ‘‘น หิ, มหาราชา’’ติ. ‘‘ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, โกสลราชา เอวรูปํ อนุตฺตรํ ทานํ ทตฺวาปิ น ลภิ [น ลภติ (ก.)] ตโตนิทานํ กญฺจิ ทิฏฺฐธมฺมิกํ โภคํ วา ยสํ วา สุขํ วา, เตน หิ, ภนฺเต นาคเสน, อกุสลํ เยว อธิมตฺตํ พลวตรํ, โน ตถา กุสล’’นฺติ.
‘‘ปริตฺตตฺตา, มหาราช, อกุสลํ ขิปฺปํ ปริณมติ, วิปุลตฺตา กุสลํ ทีเฆน กาเลน ปริณมติ, อุปมายปิ, มหาราช, เอตํ อุปปริกฺขิตพฺพํ. ยถา, มหาราช, อปรนฺเต ชนปเท กุมุทภณฺฑิกา นาม ธญฺญชาติ มาสลูนา [มาสปูรา (ก.)] อนฺโตเคหคตา โหติ, สาลโย ฉปฺปญฺจมาเสหิ ปริณมนฺติ, กึ ปเนตฺถ, มหาราช, อนฺตรํ โก วิเสโส กุมุทภณฺฑิกาย จ สาลีนญฺจา’’ติ? ‘‘ปริตฺตตฺตา, ภนฺเต, กุมุทภณฺฑิกาย, วิปุลตฺตา จ สาลีนํ. สาลโย, ภนฺเต นาคเสน, ราชารหา ราชโภชนํ, กุมุทภณฺฑิกา ทาสกมฺมกรานํ โภชน’’นฺติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, ปริตฺตตฺตา อกุสลํ ขิปฺปํ ปริณมติ, วิปุลตฺตา กุสลํ ทีเฆน กาเลน ปริณมตี’’ติ.
‘‘ยํ ตตฺถ, ภนฺเต นาคเสน, ขิปฺปํ ปริณมติ, ตํ นาม โลเก อธิมตฺตํ พลวตรํ, ตสฺมา อกุสลํ พลวตรํ, โน ตถา กุสลํ. ยถา นาม, ภนฺเต นาคเสน, โย โกจิ โยโธ มหติมหายุทฺธํ ปวิสิตฺวา ปฏิสตฺตุํ อุปกจฺฉเก คเหตฺวา อากฑฺฒิตฺวา ขิปฺปตรํ สามิโน อุปเนยฺย, โส โยโธ โลเก สมตฺโถ สูโร นาม. โย จ ภิสกฺโก ขิปฺปํ สลฺลํ อุทฺธรติ โรคมปเนติ, โส ภิสกฺโก เฉโก นาม. โย คณโก สีฆสีฆํ คเณตฺวา ขิปฺปํ ทสฺสยติ, โส คณโก เฉโก นาม. โย มลฺโล ขิปฺปํ ปฏิมลฺลํ อุกฺขิปิตฺวา อุตฺตานกํ ปาเตติ, โส มลฺโล สมตฺโถ สูโร นาม. เอวเมว โข, ภนฺเต นาคเสน, ยํ ขิปฺปํ ปริณมติ กุสลํ วา อกุสลํ วา, ตํ โลเก อธิมตฺตํ พลวตร’’นฺติ.
‘‘อุภยมฺปิ ตํ, มหาราช, กมฺมํ สมฺปรายเวทนียเมว, อปิ จ โข อกุสลํ สาวชฺชตาย ขเณน ทิฏฺฐธมฺมเวทนียํ โหติ, ปุพฺพเกหิ, มหาราช, ขตฺติเยหิ ฐปิโต เอโส นิยโม ‘โย ปาณํ หนติ, โส ทณฺฑารโห…เป… โย อทินฺนํ อาทิยติ…เป… โย ปรทารํ คจฺฉติ…เป… โย มุสา ภณติ…เป… โย คามํ ฆาเตติ…เป… โย ปนฺถํ ทูเสติ…เป… โย นิกตึ กโรติ…เป… โย วญฺจนํ กโรติ, โส ทณฺฑารโห วธิตพฺโพ เฉตฺตพฺโพ เภตฺตพฺโพ หนฺตพฺโพ’ติ. ตํ เต อุปาทาย วิจินิตฺวา วิจินิตฺวา ทณฺเฑนฺติ วเธนฺติ ฉินฺทนฺติ ภินฺทนฺติ หนนฺติ จ, อปิ นุ, มหาราช, อตฺถิ เกหิจิ ฐปิโต นิยโม ‘โย ทานํ วา เทติ, สีลํ วา รกฺขติ, อุโปสถกมฺมํ วา กโรติ, ตสฺส ธนํ วา ยสํ วา ทาตพฺพ’นฺติ; อปิ นุ ตํ วิจินิตฺวา วิจินิตฺวา ธนํ วา ยสํ วา เทนฺติ, โจรสฺส กตกมฺมสฺส วธพนฺธนํ วิยา’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘ยทิ, มหาราช, ทายกานํ วิจินิตฺวา วิจินิตฺวา ธนํ วา ยสํ วา ทเทยฺยุํ, กุสลมฺปิ ทิฏฺฐธมฺมเวทนียํ ภเวยฺย, ยสฺมา จ โข, มหาราช, ทายเก น วิจินนฺติ ‘ธนํ วา ยสํ วา ทสฺสามา’ติ, ตสฺมา กุสลํ น ทิฏฺฐธมฺมเวทนียํ. อิมินา, มหาราช, การเณน อกุสลํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนียํ, สมฺปราเยว โส อธิมตฺตํ พลวตรํ เวทนํ เวทยตี’’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, ตวาทิเสน พุทฺธิมนฺเตน วินา เนโส ปโญฺห สุนิพฺเพฐิโย, โลกิกํ, ภนฺเต นาคเสน, โลกุตฺตเรน วิญฺญาปิต’’นฺติ.
กุสลากุสลพลวตรปโญฺห ตติโย.
๔. ปุพฺพเปตาทิสปโญฺห
๔. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, อิเม ทายกา ทานํ ทตฺวา ปุพฺพเปตานํ อาทิสนฺติ [อุทฺทิสนฺติ (ก. สี.)] ‘อิทํ เตสํ ปาปุณาตู’ติ, อปิ นุ เต กิญฺจิ ตโตนิทานํ วิปากํ ปฏิลภนฺตี’’ติ? ‘‘เกจิ, มหาราช, ปฏิลภนฺติ, เกจิ นปฺปฏิลภนฺตี’’ติ. ‘‘เก, ภนฺเต, ปฏิลภนฺติ, เก นปฺปฏิลภนฺตี’’ติ? ‘‘นิรยูปปนฺนา, มหาราช, นปฺปฏิลภนฺติ, สคฺคคตา นปฺปฏิลภนฺติ, ติรจฺฉานโยนิคตา นปฺปฏิลภนฺติ, จตุนฺนํ เปตานํ ตโย เปตา นปฺปฏิลภนฺติ วนฺตาสิกา ขุปฺปิปาสิโน นิชฺฌามตณฺหิกา, ลภนฺติ เปตา ปรทตฺตูปชีวิโน, เตปิ สรมานา เยว ลภนฺตี’’ติ.
‘‘เตน หิ, ภนฺเต นาคเสน, ทายกานํ ทานํ วิโสสิตํ [วิโสตํ (สี. ปี.)] โหติ อผลํ, เยสํ อุทฺทิสฺส กตํ ยทิ เต นปฺปฏิลภนฺตี’’ติ? ‘‘น หิ ตํ, มหาราช, ทานํ อผลํ โหติ อวิปากํ, ทายกา เยว ตสฺส ผลํ อนุภวนฺตี’’ติ. ‘‘เตน หิ, ภนฺเต นาคเสน, การเณน มํ สญฺญาเปหี’’ติ. ‘‘อิธ, มหาราช, เกจิ มนุสฺสา มจฺฉมํสสุราภตฺตขชฺชกานิ ปฏิยาเทตฺวา ญาติกุลํ คจฺฉนฺติ, ยทิ เต ญาตกา ตํ อุปายนํ น สมฺปฏิจฺเฉยฺยุํ, อปิ นุ ตํ อุปายนํ วิโสสิตํ คจฺเฉยฺย วินสฺเสยฺย วา’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, สามิกานํ เยว ตํ โหตี’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, ทายกา เยว ตสฺส ผลํ อนุภวนฺติ. ยถา ปน, มหาราช, ปุริโส คพฺภํ ปวิฏฺโฐ อสติ ปุรโต นิกฺขมนมุเข เกน นิกฺขเมยฺยา’’ติ. ‘‘ปวิฏฺเฐเนว ภนฺเต’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, ทายกา เยว ตสฺส ผลํ อนุภวนฺตี’’ติ. ‘‘โหตุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามิ, ทายกา เยว ตสฺส ผลํ อนุภวนฺติ, น มยํ ตํ การณํ วิโลเมมาติ.
‘‘ภนฺเต นาคเสน, ยทิ อิเมสํ ทายกานํ ทินฺนทานํ ปุพฺพเปตานํ ปาปุณาติ, เต จ ตสฺส วิปากํ อนุภวนฺติ. เตน หิ โย ปาณาติปาตี ลุทฺโท โลหิตปาณี ปทุฏฺฐมนสงฺกปฺโป มนุสฺเส ฆาเตตฺวา ทารุณํ กมฺมํ กตฺวา ปุพฺพเปตานํ อาทิเสยฺย ‘อิมสฺส เม กมฺมสฺส วิปาโก ปุพฺพเปตานํ ปาปุณาตู’ติ, อปิ นุ ตสฺส วิปาโก ปุพฺพเปตานํ ปาปุณาตี’’ติ? ‘‘น หิ, มหาราชา’’ติ.
