๑. นิปฺปปญฺจปโญฺห

๑. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ ภควตา ‘นิปฺปปญฺจารามา, ภิกฺขเว, วิหรถ นิปฺปปญฺจรติโน’ติ, กตมํ ตํ นิปฺปปญฺจ’’นฺติ? ‘‘โสตาปตฺติผลํ, มหาราช, นิปฺปปญฺจํ, สกทาคามิผลํ นิปฺปปญฺจํ, อนาคามิผลํ นิปฺปปญฺจํ, อรหตฺตผลํ นิปฺปปญฺจ’’นฺติ.

‘‘ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, โสตาปตฺติผลํ นิปฺปปญฺจํ, สกทาคามิอนาคามิอรหตฺตผลํ นิปฺปปญฺจํ, กิสฺส ปน อิเม ภิกฺขู อุทฺทิสนฺติ ปริปุจฺฉนฺติ สุตฺตํ เคยฺยํ เวยฺยากรณํ คาถํ อุทานํ อิติวุตฺตกํ ชาตกํ อพฺภุตธมฺมํ เวทลฺลํ, นวกมฺเมน ปลิพุชฺฌนฺติ ทาเนน จ ปูชาย จ, นนุ เต ชินปฺปฏิกฺขิตฺตํ กมฺมํ กโรตี’’ติ?

‘‘เย เต, มหาราช, ภิกฺขู อุทฺทิสนฺติ ปริปุจฺฉนฺติ สุตฺตํ เคยฺยํ เวยฺยากรณํ คาถํ อุทานํ อิติวุตฺตกํ ชาตกํ อพฺภุตธมฺมํ เวทลฺลํ, นวกมฺเมน ปลิพุชฺฌนฺติ ทาเนน จ ปูชาย จ, สพฺเพ เต นิปฺปปญฺจสฺส ปตฺติยา กโรนฺติ. เย เต, มหาราช, สภาวปริสุทฺธา ปุพฺเพ วาสิตวาสนา, เต เอกจิตฺตกฺขเณน นิปฺปปจ โหนฺติ. เย ปน เต ภิกฺขู มหารชกฺขา, เต อิเมหิ ปโยเคหิ นิปฺปปญฺจา โหนฺติ.

‘‘ยถา, มหาราช, เอโก ปุริโส เขตฺเต พีชํ โรเปตฺวา อตฺตโน ยถาพลวีริเยน วินา ปาการวติยา ธญฺญํ อุทฺธเรยฺย, เอโก ปุริโส เขตฺเต พีชํ โรเปตฺวา วนํ ปวิสิตฺวา กฏฺฐญฺจ สาขญฺจ ฉินฺทิตฺวา วติปาการํ กตฺวา ธญฺญํ อุทฺธเรยฺย. ยา ตตฺถ ตสฺส วติปาการปริเยสนา, สา ธญฺญตฺถาย. เอวเมว โข, มหาราช, เย เต สภาวปริสุทฺธา ปุพฺเพ วาสิตวาสนา, เต เอกจิตฺตกฺขเณน นิปฺปปญฺจา โหนฺติ, วินา วติปาการํ ปุริโส วิย ธญฺญุทฺธาโร. เย ปน เต ภิกฺขู มหารชกฺขา, เต อิเมหิ ปโยเคหิ นิปฺปปญฺจา โหนฺติ, วติปาการํ กตฺวา ปุริโส วิย ธญฺญุทฺธาโร.

‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, ปุริโส มหติมหนฺเต อมฺพรุกฺขมตฺถเก ผลปิณฺฑิ ภเวยฺย, อถ ตตฺถ โย โกจิ อิทฺธิมา อาคนฺตฺวา ตสฺส ผลํ หเรยฺย, โย ปน ตตฺถ อนิทฺธิมา, โส กฏฺฐญฺจ วลฺลิญฺจ ฉินฺทิตฺวา นิสฺเสณึ พนฺธิตฺวา ตาย ตํ รุกฺขํ อภิรุหิตฺวา ผลํ หเรยฺย. ยา ตตฺถ ตสฺส นิสฺเสณิปริเยสนา, สา ผลตฺถาย. เอวเมว โข, มหาราช, เย เต สภาวปริสุทฺธา ปุพฺเพ วาสิตวาสนา, เต เอกจิตฺตกฺขเณน นิปฺปปญฺจา โหนฺติ, อิทฺธิมา วิย รุกฺขผลํ หรนฺโต. เย ปน เต ภิกฺขู มหารชกฺขา, เต อิมินา ปโยเคน สจฺจานิ อภิสเมนฺติ, นิสฺเสณิยา วิย ปุริโส รุกฺขผลํ หรนฺโต.

‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, เอโก ปุริโส อตฺถกรณิโก เอกโก เยว สามิกํ อุปคนฺตฺวา อตฺถํ สาเธติ. เอโก ธนวา ธนวเสน ปริสํ วฑฺเฒตฺวา ปริสาย อตฺถํ สาเธติ. ยา ตตฺถ ตสฺส ปริสปริเยสนา, สา อตฺถตฺถาย. เอวเมว โข, มหาราช, เย เต สภาวปริสุทฺธา ปุพฺเพ วาสิตวาสนา, เต เอกจิตฺตกฺขเณน ฉสุ อภิญฺญาสุ วสิภาวํ ปาปุณนฺติ, ปุริโส วิย เอกโก อตฺถสิทฺธึ กโรนฺโต. เย ปน เต ภิกฺขู มหารชกฺขา, เต อิเมหิ ปโยเคหิ สามญฺญตฺถมภิสาเธนฺติ, ปริสาย วิย ปุริโส อตฺถสิทฺธึ กโรนฺโต.

‘‘อุทฺเทโสปิ, มหาราช, พหุกาโร, ปริปุจฺฉาปิ พหุการา, นวกมฺมมฺปิ พหุการํ, ทานมฺปิ พหุการํ, ปูชาปิ พหุการา เตสุ เตสุ กรณีเยสุ. ยถา, มหาราช, ปุริโส ราชูปเสวี กตาวี อมจฺจภฏพลโทวาริกอนีกฏฺฐปาริสชฺชชเนหิ, เต ตสฺส กรณีเย อนุปฺปตฺเต สพฺเพปิ อุปการา โหนฺติ. เอวเมว โข, มหาราช, อุทฺเทโสปิ พหุกาโร, ปริปุจฺฉาปิ พหุการา, นวกมฺมมฺปิ พหุการํ, ทานมฺปิ พหุการํ, ปูชาปิ พหุการา เตสุ เตสุ กรณีเยสุ. ยทิ, มหาราช, สพฺเพปิ อภิชาติปริสุทฺธา ภเวยฺยุํ, อนุสาสเนน [อนุสาสเกน (สี. ปี.)] กรณียํ น ภเวยฺย. ยสฺมา จ โข, มหาราช, สวเนน กรณียํ โหติ, เถโร, มหาราช, สาริปุตฺโต อปริมิตมสงฺเขยฺยกปฺปํ อุปาทาย อุปจิตกุสลมูโล ปญฺญาย โกฏึ คโต, โสปิ วินา สวเนน นาสกฺขิ อาสวกฺขยํ ปาปุณิตุํ. ตสฺมา, มหาราช, พหุการํ สวนํ, ตถา อุทฺเทโสปิ ปริปุจฺฉาปิ. ตสฺมา อุทฺเทสปริปุจฺฉาปิ นิปฺปปญฺจา สงฺขตา’’ติ. ‘‘สุนิชฺฌาปิโต, ภนฺเต นาคเสน, ปโญฺห, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.

นิปฺปปญฺจปโญฺห ปฐโม.