๙. อคฺคคฺคสมณปโญฺห

๙. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ ภควตา ‘อาสวานํ ขยา สมโณ โหตี’ติ. ปุน จ ภณิตํ –

‘‘‘จตุพฺภิ ธมฺเมหิ สมงฺคิภูตํ, ตํ เว นรํ สมณํ อาหุ โลเก’ติ.

ตตฺริเม จตฺตาโร ธมฺมา ขนฺติ อปฺปาหารตา รติวิปฺปหานํ อากิญฺจญฺญํ. สพฺพานิ ปเนตานิ อปริกฺขีณาสวสฺส สกิเลสสฺเสว โหนฺติ. ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, อาสวานํ ขยา สมโณ โหติ, เตน หิ ‘จตุพฺภิ ธมฺเมหิ สมงฺคิภูตํ, ตํ เว นรํ สมณํ อาหุ โลเก’ติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา. ยทิ จตุพฺภิ ธมฺเมหิ สมงฺคิภูโต สมโณ โหติ, เตน หิ ‘อาสวานํ ขยา สมโณ โหตี’ติ ตมฺปิ วจนํ มิจฺฉา, อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห ตวานุปฺปตฺโต, โส ตยา นิพฺพาหิตพฺโพ’’ติ.

‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา ‘อาสวานํ ขยา สมโณ โหตี’ติ. ปุน จ ภณิตํ ‘จตุพฺภิ ธมฺเมหิ สมงฺคิภูตํ, ตํ เว นรํ สมณํ อาหุ โลเก’ติ. ตทิทํ, มหาราช, วจนํ เตสํ เตสํ ปุคฺคลานํ คุณวเสน ภณิตํ ‘จตุพฺภิ ธมฺเมหิ สมงฺคิภูตํ, ตํ เว นรํ สมณํ อาหุ โลเก’ติ, อิทํ ปน นิรวเสสวจนํ ‘อาสวานํ ขยา สมโณ โหตี’ติ.

‘‘อปิ จ, มหาราช, เย เกจิ กิเลสูปสมาย ปฏิปนฺนา, เต สพฺเพ อุปาทายุปาทาย สมโณ ขีณาสโว อคฺคมกฺขายติ. ยถา, มหาราช, ยานิ กานิจิ ชลชถลชปุปฺผานิ, วสฺสิกํ เตสํ อคฺคมกฺขายติ, อวเสสานิ ยานิ กานิจิ วิวิธานิ ปุปฺผชาตานิ, สพฺพานิ ตานิ ปุปฺผานิ เยว, อุปาทายุปาทาย ปน วสฺสิกํ เยว ปุปฺผํ ชนสฺส ปตฺถิตํ ปิหยิตํ. เอวเมว โข, มหาราช, เย เกจิ กิเลสูปสมาย ปฏิปนฺนา, เต สพฺเพ อุปาทายุปาทาย สมโณ ขีณาสโว อคฺคมกฺขายติ.

‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, สพฺพธญฺญานํ สาลิ อคฺคมกฺขายติ, ยา กาจิ อวเสสา วิวิธา ธญฺญชาติโย, ตา สพฺพา อุปาทายุปาทาย โภชนานิ สรีรยาปนาย, สาลิ เยว เตสํ อคฺคมกฺขายติ. เอวเมว โข, มหาราช, เย เกจิ กิเลสูปสมาย ปฏิปนฺนา, เต สพฺเพ อุปาทายุปาทาย สมโณ ขีณาสโว อคฺคมกฺขายตี’’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.

อคฺคคฺคสมณปโญฺห นวโม.