‘‘ภนฺเต นาคเสน, โก ตตฺถ เหตุ กึ การณํ, เยน กุสลํ ปาปุณาติ อกุสลํ น ปาปุณาตี’’ติ? ‘‘เนโส, มหาราช, ปโญฺห ปุจฺฉิตพฺโพ, มา จ ตฺวํ, มหาราช, ‘วิสชฺชโก อตฺถี’ติ อปุจฺฉิตพฺพํ ปุจฺฉิ, ‘กิสฺส อากาโส นิราลมฺโพ, กิสฺส คงฺคา อุทฺธมฺมุขา น สนฺทติ, กิสฺส อิเม มนุสฺสา จ ทิชา จ ทฺวิปทา มิคา จตุปฺปทา’ติ ตมฺปิ มํ ตฺวํ ปุจฺฉิสฺสสี’’ติ. ‘‘นาหํ ตํ, ภนฺเต นาคเสน, วิเหสาเปกฺโข ปุจฺฉามิ, อปิ จ นิพฺพาหนตฺถาย [นิพฺพานตฺถาย (ก.)] สนฺเทหสฺส ปุจฺฉามิ, พหู มนุสฺสา โลเก วามคามิโน [ปาปคาหิโน (สฺยา.)] วิจกฺขุกา, ‘กินฺติ เต โอตารํ น ลเภยฺยุ’นฺติ เอวาหํ ตํ ปุจฺฉามี’’ติ. ‘‘น สกฺกา, มหาราช, สห อกเตน อนนุมเตน สห ปาปํ กมฺมํ สํวิภชิตุํ.
‘‘ยถา, มหาราช, มนุสฺสา อุทกนิพฺพาหเนน อุทกํ สุวิทูรมฺปิ หรนฺติ, อปิ นุ, มหาราช, สกฺกา ฆนมหาเสลปพฺพโต [ปพฺพตโต (ก.)] นิพฺพาหเนน ยถิจฺฉิตํ หริตุ’’นฺติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, สกฺกา กุสลํ สํวิภชิตุํ, น สกฺกา อกุสลํ สํวิภชิตุํ. ยถา วา ปน, มหาราช, สกฺกา เตเลน ปทีโป ชาเลตุํ, อปิ นุ, มหาราช, สกฺกา อุทเกน ปทีโป ชาเลตุ’’นฺติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, สกฺกา กุสลํ สํวิภชิตุํ, น สกฺกา อกุสลํ สํวิภชิตุํ. ยถา วา ปน, มหาราช, กสฺสกา ตฬากโต อุทกํ นีหริตฺวา ธญฺญํ ปริปาเจนฺติ, อปิ นุ โข, มหาราช, สกฺกา มหาสมุทฺทโต อุทกํ นีหริตฺวา ธญฺญํ ปริปาเจตุ’’นฺติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, สกฺกา กุสลํ สํวิภชิตุํ, น สกฺกา อกุสลํ สํวิภชิตุ’’นฺติ.
‘‘ภนฺเต นาคเสน, เกน การเณน สกฺกา กุสลํ สํวิภชิตุํ, น สกฺกา อกุสลํ สํวิภชิตุํ. การเณน มํ สญฺญาเปหิ, นาหํ อนฺโธ อนาโลโก สุตฺวา เวทิสฺสามี’’ติ. ‘‘อกุสลํ, มหาราช, โถกํ, กุสลํ พหุกํ, โถกตฺตา อกุสลํ กตฺตารํ เยว ปริยาทิยติ, พหุกตฺตา กุสลํ สเทวกํ โลกํ อชฺโฌตฺถรตี’’ติ. ‘‘โอปมฺมํ กโรหี’’ติ.
‘‘ยถา, มหาราช, ปริตฺตํ เอกํ อุทกพินฺทุ ปถวิยํ นิปเตยฺย, อปิ นุ โข ตํ, มหาราช, อุทกพินฺทุ ทสปิ ทฺวาทสปิ โยชนานิ อชฺโฌตฺถเรยฺยา’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, ยตฺถ ตํ อุทกพินฺทุ นิปติตํ, ตตฺเถว ปริยาทิยตี’’ติ. ‘‘เกน การเณน, มหาราชา’’ติ? ‘‘ปริตฺตตฺตา, ภนฺเต, อุทกพินฺทุสฺสา’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, ปริตฺตํ อกุสลํ ปริตฺตตฺตา กตฺตารํ เยว ปริยาทิยติ, น สกฺกา สํวิภชิตุํ.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, มหติมหาเมโฆ อภิวสฺเสยฺย ตปฺปยนฺโต ธรณิตลํ, อปิ นุ โข โส, มหาราช, มหาเมโฆ สมนฺตโต โอตฺถเรยฺยา’’ติ. ‘‘อาม, ภนฺเต, ปูรยิตฺวา โส มหาเมโฆ โสพฺภสร สริตสาขากนฺทรปทรทหตฬาก [มาติกาตฬาก (ก.)] อุทปานโปกฺขรณิโย ทสปิ ทฺวาทสปิ โยชนานิ อชฺโฌตฺถเรยฺยา’’ติ. ‘‘เกน การเณน, มหาราชา’’ติ? ‘‘มหนฺตตฺตา, ภนฺเต, เมฆสฺสา’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, กุสลํ พหุกํ, พหุกตฺตา สกฺกา เทวมนุสฺเสหิปิ สํวิภชิตุ’’นฺติ.
‘‘ภนฺเต นาคเสน, เกน การเณน อกุสลํ โถกํ กุสลํ พหุตร’’นฺติ? ‘‘อิธ, มหาราช, โย โกจิ ทานํ เทติ, สีลํ สมาทิยติ, อุโปสถกมฺมํ กโรติ, โส หฏฺโฐ ปหฏฺโฐ หสิโต ปมุทิโต ปสนฺนมานโส เวทชาโต โหติ, ตสฺส อปราปรํ ปีติ อุปฺปชฺชติ, ปีติมนสฺส ภิยฺโย ภิยฺโย กุสลํ ปวฑฺฒติ.
‘‘ยถา, มหาราช, อุทปาเน พหุสลิลสมฺปุณฺเณ เอเกน เทเสน อุทกํ ปวิเสยฺย, เอเกน นิกฺขเมยฺย, นิกฺขมนฺเตปิ อปราปรํ อุปฺปชฺชติ, น สกฺกา โหติ ขยํ ปาเปตุํ. เอวเมว โข, มหาราช, กุสลํ ภิยฺโย ภิยฺโย ปวฑฺฒติ. วสฺสสเตปิ เจ, มหาราช, ปุริโส กตํ กุสลํ อาวชฺเชยฺย, อาวชฺชิเต อาวชฺชิเต ภิยฺโย ภิยฺโย กุสลํ ปวฑฺฒติ. ตสฺส ตํ กุสลํ สกฺกา โหติ ยถิจฺฉเกหิ สทฺธึ สํวิภชิตุํ, อิทเมตฺถ, มหาราช, การณํ, เยน การเณน กุสลํ พหุตรํ.
‘‘อกุสลํ ปน, มหาราช, กโรนฺโต ปจฺฉา วิปฺปฏิสารี โหติ, วิปฺปฏิสาริโน จิตฺตํ ปฏิลียติ ปฏิกุฏติ ปฏิวตฺตติ น สมฺปสารียติ โสจติ ตปฺปติ หายติ ขียติ น ปริวฑฺฒติ ตตฺเถว ปริยาทิยติ. ยถา, มหาราช, สุกฺขาย นทิยา มหาปุฬินาย อุนฺนตาวนตาย กุฏิลสงฺกุฏิลาย อุปริโต ปริตฺตํ อุทกํ อาคจฺฉนฺตํ หายติ ขียติ น ปริวฑฺฒติ ตตฺเถว ปริยาทิยติ. เอวเมว โข, มหาราช, อกุสลํ กโรนฺตสฺส จิตฺตํ ปฏิลียติ ปฏิกุฏติ ปฏิวตฺตติ น สมฺปสารียติ โสจติ ตปฺปติ หายติ ขียติ น ปริวฑฺฒติ ตตฺเถว ปริยาทิยติ, อิทเมตฺถ, มหาราช, การณํ, เยน การเณน อกุสลํ โถก’’นฺติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.
ปุพฺพเปตาทิสปโญฺห จตุตฺโถ.
๕. สุปินปโญฺห
๕. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, อิมสฺมึ โลเก นรนาริโย สุปินํ ปสฺสนฺติ กลฺยาณมฺปิ ปาปกมฺปิ, ทิฏฺฐปุพฺพมฺปิ อทิฏฺฐปุพฺพมฺปิ, กตปุพฺพมฺปิ อกตปุพฺพมฺปิ, เขมมฺปิ สภยมฺปิ, ทูเรปิ สนฺติเกปิ, พหุวิธานิปิ อเนกวณฺณสหสฺสานิ ทิสฺสนฺติ, กิญฺเจตํ สุปินํ นาม, โก เจตํ ปสฺสตี’’ติ? ‘‘นิมิตฺตเมตํ, มหาราช, สุปินํ นาม, ยํ จิตฺตสฺส อาปาต [อาปาถ (สี. ปี.)] มุปคจฺฉติ. ฉยิเม, มหาราช, สุปินํ ปสฺสนฺติ, วาติโก สุปินํ ปสฺสติ, ปิตฺติโก สุปินํ ปสฺสติ, เสมฺหิโก สุปินํ ปสฺสติ, เทวตูปสํหารโต สุปินํ ปสฺสติ, สมุทาจิณฺณโต สุปินํ ปสฺสติ, ปุพฺพนิมิตฺตโต สุปินํ ปสฺสติ, ตตฺร, มหาราช, ยํ ปุพฺพนิมิตฺตโต สุปินํ ปสฺสติ, ตํ เยว สจฺจํ, อวเสสํ มิจฺฉา’’ติ.
‘‘ภนฺเต นาคเสน, โย ปุพฺพนิมิตฺตโต สุปินํ ปสฺสติ, กึ ตสฺส จิตฺตํ สยํ คนฺตฺวา ตํ นิมิตฺตํ วิจินาติ, ตํ วา นิมิตฺตํ จิตฺตสฺส อาปาตมุปคจฺฉติ, อญฺโญ วา อาคนฺตฺวา ตสฺส อาโรเจตี’’ติ? ‘‘น, มหาราช, ตสฺส จิตฺตํ สยํ คนฺตฺวา ตํ นิมิตฺตํ วิจินาติ, นาปิ อญฺโญ โกจิ อาคนฺตฺวา ตสฺส อาโรเจติ, อถ โข ตํ เยว นิมิตฺตํ จิตฺตสฺส อาปาตมุปคจฺฉติ. ยถา, มหาราช, อาทาโส น สยํ กุหิญฺจิ คนฺตฺวา ฉายํ วิจินาติ, นาปิ อญฺโญ โกจิ ฉายํ อาเนตฺวา อาทาสํ อาโรเปติ [อาโรเจติ (ก.)], อถ โข ยโต กุโตจิ ฉายา อาคนฺตฺวา อาทาสสฺส อาปาตมุปคจฺฉติ, เอวเมว โข, มหาราช, น ตสฺส จิตฺตํ สยํ คนฺตฺวา ตํ นิมิตฺตํ วิจินาติ, นาปิ อญฺโญ โกจิ อาคนฺตฺวา อาโรเจติ, อถ โข ยโต กุโตจิ นิมิตฺตํ อาคนฺตฺวา จิตฺตสฺส อาปาตมุปคจฺฉตี’’ติ.
