๕. พุทฺธอวิเหฐกปโญฺห

๕. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ ภควตา ‘ปุพฺเพ วาหํ มนุสฺสภูโต สมาโน สตฺตานํ อวิเหฐกชาติโก อโหสิ’นฺติ. ปุน จ ภณิตํ ‘โลมสกสฺสโป นาม อิสิ สมาโน อเนกสเต ปาเณ ฆาตยิตฺวา วาชเปยฺยํ มหายญฺญํ ยชี’ติ. ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, ภควตา ภณิตํ ‘ปุพฺเพ วาหํ มนุสฺสภูโต สมาโน สตฺตานํ อวิเหฐกชาติโก อโหสิ’นฺติ, เตน หิ ‘โลมสกสฺสเปน อิสินา อเนกสเต ปาเณ ฆาตยิตฺวา วาชเปยฺยํ มหายญฺญํ ยชิต’นฺติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา. ยทิ ‘โลมสกสฺสเปน อิสินา อเนกสเต ปาเณ ฆาตยิตฺวา วาชเปยฺยํ มหายญฺญํ ยชิตํ’, เตน หิ ‘ปุพฺเพ วาหํ มนุสฺสภูโต สมาโน สตฺตานํ อวิเหฐกชาติโก อโหสิ’นฺติ ตมฺปิ วจนํ มิจฺฉา. อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห ตวานุปฺปตฺโต, โส ตยา นิพฺพาหิตพฺโพ’’ติ.

‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา ‘ปุพฺเพ วาหํ มนุสฺสภูโต สมาโน สตฺตานํ อวิเหฐกชาติโก อโหสิ’นฺติ, ‘โลมสกสฺสเปน อิสินา อเนกสเต ปาเณ ฆาตยิตฺวา วาชเปยฺยํ มหายญฺญํ ยชิตํ’, ตญฺจ ปน ราควเสน วิสญฺญินา, โน สเจตเนนา’’ติ.

‘‘อฏฺฐิเม, ภนฺเต นาคเสน, ปุคฺคลา ปาณํ หนนฺติ. กตเม อฏฺฐ? รตฺโต ราควเสน ปาณํ หนติ, ทุฏฺโฐ โทสวเสน ปาณํ หนติ, มูโฬฺห โมหวเสน ปาณํ หนติ, มานี มานวเสน ปาณํ หนติ, ลุทฺโธ โลภวเสน ปาณํ หนติ, อกิญฺจโน ชีวิกตฺถาย ปาณํ หนติ, พาโล หสฺสวเสน [อญฺญาณวเสน (ก. สี.)] ปาณํ หนติ, ราชา วินยนวเสน ปาณํ หนติ. อิเม โข, ภนฺเต นาคเสน, อฏฺฐ ปุคฺคลา ปาณํ หนนฺติ. ปากติกํ เยว, ภนฺเต นาคเสน, โพธิสตฺเตน กต’’นฺติ. ‘‘น, มหาราช, ปากติกํ โพธิสตฺเตน กตํ, ยทิ, มหาราช, โพธิสตฺโต ปกติภาเวน โอนเมยฺย มหายญฺญํ ยชิตุํ, น ยิมํ คาถํ ภเณยฺย –

‘‘‘สสมุทฺทปริยายํ, มหึ สาครกุณฺฑลํ;

น อิจฺเฉ สห นินฺทาย, เอวํ เสยฺห [สยฺห (สี. ปี.)] วิชานหี’ติ.

‘‘เอวํวาที, มหาราช, โพธิสตฺโต สห ทสฺสเนน จนฺทวติยา ราชกญฺญาย วิสญฺญี อโหสิ ขิตฺตจิตฺโต รตฺโต วิสญฺญิภูโต อากุลากุโล ตุริตตุริโต เตน วิกฺขิตฺตภนฺตลุฬิตจิตฺเตน มหติมหาปสุฆาตคลรุหิรสญฺจยํ วาชเปยฺยํ มหายญฺญํ ยชิ.

‘‘ยถา, มหาราช, อุมฺมตฺตโก ขิตฺตจิตฺโต ชลิตมฺปิ ชาตเวทํ อกฺกมติ, กุปิตมฺปิ อาสีวิสํ คณฺหาติ, มตฺตมฺปิ หตฺถึ อุเปติ, สมุทฺทมฺปิ อตีรทสฺสึ ปกฺขนฺทติ, จนฺทนิกมฺปิ โอฬิคลฺลมฺปิ โอมทฺทติ, กณฺฏกาธานมฺปิ อภิรุหติ, ปปาเตปิ ปตติ, อสุจิมฺปิ ภกฺเขติ, นคฺโคปิ รถิยา จรติ, อญฺญมฺปิ พหุวิธํ อกิริยํ กโรติ. เอวเมว โข, มหาราช, โพธิสตฺโต สห ทสฺสเนน จนฺทวติยา ราชกญฺญาย วิสญฺญี อโหสิ ขิตฺตจิตฺโต รตฺโต วิสญฺญิภูโต อากุลากุโล ตุริตตุริโต, เตน วิกฺขิตฺตภนฺตลุฬิตจิตฺเตน มหติมหาปสุฆาตคลรุหิรสญฺจยํ วาชเปยฺยํ มหายญฺญํ ยชิ.

‘‘ขิตฺตจิตฺเตน, มหาราช, กตํ ปาปํ ทิฏฺฐธมฺเมปิ น มหาสาวชฺชํ โหติ, สมฺปราเย วิปาเกนปิ โน ตถา. อิธ, มหาราช, โกจิ อุมฺมตฺตโก วชฺฌมาปชฺเชยฺย, ตสฺส ตุเมฺห กึ ทณฺฑํ ธาเรถา’’ติ? ‘‘โก, ภนฺเต, อุมฺมตฺตกสฺส ทณฺโฑ ภวิสฺสติ, ตํ มยํ โปถาเปตฺวา นีหราเปม, เอโสว ตสฺส ทณฺโฑ’’ติ. ‘‘อิติ โข, มหาราช, อุมฺมตฺตกสฺส อปราเธ ทณฺโฑปิ น ภวติ, ตสฺมา อุมฺมตฺตกสฺส กเตปิ น โทโส ภวติ สเตกิจฺโฉ. เอวเมว โข, มหาราช, โลมสกสฺสโป อิสิ สห ทสฺสเนน จนฺทวติยา ราชกญฺญาย วิสญฺญี อโหสิ ขิตฺตจิตฺโต รตฺโต วิสญฺญิภูโต วิสฏปยาโต อากุลากุโล ตุริตตุริโต, เตน วิกฺขิตฺตภนฺตลุฬิตจิตฺเตน มหติมหาปสุฆาตคลรุหิรสญฺจยํ วาชเปยฺยํ มหายญฺญํ ยชิ. ยทา จ ปน ปกติจิตฺโต อโหสิ ปฏิลทฺธสฺสติ, ตทา ปุนเทว ปพฺพชิตฺวา ปญฺจาภิญฺญาโย นิพฺพตฺเตตฺวา พฺรหฺมโลกูปโค อโหสี’’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.

พุทฺธอวิเหฐกปโญฺห ปญฺจโม.