๕. รุกฺขอเจตนาภาวปโญฺห
๕. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ ตถาคเตน –
‘‘‘อเจตนํ พฺราหฺมณ อสฺสุณนฺตํ, ชาโน อชานนฺตมิมํ ปลาสํ;
อารทฺธวีริโย ธุวํ อปฺปมตฺโต, สุขเสยฺยํ ปุจฺฉสิ กิสฺส เหตู’ติ [ชา. ๑.๔.๒๕].
ปุน จ ภณิตํ –
‘‘‘อิติ ผนฺทนรุกฺโขปิ, ตาวเท อชฺฌภาสถ;
มยฺหมฺปิ วจนํ อตฺถิ, ภารทฺวาช สุโณหิ เม’ติ [ชา. ๑.๑๓.๒๐].
‘‘ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, รุกฺโข อเจตโน, เตน หิ ผนฺทเนน รุกฺเขน ภารทฺวาเชน สห สลฺลปิตนฺติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา. ยทิ ผนฺทเนน รุกฺเขน ภารทฺวาเชน สทฺธึ สลฺลปิตํ, เตน หิ รุกฺโข อเจตโนติ ตมฺปิ วจนํ มิจฺฉา. อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห ตวานุปฺปโต, โส ตยา นิพฺพาหิตพฺโพ’’ติ.
‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา ‘รุกฺโข อเจตโน’ติ, ผนฺทเนน จ รุกฺเขน ภารทฺวาเชน สทฺธึ สลฺลปิตํ, ตญฺจ ปน วจนํ โลกสมญฺญาย ภณิตํ. นตฺถิ, มหาราช, อเจตนสฺส รุกฺขสฺส สลฺลาโป นาม, อปิ จ, มหาราช, ตสฺมึ รุกฺเข อธิวตฺถาย เทวตาเยตํ อธิวจนํ รุกฺโขติ, รุกฺโข สลฺลปตีติ เจสา โลกปณฺณตฺติ, ยถา, มหาราช, สกฏํ ธญฺญสฺส ปริปูริตํ ธญฺญสกฏนฺติ ชโน โวหรติ, น จ ตํ ธญฺญมยํ สกฏํ, รุกฺขมยํ สกฏํ, ตสฺมึ สกเฏ ธญฺญสฺส ปน อากิริตตฺตา ธญฺญสกฏนฺติ ชโน โวหรติ, เอวเมว โข, มหาราช, น รุกฺโข สลฺลปติ, รุกฺโข อเจตโน, ยา ปน ตสฺมึ รุกฺเข อธิวตฺถา เทวตา, ตสฺสา เยว ตํ อธิวจนํ รุกฺโขติ, รุกฺโข สลฺลปตีติ เจสา โลกปณฺณตฺติ.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, ทธึ มนฺถยมาโน ตกฺกํ มนฺเถมีติ โวหรติ, น ตํ ตกฺกํ, ยํ โส มนฺเถติ, ทธึ เยว โส มนฺเถนฺโต ตกฺกํ มนฺเถมีติ โวหรติ, เอวเมว โข, มหาราช, น รุกฺโข สลฺลปติ, รุกฺโข อเจตโน. ยา ปน ตสฺมึ รุกฺเข อธิวตฺถา เทวตา, ตสฺสาเยว ตํ อธิวจนํ รุกฺโขติ, รุกฺโข สลฺลปตีติ เจสา โลกปณฺณตฺติ.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, อสนฺตํ สาเธตุกาโม สนฺตํ สาเธมีติ โวหรติ, อสิทฺธํ สิทฺธนฺติ โวหรติ, เอวเมสา โลกสมญฺญา, เอวเมว โข, มหาราช, น รุกฺโข สลฺลปติ, รุกฺโข อเจตโน. ยา ปน ตสฺมึ รุกฺเข อธิวตฺถา เทวตา, ตสฺสาเยว ตํ อธิวจนํ รุกฺโขติ, รุกฺโข สลฺลปตีติ เจสา โลกปณฺณตฺติ, ยาย, มหาราช, โลกสมญฺญาย ชโน โวหรติ, ตถาคโตปิ ตาเยว โลกสมญฺญาย สตฺตานํ ธมฺมํ เทเสตี’’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.
รุกฺขอเจตนาภาวปโญฺห ปญฺจโม.