‘‘ภนฺเต นาคเสน, ยํ ตํ จิตฺตํ สุปินํ ปสฺสติ, อปิ นุ ตํ จิตฺตํ ชานาติ ‘เอวํ นาม วิปาโก ภวิสฺสติ เขมํ วา ภยํ วา’ติ? ‘‘น หิ, มหาราช, ตํ จิตฺตํ ชานาติ ‘เอวํวิปาโก ภวิสฺสติ เขมํ วา ภยํ วา’ติ, นิมิตฺเต ปน อุปฺปนฺเน อญฺเญสํ กเถติ, ตโต เต อตฺถํ กเถนฺตี’’ติ.
‘‘อิงฺฆ, ภนฺเต นาคเสน, การณํ เม ทสฺเสหี’’ติ. ‘‘ยถา, มหาราช, สรีเร ติลกา ปีฬกา ททฺทูนิ อุฏฺฐหนฺติ ลาภาย วา อลาภาย วา, ยสาย วา อยสาย วา, นินฺทาย วา ปสํสาย วา, สุขาย วา ทุกฺขาย วา, อปิ นุ ตา, มหาราช, ปีฬกา ชานิตฺวา อุปฺปชฺชนฺติ ‘อิมํ นาม มยํ อตฺถํ นิปฺผาเทสฺสามา’’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, ยาทิเส ตา โอกาเส ปีฬกา สมฺภวนฺติ, ตตฺถ ตา ปีฬกา ทิสฺวา เนมิตฺตกา พฺยากโรนฺติ ‘เอวํ นาม วิปาโก ภวิสฺสตี’’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, ยํ ตํ จิตฺตํ สุปินํ ปสฺสติ, น ตํ จิตฺตํ ชานาติ ‘เอวํ นาม วิปาโก ภวิสฺสติ เขมํ วา ภยํ วา’ติ, นิมิตฺเต ปน อุปฺปนฺเน อญฺเญสํ กเถติ, ตโต เต อตฺถํ กเถนฺตี’’ติ.
‘‘ภนฺเต นาคเสน, โย สุปินํ ปสฺสติ, โส นิทฺทายนฺโต, อุทาหุ ชาครนฺโต [ชคฺคนฺโต (สี. ปี.)] ปสฺสตี’’ติ? ‘‘โย โส, มหาราช, สุปินํ ปสฺสติ, น โส นิทฺทายนฺโต ปสฺสติ, นาปิ ชาครนฺโต ปสฺสติ. อปิ จ โอกฺกนฺเต มิทฺเธ อสมฺปตฺเต ภวงฺเค เอตฺถนฺตเร สุปินํ ปสฺสติ. มิทฺธสมารูฬฺหสฺส, มหาราช, จิตฺตํ ภวงฺคคตํ โหติ, ภวงฺคคตํ จิตฺตํ นปฺปวตฺตติ, อปฺปวตฺตํ จิตฺตํ สุขทุกฺขํ นปฺปชานาติ, อปฺปฏิวิชานนฺตสฺส สุปิโน น โหติ, ปวตฺตมาเน จิตฺเต สุปินํ ปสฺสติ.
‘‘ยถา, มหาราช, ติมิเร อนฺธกาเร อปฺปภาเส สุปริสุทฺเธปิ อาทาเส ฉายา น ทิสฺสติ, เอวเมว โข, มหาราช, มิทฺธสมารูเฬฺห จิตฺเต ภวงฺคคเต ติฏฺฐมาเนปิ สรีเร จิตฺตํ อปฺปวตฺตํ โหติ, อปฺปวตฺเต จิตฺเต สุปินํ น ปสฺสติ. ยถา, มหาราช, อาทาโส, เอวํ สรีรํ ทฏฺฐพฺพํ; ยถา อนฺธกาโร, เอวํ มิทฺธํ ทฏฺฐพฺพํ; ยถา อาโลโก, เอวํ จิตฺตํ ทฏฺฐพฺพํ.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, มหิโกตฺถฏสฺส สูริยสฺส ปภา น ทิสฺสติ สนฺตา เยว สูริยรสฺมิ อปฺปวตฺตา โหติ, อปฺปวตฺตาย สูริยรสฺมิยา อาโลโก น โหติ, เอวเมว โข, มหาราช, มิทฺธสมารูฬฺหสฺส จิตฺตํ ภวงฺคคตํ โหติ, ภวงฺคคตํ จิตฺตํ นปฺปวตฺตติ, อปฺปวตฺเต จิตฺเต สุปินํ น ปสฺสติ. ยถา, มหาราช, สูริโย, เอวํ สรีรํ ทฏฺฐพฺพํ; ยถา มหิโกตฺถรณํ, เอวํ มิทฺธํ ทฏฺฐพฺพํ; ยถา สูริยรสฺมิ, เอวํ จิตฺตํ ทฏฺฐพฺพํ.
‘‘ทฺวินฺนํ, มหาราช, สนฺเตปิ สรีเร จิตฺตํ อปฺปวตฺตํ โหติ, มิทฺธสมารูฬฺหสฺส ภวงฺคคตสฺส สนฺเตปิ สรีเร จิตฺตํ อปฺปวตฺตํ โหติ, นิโรธสมาปนฺนสฺส สนฺเตปิ สรีเร จิตฺตํ อปฺปวตฺตํ โหติ, ชาครนฺตสฺส, มหาราช, จิตฺตํ โลลํ โหติ วิวฏํ ปากฏํ อนิพทฺธํ, เอวรูปสฺส จิตฺเต นิมิตฺตํ อาปาตํ น อุเปติ. ยถา, มหาราช, ปุริสํ วิวฏํ ปากฏํ อกิริยํ อรหสฺสํ รหสฺสกามา ปริวชฺเชนฺติ, เอวเมว โข, มหาราช, ชาครนฺตสฺส ทิพฺโพ อตฺโถ อาปาตํ น อุเปติ, ตสฺมา ชาครนฺโต สุปินํ น ปสฺสติ. ยถา วา ปน, มหาราช, ภิกฺขุํ ภินฺนาชีวํ อนาจารํ ปาปมิตฺตํ ทุสฺสีลํ กุสีตํ หีนวีริยํ กุสลา โพธิปกฺขิยา ธมฺมา อาปาตํ น อุเปนฺติ, เอวเมว โข, มหาราช, ชาครนฺตสฺส ทิพฺโพ อตฺโถ อาปาตํ น อุเปติ, ตสฺมา ชาครนฺโต สุปินํ น ปสฺสตี’’ติ.
‘‘ภนฺเต นาคเสน, อตฺถิ มิทฺธสฺส อาทิมชฺฌปริโยสาน’’นฺติ? ‘‘อาม, มหาราช, อตฺถิ มิทฺธสฺส อาทิมชฺฌปริโยสาน’’นฺติ. ‘‘กตมํ อาทิ, กตมํ มชฺฌํ, กตมํ ปริโยสาน’’นฺติ? ‘‘โย, มหาราช, กายสฺส โอนาโห ปริโยนาโห ทุพฺพลฺยํ มนฺทตา อกมฺมญฺญตา กายสฺส, อยํ มิทฺธสฺส อาทิ; โย, มหาราช, กปินิทฺทาปเรโต โวกิณฺณกํ ชคฺคติ [โวกิณฺณตํ คจฺฉติ (นิสฺย)], อิทํ มิทฺธสฺส มชฺฌํ; ภวงฺคคติ ปริโยสนํ. มชฺฌูปคโต, มหาราช, กปินิทฺทาปเรโต สุปินํ ปสฺสติ. ยถา, มหาราช, โกจิ ยตจารี สมาหิตจิตฺโต ฐิตธมฺโม อจลพุทฺธิ ปหีนโกตูหลสทฺทํ วนมชฺโฌคาหิตฺวา สุขุมํ อตฺถํ จินฺตยติ, น จ โส ตตฺถ มิทฺธํ โอกฺกมติ, โส ตตฺถ สมาหิโต เอกคฺคจิตฺโต สุขุมํ อตฺถํ ปฏิวิชฺฌติ, เอวเมว โข, มหาราช, ชาคโร น มิทฺธสมาปนฺโน, มชฺฌูปคโต กปินิทฺทาปเรโต สุปินํ ปสฺสติ. ยถา, มหาราช, โกตูหลสทฺโท, เอวํ ชาครํ ทฏฺฐพฺพํ; ยถา วิวิตฺตํ วนํ, เอวํ กปินิทฺทาปเรโต ทฏฺฐพฺโพ; ยถา โส โกตูหลสทฺทํ โอหาย มิทฺธํ วิวชฺเชตฺวา มชฺฌตฺตภูโต สุขุมํ อตฺถํ ปฏิวิชฺฌติ, เอวํ ชาคโร น มิทฺธสมาปนฺโน กปินิทฺทาปเรโต สุปินํ ปสฺสตี’’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.
สุปินปโญฺห ปญฺจโม.
๖. อกาลมรณปโญฺห
๖. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, เย เต สตฺตา มรนฺติ, สพฺเพ เต กาเล เยว มรนฺติ, อุทาหุ อกาเลปิ มรนฺตี’’ติ? ‘‘อตฺถิ, มหาราช, กาเลปิ มรณํ, อตฺถิ อกาเลปิ มรณ’’นฺติ.
‘‘ภนฺเต นาคเสน, เก กาเล มรนฺติ, เก อกาเล มรนฺตี’’ติ? ‘‘ทิฏฺฐปุพฺพา ปน, มหาราช, ตยา อมฺพรุกฺขา วา ชมฺพุรุกฺขา วา, อญฺญสฺมา วา ปน ผลรุกฺขา ผลานิ ปตนฺตานิ อามานิ จ ปกฺกานิ จา’’ติ? ‘‘อาม, ภนฺเต’’ติ. ‘‘ยานิ ตานิ, มหาราช, ผลานิ รุกฺขโต ปตนฺติ, สพฺพานิ ตานิ กาเล เยว ปตนฺติ, อุทาหุ อกาเลปี’’ติ? ‘‘ยานิ ตานิ, ภนฺเต นาคเสน, ผลานิ ปริปกฺกานิ วิลีนานิ ปตนฺติ, สพฺพานิ ตานิ กาเล ปตนฺติ. ยานิ ปน ตานิ อวเสสานิ ผลานิ เตสุ กานิจิ กิมิวิทฺธานิ ปตนฺติ, กานิจิ ลคุฬหตานิ [สกุณปหตา (สฺยา.), ลกุฏหตานิ (สี. ปี. ก.)] ปตนฺติ, กานิจิ วาตปฺปหตานิ ปตนฺติ, กานิจิ อนฺโตปูติกานิ หุตฺวา ปตนฺติ, สพฺพานิ ตานิ อกาเล ปตนฺตี’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, เย เต ชราเวคหตา มรนฺติ, เต เยว กาเล มรนฺติ, อวเสสา เกจิ กมฺมปฺปฏิพาฬฺหา มรนฺติ, เกจิ คติปฺปฏิพาฬฺหา มรนฺติ, เกจิ กิริยปฺปฏิพาฬฺหา มรนฺตี’’ติ.
‘‘ภนฺเต นาคเสน, เย เต กมฺมปฺปฏิพาฬฺหา มรนฺติ, เยปิ เต คติปฺปฏิพาฬฺหา มรนฺติ, เยปิ เต กิริยปฺปฏิพาฬฺหา มรนฺติ, เยปิ เต ชราเวคปฺปฏิพาฬฺหา มรนฺติ, สพฺเพ เต กาเล เยว มรนฺติ, โยปิ มาตุกุจฺฉิคโต มรติ, โส ตสฺส กาโล, กาเล เยว โส มรติ. โยปิ วิชาตฆเร มรติ, โส ตสฺส กาโล, โสปิ กาเล เยว มรติ. โยปิ มาสิโก มรติ…เป… โยปิ วสฺสสติโก มรติ, โส ตสฺส กาโล, กาเล เยว โส มรติ, เตน หิ, ภนฺเต นาคเสน, อกาเล มรณํ นาม น โหติ, เย เกจิ มรนฺติ, สพฺเพ เต กาเล เยว มรนฺตี’’ติ.
‘‘สตฺติเม, มหาราช, วิชฺชมาเนปิ อุตฺตรึ อายุสฺมึ อกาเล มรนฺติ. กตเม สตฺต? ชิฆจฺฉิโต, มหาราช, โภชนํ อลภมาโน อุปหตพฺภนฺตโร วิชฺชมาเนปิ อุตฺตรึ อายุสฺมึ อกาเล มรติ, ปิปาสิโต, มหาราช, ปานียํ อลภมาโน ปริสุกฺขหทโย วิชฺชมาเนปิ อุตฺตรึ อายุสฺมึ อกาเล มรติ, อหินา ทฏฺโฐ, มหาราช, วิสเวคาภิหโต ติกิจฺฉกํ อลภมาโน วิชฺชมาเนปิ อุตฺตรึ อายุสฺมึ อกาเล มรติ, วิสมาสิโต, มหาราช, ฑยฺหนฺเตสุ องฺคปจฺจงฺเคสุ อคทํ อลภมาโน วิชฺชมาเนปิ อุตฺตรึ อายุสฺมึ อกาเล มรติ, อคฺคิคโต, มหาราช, ฌายมาโน นิพฺพาปนํ อลภมาโน วิชฺชมาเนปิ อุตฺตรึ อายุสฺมึ อกาเล มรติ, อุทกคโต, มหาราช, ปติฏฺฐํ อลภมาโน วิชฺชมาเนปิ อุตฺตรึ อายุสฺมึ อกาเล มรติ, สตฺติหโต, มหาราช, อาพาธิโก ภิสกฺกํ อลภมาโน วิชฺชมาเนปิ อุตฺตรึ อายุสฺมึ อกาเล มรติ, อิเม โข, มหาราช, สตฺต วิชฺชมาเนปิ อุตฺตรึ อายุสฺมึ อกาเล มรนฺติ. ตตฺราปาหํ, มหาราช, เอกํเสน วทามิ.
‘‘อฏฺฐวิเธน, มหาราช, สตฺตานํ กาลงฺกิริยา โหติ, วาตสมุฏฺฐาเนน ปิตฺตสมุฏฺฐาเนน เสมฺหสมุฏฺฐาเนน สนฺนิปาติเกน อุตุวิปริณาเมน วิสมปริหาเรน โอปกฺกมิเกน กมฺมวิปาเกน, มหาราช, สตฺตานํ กาลงฺกิริยา โหติ. ตตฺร, มหาราช, ยทิทํ กมฺมวิปาเกน กาลงฺกิริยา, สา เยว ตตฺถ สามยิกา [สามายิกา (ก.)] กาลงฺกิริยา, อวเสสา อสามยิกา กาลงฺกิริยาติ. ภวติ จ –
‘‘‘ชิฆจฺฉาย ปิปาสาย, อหิทฏฺฐา [อหิทฏฺโฐ (สี.), อหินา ทฏฺโฐ (ปี.)] วิเสน จ;
อคฺคิอุทกสตฺตีหิ, อกาเล ตตฺถ มียติ;
วาตปิตฺเตน เสเมฺหน, สนฺนิปาเตนุตูหิ จ;
วิสโมปกฺกมกมฺเมหิ, อกาเล ตตฺถ มียตี’ติ.
‘‘เกจิ, มหาราช, สตฺตา ปุพฺเพ กเตน เตน เตน อกุสลกมฺมวิปาเกน มรนฺติ. อิธ, มหาราช, โย ปุพฺเพ ปเร ชิฆจฺฉาย มาเรติ, โส พหูนิ วสฺสสตสหสฺสานิ ชิฆจฺฉาย ปริปีฬิโต ฉาโต ปริกิลนฺโต สุกฺขมิลาตหทโย พุภุกฺขิโต [สุกฺขิโต (สี. ปี. ก.)] วิสุกฺขิโต ฌายนฺโต อพฺภนฺตรํ ปริฑยฺหนฺโต ชิฆจฺฉาย เยว มรติ ทหโรปิ มชฺฌิโมปิ มหลฺลโกปิ, อิทมฺปิ ตสฺส สามยิกมรณํ.
‘‘โย ปุพฺเพ ปเร ปิปาสาย มาเรติ, โส พหูนิ วสฺสสตสหสฺสานิ เปโต หุตฺวา นิชฺฌามตณฺหิโก สมาโน ลูโข กิโส ปริสุกฺขิตหทโย ปิปาสาย เยว มรติ ทหโรปิ มชฺฌิโมปิ มหลฺลโกปิ, อิทมฺปิ ตสฺส สามยิกมรณํ.
‘‘โย ปุพฺเพ ปเร อหินา ฑํสาเปตฺวา มาเรติ, โส พหูนิ วสฺสสตสหสฺสานิ อชครมุเขเนว อชครมุขํ กณฺหสปฺปมุเขเนว กณฺหสปฺปมุขํ ปริวตฺติตฺวา เตหิ ขายิตขายิโต อหีหิ ทฏฺโฐ เยว มรติ ทหโรปิ มชฺฌิโมปิ มหลฺลโกปิ, อิทมฺปิ ตสฺส สามยิกมรณํ.
‘‘โย ปุพฺเพ ปเร วิสํ ทตฺวา มาเรติ, โส พหูนิ วสฺสสตสหสฺสานิ ฑยฺหนฺเตหิ องฺคปจฺจงฺเคหิ ภิชฺชมาเนน สรีเรน กุณปคนฺธํ วายนฺโต วิเสเนว มรติ ทหโรปิ มชฺฌิโมปิ มหลฺลโกปิ, อิทมฺปิ ตสฺส สามยิกมรณํ.
‘‘โย ปุพฺเพ ปเร อคฺคินา มาเรติ, โส พหูนิ วสฺสสตสหสฺสานิ องฺคารปพฺพเตเนว องฺคารปพฺพตํ ยมวิสเยเนว ยมวิสยํ ปริวตฺติตฺวา ทฑฺฒวิทฑฺฒคตฺโต อคฺคินา เยว มรติ ทหโรปิ มชฺฌิโมปิ มลลฺลโกปิ, อิทมฺปิ ตสฺส สามยิกมรณํ.
‘‘โย ปุพฺเพ ปเร อุทเกน มาเรติ, โส พหูนิ วสฺสสตสหสฺสานิ หตวิลุตฺตภคฺคทุพฺพลคตฺโต ขุพฺภิตจิตฺโต [ขุภิตจิตฺโต (สี. ปี.)] อุทเกเนว [อุทเก เยว (พหูสุ)] มรติ ทหโรปิ มชฺฌิโมปิ มหลฺลโกปิ, อิทมฺปิ ตสฺส สามยิกมรณํ.
‘‘โย ปุพฺเพ ปเร สตฺติยา มาเรติ, โส พหูนิ วสฺสสตสหสฺสานิ ฉินฺนภินฺนโกฏฺฏิตวิโกฏฺฏิโต สตฺติมุขสมาหโต สตฺติยา เยว มรติ ทหโรปิ มชฺฌิโมปิ มหลฺลโกปิ, อิทมฺปิ ตสฺส สามยิกมรณํ’’.
‘‘ภนฺเต นาคเสน, อกาเล มรณํ อตฺถีติ ยํ วเทติ, อิงฺฆ เม ตฺวํ ตตฺถ การณํ อติทิสาติ’’. ‘‘ยถา, มหาราช, มหติมหาอคฺคิกฺขนฺโธ อาทินฺนติณกฏฺฐสาขาปลาโส ปริยาทินฺนภกฺโข อุปาทานสงฺขยา นิพฺพายติ, โส อคฺคิ วุจฺจติ ‘อนีติโก อนุปทฺทโว สมเย นิพฺพุโต นามา’ติ, เอวเมว โข, มหาราช, โย โกจิ พหูนิ ทิวสสหสฺสานิ ชีวิตฺวา ชราชิณฺโณ อายุกฺขยา อนีติโก อนุปทฺทโว มรติ, โส วุจฺจติ ‘สมเย มรณมุปคโต’ติ.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, มหติมหาอคฺคิกฺขนฺโธ อาทินฺนติณกฏฺฐสาขาปลาโส อสฺส, ตํ อปริยาทินฺเน เยว ติณกฏฺฐสาขาปลาเส มหติมหาเมโฆ อภิปฺปวสฺสิตฺวา นิพฺพาเปยฺย, อปิ นุ โข, มหาราช, มหาอคฺคิกฺขนฺโธ สมเย นิพฺพุโต นาม โหตี’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘กิสฺส ปน โส, มหาราช, ปจฺฉิโม อคฺคิกฺขนฺโธ ปุริมเกน อคฺคิกฺขนฺเธน สมสมคติโก นาโหสี’’ติ? ‘‘อาคนฺตุเกน, ภนฺเต, เมเฆน ปฏิปีฬิโต โส อคฺคิกฺขนฺโธ อสมเย นิพฺพุโต’’ติ. เอวเมว โข, มหาราช, โย โกจิ อกาเล มรติ, โส อาคนฺตุเกน โรเคน ปฏิปีฬิโต วาตสมุฏฺฐาเนน วา ปิตฺตสมุฏฺฐาเนน วา เสมฺหสมุฏฺฐาเนน วา สนฺนิปาติเกน วา อุตุปริณามเชน วา วิสมปริหารเชน วา โอปกฺกมิเกน วา ชิฆจฺฉาย วา ปิปาสาย วา สปฺปทฏฺเฐน วา วิสมาสิเตน วา อคฺคินา วา อุทเกน วา สตฺติเวคปฺปฏิปีฬิโต วา อกาเล มรติ. อิทเมตฺถ, มหาราช, การณํ, เยน การเณน อกาเล มรณํ อตฺถิ.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, คคเน มหติมหาวลาหโก อุฏฺฐหิตฺวา นินฺนญฺจ ถลญฺจ ปริปูรยนฺโต อภิวสฺสติ, โส วุจฺจติ ‘เมโฆ อนีติโก อนุปทฺทโว วสฺสตี’ติ. เอวเมว โข, มหาราช, โย โกจิ จิรํ ชีวิตฺวา ชราชิณฺโณ อายุกฺขยา อนีติโก อนุปทฺทโว มรติ, โส วุจฺจติ ‘สมเย มรณมุปคโต’ติ.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, คคเน มหติมหาวลาหโก อุฏฺฐหิตฺวา อนฺตราเยว มหตา วาเตน อพฺภตฺถํ คจฺเฉยฺย, อปิ นุ โข โส, มหาราช, มหาวลาหโก สมเย วิคโต นาม โหตี’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘กิสฺส ปน โส, มหาราช, ปจฺฉิโม วลาหโก ปุริเมน วลาหเกน สมสมคติโก นาโหสี’’ติ? ‘‘อาคนฺตุเกน, ภนฺเต, วาเตน ปฏิปีฬิโต โส วลาหโก อสมยปฺปตฺโต เยว วิคโต’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, โย โกจิ อกาเล มรติ, โส อาคนฺตุเกน โรเคน ปฏิปีฬิโต วาตสมุฏฺฐาเนน วา…เป… สตฺติเวคปฺปฏิปีฬิโต วา อกาเล มรติ. อิทเมตฺถ, มหาราช, การณํ, เยน การเณน อกาเล มรณํ อตฺถีติ.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, พลวา อาสีวิโส กุปิโต กิญฺจิเทว ปุริสํ ฑํเสยฺย, ตสฺส ตํ วิสํ อนีติกํ อนุปทฺทวํ มรณํ ปาเปยฺย, ตํ วิสํ วุจฺจติ ‘อนีติกมนุปทฺทวํ โกฏิคต’นฺติ. เอวเมว โข, มหาราช, โย โกจิ จิรํ ชีวิตฺวา ชราชิณฺโณ อายุกฺขยา อนีติโก อนุปทฺทโว มรติ, โส วุจฺจติ ‘อนีติโก อนุปทฺทโว ชีวิตโกฏิคโต สามยิกํ มรณมุปคโต’ติ.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, พลวตา อาสีวิเสน ทฏฺฐสฺส อนฺตราเยว อาหิตุณฺฑิโก อคทํ ทตฺวา อวิสํ กเรยฺย, อปิ นุ โข ตํ, มหาราช, วิสํ สมเย วิคตํ นาม โหตี’’ติ? ‘‘น หิ ภนฺเต’’ติ. ‘‘กิสฺส ปน ตํ, มหาราช, ปจฺฉิมํ วิสํ ปุริมเกน วิเสน สมสมคติกํ นาโหสี’’ติ? ‘‘อาคนฺตุเกน, ภนฺเต, อคเทน ปฏิปีฬิตํ วิสํ อโกฏิคตํ เยว วิคต’’นฺติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, โย โกจิ อกาเล มรติ, โส อาคนฺตุเกน โรเคน ปฏิปีฬิโต วาตสมุฏฺฐาเนน วา…เป… สตฺติเวคปฺปฏิปีฬิโต วา อกาเล มรติ. อิทเมตฺถ, มหาราช, การณํ, เยน การเณน อกาเล มรณํ อตฺถีติ.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, อิสฺสาโส สรํ ปาเตยฺย, สเจ โส สโร ยถาคติคมนปถมตฺถกํ คจฺฉติ, โส สโร วุจฺจติ ‘อนีติโก อนุปทฺทโว ยถาคติคมนปถมตฺถกํ คโต นามา’ติ. เอวเมว โข, มหาราช, โย โกจิ จิรํ ชีวิตฺวา ชราชิณฺโณ อายุกฺขยา อนีติโก อนุปทฺทโว มรติ, โส วุจฺจติ ‘อนีติโก อนุปทฺทโว สมเย มรณมุปคโต’ติ.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, อิสฺสาโส สรํ ปาเตยฺย, ตสฺส ตํ สรํ ตสฺมึ เยว ขเณ โกจิ คเณฺหยฺย, อปิ นุ โข โส, มหาราช, สโร ยถาคติคมนปถมตฺถกํ คโต นาม โหตี’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘กิสฺส ปน โส, มหาราช, ปจฺฉิโม สโร ปุริมเกน สเรน สมสมคติโก นาโหสี’’ติ? ‘‘อาคนฺตุเกน, ภนฺเต, คหเณน ตสฺส สรสฺส คมนํ อุปจฺฉินฺน’’นฺติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, โย โกจิ อกาเล มรติ, โส อาคนฺตุเกน โรเคน ปฏิปีฬิโต วาตสมุฏฺฐาเนน วา…เป… สตฺติเวคปฺปฏิปีฬิโต วา อกาเล มรติ. อิทเมตฺถ, มหาราช, การณํ, เยน การเณน อกาเล มรณํ อตฺถีติ.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, โย โกจิ โลหมยํ ภาชนํ อาโกเฏยฺย, ตสฺส อาโกฏเนน สทฺโท นิพฺพตฺติตฺวา ยถาคติคมนปถมตฺถกํ คจฺฉติ, โส สทฺโท วุจฺจติ ‘อนีติโก อนุปทฺทโว ยถาคติคมนปถมตฺถกํ คโต นามา’ติ. เอวเมว โข, มหาราช, โย โกจิ พหูนิ ทิวสสหสฺสานิ ชีวิตฺวา ชราชิณฺโณ อายุกฺขยา อนีติโก อนุปทฺทโว มรติ, โส วุจฺจติ ‘อนีติโก อนุปทฺทโว สมเย มรณมุปาคโต’ติ.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, โย โกจิ โลหมยํ ภาชนํ อาโกเฏยฺย, ตสฺส อาโกฏเนน สทฺโท นิพฺพตฺเตยฺย, นิพฺพตฺเต สทฺเท อทูรคเต โกจิ อามเสยฺย, สห อามสเนน สทฺโท นิรุชฺเฌยฺย, อปิ นุ โข โส, มหาราช, สทฺโท ยถาคติคมนปถมตฺถกํ คโต นาม โหตี’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘กิสฺส ปน, มหาราช, ปจฺฉิโม สทฺโท ปุริมเกน สทฺเทน สมสมคติโก นาโหสี’’ติ? ‘‘อาคนฺตุเกน, ภนฺเต, อามสเนน โส สทฺโท อุปรโต’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, โย โกจิ อกาเล มรติ, โส อาคนฺตุเกน โรเคน ปฏิปีฬิโต วาตสมุฏฺฐาเนน วา…เป… สตฺติเวคปฺปฏิปีฬิโต วา อกาเล มรติ. อิทเมตฺถ มหาราช การณํ, เยน การเณน อกาเล มรณํ อตฺถีติ.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, เขตฺเต สุวิรูฬฺหํ ธญฺญพีชํ สมฺมา ปวตฺตมาเนน วสฺเสน โอตตวิตตอากิณฺณพหุผลํ หุตฺวา [อุฏฺฐิตอากิณฺณพหุผลํ ภวิตฺวา (สฺยา.)] สสฺสุฏฺฐานสมยํ ปาปุณาติ, ตํ ธญฺญํ วุจฺจติ ‘อนีติกมนุปทฺทวํ สมยสมฺปตฺตํ นาม โหตี’ติ. เอวเมว โข, มหาราช, โย โกจิ พหูนิ ทิวสสหสฺสานิ ชีวิตฺวา ชราชิณฺโณ อายุกฺขยา อนีติโก อนุปทฺทโว มรติ, โส วุจฺจติ ‘อนีติโก อนุปทฺทโว สมเย มรณมุปคโต’ติ.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, เขตฺเต สุวิรูฬฺหํ ธญฺญพีชํ อุทเกน วิกลํ มเรยฺย, อปิ นุ โข ตํ, มหาราช, ธญฺญํ อสมยสมฺปตฺตํ นาม โหตี’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘กิสฺส ปน ตํ, มหาราช, ปจฺฉิมํ ธญฺญํ ปุริมเกน ธญฺเญน สมสมคติกํ นาโหสี’’ติ? ‘‘อาคนฺตุเกน, ภนฺเต, อุเณฺหน ปฏิปีฬิตํ ตํ ธญฺญํ มต’’นฺติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, โย โกจิ อกาเล มรติ, โส อาคนฺตุเกน โรเคน ปฏิปีฬิโต วาตสมุฏฺฐาเนน วา…เป… สตฺติเวคปฺปฏิปีฬิโต วา อกาเล มรติ. อิทเมตฺถ, มหาราช, การณํ, เยน การเณน อกาเล มรณํ อตฺถีติ.
‘‘สุตปุพฺพํ ปน ตยา, มหาราช, ‘สมฺปนฺนตรุณสสฺสํ กิมโย อุฏฺฐหิตฺวา สมูลํ นาเสนฺตี’’’ติ? ‘‘สุตปุพฺพญฺเจว ตํ, ภนฺเต, อเมฺหหิ ทิฏฺฐปุพฺพญฺจา’’ติ. ‘‘กึ นุ โข ตํ, มหาราช, สสฺสํ กาเล นฏฺฐํ, อุทาหุ อกาเล นฏฺฐ’’นฺติ? ‘‘อกาเล, ภนฺเต, ยทิ โข ตํ, ภนฺเต, สสฺสํ กิมโย น ขาเทยฺยุํ, สสฺสุทฺธรณสมยํ ปาปุเณยฺยา’’ติ. ‘‘กึ ปน, มหาราช, อาคนฺตุเกน อุปฆาเตน สสฺสํ วินสฺสติ, นิรุปฆาตํ สสฺสํ สสฺสุทฺธรณสมยํ ปาปุณาตี’’ติ? ‘‘อาม, ภนฺเต’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, โย โกจิ อกาเล มรติ, โส อาคนฺตุเกน โรเคน ปฏิปีฬิโต วาตสมุฏฺฐาเนน วา…เป… สตฺติเวคปฺปฏิปีฬิโต วา มรติ. อิทเมตฺถ, มหาราช, การณํ, เยน การเณน อกาเล มรณํ อตฺถีติ.
‘‘สุตปุพฺพํ ปน ตยา, มหาราช, ‘สมฺปนฺเน สสฺเส ผลภารนมิเต มญฺจริตปตฺเต กรกวสฺสํ นาม วสฺสชาติ นิปติตฺวา วินาเสติ อผลํ กโรตี’ติ? ‘‘สุตปุพฺพญฺเจว ตํ, ภนฺเต, อเมฺหหิ ทิฏฺฐปุพฺพญฺจา’’ติ. ‘‘อปิ นุ โข ตํ, มหาราช, สสฺสํ กาเล นฏฺฐํ, อุทาหุ อกาเล นฏฺฐ’’นฺติ? ‘‘อกาเล, ภนฺเต, ยทิ โข ตํ, ภนฺเต, สสฺสํ กรกวสฺสํ น วสฺเสยฺย สสฺสุทฺธรณสมยํ ปาปุเณยฺยา’’ติ. ‘‘กึ ปน, มหาราช, อาคนฺตุเกน อุปฆาเตน สสฺสํ วินสฺสติ, นิรุปฆาตํ สสฺสํ สสฺสุทฺธรณสมยํ ปาปุณาตี’’ติ? ‘‘อาม, ภนฺเต’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, โย โกจิ อกาเล มรติ, โส อาคนฺตุเกน โรเคน ปฏิปีฬิโต วาตสมุฏฺฐาเนน วา ปิตฺตสมุฏฺฐาเนน วา เสมฺหสมุฏฺฐาเนน วา สนฺนิปาติเกน วา อุตุปริณามเชน วา วิสมปริหารเชน วา โอปกฺกมิเกน วา ชิฆจฺฉาย วา ปิปาสาย วา สปฺปทฏฺเฐน วา วิสมาสิเตน วา อคฺคินา วา อุทเกน วา สตฺติเวคปฺปฏิปีฬิโต วา อกาเล มรติ. ยทิ ปน อาคนฺตุเกน โรเคน ปฏิปีฬิโต น ภเวยฺย, สมเยว มรณํ ปาปุเณยฺย. อิทเมตฺถ, มหาราช, การณํ, เยน การเณน อกาเล มรณํ อตฺถี’’ติ.
‘‘อจฺฉริยํ, ภนฺเต นาคเสน, อพฺภุตํ ภนฺเต นาคเสน, สุทสฺสิตํ การณํ, สุทสฺสิตํ โอปมฺมํ อกาเล มรณสฺส ปริทีปนาย, ‘อตฺถิ อกาเล มรณ’นฺติ อุตฺตานีกตํ ปากฏํ กตํ วิภูตํ กตํ, อจิตฺตวิกฺขิตฺตโกปิ, ภนฺเต นาคเสน, มนุโช เอกเมเกนปิ ตาว โอปมฺเมน นิฏฺฐํ คจฺเฉยฺย ‘อตฺถิ อกาเล มรณ’นฺติ, กึ ปน มนุโช สเจตโน? ปฐโมปมฺเมเนวาหํ, ภนฺเต, สญฺญตฺโต ‘อตฺถิ อกาเล มรณ’นฺติ, อปิ จ อปราปรํ นิพฺพาหนํ โสตุกาโม น สมฺปฏิจฺฉิ’’นฺติ.
อกาลมรณปโญฺห ฉฏฺโฐ.
๗. เจติยปาฏิหาริยปโญฺห
๗. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, สพฺเพสํ ปรินิพฺพุตานํ เจติเย ปาฏิหีรํ โหติ, อุทาหุ เอกจฺจานํ เยว โหตี’’ติ? ‘‘เอกจฺจานํ, มหาราช, โหติ, เอกจฺจานํ น โหตี’’ติ. ‘‘กตเมสํ, ภนฺเต, โหติ, กตเมสํ น โหตี’’ติ? ‘‘ติณฺณนฺนํ, มหาราช, อญฺญตรสฺส อธิฏฺฐานา ปรินิพฺพุตสฺส เจติเย ปาฏิหีรํ โหติ. กตเมสํ ติณฺณนฺนํ? อิธ, มหาราช, อรหา เทวมนุสฺสานํ อนุกมฺปาย ติฏฺฐนฺโตว อธิฏฺฐาติ ‘เอวํนาม เจติเย ปาฏิหีรํ โหตู’ติ, ตสฺส อธิฏฺฐานวเสน เจติเย ปาฏิหีรํ โหติ, เอวํ อรหโต อธิฏฺฐานวเสน ปรินิพฺพุตสฺส เจติเย ปาฏิหีรํ โหติ.
‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, เทวตา มนุสฺสานํ อนุกมฺปาย ปรินิพฺพุตสฺส เจติเย ปาฏิหีรํ ทสฺเสนฺติ ‘อิมินา ปาฏิหีเรน สทฺธมฺโม นิจฺจสมฺปคฺคหิโต ภวิสฺสติ, มนุสฺสา จ ปสนฺนา กุสเลน อภิวฑฺฒิสฺสนฺตี’ติ, เอวํ เทวตานํ อธิฏฺฐานวเสน ปรินิพฺพุตสฺส เจติเย ปาฏิหีรํ โหติ.
‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, อิตฺถี วา ปุริโส วา สทฺโธ ปสนฺโน ปณฺฑิโต พฺยตฺโต เมธาวี พุทฺธิสมฺปนฺโน โยนิโส จินฺตยิตฺวา คนฺธํ วา มาลํ วา ทุสฺสํ วา อญฺญตรํ วา กิญฺจิ อธิฏฺฐหิตฺวา เจติเย อุกฺขิปติ ‘เอวํนาม โหตู’ติ, ตสฺสปิ อธิฏฺฐานวเสน ปรินิพฺพุตสฺส เจติเย ปาฏิหีรํ โหติ, เอวํ มนุสฺสานํ อธิฏฺฐานวเสน ปรินิพฺพุตสฺส เจติเย ปาฏิหีรํ โหติ.
‘‘อิเมสํ โข, มหาราช, ติณฺณนฺนํ อญฺญตรสฺส อธิฏฺฐานวเสน ปรินิพฺพุตสฺส เจติเย ปาฏิหีรํ โหติ.
‘‘ยทิ, มหาราช, เตสํ อธิฏฺฐานํ น โหติ, ขีณาสวสฺสปิ ฉฬภิญฺญสฺส เจโตวสิปฺปตฺตสฺส เจติเย ปาฏิหีรํ น โหติ, อสติปิ, มหาราช, ปาฏิหีเร จริตํ ทิสฺวา สุปริสุทฺธํ โอกปฺเปตพฺพํ นิฏฺฐํ คนฺตพฺพํ สทฺทหิตพฺพํ ‘สุปรินิพฺพุโต อยํ พุทฺธปุตฺโต’’’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.
เจติยปาฏิหาริยปโญฺห สตฺตโม.
๘. ธมฺมาภิสมยปโญฺห
๘. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, เย เต สมฺมา ปฏิปชฺชนฺติ, เตสํ สพฺเพสํ เยว ธมฺมาภิสมโย โหติ, อุทาหุ กสฺสจิ น โหตี’’ติ? ‘‘กสฺสจิ, มหาราช, โหติ, กสฺสจิ น โหตี’’ติ. ‘‘กสฺส ภนฺเต โหติ, กสฺส น โหตี’’ติ? ‘‘ติรจฺฉานคตสฺส, มหาราช, สุปฺปฏิปนฺนสฺสาปิ ธมฺมาภิสมโย น โหติ, เปตฺติวิสยูปปนฺนสฺส…เป… มิจฺฉาทิฏฺฐิกสฺส…เป… กุหกสฺส…เป… มาตุฆาตกสฺส…เป… ปิตุฆาตกสฺส…เป… อรหนฺตฆาตกสฺส…เป… สงฺฆเภทกสฺส…เป… โลหิตุปฺปาทกสฺส…เป… เถยฺยสํวาสกสฺส…เป… ติตฺถิยปกฺกนฺตสฺส…เป… ภิกฺขุนิทูสกสฺส…เป… เตรสนฺนํ ครุกาปตฺตีนํ อญฺญตรํ อาปชฺชิตฺวา อวุฏฺฐิตสฺส…เป… ปณฺฑกสฺส…เป… อุภโตพฺยญฺชนกสฺส สุปฺปฏิปนฺนสฺสาปิ ธมฺมาภิสมโย น โหติ…เป… โยปิ มนุสฺสทหรโก อูนกสตฺตวสฺสิโก, ตสฺส สุปฺปฏิปนฺนสฺสาปิ ธมฺมาภิสมโย น โหติ. อิเมสํ โข, มหาราช, โสฬสนฺนํ ปุคฺคลานํ สุปฺปฏิปนฺนานมฺปิ ธมฺมาภิสมโย น โหตี’’ติ.
‘‘ภนฺเต นาคเสน, เย เต ปนฺนรส ปุคฺคลา วิรุทฺธา เยว, เตสํ ธมฺมาภิสมโย โหตุ วา มา วา โหตุ, อถ เกน การเณน มนุสฺสทหรกสฺส อูนกสตฺตวสฺสิกสฺส สุปฺปฏิปนฺนสฺสาปิ ธมฺมาภิสมโย น โหติ? เอตฺถ ตาว ปโญฺห ภวติ ‘นนุ นาม ทหรกสฺส น ราโค โหติ, น โทโส โหติ, น โมโห โหติ, น มาโน โหติ, น มิจฺฉาทิฏฺฐิ โหติ, น อรติ โหติ, น กามวิตกฺโก โหติ, อมิสฺสิโต กิเลเสหิ, โส นาม ทหรโก ยุตฺโต จ ปตฺโต จ อรหติ จ จตฺตาริ สจฺจานิ เอกปฏิเวเธน ปฏิวิชฺฌิตุ’’’นฺติ.
‘‘ตญฺเญเวตฺถ, มหาราช, การณํ, เยนาหํ การเณน ภณามิ ‘อูนกสตฺตวสฺสิกสฺส สุปฺปฏิปนฺนสฺสาปิ ธมฺมาภิสมโย น โหตี’ติ. ยทิ, มหาราช, อูนกสตฺตวสฺสิโก รชนีเย รชฺเชยฺย, ทุสฺสนีเย ทุสฺเสยฺย, โมหนีเย มุเยฺหยฺย, มทนีเย มชฺเชยฺย, ทิฏฺฐึ วิชาเนยฺย, รติญฺจ อรติญฺจ วิชาเนยฺย, กุสลากุสลํ วิตกฺเกยฺย, ภเวยฺย ตสฺส ธมฺมาภิสมโย, อปิ จ, มหาราช, อูนกสตฺตวสฺสิกสฺส จิตฺตํ อพลํ ทุพฺพลํ ปริตฺตํ อปฺปํ โถกํ มนฺทํ อวิภูตํ, อสงฺขตา นิพฺพานธาตุ ครุกา ภาริกา วิปุลา มหตี. อูนกสตฺตวสฺสิโก, มหาราช, เตน ทุพฺพเลน จิตฺเตน ปริตฺตเกน มนฺเทน อวิภูเตน น สกฺโกติ ครุกํ ภาริกํ วิปุลํ มหตึ อสงฺขตํ นิพฺพานธาตุํ ปฏิวิชฺฌิตุํ.
‘‘ยถา, มหาราช, สิเนรุปพฺพตราชา ครุโก ภาริโก วิปุโล มหนฺโต, อปิ นุ โข ตํ, มหาราช, ปุริโส อตฺตโน ปากติเกน ถามพลวีริเยน สกฺกุเณยฺย สิเนรุปพฺพตราชานํ อุทฺธริตุ’’นฺติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘เกน การเณน มหาราชา’’ติ? ‘‘ทุพฺพลตฺตา, ภนฺเต, ปุริสสฺส, มหนฺตตฺตา สิเนรุปพฺพตราชสฺสา’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, อูนกสตฺตวสฺสิกสฺส จิตฺตํ อพลํ ทุพฺพลํ ปริตฺตํ อปฺปํ โถกํ มนฺทํ อวิภูตํ, อสงฺขตา นิพฺพานธาตุ ครุกา ภาริกา วิปุลา มหตี. อูนกสตฺตวสฺสิโก เตน ทุพฺพเลน จิตฺเตน ปริตฺเตน มนฺเทน อวิภูเตน น สกฺโกติ ครุกํ ภาริกํ วิปุลํ มหตึ อสงฺขตํ นิพฺพานธาตุํ ปฏิวิชฺฌิตุํ, เตน การเณน อูนกสตฺตวสฺสิกสฺส สุปฺปฏิปนฺนสฺสาปิ ธมฺมาภิสมโย น โหติ.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, อยํ มหาปถวี ทีฆา อายตา ปุถุลา วิตฺถตา วิสาลา วิตฺถิณฺณา วิปุลา มหนฺตา, อปิ นุ โข ตํ, มหาราช, มหาปถวึ สกฺกา ปริตฺตเกน อุทกพินฺทุเกน เตเมตฺวา อุทกจิกฺขลฺลํ กาตุ’’นฺติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘เกน การเณน, มหาราชา’’ติ? ‘‘ปริตฺตตฺตา, ภนฺเต, อุทกพินฺทุสฺส, มหนฺตตฺตา มหาปถวิยา’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, อูนกสตฺตวสฺสิกสฺส จิตฺตํ อพลํ ทุพฺพลํ ปริตฺตํ อปฺปํ โถกํ มนฺทํ อวิภูตํ, อสงฺขตา นิพฺพานธาตุ ทีฆา อายตา ปุถุลา วิตฺถตา วิสาลา วิตฺถิณฺณา วิปุลา มหนฺตา. อูนกสตฺตวสฺสิโก เตน ทุพฺพเลน จิตฺเตน ปริตฺตเกน มนฺเทน อวิภูเตน น สกฺโกติ มหตึ อสงฺขตํ นิพฺพานธาตุํ ปฏิวิชฺฌิตุํ, เตน การเณน อูนกสตฺตวสฺสิกสฺส สุปฺปฏิปนฺนสฺสาปิ ธมฺมาภิสมโย น โหติ.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, อพลทุพฺพลปริตฺตอปฺปโถกมนฺทคฺคิ ภเวยฺย, อปิ นุ โข, มหาราช, ตาวตเกน มนฺเทน อคฺคินา สกฺกา สเทวเก โลเก อนฺธการํ วิธมิตฺวา อาโลกํ ทสฺเสตุ’’นฺติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘เกน การเณน มหาราชา’’ติ? ‘‘มนฺทตฺตา, ภนฺเต, อคฺคิสฺส, โลกสฺส มหนฺตตฺตา’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, อูนกสตฺตวสฺสิกสฺส จิตฺตํ อพลํ ทุพฺพลํ ปริตฺตํ อปฺปํ โถกํ มนฺทํ อวิภูตํ, มหตา จ อวิชฺชนฺธกาเรน ปิหิตํ. ตสฺมา ทุกฺกรํ ญาณาโลกํ ทสฺสยิตุํ, เตน การเณน อูนกสตฺตวสฺสิกสฺส สุปฺปฏิปนฺนสฺสาปิ ธมฺมาภิสมโย น โหติ.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, อาตุโร กิโส อณุปริมิตกาโย สาลกกิมิ หตฺถินาคํ ติธา ปภินฺนํ นวายตํ ติวิตฺถตํ ทสปริณาหํ อฏฺฐรตนิกํ สกฏฺฐานมุปคตํ ทิสฺวา คิลิตุํ ปริกฑฺเฒยฺย, อปิ นุ โข โส, มหาราช, สาลกกิมิ สกฺกุเณยฺย ตํ หตฺถินาคํ คิลิตุ’’นฺติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘เกน การเณน, มหาราชา’’ติ? ‘‘ปริตฺตตฺตา, ภนฺเต, สาลกกิมิสฺส, มหนฺตตฺตา หตฺถินาคสฺสา’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, อูนกสตฺตวสฺสิกสฺส จิตฺตํ อพลํ ทุพฺพลํ ปริตฺตํ อปฺปํ โถกํ มนฺทํ อวิภูตํ, มหตี อสงฺขตา นิพฺพานธาตุ. โส เตน ทุพฺพเลน จิตฺเตน ปริตฺตเกน มนฺเทน อวิภูเตน น สกฺโกติ มหตึ อสงฺขตํ นิพฺพานธาตุํ ปฏิวิชฺฌิตุํ, เตน การเณน อูนกสตฺตวสฺสิกสฺส สุปฺปฏิปนฺนสฺสาปิ ธมฺมาภิสมโย น โหตี’’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.
ธมฺมาภิสมยปโญฺห อฏฺฐโม.
๙. เอกนฺตสุขนิพฺพานปโญฺห
๙. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, กึ เอกนฺตสุขํ นิพฺพานํ, อุทาหุ ทุกฺเขน มิสฺส’’นฺติ? ‘‘เอกนฺตสุขํ, มหาราช, นิพฺพานํ, ทุกฺเขน อมิสฺส’’นฺติ.
‘‘น มยํ ตํ, ภนฺเต นาคเสน, วจนํ สทฺทหาม ‘เอกนฺตสุขํ นิพฺพาน’นฺติ, เอวเมตฺถ มยํ, ภนฺเต นาคเสน, ปจฺเจม ‘นิพฺพานํ ทุกฺเขน มิสฺส’นฺติ, การณญฺเจตฺถ อุปลภาม ‘นิพฺพานํ ทุกฺเขน มิสฺส’นฺติ. กตมํ เอตฺถ การณํ? เย เต, ภนฺเต นาคเสน, นิพฺพานํ ปริเยสนฺติ, เตสํ ทิสฺสติ กายสฺส จ จิตฺตสฺส จ อาตาโป ปริตาโป ฐานจงฺกมนิสชฺชาสยนาหารปริคฺคโห มิทฺธสฺส จ อุปโรโธ อายตนานญฺจ ปฏิปีฬนํ ธนธญฺญปิยญาติมิตฺตปฺปชหนํ. เย เกจิ โลเก สุขิตา สุขสมปฺปิตา, เต สพฺเพปิ ปญฺจหิ กามคุเณหิ อายตเน รเมนฺติ พฺรูเหนฺติ, มนาปิกมนาปิกพหุวิธสุภนิมิตฺเตน รูเปน จกฺขุํ รเมนฺติ พฺรูเหนฺติ, มนาปิกมนาปิกคีตวาทิตพหุวิธสุภนิมิตฺเตน สทฺเทน โสตํ รเมนฺติ พฺรูเหนฺติ, มนาปิกมนาปิกปุปฺผผลปตฺตตจมูลสารพหุวิธสุภนิมิตฺเตน คนฺเธน ฆานํ รเมนฺติ พฺรูเหนฺติ, มนาปิกมนาปิกขชฺชโภชฺชเลยฺยเปยฺยสายนียพหุวิธสุภนิมิตฺเตน รเสน ชิวฺหํ รเมนฺติ พฺรุเหนฺติ, มนาปิกมนาปิกสณฺหสุขุมมุทุมทฺทวพหุวิธสุภนิมิตฺเตน ผสฺเสน กายํ รเมนฺติ พฺรูเหนฺติ, มนาปิกมนาปิกกลฺยาณปาปกสุภาสุภพหุวิธวิตกฺกมนสิกาเรน มนํ รเมนฺติ พฺรูเหนฺติ. ตุเมฺห ตํ จกฺขุโสตฆานชิวฺหากายมโนพฺรูหนํ หนถ อุปหนถ, ฉินฺทถ อุปจฺฉินฺทถ, รุนฺธถ อุปรุนฺธถ. เตน กาโยปิ ปริตปติ, จิตฺตมฺปิ ปริตปติ, กาเย ปริตตฺเต กายิกทุกฺขเวทนํ เวทิยติ, จิตฺเต ปริตตฺเต เจตสิกทุกฺขเวทนํ เวทยติ. นนุ มาคณฺฑิโยปิ [มาคนฺทิโยปิ (สี. ปี.)] ปริพฺพาชโก ภควนฺตํ ครหมาโน เอวมาห ‘ภูนหุ [ภูตหจฺโจ (ปี.), ภูนหจฺโจ (ก.)] สมโณ โคตโม’ติ. อิทเมตฺถ การณํ, เยนาหํ การเณน พฺรูมิ ‘นิพฺพานํ ทุกฺเขน มิสฺส’’’นฺติ.
‘‘น หิ, มหาราช, นิพฺพานํ ทุกฺเขน มิสฺสํ, เอกนฺตสุขํ นิพฺพานํ. ยํ ปน ตฺวํ, มหาราช, พฺรูสิ ‘นิพฺพานํ ทุกฺข’นฺติ, เนตํ ทุกฺขํ นิพฺพานํ นาม, นิพฺพานสฺส ปน สจฺฉิกิริยาย ปุพฺพภาโค เอโส, นิพฺพานปริเยสนํ เอตํ, เอกนฺตสุขํ เยว, มหาราช, นิพฺพานํ, น ทุกฺเขน มิสฺสํ. เอตฺถ การณํ วทามิ. อตฺถิ, มหาราช, ราชูนํ รชฺชสุขํ นามา’’ติ? ‘‘อาม, ภนฺเต, อตฺถิ ราชูนํ รชฺชสุข’’นฺติ. ‘‘อปิ นุ โข ตํ, มหาราช, รชฺชสุขํ ทุกฺเขน มิสฺส’’นฺติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘กิสฺส ปน เต, มหาราช, ราชาโน ปจฺจนฺเต กุปิเต เตสํ ปจฺจนฺตนิสฺสิตานํ ปฏิเสธาย อมจฺเจหิ ปริณายเกหิ ภเฏหิ พลตฺเถหิ ปริวุตา ปวาสํ คนฺตฺวา ฑํสมกสวาตาตปปฏิปีฬิตา สมวิสเม ปริธาวนฺติ, มหายุทฺธญฺจ กโรนฺติ, ชีวิตสํสยญฺจ ปาปุณนฺตี’’ติ? ‘‘เนตํ, ภนฺเต นาคเสน, รชฺชสุขํ นาม, รชฺชสุขสฺส ปริเยสนาย ปุพฺพภาโค เอโส, ทุกฺเขน, ภนฺเต นาคเสน, ราชาโน รชฺชํ ปริเยสิตฺวา รชฺชสุขํ อนุภวนฺติ, เอวํ, ภนฺเต นาคเสน, รชฺชสุขํ ทุกฺเขน อมิสฺสํ, อญฺญํ ตํ รชฺชสุขํ, อญฺญํ ทุกฺข’’นฺติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, เอกนฺตสุขํ นิพฺพานํ, น ทุกฺเขน มิสฺสํ. เย ปน ตํ นิพฺพานํ ปริเยสนฺติ, เต กายญฺจ จิตฺตญฺจ อาตาเปตฺวา ฐานจงฺกมนิสชฺชาสยนาหารํ ปริคฺคเหตฺวา มิทฺธํ อุปรุนฺธิตฺวา อายตนานิ ปฏิปีเฬตฺวา กายญฺจ ชีวิตญฺจ ปริจฺจชิตฺวา ทุกฺเขน นิพฺพานํ ปริเยสิตฺวา เอกนฺตสุขํ นิพฺพานํ อนุภวนฺติ, นิหตปจฺจามิตฺตา วิย ราชาโน รชฺชสุขํ. เอวํ, มหาราช, เอกนฺตสุขํ นิพฺพานํ, น ทุกฺเขน มิสฺสํ, อญฺญํ นิพฺพานํ, อญฺญํ ทุกฺขนฺติ.
‘‘อปรมฺปิ, มหาราช, อุตฺตรึ การณํ สุโณหิ เอกนฺตสุขํ นิพฺพานํ, น ทุกฺเขน มิสฺสํ, อญฺญํ ทุกฺขํ, อญฺญํ นิพฺพานนฺติ. อตฺถิ, มหาราช, อาจริยานํ สิปฺปวนฺตานํ สิปฺปสุขํ นามา’’ติ? ‘‘อาม, ภนฺเต, อตฺถิ อาจริยานํ สิปฺปวนฺตานํ สิปฺปสุข’’นฺติ. ‘‘อปิ นุ โข ตํ, มหาราช, สิปฺปสุขํ ทุกฺเขน มิสฺส’’นฺติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘กิสฺส ปน เต, มหาราช, อาจริยา [อิทํ ปทํ สี. ปี. โปตฺถเกสุ นตฺถิ] อาจริยานํ อภิวาทนปจฺจุฏฺฐาเนน อุทกาหรณฆรสมฺมชฺชนทนฺตกฏฺฐมุโขทกานุปฺปทาเนน อุจฺฉิฏฺฐปฏิคฺคหณอุจฺฉาทนนหาปนปาทปริกมฺเมน สกจิตฺตํ นิกฺขิปิตฺวา ปรจิตฺตานุวตฺตเนน ทุกฺขเสยฺยาย วิสมโภชเนน กายํ อาตาเปนฺตี’’ติ? ‘‘เนตํ, ภนฺเต นาคเสน, สิปฺปสุขํ นาม, สิปฺปปริเยสนาย ปุพฺพภาโค เอโส, ทุกฺเขน, ภนฺเต นาคเสน, อาจริยา สิปฺปํ ปริเยสิตฺวา สิปฺปสุขํ อนุภวนฺติ, เอวํ, ภนฺเต นาคเสน, สิปฺปสุขํ ทุกฺเขน อมิสฺสํ, อญฺญํ ตํ สิปฺปสุขํ, อญฺญํ ทุกฺข’’นฺติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, เอกนฺตสุขํ นิพฺพานํ, น ทุกฺเขน มิสฺสํ. เย ปน ตํ นิพฺพานํ ปริเยสนฺติ, เต กายญฺจ จิตฺตญฺจ อาตาเปตฺวา ฐานจงฺกมนิสชฺชาสยนาหารํ ปริคฺคเหตฺวา มิทฺธํ อุปรุนฺธิตฺวา อายตนานิ ปฏิปีเฬตฺวา กายญฺจ ชีวิตญฺจ ปริจฺจชิตฺวา ทุกฺเขน นิพฺพานํ ปริเยสิตฺวา เอกนฺตสุขํ นิพฺพานํ อนุภวนฺติ, อาจริยา วิย สิปฺปสุขํ. เอวํ, มหาราช, เอกนฺตสุขํ นิพฺพานํ, น ทุกฺเขน มิสฺสํ, อญฺญํ ทุกฺขํ, อญฺญํ นิพฺพาน’’นฺติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.
เอกนฺตสุขนิพฺพานปโญฺห นวโม.
๑๐. นิพฺพานรูปสณฺฐานปโญฺห
๑๐. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘นิพฺพานํ นิพฺพาน’นฺติ ยํ วเทสิ, สกฺกา ปน ตสฺส นิพฺพานสฺส รูปํ วา สณฺฐานํ วา วยํ วา ปมาณํ วา โอปมฺเมน วา การเณน วา เหตุนา วา นเยน วา อุปทสฺสยิตุ’’นฺติ? ‘‘อปฺปฏิภาคํ, มหาราช, นิพฺพานํ, น สกฺกา นิพฺพานสฺส รูปํ วา สณฺฐานํ วา วยํ วา ปมาณํ วา โอปมฺเมน วา การเณน วา เหตุนา วา นเยน วา อุปทสฺสยิตุ’’นฺติ. ‘‘เอตมฺปาหํ, ภนฺเต นาคเสน, น สมฺปฏิจฺฉามิ, ยํ อตฺถิธมฺมสฺส นิพฺพานสฺส รูปํ วา สณฺฐานํ วา วยํ วา ปมาณํ วา โอปมฺเมน วา การเณน วา เหตุนา วา นเยน วา อปญฺญาปนํ, การเณน มํ สญฺญาเปหี’’ติ. ‘‘โหตุ, มหาราช, การเณน ตํ สญฺญาเปสฺสามิ. อตฺถิ, มหาราช, มหาสมุทฺโท นามา’’ติ? ‘‘อาม, ภนฺเต, อตฺเถโส มหาสมุทฺโท’’ติ. ‘‘สเจ ตํ, มหาราช, โกจิ เอวํ ปุจฺเฉยฺย ‘กิตฺตกํ, มหาราช, มหาสมุทฺเท อุทกํ, กติ ปน เต สตฺตา, เย มหาสมุทฺเท ปฏิวสนฺตี’ติ, เอวํ ปุฏฺโฐ ตฺวํ, มหาราช, กินฺติ ตสฺส พฺยากเรยฺยาสี’’ติ? ‘‘สเจ มํ, ภนฺเต, โกจิ เอวํ ปุจฺเฉยฺย ‘กิตฺตกํ, มหาราช, มหาสมุทฺเท อุทกํ, กติ ปน เต สตฺตา, เย มหาสมุทฺเท ปฏิวสนฺตี’ติ, ตมหํ, ภนฺเต, เอวํ วเทยฺยํ ‘อปุจฺฉิตพฺพํ มํ ตฺวํ อมฺโภ ปุริส ปุจฺฉสิ, เนสา ปุจฺฉา เกนจิ ปุจฺฉิตพฺพา, ฐปนีโย เอโส ปโญฺห. อวิภตฺโต โลกกฺขายิเกหิ มหาสมุทฺโท, น สกฺกา มหาสมุทฺเท อุทกํ ปริมินิตุํ สตฺตา วา เย ตตฺถ วาสมุปคตาติ เอวาหํ ภนฺเต ตสฺส ปฏิวจนํ ทเทยฺย’’’นฺติ.